จากสมุทรสงครามถึงสมุทรสาคร วิถีสามน้ำ ความงามไร้ขีดจำกัด

ทริปนี้โชคดี เราได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนเมืองรองสุดน่ารักอย่าง จ.สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม กับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมงาน “เนรมิตอัมพวา” ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 11-20 กันยายน 2569 ตื่นตากับแสงสีพลุไฟยามค่ำคืนที่ตลาดน้ำอัมพวา แถมยังได้เที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวรายทาง ที่ล้วนมีเสน่ห์ มีคุณค่า และพิเศษในตัวเอง เที่ยวง่าย เที่ยวกันได้ทั้งครอบครัวเลยครับ

ที่สะพานเชื่อมใจอัมพวา ทุกคืนในช่วงการจัดงาน จะมีการแสดง Light & Sound วันละ 3 รอบ เวลา 19.00 , 20.00 และ 21.00 น.

แสงสีตื่นตาสะท้อนผืนน้ำในยามราตรี ปลุกชีวิตตลาดน้ำอัมพวาให้สดใสน่าเที่ยวชม
สองฝั่งทางเดินในตลาดน้ำอัมพวายามค่ำคืน ได้รับการประดับประดาด้วยไฟหลากสี เดินเที่ยว กิน ช้อป ถ่ายรูปกันได้ไม่อั้น
นอกจากงาน “เนรมิตอัมพวา” แล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงเชื่อมโยง จ.สมุทรสคร-สมุทรสงคราม ให้แวะชมอีกเพียบ
จุดแรก “สะพานแดงชมโลมา” ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร ปรับโฉมใหม่ จากสะพานไม้กลายเป็นสะพานปูนแข็งแรงทนแดดทนฝน เดินเที่ยวชมวิวทะเลรับลมธรรมชาติได้ปลอดภัย ระยะทาง 700 เมตร ฝั่งขวาเป็นป่าชายเลน ฝั่งซ้ายเป็นแนวไม้ปักกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง ยามน้ำลดช่วงเช้าๆ จะเห็นปูก้ามดาบขึ้นจากรูมาเดินหากิน แต่ที่ว้าวมาก คือฝูงนกชายเลนนานาชนิดบินร่อนไปมาหลายร้อยตัว เยอะสุดคงเป็นฤดูหนาว ส่วนโลมาอิรวดี (โลมาหัวบาตร) ต้องมาดูตอนน้ำขึ้น แต่ก็ต้องลุ้นเอาเองว่าจะเห็นรึเปล่า
เดินทอดน่องบนสะพานแดง สูดโอโซนบริสุทธิ์ริมทะเลสมุทรสาคร ช่วงเช้าน้ำลด เผยให้เห็นพื้นดินเลนชายหาดกว้างสุดลูกหูลุกตา ระหว่างทางมีศาลานั่งพักชมวิวแบบ Slow Life ด้วย
สะพานแดงสมุทรสาคร เงียบสงบเป็นธรรมชาติสุดๆ ถ้าต้องการหลีกหนีจากเมืองใหญ่ออกมาพักผ่อน ที่นี่คือคำตอบเลยล่ะ
ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม บรรยากาศโรแมนติกมากๆ
นอกจากฝูงนกชายเลนที่เดินหากินอยู่บนพื้นเลนยามน้ำลดแล้ว เราจะได้เห็นฝูงนกปากห่างบินร่อนอย่างกับเจ้าเวหา
ที่นี่คือแหล่งหากินของนกชายเลนนานาชนิดได้ตลอดปี เพราะพื้นดินเลนมีอาหารอุดมสมบูรณ์
พืชพรรณ นก และสัตว์เล็กสัตว์น้อย หากินผูกพันกันเป็นระบบนิเวศบนชายหาดนี้
จุดกึ่งกลางสะพานแดงสมุทรสาคร มีศาลานั่งพักชมวิวด้วย จุดนี้เหมาะชมพระอาทิตย์ขึ้นมากๆ
ถ้ามาแล้วไม่เจอโลมาอิรวดีตัวจริง ก็ถ่ายภาพ Check In กับรูปปั้นน้องโลกมาน่ารักๆ ได้เหมือนกันนะ
จากสมุทรสาครเราเดินทางเข้าสู่ “ชุมชนบ้านบางพลับ” ต.บางพรม อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมดั้งเดิม ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังทำสวนผลไม้แบบปลูกยกท้องร่อง และไม่ใช้ยาฆ่าแมลง อีกทั้งความเป็นเมืองสามน้ำ จืด-กร่อย-เค็มสลับกัน ก็ยิ่งทำให้พืชผักผลไม้รสชาติเป็นเลิศ อย่างส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่, ลิ้นจี่, ชมพู่ และมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้วที่ชุมชนบางพลับเป็นแหล่งท่องเที่ยว Agro-Tourism ที่ก้าวสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้เต็มรูปแบบ
“ส้มโอพันธุ์ชาวใหญ่” อันมีชื่อเสียงของบ้านบางพลับ เคยประกวดชนะอันดับ 1 ของประเทศ และได้ขึ้นทะเบียน GI (Geographical Identification) คือเป็นผลไม้เฉพาะถิ่นบ่งชี้สภาพทางภูมิศาสตร์ ซึ่งกำเนิดและพบได้ที่บ้านบางพลับสมุทรสงครามเท่านั้น
“ส้มโอพันธุ์ชาวใหญ่” เป็นพืชเศรษฐกิจซึ่งยังปลูกด้วยวิธีการยกร่องด้วยระบบน้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติแบบโบราณ ลักษณะพิเศษอันโดดเด่นคือ ลูกใหญ่สมชื่อ น้ำหนักราวๆ 1.2-2.5 กิโลกรัม เปลือกสีเขียวอมเหลืองสวยงาม ไม่มีเมล็ดหรือเมล็ดลีบเล็ก เนื้อในสีขาวอมเหลืองหรือสีน้ำผึ้งเบียดกันแน่น รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย เนื้อแห้งกำลังดี และเก็บไว้ได้นาน
