เสน่ห์นครพนมเมืองรอง ไม่ลองไปไม่รู้!

วันนี้มาเที่ยวในโครงการ Go Local Enjoy Local เที่ยวเมืองรอง ที่ไม่เป็นรองใคร โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มาที่ ‘จังหวัดนครพนม’ ดินแดนแห่งความสงบงามริมลำน้ำโขง และวัฒนธรรมหลากชนเผ่า อีกทั้งยังเป็นเพียงจังหวัดเดียวในเมืองไทยที่มีพระธาตุประจำวันเกิดครบ 7 วัน แม้ว่านครพนมจะได้รับการจัดให้เป็น ‘เมืองรอง’ ด้านการท่องเที่ยว ทว่าเมื่อได้ไปสัมผัสบรรยากาศจริงแล้ว ขอบอกเลยว่า ไม่เป็นสองรองใคร

#GoLocalEnjoyLocal #เที่ยวเมืองรองที่ไม่เป็นรองใคร #AmazingThailandGoLocal #เที่ยวท้องถิ่นไทยชุมชนเติบใหญ่เมืองไทยเติบโต #เที่ยวเมืองรอง #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #ททท #เที่ยวเมืองรองกับททท#TatXBlogger #TatXMediaAndBloggerclub

นครพนม เมืองเนิบช้าที่สุขสุดๆ ริมแม่น้ำโขง เมืองแห่งอาณาจักรศรีโคตรบูรอันรุ่งเรืองในอดีต ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็น Gateway to ASEAN ของอีสาน ด้วยสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ทอดข้ามโขง นำเราเที่ยวเชื่อมโยงไปได้ถึงลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ เลยล่ะ จากตัวเมืองนครพนมมองข้ามไปอีกฝั่งของลำโขง จะเห็นเทือกเขาหินปูนทอดยาวในฝั่งเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ของลาว สามารถล่องเรือข้ามไปเที่ยว หรือล่องเรือชมบรรยากาศอาทิตย์อัสดงยามเย็นได้งามจับใจจริงๆวันนี้จังหวัดนครพนมได้กลายเป็น “เมืองแห่งจักรยาน” หรือ The Cycling City อย่างแท้จริงแล้ว เพราะด้วยสภาพของตัวเมืองเลียบลำน้ำโขง บรรยากาศเย็นสบาย มีจุดชมวิว และมีเลนจักรยานให้ปั่นต่อเนื่องยาวหลายกิโลเมตร อีกทั้งคนนครพนมยังนิยมปั่นจักรยานกันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว จักรยานจึงเป็นพาหนะที่ยังอยู่ในวิถีของคนที่นี่จริงๆ

เส้นทางปั่นจักรยานเที่ยวในนครพนม ที่กำลังมาแรงในตอนนี้ มีอยู่ 4 เส้นทาง คือ 1.เส้นทางชมเมืองเก่าไชยบุรี 2. เส้นทางบ้านดอนนางหงส์ 3.เส้นทางเมืองโบราณบ้านหนองจันทร์ และ 4. เส้นทางเลียบโขงตัวเมืองนครพนม
ชวนกันไปเดินเล่นชิลล์ๆ ในย่าน ‘หอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์’ พักผ่อนหย่อนใจ ชมวิถีชุมชนเก่าอันเนิบช้าริมลำน้ำโขงกลางเมืองนครพนม ไปชม ชิม ช็อป แชะ แชร์ กับภาพประทับใจมากมายในย่านหอนาฬิกาเก่า ซึ่งปัจจุบันมีร้านอาหารน่านั่งสำหรับวัยรุ่นเปิดกันเพียบ อีกทั้งในคืนวันศุกร์และเสาร์ ตั้งแต่เวลา 17.00-20.00 น. ยังมีถนนคนเดิน เปิดให้เดินช็อปกันยาวกว่า 800 เมตรด้วยนะบ้านเรือนเก่าริมลำโขงในเมืองนครพนม เต็มไปด้วยเสน่ห์ของรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานสีสันลานคนเมืองนครพนมมีจุดถ่ายภาพเก๋ๆ ตรงริมโขงด้วยถนนคนเดินนครพนมในย่านเมืองเก่า มีทุกวันศุกร์-เสาร์ เก๋ไก๋ น่ารักจริงๆ เลยพิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการ (หลังเก่า) อำเภอเมืองนครพนม ตั้งอยู่ที่ถนนสุนทรวิจิตร ใกล้ริมแม่น้ำโขง สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลในยุคที่ฝรั่งเศสเข้ามายึดครองดินแดนแถบลุ่มน้ำโขง อาคารหลังนี้เคยใช้เป็นที่พำนักของผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมในอดีต ทว่าปัจจุบันได้พลิกบทบาทมาเป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวหลากหลายของนครพนม ผ่านภาพถ่ายเก่า โมเดล ภาพยนตร์สั้น ฯลฯ อีกทั้งยังเคยเป็นที่ประทับแรมของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ครั้งเสด็จเยือนนครพนมด้วย โดยในครั้งนั้น แม่เฒ่าตุ้ม จันทนิตย์ อายุ 102 ปี ได้มาถือดอกบัวรอรับเสด็จ จนกลายเป็นภาพแสนซึ้งตรึงใจที่ไม่เคยลืม

