จากสมุทรสงครามถึงสมุทรสาคร วิถีสามน้ำ ความงามไร้ขีดจำกัด

ทริปนี้โชคดี เราได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนเมืองรองสุดน่ารักอย่าง จ.สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม กับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมงาน “เนรมิตอัมพวา” ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 11-20 กันยายน 2569 ตื่นตากับแสงสีพลุไฟยามค่ำคืนที่ตลาดน้ำอัมพวา แถมยังได้เที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวรายทาง ที่ล้วนมีเสน่ห์ มีคุณค่า และพิเศษในตัวเอง เที่ยวง่าย เที่ยวกันได้ทั้งครอบครัวเลยครับ

ที่สะพานเชื่อมใจอัมพวา ทุกคืนในช่วงการจัดงาน จะมีการแสดง Light & Sound วันละ 3 รอบ เวลา 19.00 , 20.00 และ 21.00 น.

แสงสีตื่นตาสะท้อนผืนน้ำในยามราตรี ปลุกชีวิตตลาดน้ำอัมพวาให้สดใสน่าเที่ยวชม
สองฝั่งทางเดินในตลาดน้ำอัมพวายามค่ำคืน ได้รับการประดับประดาด้วยไฟหลากสี เดินเที่ยว กิน ช้อป ถ่ายรูปกันได้ไม่อั้น
นอกจากงาน “เนรมิตอัมพวา” แล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงเชื่อมโยง จ.สมุทรสคร-สมุทรสงคราม ให้แวะชมอีกเพียบ
จุดแรก “สะพานแดงชมโลมา” ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ปรับโฉมใหม่ จากสะพานไม้กลายเป็นสะพานปูนแข็งแรงทนแดดทนฝน เดินเที่ยวชมวิวทะเลรับลมธรรมชาติได้ปลอดภัย ระยะทาง 700 เมตร ฝั่งขวาเป็นป่าชายเลน ฝั่งซ้ายเป็นแนวไม้ปักกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง ยามน้ำลดช่วงเช้าๆ จะเห็นปูก้ามดาบขึ้นจากรูมาเดินหากิน แต่ที่ว้าวมาก คือฝูงนกชายเลนนานาชนิดบินร่อนไปมาหลายร้อยตัว เยอะสุดคงเป็นฤดูหนาว ส่วนโลมาอิรวดี (โลมาหัวบาตร) ต้องมาดูตอนน้ำขึ้น แต่ก็ต้องลุ้นเอาเองว่าจะเห็นรึเปล่า
เดินทอดน่องบนสะพานแดง สูดโอโซนบริสุทธิ์ริมทะเลสมุทรสาคร ช่วงเช้าน้ำลด เผยให้เห็นพื้นดินเลนชายหาดกว้างสุดลูกหูลุกตา ระหว่างทางมีศาลานั่งพักชมวิวแบบ Slow Life ด้วย
สะพานแดงสมุทรสาคร เงียบสงบเป็นธรรมชาติสุดๆ ถ้าต้องการหลีกหนีจากเมืองใหญ่ออกมาพักผ่อน ที่นี่คือคำตอบเลยล่ะ
ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม บรรยากาศโรแมนติกมากๆ
นอกจากฝูงนกชายเลนที่เดินหากินอยู่บนพื้นเลนยามน้ำลดแล้ว เราจะได้เห็นฝูงนกปากห่างบินร่อนอย่างกับเจ้าเวหา
ที่นี่คือแหล่งหากินของนกชายเลนนานาชนิดได้ตลอดปี เพราะพื้นดินเลนมีอาหารอุดมสมบูรณ์
พืชพรรณ นก และสัตว์เล็กสัตว์น้อย หากินผูกพันกันเป็นระบบนิเวศบนชายหาดนี้
จุดกึ่งกลางสะพานแดงสมุทรสาคร มีศาลานั่งพักชมวิวด้วย จุดนี้เหมาะชมพระอาทิตย์ขึ้นมากๆ
ถ้ามาแล้วไม่เจอโลมาอิรวดีตัวจริง ก็ถ่ายภาพ Check In กับรูปปั้นน้องโลกมาน่ารักๆ ได้เหมือนกันนะ
จากสมุทรสาครเราเดินทางเข้าสู่ “ชุมชนบ้านบางพลับ” ต.บางพรม อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมดั้งเดิม ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังทำสวนผลไม้แบบปลูกยกท้องร่อง และไม่ใช้ยาฆ่าแมลง อีกทั้งความเป็นเมืองสามน้ำ จืด-กร่อย-เค็มสลับกัน ก็ยิ่งทำให้พืชผักผลไม้รสชาติเป็นเลิศ อย่างส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่, ลิ้นจี่, ชมพู่ และมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้วที่ชุมชนบางพลับเป็นแหล่งท่องเที่ยว Agro-Tourism ที่ก้าวสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้เต็มรูปแบบ
“ส้มโอพันธุ์ชาวใหญ่” อันมีชื่อเสียงของบ้านบางพลับ เคยประกวดชนะอันดับ 1 ของประเทศ และได้ขึ้นทะเบียน GI (Geographical Identification) คือเป็นผลไม้เฉพาะถิ่นบ่งชี้สภาพทางภูมิศาสตร์ ซึ่งกำเนิดและพบได้ที่บ้านบางพลับสมุทรสงครามเท่านั้น
“ส้มโอพันธุ์ชาวใหญ่” เป็นพืชเศรษฐกิจซึ่งยังปลูกด้วยวิธีการยกร่องด้วยระบบน้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติแบบโบราณ ลักษณะพิเศษอันโดดเด่นคือ ลูกใหญ่สมชื่อ น้ำหนักราวๆ 1.2-2.5 กิโลกรัม เปลือกสีเขียวอมเหลืองสวยงาม ไม่มีเมล็ดหรือเมล็ดลีบเล็ก เนื้อในสีขาวอมเหลืองหรือสีน้ำผึ้งเบียดกันแน่น รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย เนื้อแห้งกำลังดี และเก็บไว้ได้นาน
ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่บ้านบางพลับ ใหญ่อวบและอร่อยสมชื่อ
ที่บ้านบางพลับมีฐานเรียนรู้ให้เราได้ทดลองทำขนมพื้นบ้านด้วยตัวเอง วันนี้เราทำ “ขนมเรไร” (ขนมรังไร) ขนมไทยพื้นบ้านหาชิมยากอันมีชื่อเสียงของชุมชน เป็นขนมที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 ในอดีตทำจากแป้งท้าวยายม่อม นวดแป้งแล้วกดด้วยแม่พิมพ์ไม้คล้ายคีมหนีบ ให้กลายเป็นเส้นเล็กๆ คล้ายรังนก
ขนมรังไร (เรไร) หลากสี ที่ผ่านการกดและปั้นเป็นก้อนกลมๆ พร้อมนำไปนึ่งให้สุก
เวลากินขนมรังไร (เรไร) เราต้องราดน้ำกะทิ โรยน้ำตาลผสมงา และมพร้าวขูดด้วย หอมอร่อยชื่นใจดีแท้
“ผลไม้แช่อิ่มกลับชาติ” ภูมิปัญญาพื้นบ้านของคนบางพลับ ในการถนอมอาหารและแปรรูปผักที่มีรสชาติสุดโต่ง อย่างขมจัด เผ็ดร้อน เปรี้ยวฝาด ให้กลับมีรสชาติหวานฉ่ำรับประทานง่าย แม้แต่บอระเพ็ด มะระ มะนาว ฯลฯ ก็กลายเป็นขนมกินเล่นไปเลย
มื้อเที่ยงที่บ้านพบางพลับ สุดประทับใจกับอาหารพื้นบ้านแบบง่ายๆ แต่อร่อยล้ำ ยำหัวปลี, แกงกุ้งกระดองกรุบ, ไข่พะโล้, ปลาทูแม่กลองทอด หน้างอคอหัก ฯลฯ ตบท้ายด้วยส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่
“แกงกุ้งกระดองกรุบ” แกงไทยโบราณ อาหารพื้นบ้านขึ้นชื่อของชุมชนบางพลับ ที่มีน้ำแกงรสชาติเผ็ดหวานเค็มผสานกันอย่างละมุน ใส่กุ้งสดเนื้อเด้งสู้ปาก และกระดองกรุบก็คือกะลามะพร้าวอ่อนนั่นเอง ปัจจุบันหาทานยากแล้ว
สินค้า OTOP หลากหลายของชุมชนบางพลับ ล้วนแปรรูปจากพืชผักผลไม้ในสวน อย่างน้ำมันบำรุงผิวจากดอกส้มโอ หอมมากๆ
เราเดินต่อสู่อีกแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย “สิริสมปอง มะม่วงหาวมะนาวโห่ Farm & Cafe” ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม แหล่งท่องเที่ยว Agro-Tourism พร้อมคาเฟ่สุดโมเดิร์นริมน้ำแม่กลอง บรรยากาศสวนเมืองร้อนร่มรื่นด้วยไม้ดอกไม้ใบสดชื่นมาก ที่นี่เริ่มต้นจากคนรุ่นพ่อแม่ปลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่ขายต้นพันธุ์และผล ทว่าปัจจุบันคนรุ่นลูกได้พลิกโฉมพัฒนาด้วยนวัตกรรมทำให้สวนพ่อแม่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดชิว
เครื่องดื่ม Signature ของสิริสมปอง Farm & Cafe คือ “น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่” ที่มีทั้งแบบเพียวๆ และใส่พริกเกลือเพิ่มความจี๊ดจ๊าด รสชาติหวานอมเปรี้ยวกำลังดี ดื่มชื่นใจ แถมมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูงปรี๊ด ช่วยต้านมะเร็ง ผิวดี ชะลอวัยได้ยอดเยี่ยม
น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ปั่นใส่พริกเกลือนิดๆ เพิ่มความจี๊ดจ๊าด
กิจกรรม DIY น่ารักๆ ที่สิริสมปอง Farm & Cafe คือการทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ โดยใช้สีจากน้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่
ซื้อสินค้าแปรรูปจากมะม่วงหาวมะนาวโห่กลับไปฝากคนที่บ้าน มีทั้งแยม, น้ำไซเดอร์, มะม่วงหาวมะนาวโห่กวน, ไอศกรีม ฯลฯ
นั่งจิบน้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ตรงมุมริมน้ำแม่กลอง ปล่อยกายใจไปกับความสงบเย็นของธรรมชาติตรงหน้า
จังหวัดสมุทรสงครามยังมีแหล่งท่องเที่ยวให้ไปเยือนอีกมาก เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย เที่ยวได้ตลอดปี “ตลาดน้ำอัมพวา” แม้จะเปลี่ยนไปมากจากภาพในอดีต ทว่าเสน่ห์และจิตวิญญาณที่แท้จริงของอัมพวาก็ยังคงอยู่ ลองไปล่องเรือหรือเดินเล่นในร้านค้าสองฝั่งคลอง พูดคุยกับผู้คน ช้อปปิ้ง ชิมอาหารอร่อย เป็นความสุขเรียบง่ายที่เราค้นพบ ณ อัมพวา
“ตลาดร่มหุบ” ที่สถานีรถไฟแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ก็ยังคงโด่งดังติดลมบนไม่เสื่อมคลาย สมัยก่อนชาวบ้านเรียกว่า “ตลาดริมทางรถไฟ” หรือ “ตลาดเสี่ยงตาย” เพราะแผงขายของวางอยู่บนพื้นประชิดติดรางรถไฟเลย พอรถไฟวิ่งมาพ่อค้าแม่ค้าก็ต้องรีบหุบร่มกับผ้าใบในพริบตา เหมือนโชว์ที่สนุกทุกรอบที่รถไฟแล่นเข้าสถานีแม่กลอง แต่ขอเตือนว่าใครไปถ่ายรูปท่ีนี่ต้องระวังความปลอดภัยด้วย อย่าห่วงแต่เซลฟี่ตัวเองล่ะ! เวลารถไฟเข้าออกสถานีแม่กลองมีวันละ 8 รอบ ไปเที่ยวกันได้ตามสะดวกเลยจ้า