ส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่บ้านบางพลับ ใหญ่อวบและอร่อยสมชื่อ
ที่บ้านบางพลับมีฐานเรียนรู้ให้เราได้ทดลองทำขนมพื้นบ้านด้วยตัวเอง วันนี้เราทำ “ขนมเรไร” (ขนมรังไร) ขนมไทยพื้นบ้านหาชิมยากอันมีชื่อเสียงของชุมชน เป็นขนมที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 ในอดีตทำจากแป้งท้าวยายม่อม นวดแป้งแล้วกดด้วยแม่พิมพ์ไม้คล้ายคีมหนีบ ให้กลายเป็นเส้นเล็กๆ คล้ายรังนก
ขนมรังไร (เรไร) หลากสี ที่ผ่านการกดและปั้นเป็นก้อนกลมๆ พร้อมนำไปนึ่งให้สุก
เวลากินขนมรังไร (เรไร) เราต้องราดน้ำกะทิ โรยน้ำตาลผสมงา และมพร้าวขูดด้วย หอมอร่อยชื่นใจดีแท้
“ผลไม้แช่อิ่มกลับชาติ” ภูมิปัญญาพื้นบ้านของคนบางพลับ ในการถนอมอาหารและแปรรูปผักที่มีรสชาติสุดโต่ง อย่างขมจัด เผ็ดร้อน เปรี้ยวฝาด ให้กลับมีรสชาติหวานฉ่ำรับประทานง่าย แม้แต่บอระเพ็ด มะระ มะนาว ฯลฯ ก็กลายเป็นขนมกินเล่นไปเลย
มื้อเที่ยงที่บ้านพบางพลับ สุดประทับใจกับอาหารพื้นบ้านแบบง่ายๆ แต่อร่อยล้ำ ยำหัวปลี, แกงกุ้งกระดองกรุบ, ไข่พะโล้, ปลาทูแม่กลองทอด หน้างอคอหัก ฯลฯ ตบท้ายด้วยส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่
“แกงกุ้งกระดองกรุบ” แกงไทยโบราณ อาหารพื้นบ้านขึ้นชื่อของชุมชนบางพลับ ที่มีน้ำแกงรสชาติเผ็ดหวานเค็มผสานกันอย่างละมุน ใส่กุ้งสดเนื้อเด้งสู้ปาก และกระดองกรุบก็คือกะลามะพร้าวอ่อนนั่นเอง ปัจจุบันหาทานยากแล้ว
สินค้า OTOP หลากหลายของชุมชนบางพลับ ล้วนแปรรูปจากพืชผักผลไม้ในสวน อย่างน้ำมันบำรุงผิวจากดอกส้มโอ หอมมากๆ
เราเดินต่อสู่อีกแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย “สิริสมปอง มะม่วงหาวมะนาวโห่ Farm & Cafe” ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม แหล่งท่องเที่ยว Agro-Tourism พร้อมคาเฟ่สุดโมเดิร์นริมน้ำแม่กลอง บรรยากาศสวนเมืองร้อนร่มรื่นด้วยไม้ดอกไม้ใบสดชื่นมาก ที่นี่เริ่มต้นจากคนรุ่นพ่อแม่ปลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่ขายต้นพันธุ์และผล ทว่าปัจจุบันคนรุ่นลูกได้พลิกโฉมพัฒนาด้วยนวัตกรรมทำให้สวนพ่อแม่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดชิว
เครื่องดื่ม Signature ของสิริสมปอง Farm & Cafe คือ “น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่” ที่มีทั้งแบบเพียวๆ และใส่พริกเกลือเพิ่มความจี๊ดจ๊าด รสชาติหวานอมเปรี้ยวกำลังดี ดื่มชื่นใจ แถมมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูงปรี๊ด ช่วยต้านมะเร็ง ผิวดี ชะลอวัยได้ยอดเยี่ยม
น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ปั่นใส่พริกเกลือนิดๆ เพิ่มความจี๊ดจ๊าด
กิจกรรม DIY น่ารักๆ ที่สิริสมปอง Farm & Cafe คือการทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ โดยใช้สีจากน้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่
ซื้อสินค้าแปรรูปจากมะม่วงหาวมะนาวโห่กลับไปฝากคนที่บ้าน มีทั้งแยม, น้ำไซเดอร์, มะม่วงหาวมะนาวโห่กวน, ไอศกรีม ฯลฯ
นั่งจิบน้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ตรงมุมริมน้ำแม่กลอง ปล่อยกายใจไปกับความสงบเย็นของธรรมชาติตรงหน้า
จังหวัดสมุทรสงครามยังมีแหล่งท่องเที่ยวให้ไปเยือนอีกมาก เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย เที่ยวได้ตลอดปี “ตลาดน้ำอัมพวา” แม้จะเปลี่ยนไปมากจากภาพในอดีต ทว่าเสน่ห์และจิตวิญญาณที่แท้จริงของอัมพวาก็ยังคงอยู่ ลองไปล่องเรือหรือเดินเล่นในร้านค้าสองฝั่งคลอง พูดคุยกับผู้คน ช้อปปิ้ง ชิมอาหารอร่อย เป็นความสุขเรียบง่ายที่เราค้นพบ ณ อัมพวา
“ตลาดร่มหุบ” ที่สถานีรถไฟแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ก็ยังคงโด่งดังติดลมบนไม่เสื่อมคลาย สมัยก่อนชาวบ้านเรียกว่า “ตลาดริมทางรถไฟ” หรือ “ตลาดเสี่ยงตาย” เพราะแผงขายของวางอยู่บนพื้นประชิดติดรางรถไฟเลย พอรถไฟวิ่งมาพ่อค้าแม่ค้าก็ต้องรีบหุบร่มกับผ้าใบในพริบตา เหมือนโชว์ที่สนุกทุกรอบที่รถไฟแล่นเข้าสถานีแม่กลอง แต่ขอเตือนว่าใครไปถ่ายรูปท่ีนี่ต้องระวังความปลอดภัยด้วย อย่าห่วงแต่เซลฟี่ตัวเองล่ะ! เวลารถไฟเข้าออกสถานีแม่กลองมีวันละ 8 รอบ ไปเที่ยวกันได้ตามสะดวกเลยจ้า