ตัวเมืองนครพนมปัจจุบัน มีพี่น้องชาวไทยคริสต์จากเวียดนามที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่จำนวนมาก จึงปรากฏโบสถ์คริสต์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในภาคอีสานขึ้น ในนาม “โบสถ์นักบุญอันนา” บ้านหนองแสง สร้างขึ้นโดยคุณพ่อเอทัวร์ นำลาภ เมื่อปี ค.ศ. 1926 โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ริมลำน้ำโขง กล่าวกันว่าเป็นโบสถ์แบบโกธิคที่สวยที่สุด 1 ใน 3 แห่งของไทย!

ในบริเวณริมโขงยังมี ‘วัดโอกาสศรีบัวบาน’ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองนครพนมมาแต่โบราณ ตั้งอยู่บนถนสุนทรวิจิตร ตรงข้ามด่านท่าเรือนครพนม-คำม่วน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1994 ในสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรรุ่งเรือง ความโดดเด่นอยู่ที่หอประดิษฐานพระติ้วและพระเทียม “พระติ้ว” เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ทำด้วยไม้ติ้วบุทองคำ หน้าตักกว้าง 30 เซนติเมตร สูง 2 ฟุต สร้างโดยเจ้าผู้ครองนครศรีโคตรบูร เมื่อ พ.ศ. 1328 ส่วน “พระเทียม” สร้างให้เหมือนพระติ้ว เพื่อใช้ประดิษฐานไว้ข้างๆ เพื่อเทียม หรือแทนกันนั่นเอง

พระติ้ว พระเทียม อันศักดิ์สิทธิ์ใครตื่นแต่เช้า ก็จะได้ไปตักบาตรริมโขงที่หน้าวัดพระธาตุนคร ต้อนรรับวันใหม่อันสดใสเสน่ห์ยามเย็นของแสงสีบนฟากฟ้าเหนือลำน้ำโขงหน้าเมืองนครพนม สามารถล่องเรือชมได้ทุกวันเสน่ห์แสงยามเช้าในช่วงฤดูหนาวหน้าเมืองนครพนม มองไปยังฝั่งเมืองท่าแขก แขวงคำม่วนของลาว ฤดูหนาวน้ำโขงลดระดับ เผยให้เห็น ‘หาดทรายทองศรีโคตรบูร’ อันงดงามน่าชมเสน่ห์อันเป็นที่สุดอีกอย่างหนึ่งของนครพนมคือ ‘เทศกาลไหลเรือไฟ’ ซึ่งจะจัดขึ้นทุกปีในช่วงออกพรรษา ประมาณปลายเดือนตุลาคม ไฮไลท์ของงานคือขบวนเรือไฟใหญ่ ที่ประกวดประชันกันสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ แต่ละลำสูงเท่าตึก 2-4 ชั้น ประดับไฟประทีปนับหมื่นดวง และลงทุนนับล้านบาท พร้อมด้วยการจุดพลุสร้างเพิ่มความสว่างไสวแก่ลำน้ำโขงอย่างยิ่งใหญ่อลังการสุดๆ

หลังจากเที่ยวตัวเมืองนครพนมในแถบริมโขงกันจนอิ่มใจแล้ว ก็ได้เวลาออกไปตระเวนเที่ยวรอบนอกกันบ้าง โดยเริ่มที่การสักการะ 7 พระธาตุประจำวันเกิดเลยดีกว่า

พระธาตุพนม (พระธาตุประจำคนเกิดวันอาทิตย์) เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิส่วนพระอุรังคธาตุ หรือกระดูกส่วนหน้าอก ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์พระธาตุสูงถึง 53.60 เมตร สง่างามมาก กล่าวกันว่าแค่ได้ไปสักการะพระธาตุพนมเพียง 1 ครั้ง ก็เป็นสิริมงคลยิ่งแล้ว แต่ถ้าได้ไปสักการะครบ 7 ครั้ง ก็จะกลายเป็น “ลูกพระธาตุ” ชีวิตมีแต่ความรุ่งเรือง นอกจากนี้ยังเป็นพระธาตุประจำคนเกิดปีวอกอีกด้วย