สมัยก่อนของที่วางขายอยู่ริมทางรถไฟจะมีแต่พวกพืชผักผลไม้และปลาทะเล ผิดกับทุกวันนี้ที่มีสินค้าเหมือนตลาดสำเพ็งเอาใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อเวลาเปลี่ยนไป หลายสิ่งก็เปลี่ยนตาม
จากสถานีรถไฟแม่กลองตลาดร่มหุบขับรถไปอีกไม่ไกลก็ถึง “วัดใหญ่สมุทรสงคราม” (วัดโคกเนิน) วัดโบราณอายุกว่า 300 ปีสมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริมน้ำแม่กลอง เป็นศูนย์รวมใจรวมศรัทธาของผู้คนมาช้านาน สถานที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อองค์ดำ” ซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่องค์ในโลก สถาปัตยกรรมเดิมของโบสถ์เก่าเป็นแบบมหาอุตม์ คือมีประตูเข้าออกทางเดียว แต่ปัจจุบันมี 3 ประตูแล้ว
กราบสักการะ “หลวงพ่อองค์ดำ” วัดใหญ่แม่กลอง ลักษณะองค์ท่านจำลองพุทธศิลป์มาจากหลวงพ่อองค์ดำที่เมืองนาลันทา ประเทศอินเดีย แกะสลักด้วยหินสีดำเช่นเดียวกัน
สะพานแขวนเมืองแม่กลอง Landmarkใหม่ข้ามแม่น้ำแม่กลองบริเวณหน้าวัดใหญ่ ตื่นตากับสะพานแขวนทรงโมเดิร์นยาวกว่า 120 เมตร ที่มีเสารูปลาทูและกลองยักษ์ อันเป็น Sinatue ของสมุทรสงคราม
ชมวิวมุมสูงบนสะพานแขวนแม่กลองได้สบาย เพราะตรงเชิงสะพานด้านวัดใหญ่มีหอคอยรูปกลองยักษ์ ให้เดินขึ้นไปจนสุดด้านบน ชมวิวพาโนรามา 360 รอบตัว แต่ถ้าใครกลัวความสูงจะไม่ขึ้นไปสุดก็ได้ แค่เดินเล่นถ่ายภาพบนสะพานก็แฮปปี้แล้ว
เมื่อเดินขึ้นไปสุดด้านบนหอคอยชมวิวเชิงสะพานด้านวัดใหญ่จะเห็นวิวตัวเมืองแม่กลองได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา พร้อมด้วยองค์หลวงพ่อบ้านแหลมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ยืนตระหง่านให้พรกับผู้มาเยือน
หลวงพ่อบ้านแหลมองค์ใหญ่ที่สุดในโลก
จากด้านบนหอคอยชมวิวจะเห็นธรรมชาติสวนมะพร้าวและบ้านเรือนวิถีชีวิตริมน้ำแม่กลองที่ไม่เคยหลับใหล
การมาเยือนสมุทรสงครามจะสมบูรณ์ไม่ได้เลย ถ้าเราไม่ได้ชิมอาหารพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะหลากเมนู อาทิ “ปลาทูซาเตี๊ยะ” อาหารถิ่นแม่กลองอันขึ้นชื่อมาช้านาน รสหวานเค็มกลมกล่อม ตัดด้วยเปรี้ยวอ่อนๆ ของมะขามเปียกหรือสับปะรด คล้ายปลาทูต้มเค็ม แต่ใส่สมุนไพร แล้วต้มจนน้ำขลุกขลิก
“ปลาทูแม่กลองทอดราดพริกสามรส” อีกหนึ่งอาหารแม่กลองที่ดูธรรมดา ทว่าอร่อยล้ำด้วยความมันของปลาทูตัวเล็ก สดใหม่ตามแบบฉบับทะเลสมุทรสงคราม
“หอยหลอดผัดฉ่า” อาหารพื้นบ้านอันโด่งดังของสมุทรสงคราม ที่ชนะการโหวตอาหารถิ่นประจำจังหวัดในโครงการ “Thailand Best Local Food : รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste” อร่อยด้วยหอยหลอดที่สดและหวานเด้งจากดอนหอยหลอด ผสานกับเครื่องเทศรสจัดจ้าน ถูกปากคนไทยดีนักแล
ระหว่างทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ริมถนนพระราม 2 เราแวะสัมผัสความพิเศษและน่ารักที่ “ร้านกาแฟใส่เกลือ Salt Lake De Maeklong” ขอบอกว่าเก๋มาก เพราะเขานำเกลือสมุทร (เกลือทะเล) ที่เป็นสินค้าหลักอย่างหนึ่งของคนสมุทรสงคราม มารังสรรค์เป็นกาแฟใส่เกลือได้ลงตัว แต่ก็มีเครื่องดื่มและขนมอื่นๆ อีกมากมายเสิร์ฟด้วยนะ
เพลินกับวิวนาเกลือโล่งกว้างหายใจได้เต็มปอด มีชิงช้า กังหันลมวิดน้ำ และจุด Check In เพียบ ที่นี่เขาจะทำเกลือกันจริงๆ ในฤดูร้อนตอนเดือนเมษายน ช่วงนั้นจะเห็นภาพนาเกลือสีขาวผืนใหญ่ และการเก็บเกลือมาวางไว้เป็นกองๆ เรียงกันอย่างสวยงาม
กาแฟใส่เกลือและขนมอร่อยๆ พร้อมเสิร์ฟ
อย่าลืมซื้อเกลือสมุทรเป็นของฝากหลับบ้านด้วยนะจ๊ะ
จากสมุทรสงครามถึงสมุทรสาครทริปนี้ เราได้สัมผัสมิติเรื่องราวอันหลากหลาย ทั้งธรรมชาติ วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ ศาสนา อาหารอร่อย และชุมชนน่ารัก รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว Man Madeใหม่ๆ ของเมืองริมทะเลภาคกลางสุดน่ารัก ที่ครบเครื่องในตัวเองจริงๆ




คำตอบคือมีอยู่จริงที่ 
สตูดิโอน้อยน่ารักริมทุ่งนาแห่งนี้ เป็นของ 
ใครที่รู้สึกเครียด หมดพลังชีวิต หมดไฟ หรือมีความวิตกกังวล นอนไม่ค่อยหลับ ติดอยู่ในวังวนความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ลองมาหาครูเป้แค่ 











จากด้านหน้าสตูดิโอ เดินเลี้ยวผ่านสวนไปข้างบ้านครูเป้ จะถึงส่วนที่เป็น 
ความสุขเล็กๆ ที่สร้างรอยยิ้มได้แบบ infinity ณ 
ความบริสุทธิ์สดชื่นของดอกบัวน้อยๆ คือของขวัญจากธรรมชาติที่สตูดิโอ 
ให้ธรรมชาติและความสงบช่วยเยียวยากายใจ ที่
หลังจากลองถอดรองเท้าเดินบนลานหินแม่น้ำกันแล้ว ก็ต่อด้วย
ส่วนสำคัญมากอย่างหนึ่งในการมา 
เมื่อเปลี่ยนชุดพร้อมเปียกกันแล้ว เราก็ต้องชำระล้างร่างกายให้สะอาด ด้วยการ
เริ่มลง 




แช่ Ice Bath เสร็จแล้วก็ถึงเวลา 



อิ่มท้อง อิ่มใจ นั่งกินมื้อเที่ยงแสนอร่อยกันตรง 
วันนี้มีข้าวไรซ์เบอร์รี่ร้อนๆ กินกับไข่ยัดไส้, แกงส้มกุ้งภาคกลาง, กะหล่ำผัดน้ำปลา และน้ำพริกผักลวก
หลังจากมื้อเที่ยงแล้ว ก็ถึงไฮไลท์ของวันนี้ คือ

นอกจากขันทิเบตชุดใหญ่ชุดเล็กแล้ว ยังมีอุปกรณ์อีกมากมายที่ครูเป้สรรหามาประกอบการบำบัด




ไม่น่าเชื่อว่าเวลาแค่วันเดียวที่ 


ไฮไลท์ของที่นี่คือ






(13) วัด Urgelling Gompa เมืองตาวัง



หากใครเคยไปเที่ยวประเทศภูฏานมาแล้ว ก็คงเคยเห็นพระพุทธรูปมหึมาบนยอดเขาชื่อ Buddha Dordenma Statue ส่วนที่เมืองตาวัง รัฐอรุณาจัลประเทศ ก็มีคล้ายกัน คือ 

























ยังมีกิจกรรมขี่ช้างหรือนั่งรถจี๊ปซาฟารี ล่องเรือดูปลาโลมาน้ำจืด ดูผีเสื้อ ล่องแก่ง ปั่นจักรยาน ตีกอล์ฟ เล่นเทนนิส เรียนทำอาหารท้องถิ่น ฯลฯ ยิ่งกว่านั้นยังมี 







เราเดินลัดเลาะผ่านหมู่บ้านเข้าไปไม่ไกล ก็ถึงบ้านหลังหนึ่งเปิดประตูต้อนรับ หลังบ้านมีระเบียงกว้างที่มองออกไปเห็นทุ่งนาและทิวเขาทอดยาว โต๊ะยาวพร้อมม้านั่งไม่หรูหราทว่าสวยงาม







ความงามนี้คงจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มี 




เขายังมีที่พักหรูสไตล์โคโลเนียลกลางไร่ชาให้เช็คอินชื่อ



หมู่บ้านเอาฮาลีอยู่บนเส้นทางระหว่างไปเมืองดิรัง (Dirang) โดยออกจากเมืองน้ำทราย (Namsai) ไม่ไกลก็ถึง 




จุดที่ห้ามพลาดคือ












ท่ามกลางอากาศร้อนใกล้ 40 องศาเซลเซียส ของกลางเดือนเมษายน 2025 เราบินลัดฟ้าจากไทยไปยัง เมืองกัลกัตตา (Kolkata) ของอินเดีย แล้วเปลี่ยนเครื่องบินภายในประเทศสู่ เมืองดิบรูกาห์ (Dibrugarh) แคว้นอัสสัม จากนั้นต่อรถยนต์อีกไม่ไกลก็ถึง 
ทุกปีในช่วงกลางเดือนเมษายน เมื่อจักรราศีเปลี่ยนผ่านจากมีนเข้าสู่เมษ ชาวไทคำตี้ก็จะร่วมกันจัดงานเทศกาล 


“การเชิญสื่อมวลชนและบริษัททัวร์จากนานาชาติเข้าร่วมชมงานมหาซังเกนในปีนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงประเพณีที่ดีงามและมีความสำคัญ สามารถสร้างความประทับใจและน่าจดจำได้ในระดับโลก นับเป็นความพยายามของเราที่จะประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงประเพณีที่มีความพิเศษ เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเรามีแผนจะทำการเผยแพร่ในแพลทฟอร์มที่หลากหลาย กว้างขวางขึ้นต่อไป” 
รอบเจดีย์ทองคำเป็นลานปูนและสนามหญ้ากว้าง มีต้นโพธิ์และแมกไม้ใหญ่ร่มรื่น 










สายน้ำบริสุทธิ์แห่งความสุขและศรัทธา
ศรัทธา ธรรมชาติ และผู้คน มาบรรจบกัน ณ วัดเจดีย์ทองคำใน
ผูกเครื่องพุทธบูชาประดับไว้รอบๆ พระเจดีย์



ขบวนแห่ที่ดูสวยงามแปลกตา
เมื่อการเปิดงานอย่างเป็นทางการโดย

ทางวัดเจดีย์ทองคำมีก๊อกน้ำให้ผู้คนมาเติมน้ำกันได้อย่างไม่อั้น


รวมฟ้อนรำอย่างสนุกสนานต้อนรับปีใหม่ 


สรงน้ำพระพร้อมรอยยิ้มแห่งความสุข
สรงน้ำพระเจดีย์ในวันมหาซังเกน ตามคติความเชื่อชาวไทคำตี้
สิ่งที่เราไม่เคยรู้อีกอย่างเกี่ยวกับงานเทศกาลมหาซังเกนไทคำตี้ในอินเดีย คือที่ 
แม้ค่ำมืดแล้ว การเล่นสาดน้ำและสรงน้ำพระพุทธรูป สรงน้ำพระเจดีย์ ก็ยังคงดำเนินต่อไปด้วยแรงศรัทธา










ใน พ.ศ. 2375 ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) โปรดเกล้าฯให้ บูรณะวัดโพธิ์ใหม่ ทรงให้หล่อรูปฤษีดัดตนเป็นโลหะ และรวบรวมตำราการนวดและตำราการแพทย์จารึกในวัดโพธิ์ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปศึกษา และนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ จนถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยามเลยทีเดียว ใน พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระปิยะมหาราช (รัชกาลที่ 5) ทรงโปรดเกล้าฯให้แพทย์หลวงสังคายนาและแปลตำราแพทย์จากภาษาบาลีและสันสกฤตเป็นภาษาไทย เรียกว่า
ปัจจุบัน 


เปลี่ยนเสื้อผาเสร็จแล้ว


นอกจากบริการนวดแผนไทยแล้ว
มาใช้บริการนวดแผนไทยที่ศูนย์สุขภาพเชตวันแล้ว อย่าลืมไปสัมผัสขนมและเครื่องดื่มสุขภาพที่

ตอนนี้มีเครื่องดื่มใหม่ล่าสุดให้ชิม 
นอกจากนี้
ขนมละลานตาน่าลิ้มลองที่ 




วันนี้จังหวัดนครพนมได้กลายเป็น
ชวนกันไปเดินเล่นชิลล์ๆ ในย่าน
บ้านเรือนเก่าริมลำโขงในเมืองนครพนม เต็มไปด้วยเสน่ห์ของรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน
สีสันลานคนเมืองนครพนม
มีจุดถ่ายภาพเก๋ๆ ตรงริมโขงด้วย
ถนนคนเดินนครพนมในย่านเมืองเก่า มีทุกวันศุกร์-เสาร์ เก๋ไก๋ น่ารักจริงๆ เลย

ตัวเมืองนครพนมปัจจุบัน มีพี่น้องชาวไทยคริสต์จากเวียดนามที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่จำนวนมาก จึงปรากฏโบสถ์คริสต์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสานขึ้น ในนาม 
พระติ้ว พระเทียม อันศักดิ์สิทธิ์
ใครตื่นแต่เช้า ก็จะได้ไปตักบาตรริมโขงที่หน้าวัดพระธาตุนคร ต้อนรรับวันใหม่อันสดใส
เสน่ห์ยามเย็นของแสงสีบนฟากฟ้าเหนือลำน้ำโขงหน้าเมืองนครพนม สามารถล่องเรือชมได้ทุกวัน
เสน่ห์แสงยามเช้าในช่วงฤดูหนาวหน้าเมืองนครพนม มองไปยังฝั่งเมืองท่าแขก แขวงคำม่วนของลาว ฤดูหนาวน้ำโขงลดระดับ เผยให้เห็น
เสน่ห์อันเป็นที่สุดอีกอย่างหนึ่งของนครพนมคือ 







ห่างจากตัวเมืองนครพนมไปเพียง 47 กิโลเมตร ในอำเภอท่าอุเทน คือที่ตั้งของจุดบรรจบ 
ซากเมืองเก่าไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน คือประจักษ์พยานของอาณาจักรศรีโครบูรที่เคยรุ่งเรืองอยู่ ณ จุดนี้ เมื่อประมาณ พ.ศ. 1000-1500
วัดเก่าแห่งไชยบุรี ได้รับการบูรณะสมัยฝรั่งเศสยึดครอง โดยนำศิลปะแบบโคโลเนียลเข้าไปประยุกต์ใช้ได้อย่างลงตัว
ซากเจดีย์เก่าของอาณาจักรศรีโคตรบูร แม้จะผุพังไปตามกาลเวลา ทว่ายังเปี่ยมด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์

ไชยบุรี ท่าอุเทน นครพนม มีอะไรให้ค้นหามากมายจริงๆ เที่ยวกันจนเหนื่อยล่ะ แวะดื่มน้ำเย็นๆ ก่อนดีกว่าเนอะ
ปิดท้ายทริปเมืองรองนครพนมอันแสนประทับใจ ด้วยการเติมพลังไข่กระทะ กับขนมปังบาแกตต์ ให้มีแรงเที่ยวต่อ
แล้วก็แน่นอนว่า ต้องลิ้มลองอาหารพื้นบ้านอย่างข้าวปุ้นน้ำนัว ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว หมูยอ รวมถึงอาหารอีสานครบชุดใหญ่ เป็นการสั่งลานครพนมอย่างประทับใจ

ชาว 
ชาวสมาชิก


จากที่ตั้งเดิมของบุคคลัภย์ ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร ได้ใช้เป็นที่ทำการชั่วคราวของ
ได้เวลาเดินลัดเลาะตรอกซอกซอยเข้าสู่
บางตรอกซอกซอยของตลาดน้อยยังคมีสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมฝรั่งให้ชม โดยจุดนี้เคยเป็นตรอกโรงฝิ่นเมื่อครั้งอดีต
ในชุมชนตลาดน้อย ยังมีบ้านทำหมอนจีนโบราณ หลังสุดท้าย ที่ผลิตหมอนทุกใบด้วยมืออย่างประณีตงดงาม โดยหมอนเหล่านี้จะนำไปใช้ในพิธีมงคลต่างๆ ล้วนสะท้อนความเชื่อ ความศรัทธาของชาวจีนโพ้นทะเล ที่อพยพมาตั้งรกรากพึ่งพระบรมโพธิสมภารบนแผ่นดินสยาม หมอนทุกใบเป็นงาน Handmade ล้วนๆ ต้องช่วยกันอุดหนุนแล้วล่ะ

ชาวสมาชิก
มุมสุดคลาสิกในชุมชนตลาดน้อย เหมือนได้เดินย้อนอดีตเลยจริงๆ
เดินเตร็จเตร่เข้าไปในชุมชนเขตสัมพันธวงศ์ (ถนนที่จะไปถึงหน้าวัดสัมพันธวงศาราม) ด้านขวามือจะผ่านอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ของ
ตึกฝรั่งในเขตวัดสัมพันธวงศาราม
ในสมัยรัชกาลที่ 3 ด้านหน้าวัดเกาะมีโรงพิมพ์ของบุคคลผู้มีชื่อเสียงมากจนถึงทุกวันนี้ คือ 

ภายในวัดปทุมคงคา มีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองสีขาวสะอาดนับสิบองค์เรียงรายอยู่โดยรอบ กล่าวกันว่าในเขตเกาะรัตนโกสินทร์มีเพียงไม่กี่วัดที่มีลักษณะนี้ เพราะต้องเป็นวัดที่สำคัญจริงๆ เท่านั้น
ภายในพระอุโบสถวัดปทุมคงคา ประดับประดาด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังยุคต้นรัตนโกสินทร์ สังเกตได้จากภาพเทพชุมนุมบนฝาผนังสองด้าน อันเป็นลักษณะจำเพาะของช่วงรัชกาลที่ 1-3
ระเบียงคดสี่ด้านรอบโบสถ์วัดปทุมคงคา มีพระพุทธรูปปางต่างๆ นับร้อยองค์ประดิษฐานไว้ให้สักการะ
ถ้าสังเกตให้ดี จะพบช่องบรรจุอัฐิของ
หินประหาร คือหินก้อนใหญ่ที่นักประวัติศาสตร์สันนิษฐานกันว่า น่าจะใ้ช้เป็นหินสำเร็จโทษเจ้านายที่กระทำความผิดร้ายแรงในสมัยรัชกาลที่ 4 โดยเป็นเจ้านายพระองค์สุดท้ายของสยามที่ถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทร์
เดินเที่ยวกันมากว่าครึ่งวัน ตอนนี้ก็เริ่มหมดแรงแล้ว ได้เวลาเข้าห้องแอร์เย็นฉ่ำ กินเลี้ยงปีใหม่ในสไตล์
ระหว่างรับประทานอาหาร ยังมีการจับแจกลุ้นโชคของรางวัลรับปีใหม่ 2018 อย่างสนุกสนาน

อิ่มหนำกันถ้วนหน้าจากอาหารเที่ยงแสนอร่อยที่ถนนเยาวราช เราก็เดินย้อนมาลงเรือข้ามฟาก ข้ามจากฝั่งกรุงเทพฯ ไปยังเขตคลองสาน ฝั่งธนบุรี

สิ่งที่ห้ามพลาดชมด้วยประการทั้งปวงในวัดทองธรรมชาติ คือภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างชั้นครู ที่ถือว่าเป็น 1 ใน 10 ภาพจิตรกรรมฝาผนังของยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ที่ยังสมบูรณ์ที่สุด โดยส่วนใหญ่วาดเป็นภาพพุทธประวัติในตอนต่างๆ นับเป็นสมบัติล้ำค่าของชาติที่เราต้องช่วยกันหวงแหน
ผ้าพระบฎอายุนับร้อยปีใส่ไว้ในกรอบทองประดับเหนือประตูหน้าต่างทุกบาน ของพระอุโบสถวัดทองธรรมชาติ คืออีกหนึ่งมรดกแห่งแผ่นดินที่เราต้องช่วยกันรักษา
แม้วันนี้ทริปจะจบลงและเราต้องจากกัน แต่แน่นอนว่า ความผูกพันอันเหนียวแน่นของพี่น้องชาว 
ความเดิมจากตอนที่แล้ว
จากตลาดเหล่าตั๊กลัก ถ้าเรานั้่งรถสองแถวของชาวบ้านลัดเลาะเข้าไปตามถนนสายเล็กๆ อันร่มรื่น ได้เห็นบรรยากาศสวนแบบดั้งเดิมของชาวคลองดำเนินสะดวก ที่ยังมีท้องร่อง ลำราง ลำประโดง เชื่อมโยงผันน้ำเข้ามาหล่อเลี้ยงสวนมะพร้าว สวนผลไม้ มาจนถึงทุกวันนี้




ไม้กวาดทางมะพร้าวฝีมือคุณยายที่




นอกจากการเดินเลาะริมน้ำดำเนินสะดวก ตลาดเหล่าตั๊กลัก และนั่งรถสองแถวเที่ยวชมวิถีชาวสวนแล้ว 



ทางเล็กๆ ปั่นซ๊อกแซ๊กเข้าสวน
ไม่ต้องรีบ หยุดพักเหนื่อยแอ๊กท่าถ่ายภาพกันสักนิด (ท่าจะยังมีแรงเหลือ ฮาฮาฮา)
ดื่มน้ำมะพร้าวเติมพลัง จะได้มีแรงปั่นเที่ยวสวนต่อ
วันนี้โชคดี ได้มีโอกาสเห็นวิธีนำมะพร้าวออกมาจากสวนคราวละมากๆ พร้อมกันเป็นร้อยๆ ลูก ด้วยการผูกติดลากออกมาตามท้องร่องสวน แปลก ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย
บางช่วงก็ชวนกันเข้าไปปั่นในสวนบ้าง วิวแบบนี้ในเมืองใหญ่ไม่มีแน่นอน ฮาฮาฮา
ปั่นยังไงก็ไม่เหนื่อย เพราะไม่ได้ปั่นเร็ว แดดก็ไม่ร้อน ร่มรื่นด้วยสวนสูงสวนเตี้ย
ความสนุกจากการปั่นจักรยานชมสวนในวันนี้ จะประทับใจเราไปอีกนาน




เหนื่อยจากการปั่นจักรยานมา 15 กิโลเมตรแล้ว ขากลับไปตลาดเหล่าตั๊กลัก เราเลยใช้วิธีล่องเรือหางยาวชมคลองดำเนินสะดวก ให้เรือแล่นไปช้าๆ รับลมเย็นๆ ตามแบบ
บ้านเรือนริมคลองดำเนินสะดวก
เรือนไทยริมคลองดำเนินสะดวก
บรรยากาศคลองดำเนินสะดวกในปัจจุบัน
เที่ยวกันมาทั้งวันแล้ว ถ้าใครไม่รีบกลับบ้าน และอยากใช้เวลาค้างคืนต่อที่ดำเนินสะดวก เขาก็มีที่พักหลายรูปแบบไว้ให้เลือกนะจ๊ะ อย่างเช่น 
ห้องนอนรวมแบบ Hostel ในราคาแสนประหยัด ที่
หรือถ้าชอบความเป็นส่วนตัวมากขึ้น และต้องการนอนริมน้ำจริงๆ ก็มี 


เสน่ห์สายน้ำเงียบสงบยามเช้า สืบสานวิถีพุทธกับการตักบาตรทางน้ำ
วิถีชีวิตแบบนี้ยังมีให้เห็นแถบดำเนินสะดวก อัมพวา บางน้อย บางคนที บนรอยต่อจังหวัดราชบุรีและสมุทรสงคราม
โบกมือลาสายน้ำ ขอฝากหัวใจไว้ที่นี่ แล้วเราจะกลับมาพบกันใหม่แน่นอน

เรือแจวน้อยลำนั้นค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปพร้อมสายน้ำที่ยังคงไม่หยุดไหลแม้สักวินาที จะมีใครรู้บ้างว่า ที่นี่คือ

แม้ภาพวิถีเก่าๆ ที่น้ำท่วมทุกปีในช่วงเดือนสิบเอ็ดเดือนสิบสองน้ำนองเต็มตลิ่ง จะไม่มีให้เห็นอีกแล้ว (เพราะมีการสร้างเขื่อนเจ้าพระยา) ทว่าวิถีชาวน้ำแห่งเหล่าตั๊กลักก็ยังคงมีลมหายใจตราบทุกวันนี้
ทุกวันนี้เร่ิมมีการฟื้นฟู
ในขณะที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวกในปัจจุบันเนืองแน่นแออัดไปด้วยนักท่องเที่ยววันละเป็นหมื่นคน (โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์) เพียงเดินข้ามสะพานข้ามคลองดำเนินสะดวกมาอีกฝั่งที่ 

สินค้าหลายอย่างชวนให้นึกถึงวัยเด็กเนอะ
งานฝีมือน่ารักๆ ที่สะท้อนความผูกพันระหว่างคนและสายน้ำคลองดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี
แม้จะไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่คุณป้าก็เปิดหน้าบ้านที่หันออกริมน้ำ ขายหมวกขายพัดเล็กๆ น้อยๆ ให้นักท่องเที่ยวที่เดินมาเยือนเหล่าตั๊กลัก
ด้วยความน่ารัก มีคุณค่าเรื่องราวเรื่องเล่าย้อยไปได้กว่า
นอกจากจะเป็นการประชุมสัญจรของสมาคม
ผู้นำชุมชนตลาดเหล่าตั๊กลัก บรรยายสรุปประวัติความเป็นมาและความสำคัญ ของตลาดน้ำแห่งแรกในเมืองไทยให้สมาชิก
สภาพคลองดำเนินสะดวกในปัจจุบัน ยังคงมีบ้านเรือนปลูกชิดริมน้ำ และเรือประเภทต่างๆ ทั้งเรือของชาวบ้านและเรือท่องเที่ยว แล่นไปมาเติมจังหวะสีสันอยู่ทุกวัน
ไม่ได้มีแต่เรือหางยาวติดเครื่องยนต์นะจ๊ะ เรือพายขายผลไม้ก็ยังมีให้เห็นเหมือนกัน
ภาพชีวิตเนิบช้าและเงียบสงบ บริเวณคลองดำเนินสะดวก ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก ในปัจจุบัน
ใช้ชีวิตผูกพันอยู่กับสายน้ำทุกเช้าค่ำ ณ ตลาดเก่าเหล่าตั๊กลัก
คลองดำเนินสะดวกบริเวณตลาดเหล่าตั๊กลัก แม้เรือพายขายของจะย้ายไปอยู่ที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวกกันหมด แต่ ณ จุดนี้เอง
เรือติดเครื่องยนต์คำรามแล่นตัดผิวน้ำคลองดำเนินสะดวก พานักท่องเที่ยวกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าไปยังตลาดน้ำดำเนินสะดวกอันคลาคล่ำ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีเรือพายที่อนุรักษ์วิถีเนิบช้าเอาไว้
เรือบางลำอาจจะแล่นเร็วและเสียงเครื่องยนต์ดังไปบ้าง ในอนาคตคงต้องมีมาตรการควบคุม ให้เที่ยวกันได้อย่างยั่งยืนตลอดไปนะจ๊ะ
ยามเช้าที่ตลาดเหล่าตั๊กลัก มีเรือพายขายของแบบ
กล้วยน้ำว้าน่าทานจากสวนใกล้ๆ ตลาดเหล่าตั๊กลัก อัดแน่นมาเต็มลำเรือแจวของคุณป้า
แม่ลูกคู่นี้จะไปไหนกันจ๊ะ? น่าอิจฉาจังมีเรือส่วนตัวด้วย ชวนให้นึกถึงเมืองเวนิสที่อิตาลีเลยนะเนี่ยะ ฮาฮาฮา
เรือพายขายไอศกรีมมะพร้าวผ่านหน้าตลาดเหล่าตั๊กลักทุกวัน
กิจกรรมน่าสนุกสำหรับการมาเยือนตลาดแห่งนี้ คือ
ใครที่ต้องการหามุมสงบๆ ไม่แออัดวุ่นวาย ตลาดเหล่าตั๊กลักอาจคือคำตอบสุดท้ายของคุณ
ศิลปินหลายคนที่มีสายเลือดเหล่าตั๊กลักแท้ๆ พากันมาฝังตัวสร้างสรรค์งานศิลป์ ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความทรงจำ และความผูกพันกับบ้านเกิด
แถบนี้มีสวนมะพร้าวเยอะ ศิลปินแห่งตลาดเก่าเหล่าตั๊กลักจึงนำกะลามะพร้าวมาเนรมิตเป็น
บรรยากาศย้อนยุคที่ยังมีการใช้งานอยู่อาศัยจริง ของตลาดเหล่าตั๊กลัก
รถเด็กเล่นปั่นได้จริง เก่าเก็บ แต่ทรงคุณค่าทางจิตใจสำหรับใครหลายๆ คน
คุณแต่งแห่งเหล่าตั๊กลัก สาธิตการวาดภาพจากยางต้นกล้วยให้เราชม
อาหารขึ้นชื่อของตลาดเหล่าตั๊กลักมีหลายอย่าง ที่โด่งดัง เช่น 


แม้หน้าตาจะธรรมดา แต่ส้มตำของเรือนแม่สุภาพ รสชาติไม่เป็นรองใครเลยจริงๆ
ข้าวเกรียบปากหม้อ ของเรือนแม่สุภา
ขนมกล้วยแบบจีนแท้ๆ ที่เรือนแม่สุภา
เส้นทางเดินเที่ยวเลาะริมคลองดำเนินสะดวก สวยงาม มีสีสันทั้งจากดอกไม้และวิถีชีวิตผู้คน
เดินเล่นเย็นใจในแบบ
น้ำยังสะอาดขนาดโดดเล่นได้อย่างไม่ต้องกังวล
ว่างๆ ก็ลงไปแช่น้ำคลายร้อนซะเลย ฮาฮาฮา
ถ้าน้ำไม่สะอาดจริง ปลาเสือตอตัวใหญ่อวบอ้วนขนาดใหญ่กว่าฝ่ามือเรา คงจะอยู่ไม่ได้แน่นอน
เมื่อคนดูแลสายน้ำ สายน้ำก็เอื้ออาทรต่อผู้คน
หน้าบ้านน่ามอง ณ ริมน้ำคลองดำเนินสะดวก
เส้นทางเดินเที่ยว 
หลังจากเดินเที่ยวริมคลองดำเนินสะดวกกันจนชุ่มปอดแล้ว เราก็เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งรถสองแถวท้องถิ่นเที่ยวชมวิถีบนบกกันบ้าง
จุดแรกที่ห้ามพลาดชมด้วยประการทั้งปวง คือ


วันนี้ตรงกับเทศกาลกินเจ ของไหว้ในโรงเจจึงมีมากเป็นพิเศษ

สถาปัตยกรรมจีนอันละเอียดอ่อนและเปี่ยมสีสันของ
บรรยากาศในช่วงเทศกาลกินเจที่
พลังศรัทธาหลั่งไหลสู่ 