สมัยก่อนของที่วางขายอยู่ริมทางรถไฟจะมีแต่พวกพืชผักผลไม้และปลาทะเล ผิดกับทุกวันนี้ที่มีสินค้าเหมือนตลาดสำเพ็งเอาใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อเวลาเปลี่ยนไป หลายสิ่งก็เปลี่ยนตาม
จากสถานีรถไฟแม่กลองตลาดร่มหุบขับรถไปอีกไม่ไกลก็ถึง “วัดใหญ่สมุทรสงคราม” (วัดโคกเนิน) วัดโบราณอายุกว่า 300 ปีสมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริมน้ำแม่กลอง เป็นศูนย์รวมใจรวมศรัทธาของผู้คนมาช้านาน สถานที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อองค์ดำ” ซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่องค์ในโลก สถาปัตยกรรมเดิมของโบสถ์เก่าเป็นแบบมหาอุตม์ คือมีประตูเข้าออกทางเดียว แต่ปัจจุบันมี 3 ประตูแล้ว
กราบสักการะ “หลวงพ่อองค์ดำ” วัดใหญ่แม่กลอง ลักษณะองค์ท่านจำลองพุทธศิลป์มาจากหลวงพ่อองค์ดำที่เมืองนาลันทา ประเทศอินเดีย แกะสลักด้วยหินสีดำเช่นเดียวกัน
สะพานแขวนเมืองแม่กลอง Landmarkใหม่ข้ามแม่น้ำแม่กลองบริเวณหน้าวัดใหญ่ ตื่นตากับสะพานแขวนทรงโมเดิร์นยาวกว่า 120 เมตร ที่มีเสารูปลาทูและกลองยักษ์ อันเป็น Sinatue ของสมุทรสงคราม
ชมวิวมุมสูงบนสะพานแขวนแม่กลองได้สบาย เพราะตรงเชิงสะพานด้านวัดใหญ่มีหอคอยรูปกลองยักษ์ ให้เดินขึ้นไปจนสุดด้านบน ชมวิวพาโนรามา 360 รอบตัว แต่ถ้าใครกลัวความสูงจะไม่ขึ้นไปสุดก็ได้ แค่เดินเล่นถ่ายภาพบนสะพานก็แฮปปี้แล้ว
เมื่อเดินขึ้นไปสุดด้านบนหอคอยชมวิวเชิงสะพานด้านวัดใหญ่จะเห็นวิวตัวเมืองแม่กลองได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา พร้อมด้วยองค์หลวงพ่อบ้านแหลมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ยืนตระหง่านให้พรกับผู้มาเยือน
หลวงพ่อบ้านแหลมองค์ใหญ่ที่สุดในโลก
จากด้านบนหอคอยชมวิวจะเห็นธรรมชาติสวนมะพร้าวและบ้านเรือนวิถีชีวิตริมน้ำแม่กลองที่ไม่เคยหลับใหล
การมาเยือนสมุทรสงครามจะสมบูรณ์ไม่ได้เลย ถ้าเราไม่ได้ชิมอาหารพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะหลากเมนู อาทิ “ปลาทูซาเตี๊ยะ” อาหารถิ่นแม่กลองอันขึ้นชื่อมาช้านาน รสหวานเค็มกลมกล่อม ตัดด้วยเปรี้ยวอ่อนๆ ของมะขามเปียกหรือสับปะรด คล้ายปลาทูต้มเค็ม แต่ใส่สมุนไพร แล้วต้มจนน้ำขลุกขลิก
“ปลาทูแม่กลองทอดราดพริกสามรส” อีกหนึ่งอาหารแม่กลองที่ดูธรรมดา ทว่าอร่อยล้ำด้วยความมันของปลาทูตัวเล็ก สดใหม่ตามแบบฉบับทะเลสมุทรสงคราม
“หอยหลอดผัดฉ่า” อาหารพื้นบ้านอันโด่งดังของสมุทรสงคราม ที่ชนะการโหวตอาหารถิ่นประจำจังหวัดในโครงการ “Thailand Best Local Food : รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste” อร่อยด้วยหอยหลอดที่สดและหวานเด้งจากดอนหอยหลอด ผสานกับเครื่องเทศรสจัดจ้าน ถูกปากคนไทยดีนักแล
ระหว่างทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ริมถนนพระราม 2 เราแวะสัมผัสความพิเศษและน่ารักที่ “ร้านกาแฟใส่เกลือ Salt Lake De Maeklong” ขอบอกว่าเก๋มาก เพราะเขานำเกลือสมุทร (เกลือทะเล) ที่เป็นสินค้าหลักอย่างหนึ่งของคนสมุทรสงคราม มารังสรรค์เป็นกาแฟใส่เกลือได้ลงตัว แต่ก็มีเครื่องดื่มและขนมอื่นๆ อีกมากมายเสิร์ฟด้วยนะ
เพลินกับวิวนาเกลือโล่งกว้างหายใจได้เต็มปอด มีชิงช้า กังหันลมวิดน้ำ และจุด Check In เพียบ ที่นี่เขาจะทำเกลือกันจริงๆ ในฤดูร้อนตอนเดือนเมษายน ช่วงนั้นจะเห็นภาพนาเกลือสีขาวผืนใหญ่ และการเก็บเกลือมาวางไว้เป็นกองๆ เรียงกันอย่างสวยงาม
กาแฟใส่เกลือและขนมอร่อยๆ พร้อมเสิร์ฟ
อย่าลืมซื้อเกลือสมุทรเป็นของฝากหลับบ้านด้วยนะจ๊ะ
จากสมุทรสงครามถึงสมุทรสาครทริปนี้ เราได้สัมผัสมิติเรื่องราวอันหลากหลาย ทั้งธรรมชาติ วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ ศาสนา อาหารอร่อย และชุมชนน่ารัก รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว Man Madeใหม่ๆ ของเมืองริมทะเลภาคกลางสุดน่ารัก ที่ครบเครื่องในตัวเองจริงๆ