พระธาตุเรณู (พระธาตุประจำคนเกิดวันจันทร์) อำเภอเรณูนคร เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวผู้ไท 1 ใน 8 เผ่าของนครพนม ซึ่งพวกเขายังคงรักษาขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมของตน ไว้อย่างเข้มแข็งมาก ศูนย์กลางชุมชนนี้อยู่ที่องค์พระธาตุเรณูอันตระการตา สูงกว่า 35 เมตร สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2461 โดยประดับลวดลายปูนปั้นไว้รอบๆ อย่างวิจิตร เพราะได้จำลองแบบมาจากพระธาตุพนมองค์เดิม (ก่อนที่พระธาตุพนมจะพังถล่มลงมา) นั่นเอง

พระธาตุศรีคุณ (พระธาตุประจำคนเกิดวันอังคาร) แม้ว่าจะอยู่ห่างจากตัวเมืองนครพนมถึง 78 กิโลเมตร แต่การได้ไปสักการะพระธาตุศรีคุณสักครั้ง ก็ถือว่าคุ้ม เพราะมีลักษณะเหมือนพระธาตุพนมย่อส่วน ได้กราบแล้วอานิสงส์คือส่งให้เกิดยศศักดิ์ศรี โชคลาภทวีคูณ!

พระธาตุมหาชัย (พระธาตุประจำคนเกิดวันพุธกลางวัน) อำเภอปลาปาก องค์พระธาตุสูงถึง 37 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสูง แลสง่าน่าเลื่อมใส เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุสำคัญ อานิสงส์ของการได้มานมัสการคือ จะมีชัยชนะต่ออุปสรรคทั้งปวง ทำให้ชีวิตมีแต่ความรุ่งโรจน์

พระธาตุมรุกขนคร (พระธาตุประจำคนเกิดวันพุธกลางคืน) วันพุธเป็นเพียงวันเดียวที่มีพระธาตุประจำวันเกิด 2 องค์ คือ กลางวัน และกลางคืน ในส่วนของกลางคืนมีพระธาตุมรุกขนครเป็นพระธาตุประจำวัน เนื่องจากมีเรื่องเล่าว่าครั้งพุทธกาล มีอยู่คืนหนึ่งเป็นคืนวันพุทธ ภิกษุสงฆ์ได้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกันขึ้น พระพุทธองค์จึงเสด็จหนีออกไปจากวัดที่ทรงจำพรรษาอยู่ ด้วยเหตุนี้จึงต้องมีพระธาตุประจำวันพุธกลางคืน พระธาตุมรุกขนครนั้นคล้ายพระธาตุพนมย่อส่วน สูง 50.9 เมตร สร้างขึ้นในพระวโรกาสที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี โดยความสูงเศษ จุด 9 เมตร ก็หมายถึง รัชกาลที่ 9 นั่นเอง

พระธาตุประสิทธิ์ (พระธาตุประจำคนเกิดวันพฤหัสบดี) อยู่ห่างจากตัวเมืองนครพนม 93 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง กระทั่งถึงอำเภอนาหว้า ก็จะได้สักการะองค์พระธาตุที่ประดิษฐานพระอุรังคธาตุของพระพุทธเจ้า อานิสงส์ของการได้มานมัสการคือ ทำให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในความก้าวหน้าดังประสงค์ ในบริเวณวัดยังเป็นที่ตั้งของศูนย์หัตถกรรมบ้านท่าเรือ ซึ่งเป็นศูนย์ศิลปาชีพแห่งแรกของไทย เมื่อปี พ.ศ. 2520 สินค้าโดดเด่นคือผ้าไหมมัดหมี่อันประณีตงดงาม

พระธาตุท่าอุเทน (พระธาตุประจำคนเกิดวันศุกร์) อำเภอท่าอุเทน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงไหลเย็นชื่นใจ เป็นองค์พระธาตุสูงใหญ่ โดดเด่น สร้างให้คล้ายคลึงกับพระธาตุพนม สร้างเป็น 3 ชั้น ทรงสี่เหลี่ยม สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2454 โดยพระอาจารย์ศรีทัตถ์ เพื่อบรรจุพระอรหันตธาตุสำคัญ เชื่อว่าใครได้มาสักการะแล้วจะช่วยให้ชีวิตรุ่งโรจน์ เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ขึ้นยามอรุณรุ่ง