คำตอบคือมีอยู่จริงที่ 
สตูดิโอน้อยน่ารักริมทุ่งนาแห่งนี้ เป็นของ 
ใครที่รู้สึกเครียด หมดพลังชีวิต หมดไฟ หรือมีความวิตกกังวล นอนไม่ค่อยหลับ ติดอยู่ในวังวนความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ลองมาหาครูเป้แค่ 











จากด้านหน้าสตูดิโอ เดินเลี้ยวผ่านสวนไปข้างบ้านครูเป้ จะถึงส่วนที่เป็น 
ความสุขเล็กๆ ที่สร้างรอยยิ้มได้แบบ infinity ณ 
ความบริสุทธิ์สดชื่นของดอกบัวน้อยๆ คือของขวัญจากธรรมชาติที่สตูดิโอ 
ให้ธรรมชาติและความสงบช่วยเยียวยากายใจ ที่
หลังจากลองถอดรองเท้าเดินบนลานหินแม่น้ำกันแล้ว ก็ต่อด้วย
ส่วนสำคัญมากอย่างหนึ่งในการมา 
เมื่อเปลี่ยนชุดพร้อมเปียกกันแล้ว เราก็ต้องชำระล้างร่างกายให้สะอาด ด้วยการ
เริ่มลง 




แช่ Ice Bath เสร็จแล้วก็ถึงเวลา 



อิ่มท้อง อิ่มใจ นั่งกินมื้อเที่ยงแสนอร่อยกันตรง 
วันนี้มีข้าวไรซ์เบอร์รี่ร้อนๆ กินกับไข่ยัดไส้, แกงส้มกุ้งภาคกลาง, กะหล่ำผัดน้ำปลา และน้ำพริกผักลวก
หลังจากมื้อเที่ยงแล้ว ก็ถึงไฮไลท์ของวันนี้ คือ

นอกจากขันทิเบตชุดใหญ่ชุดเล็กแล้ว ยังมีอุปกรณ์อีกมากมายที่ครูเป้สรรหามาประกอบการบำบัด




ไม่น่าเชื่อว่าเวลาแค่วันเดียวที่ 








สถานีรถไฟใหม่ของหัวหิน
ยามค่ำคืนสถานีรถไฟเก่าหัวหินมีการประดับประดาไฟระย้าไว้อย่างงดงาม
หลังจากเช่ามอเตอร์ไซค์ที่ตัวเมืองหัวหิน ก็ขับมาเรื่อยๆ เปื่อยๆ ไม่เกิน 40 นาที ก็ถึง

ระหว่างทางผ่าน
ใช้ถนนเส้นเลียบทะเลจากปราณบุรี ขับมอเตอร์ไซด์มาถึง
ความน่ารักของตลาดลงเล


ถึงทางเข้า 

ภายในเต็นท์โปร่งโล่งสบายอยู่ใต้ป่าสนทะเล
ก่อนแสงอาทิตย์จะหมด 









มีศาลาชมวิวริมทะเลด้วย Perfect!
บรรยากาศสุดชิว ฮิปสเตอร์มากๆ
มีอาหารเช้าแบบง่ายๆ และกาแฟอร่อยแค่แก้วละ 50 บาท พร้อมด้วยซุ้ม DIY ศิลปะ
ซื้อของกินเสร็จแล้วก็มานั่งละเลียดกินเคล้าวิวทะเล


วิถีประมงเขากะโหลก
ตลาดประมงพื้นบ้านเขากะโหลก
กุ้งหอยปูปลายังมีอุดมสมบูรณ์ที่นี่




ปากน้ำปราณบุรี
ปากน้ำปราณบุรี
รีบเดินทางต่อไปที่ 
ป่าสนธรรมชาติผืนใหญ่ของวนอุทยานปราณบุรี
ใครไม่ใช่สายปั่นจักรยาน แต่เป็นสายชิว
ก่อนถึงตัวเมืองหัวหิน จุดหมายสุดท้ายคือ 
เข้าถึงตัวเมืองหัวหินก็เย็นย่ำพอดี รีบมาหามื้อเย็นกินที่ 




เคยมาเดินเที่ยวชมบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาแถว 

จากห้องแถวเก่าแก่ย่านท่าเตียนที่ renovate จนดู Modern สะอาดตา ถึงวันนี้ร้านเปิดมากว่า 5 ปีแล้ว เริ่มต้นจากการเป็นร้านอาหารสุขภาพของ 

แม้จะเป็นร้านไม่ใหญ่โต ทว่าบรรยากาศให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นมิตร และมีเสิร์ฟมากกว่าอาหารหลัก เพราะ 
หนึ่งใน 

หนึ่งในเมนูยอดฮิตของ 


ไม่ได้หน้าตาดูดีอย่างเดียว แต่ยังอุดมคุณค่าทางอาหารมากๆ ด้วย
สำหรับคนที่ชอบขนมหวานแบบวีแกนแท้ๆ
หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักของ 







บทกลอนด้านหลังขวดน้ำใบบัวบกผสมนมข้าวโอ๊ต
ขนมอร่อยอีกอย่างที่ห้ามพลาดชิม คือ 

นอกจากอาหารวีแกนร้อยเปอร์เซนต์ที่ดีต่อสุขภาพแล้ว
เทียนหอมธรรมชาติในกะลามะพร้าวเก๋ไก๋ของ ร้าน
ด้านหน้า 
อย่าลืมนะครับ ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศ มานั่งทานอาหารสุขภาพในร้านเล็กๆ น่ารัก อัดแน่นด้วยคุณภาพ สร้างสรรค์ และความใส่ใจ ต้องไม่ลืม 











ใน พ.ศ. 2375 ครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) โปรดเกล้าฯให้ บูรณะวัดโพธิ์ใหม่ ทรงให้หล่อรูปฤษีดัดตนเป็นโลหะ และรวบรวมตำราการนวดและตำราการแพทย์จารึกในวัดโพธิ์ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปศึกษา และนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ จนถือว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของสยามเลยทีเดียว ใน พ.ศ. 2499 พระบาทสมเด็จพระปิยะมหาราช (รัชกาลที่ 5) ทรงโปรดเกล้าฯให้แพทย์หลวงสังคายนาและแปลตำราแพทย์จากภาษาบาลีและสันสกฤตเป็นภาษาไทย เรียกว่า
ปัจจุบัน 


เปลี่ยนเสื้อผาเสร็จแล้ว


นอกจากบริการนวดแผนไทยแล้ว
มาใช้บริการนวดแผนไทยที่ศูนย์สุขภาพเชตวันแล้ว อย่าลืมไปสัมผัสขนมและเครื่องดื่มสุขภาพที่

ตอนนี้มีเครื่องดื่มใหม่ล่าสุดให้ชิม 
นอกจากนี้
ขนมละลานตาน่าลิ้มลองที่ 


เรื่อง/ภาพ สุเทพ ช่วยปัญญา สำนักข่าวท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม 

สถานีจุฬาลงกรณ์ ราชบุรี


จุดแรกที่มาถึงก็คือ
ส่วนกลุ่มที่ 2 รวมกลุ่มกันถ่ายรูปหมู่กับป้ายหน้าโครงการฯ เสร็จแล้วใครจะถ่ายรูปเช็คอินส่วนตัวก็เชิญตามสบาย จากนั้นก็นั่งรถราง ชมฐานกิจกรรมต่างๆของโครงการฯ อ่างเก็บน้ำเขาชะงุ้ม ต้นไม้ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปลูก และแวะถ่ายรูปหมู่กันที่ฐานปลูกผักสวนครัวกันอีก 1 จุด
มื้อกลางวันทานอาหารท้องถิ่นแบบโต๊ะไทย
นั่งรถรางชมฐานกิจกรรมต่างๆเสร็จแล้วก็ได้เวลา มื้อกลางวันทานอาหารท้องถิ่นแบบโต๊ะไทย เมนูประกอบไปด้วย น้ำพริงกะปิชะอมชุบไข่ทอด แกงคั่วหมูผักทอง ไข่พะโล้หมูเต้าหู้ ปลานิลทอดสมุนไพร และผัดผักรวมมิตรน้ำมันหอย ปิดท้ายด้วยของหวานกล้วยบวชชี อร่อยรสชาติ แบบท้องถิ่น ทุกเมนู
กิจกรรมปลูกหญ้าแฝก ป้องกันหน้าดินพังทะลาย
หลังอาหารมื้อกลางวัน นักท่องเที่ยวร่วมกันทำกิจกรรม
เพียงแค่แกะถุงดำออกให้เหลือแต่ต้นกล้าหญ้าแฝก แกะเสร็จก็วางลงไปในร่อง แล้วเอาดินที่ขุดเป็นร่องอยู่ข้างๆกลบต้นกล้าลงไป ใครจะปลูกกี่ต้นก็ได้ตามอำเภอใจ จากนั้นก็ไปเอาฝักบัวรดน้ำมารดให้ต้นกล้าได้ชุ่มช่ำสดชื่น มีน้ำเพียงพอในการฟื้นตัว หลังจากที่นักท่องเที่ยวปลูกหญ้าแฝกเสร็จกลับไปแล้ว แต่เจ้าหน้าก็ยังต้องดูแลให้หญ้าแฝกเจริญเติบโตต่อไปได้ 


กราบพระรับพรมน้ำมนต์ที่



ช่วงบ่ายคณะนักท่องเที่ยวไปร่วมกันถวายเทียนพรรษาที่ 
เสร็จจากถวายเทียนพรรษาแล้วก็มาพัก
นอกจากนี้ยังมีห้องต่างๆให้ลูกค้าเลือกใช้บริการได้หลายรูปแบบ บรรยายกาศแบบการ์เดน นั่งทานกาแฟในสวน ก็มีให้นั่งถ่ายรูปเก๋ๆได้หลายมุม 
ตรงข้ามวัดหนองหอยมี




ก่อนเข้ากาดก็ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันอีกแล้ว ภายตลาดมีการแสดงย้อนยุคไทยวนบนเวที สินค้าโอท๊อปในชุมชนให้เลือกซื้อหลากหลาย อาหารก็มีผัดไทยกระธงดอกบัว ขนมจีนน้ำยาไข่ต้ม แต่ที่นักท่องเที่ยวตามหากันก็คือร้านหัวไชโป๊ราชบุรี เจอร้านแล้วปรากฏว่านักท่องเที่ยวพากันซื้อเหมาหมดร้านเรียบร้อย 








จากสถานีรถไฟเพชรบุรี ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ด้วยรถบัสปรับอากาศอย่างดี
แหลมหลวงในช่วงกลางวันน้ำทะเลจะลดระดับลง เผยให้เห็นหาดทรายสีน้ำตาลอ่อน 





เมื่อปล่อยลูกปูเสร็จแล้ว คณะเดินทางต่อไปที่

ได้เวลาอาหารเที่ยง ก็ถึงเวลาล้ิมลองอาหารทะเลสดอร่อยของเพชรบุรี ณ


อิ่มเอมเปรมปรีกับอาหารเที่ยงแล้ว เดินทางเลียบทะเลด้วยรถบัสอีกเพียง 10 นาที ก็ถึง
ฟังบรรยายสรุปความเป็นมาและกิจกรรมของ
ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกบริเวณด้านหน้าอาคาร
การเยี่ยมชมพื้นที่และกิจกรรมของ โครงการฯ แหลมผักเบี้ย ใช้รถพ่วงนั่งได้คันละ 35 คน แล่นไปตามจุดต่างๆ ใช้เวลารอบละ 25 นาที จุดแรกผ่านไฮไลท์คือ

เดินศึกษาพรรณไม้ชายเลนหลากหลายชนิด


ออกจากโครงการฯ แหลมผักเบี้ย ใช้ถนนเส้นเลียบทะเลอำเภอบ้านแหลมไปอีกไม่เกิน 15 นาที ด้านขวามือก็จะพบกับ 
พื้นที่กว่า 82 ไร่ ของโครงการฯ เป็นนาเกลือร้างที่ได้รับการบริจาคมา จึงสามารถสื่อถึงเรื่องราว 
ชมการเพาะเลี้ยงและคัดแยกสาหร่ายพวงองุ่น



มาถึงฟาร์มทะเลตัวอย่างฯแล้ว ต้องไม่พลาดชิมเครื่องดื่มนวัตกรรมใหม่
หมุดหมายสุดท้ายของทริปนี้ คือการเดินทางกลับจากแหลมผักเบี้ยเข้าสู่อำเภอเมืองเพชรบุรี เพื่อช้อปปิ้งซื้อของฝากกลับบ้านที่ 







เสน่ห์ของทะเลกระบี่ คือน้ำทะเลใสและเกาะแก่งหินปูนรูปทรงแปลกตา มีชื่อเสียงระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นทะเลแหวก, เกาะปอดะ, เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน, เกาะห้อง, เกาะไหง, เกาะลันตา, อ่าวมาหยา ฯลฯ เที่ยวชมได้สวยงามที่สุดช่วงเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม
ด้วยความจุผู้โดยสารกว่า 350 คนต่อเที่ยว
ครั้งหนึ่งในชีวิต ได้ดูพระอาทิตย์ตกแสนโรแมนติกกลางทะเล บนเรือยอร์ชสุดหรู
ห้องโดยสารมีหลายชั้น ติดแอร์เย็นฉ่ำ พร้อมด้วยที่นั่งนุ่มสบาย ปรับเอนได้ แบบที่นั่งเครื่องบิน


บริการพร้อมรอยยิ้ม ตลอดการเดินทางล่องทะเลกับ 

เรือหัวโทงทยอยแล่นกลับเข้าสู่ท่าเรือหาดนพรัตน์ธารา
ท่าเรือหาดนพรัตน์ธาราในยามเย็น
ยืนเหม่อมองรับลมทะเลอย่างมีความสุข บนดาดฟ้าชั้นบนสุดของ 
รอยยิ้มแห่งความสุข บน
หลังเรือแล่นออกจากท่าหาดนพรัตน์ธาราได้ประมาณ 40 นาที ก็ได้ชมเกาะและภูมิทัศน์ชายฝั่ง เป็นภูเขาและหน้าผาหินปูนรูปทรงแปลกตา
เก็บภาพประทับใจไว้อวดเพื่อนๆ พร้อมรับลมทะเลแสนสดชื่นบนดาดฟ้า


วินาทีที่เรารอคอย
วิวหลักล้านกับความงามสุดโรแมนติก พระอาทิตย์ตกลงทะเลที่ทะเลแหวก จ.กระบี่

แม้ดวงอาทิตย์จะตกลงทะเลลับเส้นขอบฟ้าไปแล้ว ทว่าอีก 30 นาทีต่อจากนั้น ผืนฟ้าก็ยังมีแสงสีสวยงามยิ่งใหญ่อลังการ น่าตื่นตาตื่นใจ
เกือบ 20.00 น. 

ความสวยงามดังกล่าว ไม่ได้กล่าวขานกันเฉพาะในหมู่นักท่องเที่ยวไทยเท่านั้น ทว่าในปี 2566 นี้เอง 


ยามเช้าที่ฟ้าเปิดแดดเจิดจ้า คลื่นลมสงบ เรือประมงดัดแปลงสองชั้นค่อยๆ แล่นออกจากท่าเรือปากเมง ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 40 นาที ก็ถึง
บริเวณหน้าหาดซันเซ็ท จะแลเห็นทิวสนทะเลสีเขียวเป็นพุ่มแน่นขนัดเรียงราย ถัดลงมาเป็นหาดทรายสีขาวและสีเหลืองอ่อนนวลตา ทอดตัวยาวเกือบ 3 กิโลเมตร คลื่นน้อยค่อยๆ ทยอยกันสาดซัดเข้าคลอเคลียเม็ดทรายละเอียดเนียนนุ่ม แผ่นน้ำสีเขียวมรกตนั้นมีความใสไม่ต่างจากกระจก มองลงไปเห็นริ้วทรายเบื้องล่าง รวมถึงแนวปะการังแข็ง และฝูงปลาเล็กๆ ที่ว่ายเข้ามาทักทายพวกเรา





เดินเล่นริมหาดเงียบสงบ ปล่อยตัวและหัวใจไปกับความงามของท้องทะเล และหาดทรายสวยที่สุดในโลก
บรรยากาศแห่งความสุขล่องลอยอยู่ในทุกอณูของเกาะกระดาน







แดดเจิดจ้าฟ้าใสสีคราม น่าลงเล่นน้ำซะจริงๆ นะ





























(ขอบคุณภาพจาก คุณสุเทพ ช่วยปัญญา The Way News.com)