พระธาตุนคร (พระธาตุประจำคนเกิดวันเสาร์) เป็นอีกหนึ่งพระธาตุของนครพนมที่ตั้งอยู่ใกล้ริมล้ำน้ำโขง ในบริเวณตัวเมืองนครพนม องค์พระธาตุ สูง 24 เมตร งดงามด้วยรูปลักษณ์และลวดลาย ไม่ย่ิงหย่อนไปกว่าพระธาตุองค์ใด ได้มากราบสักการะแล้วเชื่อว่าอานิสงส์จะช่วยเสริมบารมี ทำให้มีอำนาจวาสนาเป็นเจ้าคนนายคน

ห่างจากตัวเมืองนครพนมไปเพียง 47 กิโลเมตร ในอำเภอท่าอุเทน คือที่ตั้งของจุดบรรจบ “แม่น้ำสองสี” คือแม่น้ำสงครามสีเขียวมรกต ได้ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขงสีน้ำตาลแดง เกิดเป็นปากแม่น้ำที่มีอาหารอุดมสมบูรณ์ ฝูงปลาชุกชุม ชาวบ้านได้ออกเรือไปหาปลามาทำอาหารหลากหลาย โดยเฉพาะปลาส้มแสนอร่อยแห่งไชยบุรี เมืองริมโขงแสนน่ารักที่มีความเก่าแก่กว่า 200 ปี ตลอดริมฝั่งโขงมีวัดโบราณอันทรงคุณค่าอยู่ไม่น้อยกว่า 7-10 แห่ง พร้อมด้วยบ่อน้ำโบราณ ซากเจดีย์เก่า ชุมชนแสนน่ารัก พร้อมด้วยเส้นทางปั่นจักรยานริมน้ำชิลชิล และแน่นอนว่าต้องมีจุดชมวิวแม่น้ำสองสีที่น่าชมอย่างยิ่งปลาส้มปากน้ำไชยบุรี เมนูอร่อยล้ำต้องลองรับรองจะติดใจ!ซากเมืองเก่าไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน คือประจักษ์พยานของอาณาจักรศรีโครบูรที่เคยรุ่งเรืองอยู่ ณ จุดนี้ เมื่อประมาณ พ.ศ. 1000-1500วัดเก่าแห่งไชยบุรี ได้รับการบูรณะสมัยฝรั่งเศสยึดครอง โดยนำศิลปะแบบโคโลเนียลเข้าไปประยุกต์ใช้ได้อย่างลงตัวซากเจดีย์เก่าของอาณาจักรศรีโคตรบูร แม้จะผุพังไปตามกาลเวลา ทว่ายังเปี่ยมด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์
เมืองเก่าท่าอุเทน เต็มไปด้วยบ้านเรือนโบราณที่เปี่ยมด้วยสถาปัตยกรรมโคโลเนียลอันสวยงาม โดยเฉพาะบ้านศรีอุเทน ที่เป็นตึกปูนสองชั้น ตั้งอยู่กลางชุมชน สามารถปั่นจักรยานจากพระธาตุท่าอุเทนมาถึงได้สบายมาก‘แหล่งเรียนรู้ไดเสาร์ท่าอุเทน’ คืออีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว Unseen ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะเราจะได้ชมรอยเท้าไดโนเสาร์นกกระจอกเทศ และอีกัวดอน รวมถึงรอยเท้าจระเข้ขนาดเล็ก จำนวนร้อยๆ รอย อายุกว่า 100 ล้านปี ค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2544 นักธรณีวิทยาสันนิษฐานว่าในช่วงเวลานั้น (ยุคครีเตเชียสตอนต้น) บริเวณนี้น่าจะเป็นริมฝั่งน้ำที่ไดโนเสาร์ต่างๆ มาหากิน โดยเฉพาะไดโนเสาร์นกกระจอกเทศที่อยู่กันเป็นฝูงไชยบุรี ท่าอุเทน นครพนม มีอะไรให้ค้นหามากมายจริงๆ เที่ยวกันจนเหนื่อยล่ะ แวะดื่มน้ำเย็นๆ ก่อนดีกว่าเนอะปิดท้ายทริปเมืองรองนครพนมอันแสนประทับใจ ด้วยการเติมพลังไข่กระทะ กับขนมปังบาแกตต์ ให้มีแรงเที่ยวต่อแล้วก็แน่นอนว่า ต้องลิ้มลองอาหารพื้นบ้านอย่างข้าวปุ้นน้ำนัว ข้าวปุ้นน้ำแจ่ว หมูยอ รวมถึงอาหารอีสานครบชุดใหญ่ เป็นการสั่งลานครพนมอย่างประทับใจ

บอกแล้วว่า นครพนมเป็นเมืองมีเสน่ห์จริงๆ ในทุกด้าน ใครมาก็ต้องหลงรักเมืองรองแห่งนี้แน่นอนจ้า

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ ททท. สำนักงานนครพนม โทร. 0-4251-3490-1 / tatphnom@tat.or.th

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *