รมช.กระทรวงศึกษธิการ เดินหน้าหลักสูตร Coding หนุนเด็กไทยสู่ศตวรรษที่ 21

เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2562 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงนโยบายหนุนหลักสูตร Coding เพื่อพัฒนาคนไทยก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 พร้อมพัฒนาหลักสูตรให้เป็นรูปธรรม ให้ทันโลกยุคดิจิทัล และเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

หนึ่งในภารกิจสำคัญที่กำลังมีการทำอย่างเร่งด่วน การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ และพัฒนาศักยภาพคนไทยทุกช่วงวัย โดยเป้าหมายแรกที่จะผลักดันให้ประสบความสำเร็จคือ การเรียนภาษาคอมพิวเตอร์ หรือ โค้ดดิ้ง (Coding) ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เพื่อมุ่งหมายที่จะเสริมสร้างทักษะการใช้ชีวิตสู่ระบบ มีเหตุ มีผล และมุ่งหวังให้เยาวชนไทยใช้ชีวิตก้าวทันโลกในศตวรรษที่ 21
รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ Coding โดยกำหนดไว้ในนโยบายการศึกษาของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาไปแล้ว และกระทรวงศึกษาธิการก็มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการสื่อสารภาษาต่างๆ ของเด็กไทย ทั้งภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ ตลอดจนภาษาคอมพิวเตอร์ หรือ Coding ซึ่งเป็นทักษะภาษาใหม่ที่จะใช้สื่อสารกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีในอนาคต ทำให้เข้าใจการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) และหุ่นยนต์ สอดคล้องกับการเตรียมกำลังคนของไทย ให้มีทักษะเท่าทันโลกยุคดิจิทัล มีอาชีพ ตลอดจนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
นอกจากความรู้ด้านภาษาไทยและภาษาอังกฤษแล้ว เด็กไทยต้องมีความรู้ภาษคอมพิวเตอร์ หรือ Coding ด้วย ซึ่งเป็นทักษะใหม่ในยุคนี้และเด็กสามารถเรียนรู้ได้ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา เพื่อให้เกิดทักษะที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันที่เรียกว่า ‘Coding for all , all for coding’ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่าจะเริ่มนำร่องสอนภาษา Coding ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยจะมีการอบรมครูสอน Coding จำนวน 1,000 คน ในเดือนตุลาคมนี้ พอเปิดเทอมในเดือนพฤศจิกายนก็สามารถสอนได้เลย กระทรวงศึกษาธิการพร้อมขับเคลื่อน Coding ทั้งในเรื่องอุปกรณ์และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญจากสถาบันการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) การเรียนการสอน Coding จะเริ่มขึ้นในชั้น ป. 1-3 ก่อน เป็นการเรียนการสอนที่ไม่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เรียกว่า Unplugged Coding แล้วจะขยายผลต่อไปในอนาคตคำว่า Coding ไม่ได้พูดถึงเพียงแค่การป้อนชุดคำสั่งคอมพิวเตอร์เท่านั้น แต่ Coding เป็นสิ่งที่จะทำให้เด็กไทยมีทักษะใช้ชีวิตรอบด้าน

C-Creative Thinking คือความคิดสร้างสรรค์

O-Organized Thinking คือการส่งเสริมให้เด็กไทยมีความคิดอย่างเป็นระบบระเบียบ และมีตรรกะวิเคราะห์สิ่งต่างๆ รอบตัวในชีวิตประจำวัน

D-Digital Literacy คือความสามารถในการเข้าใจภาษาดิจิทัล

I-Innovation หรือนวัตกรรม ที่จะนำไปใช้จริงและเกิดประโยชน์กับคนหมู่มาก

N-Newnwss คือการสนับสนุนให้คนไทยมีความคิดริเริ่มในการทำสิ่งต่างๆ อย่างไม่รอช้า เป็นความคิดริเริ่มสดใหม่ ทั้งความรู้ ความเข้าใจในเทคโนโลยี

G-Globalization หรือยุคโลกาภิวัฒน์ของศตวรรษที่ 21 นับเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม การเรียน Coding ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป และไม่ต้องห่วงว่า Coding จะเป็นสิ่งที่ยากเกินไปสำหรับเด็กๆ หรือบุคคลทั่วไป เพราะ Coding ง่ายกว่าที่คิดพิชิตยุคดิจิทัล ทั้งนี้ภาษา Coding คือการคิดเป็นระบบ คิดแบบมีตรรกะ และมีระบบในการแก้ปัญหา แม้เด็กจะไม่ได้เป็นนักวิทยาศาสตร์หรือนักคอมพิวเตอร์ แต่ทุกคนต้องมีการวางแผนการจัดการอย่างเป็นขั้นเป็นตอนในการดำเนินชีวิต ซึ่งเราจะนำสิ่งเหล่านี้ไปให้เด็กไทยได้อย่างไร

ททท ชวนเที่ยวหน้าฝนสุขใจ ซาลามัตชายแดนใต้

ททท สำนักงานนราธิวาส ชวนเที่ยว 3 จังหวัดชายแดนใต้ นราธิวาส ยะลา ปัตตานี ตามโครงการ ‘ซาลามัตชายแดนใต้’ เพื่อสัมผัสความงดงามในหลากหลายแง่มุม ในดินแดนที่สดใหม่ไร้การปรุงแต่ง ทั้งธรรมชาติบริสุทธิ์งดงาม วิถีชีวิต-วัฒนธรรมอันมีชีวิตชีวา อาหารพื้นถิ่นแสนอร่อย และได้ชม ช้อป สินค้า OTOP พื้นบ้านมากมาย

นี่คือเสน่ห์ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ที่รอคุณอยู่วันนี้ โดยเฉพาะในฤดูฝน หรือหน้า Green Season ที่เขียวสดชื่น ราคาห้องพักไม่แพง และนักท่องเที่ยวไม่แออัด
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ททท สำนักงานนราธิวาส-ยะลา-ปัตตานี โทร. 0-7352-2411 , 0-7354-2345 

NIDA จับมือ TPQI สร้างมาตรฐานบุคลากรท่องเที่ยวไทย

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุม 3001 อาคารนวมินทราธิราช สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA) ได้มีการสัมมนาในหัวข้อ

‘ท่องเที่ยวในท้องถิ่น ทางเลือกหรือทางรอด? บุคลากรเราพร้อมหรือยัง?’ ภายใต้โครงการ ‘จัดทำมาตฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาการจัดการการท่องเที่ยวในท้องถิ่น’ อันเป็นความร่วมมือระหว่าง NIDA และสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (TPQI) โดยโครงการนี้มี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรักษ์ สุเณอ (รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์) เป็นหัวหน้าโครงการ

ในการนี้มีผู้สนใจ และบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเข้าร่วมฟังสัมมนาจำนวนมาก โดยมีวิทยากรผู้ทรงความรู้เข้าร่วมเสวนาหลายท่าน อาทิ คุณสุเทพ เกื้อสังข์ รองผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ได้มาปาฐกถาพิเศษเรื่อง ‘แนวโน้มความต้องการบุคคลากรเพื่อส่งเสริมการพัฒนาการท่องเที่ยวในท้องถิ่น’  รวมทั้งยังมี คุณเพชรลดา ศรชัยไพศาล นายกสมาคมภาษาเพื่อการศึกษา อาชีพ และธุรกิจนำเที่ยว, คุณวันชัย สุวัฒน์ศิริพล จากสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) และ คุณสมศักดิ์ อิทนะชัย ประธานชมรมเครือข่ายการท่องเที่ยวโดยชุมชนในพื้นที่พิเศษ

Thailand Professional Qualification Institute (Public Organization) หรือ TPQI เป็นองค์การมหาชน ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชกฏษฎีกา ‘จัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) พ.ศ.​2554’ ทำหน้าที่ศึกษาวิจัยและพัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพ, สนับสนุนกลุ่มอาชีพ หรือกลุ่มวิชาชีพในการจัดทำมาตรฐานอาชีพ, ให้การรับรององค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคลากรตามมาตรฐานอาชีพ และติดตามประเมินผลองค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะของบุคคลตามมาตรฐานอาชีพ โดยกำหนดระดับคุณวุฒิวิชาชีพไว้เป็นระดับ 1-8 (ตามภาพประกอบด้านบน)

ซึ่งในปัจจุบันนี้ วิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนามาตรฐานเร่งด่วน เพื่อตอบสนองการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทย เช่น นักเล่าเรื่อง, นักบริหารจัดการที่พักท้องถิ่น, ผู้ประกอบการร้านอาหารท้องถิ่น, นักออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยวในท้องถิ่น, นักออกแบบของที่ระลึกและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และนักประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดีย เป็นต้น

สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คณะการจัดการการท่องเที่ยว  NIDA โทร. 08-6941-1047 อีเมล LTM-TQF@outlook.com (คุณพิริญา เย็นระยับ ผู้ประสานงานโครงการ)

และ สถาบัญคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) โทร. 06-3373-3926, 02-035-4900  www.tpqi.go.th

เปิดเทศกาลงานดอกไม้เมืองหนาว ‘แก่นมะกรูด’ จ.อุทัยธานี 2018

ลมหนาวพัดโชยมาแล้ว แม้ว่าจะไม่หนาวเท่าปีก่อนๆ ทว่าที่ ต.แก่นมะกรูด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางราวๆ 750-1,200 เมตร ก็เริ่มเย็นฉ่ำ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ให้มาชื่นชมสวนดอกไม้หลากสีหลายสายพันธุ์ ที่กำลังเบ่งบานขานรับการส่งท้ายปีเก่า 2018 ต้อนรับปีใหม่ 2019 อย่างเต็มรูปแบบแล้วเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2018 จังหวัดอุทัยธานี ร่วมกับชาว ต.แก่นมะกรูด อ.บ้านไร่ จึงจับมือกันเปิดงาน ‘เทศกาลดอกไม้เมืองหนาวแก่นมะกรูด’ อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย โดยมี นายณรงค์ ร้กร้อย ผู้ว่าจังหวัดอุทัยธานี เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วย นายภฤศ พุทธนบ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานี, นายเผด็จ นุ้ยปรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี, ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ, นายอำเภอบ้านไร่ และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี กล่าวเปิดงานเทศกาลดอกไม้เมืองหนาวแก่นมะกรูด สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวผู้มาเยือน ด้วยความพร้อมทุกด้าน ทั้งการจราจรในพื้นที่, ความปลอดภัย, ห้องน้ำ, สิ่งอำนวยความสะดวก และการช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินนายภฤศ พุทธนบ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุทัยธานี กล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั่วไทยให้มาเยี่ยมชมสวนดอกไม้เมืองหนาว ต.แก่นมะกรูด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภาคเหนือตอนล่าง ที่อยู่ห่างจากเมืองกรุงเพียง 230 กิโลเมตร เดินทางสะดวก มีอาหารอร่อย วิวสวยๆ ไว้คอยต้อนรับ แถมผู้คนที่นี่ยังยิ้มง่ายใจดีด้วยล่ะความสดชื่นสดใสของบรรยากาศที่แก่นมะกรูดท่ามกลางลมหนาวแม้ว่าแก่นมะกรูดจะอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางเพียง 1,000 กว่าเมตร ทว่าอากาศในช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ก็เย็นสบาย ไม่แพ้ภาคเหนือตอนบน สามารถปลูกดอกไม้เมืองหนาวได้หลากชนิด โดยเฉพาะดอกลิลลี่ ที่ถือว่าโดดเด่นเป็นพระเอกคอยรับแขก จึงถือว่า ‘แก่นมะกรูดคือสวรรค์ของดอกลิลลี่’ อย่างแท้จริงจ้า
ยามเมื่อได้เข้าไปชมและดอมดมดอกลิลลี่ใกล้ๆ จะได้กลิ่นหอมๆ และได้ยินเสียงหึ่งๆ ของผึ้งตัวน้อยที่คอยมาไต่ตอม ช่วยผสมเกสรให้ดอกลิลลี่สีขาวสะอาดตา ท่ามกลางแดดอุ่นและอากาศเย็นสบายยามเช้า ที่แก่นมะกรูดดอกทิวลิปบานแล้วที่แก่นมะกรูดผึ้งตัวน้อยแวะมากินน้ำหวานและละอองเกสรบนดอกคอสมอส สร้างความสดใสและชีวิตชีวาให้แก่นมะกรูดเดินถ่ายภาพไป รับลมหนาวไป ฟังเพลงไพเราะไป แหม…​อะไรจะสุขกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ฮาๆๆๆ แก่นมะกรูดเป็นถิ่นที่อยู่ของพี่น้องชาวปกากะญอหลายหมู่บ้าน ที่ตั้งรกรากอยู่อาศัยกันมาหลายชั่วอายุคน บัดนี้พวกเขาได้เข้ามามีส่วนร่วมในการท่องเที่ยว นำเราเข้าไปสัมผัสวิถีเกษตร และวิถีวัฒนธรรมอันน่าชื่นชม นอกจากที่แก่นมะกรูด อ.บ้านไร่ แล้ว ใครที่ยังมีเวลาเหลือ และอยากตระเวนเที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวใหม่เอี่ยมของอุทัยธานี เราแนะนำให้ไปที่นี่เลย ‘บ้านสวนจันทร์กระจ่าง’ ต.ทุ่งนางาม อ.ลานสัก (ติดต่อ คุณอัฐพร จันทร์กระจ่าง โทร. 081-9530021) ชมสวนดอกไม้ในแนว Agro-tourism ที่เพิ่งเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวเป็นปีแรก ด้วยเสน่ห์ของดอกไม้นานาพันธุ์หลากสีสัน ที่เกิดจากความตั้งใจ ของครอบครัวจันทร์กระจ่าง เดินเที่ยวถ่ายภาพกันกลางลมหนาวในช่วงปีใหม่ให้เต็มอิ่มไปเลยนะจ๊ะ
อีกแห่งที่ห้ามพลาดคือ ‘บ้านชายเขา สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย’ อ.ลานสัก ที่ตั้งอยู่ในโอบล้อมของขุนเขารอบด้าน ถ่ายภาพออกมาได้ตื่นตาตื่นใจสุดๆ เลย (สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อ คุณรัต โทร. 085-7310853) สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงาน อุทัยธานี โทร. 0-5651-4651-2

เบอร์โทรศัพท์ในการขอความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน

สถานีตำรวจภูธรบ้านไร่ โทร. 056-539106

สถานีตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี โทร. 056-503100

ตำรวจท่องเที่ยว โทร. 082-3847333

หัวหน้าฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบจ.อุทัยธานี โทร. 081-9731116

กู้ภัยเมืองพระชนกจักรี โทร. 088-7997836

กรณีรถเสีย, รถขัดข้อง ติดต่อ วิทยาลัยชุมชนอุทัยธานี โทร. 087-1991128

โรงพยาบาลบ้านไร่ โทร. 056-539000

โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลแก่นมะกรูด (หมอโรจน์) โทร. 098-6859204

กำนันตำบลแก่นมะกรูด โทร. 081-0407056

ประชาสัมพันธ์จังหวัดอุทัยธานี โทร. 056-511915

A Boutique Italian Wine Tasting & Food Pairing @204 BAR / Swissotel BANGKOK

ค่าเฟ่บ่วนจอร์โน่ ร่วมกับ สวิสโซเทล เลอ คองคอร์ต กรุงเทพฯ จัดบูติค Italian Wine Tasting ที่ 204 BAR เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2018

โดยภายในงานมีสื่อมวลชน และผู้บริหารของโรงแรม เข้าร่วมอย่างอบอุ่น มีการเทสต้ิงไวน์พิเศษหลากหลายจากทางภาคเหนือของอิตาลี นำเสนอคู่กับอาหารทานเล่นที่เข้าคู่กันได้เป็นอย่างดี และช่วยเพิ่มรสชาติให้ไวน์ได้อย่างยอดเยี่ยม วัตถุดิบต่างๆ ล้วนคัดสรรมาอย่างดี

ซึ่งจะมีการจัดงานอีกครั้งที่ 204 Bistro โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพ รัชดา ในวันที่ 17 มกราคม 2019

สำหรับคอไวน์ทั้งหลายที่สนใจ สอบถามรายละเอียดได้ที่ คุณพิม 06-2494-1649

ไวน์สุดพิเศษที่มีการเทสต้ิงกันในงานนี้ประกอบด้วย

1.GleraBrut (Sparkling wine) as welcome drink

2. Manon Pinot Grigio (White)

3. Vernaccia Torri Vernaccia (White)

4. La Bisbetica Barbera (Red)

5. Chianti Torri Vernaccia (Red)

6. Vermentino Nero  (Red)

7. Alfredo Moscato (Sparkling dessert wine)

Swissôtel Bangkok Ratchada

204 Ratchadapisek Road, | Huay Kwang, Bangkok 10320 | Thailand
Tel:  + 66 (0) 2694 2222 | Fax: + 66 (0) 2694 2212
E-mail: romteera.tanthanongsakkul@swissotel.com | www.swissotelbangkok.com

TEATA เซ็นต์ MOU เกาหลี แลกเปลี่ยนเรียนรู้ท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืน

เมื่อวันที่ 7-11 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) ได้นำคณะสมาชิก 34 ชีวิต เดินทางสู่ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อร่วมศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน 4 ชุมชนท้องถิ่น และเซ็นต์บันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกัน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT : Community-based Tourism) ระหว่างกันอย่างยั่งยืน โดยการเซ็นต์ MOU ครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561 ระหว่าง TEATA โดยคุณนีรชา วงศ์มาศา นายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย เป็นตัวแทน และในฝั่งเกาหลีมี Mr.Kyujeong Lee นายกสภาท่องเที่ยวหมู่บ้านชนบทเกาหลี (The Korean Rural Experience Village Council : KREVC) เป็นตัวแทนการเซ็นต์ MOU ครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ในการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของทั้งสองประเทศ เพราะในอดีตที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีการทำข้อตกลงในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาก่อน ผลจากการเซ็นต์ MOU ของทั้งสององค์กร ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนในหลายๆ ด้าน ทั้งองค์ความรู้ในการจัดการและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน, การฝึกอบรมบุคลากรร่วมกัน, การศึกษาดูงาน, การจัดทริปท่องเที่ยวแบบเหย้าเยือน ฯลฯ โดยองค์ความรู้ต่างๆ สามารถนำมาต่อยอดเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน หรือ CBT ได้อย่างกว้างขวางในทุกมิติ ในทริปนี้ TEATA ได้เข้าไปเยี่ยมเยือน ทำกิจกรรม และพักค้างคืนในชุมชนน่ารัก 4 แห่งของเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นชุมชนต้นแบบในการท่องเที่ยว CBT ที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียง ทั้งในแง่การจัดการ, กิจกรรม, ที่พัก, อาหาร และตัวแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ หมู่บ้านดูโม (Dumo Village) เมืองนัมเฮ จังหวัดคยองซาง, หมู่บ้านดารังงี (Darangee Village) เมืองนัมเฮ จังหวัดคยองซาง, ไร่ชาโพฮยองดาวอน (Bohyang Da Won Tea Farm Village) เมืองโพซอง จังหวัดเจลลา และ หมู่บ้านเวอัม (Way Am Village) เมืองอาซาน จังหวัดชองชุงนัม
การเยี่ยมชมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Study Trip) ครั้งนี้ของ TEATA ทำให้เราได้รับทราบถึงบทเรียนอันทรงคุณค่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ดี มีประสิทธิภาพ เป็นขั้นเป็นตอน มีการแบ่งหน้าที่กันทำในชุมชนอย่างชัดเจน เราได้เห็นการมีส่วนร่วมของผู้คนในชุมชน บนรากฐานของความสามัคคี ที่พยายามดึงจุดเด่นของตนเองออกมาสร้างเป็นกิจกรรมและแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างน่ารัก อีกทั้งยังได้รับทราบถึงการส่งเสริมของภาครัฐอย่างจริงจัง ตั้งแต่ระดับนโยบาย งบประมาณ องค์ความรู้ เครื่องไม้เครื่องมือที่พรั่งพร้อม รวมถึงความจริงใจในการผลักดันให้ ‘การท่องเที่ยโดยชุมชน’ ของเกาหลีใต้ ประสบความสำเร็จดังเช่นทุกวันนี้ในปัจจุบัน สภาท่องเที่ยวหมู่บ้านชนบทเกาหลี (The Korean Rural Experience Village Council : KREVC) มีหมู่บ้านสมาชิกอยู่ทั่วประเทศ ไม่น้อยกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีจุดเด่นต่างกันไป และเที่ยวได้ใน 4 ฤดูอันแตกต่าง ทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าสู่ชุมชนที่เคยซบเซาถูกทิ้งร้าง จนปัจจุบันการท่องเที่ยวชุมชนได้กลายเป็น Trend ใหม่สุดฮิตในเกาหลีไปแล้ว เพราะมิใช่ว่าไปเที่ยวชุมชนแล้วจะได้พบเห็นแต่วิถีชีวิตผู้คนเท่านั้น ยังมี กิจกรรมเชิงธรรมชาติและผจญภัย (Eco-Tourism) เดินป่า พายเรือ ปีนเขา ฯลฯ ผสมผสานเข้าไปด้วยอย่างลงตัว จนกลายเป็น Farming Experience Village ที่โด่งดังมาก ในเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่กำลังจะถึงนี้ คณะทำงานท่องเที่ยวชุมชนของเกาหลีใต้ มีแผนที่จะเดินทางมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยด้วยเช่นกัน เราจึงมีโอกาสทำความเข้าใจซึ่งกันและกันให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือหรือฟันเฟืองหนึ่ง ในการขับเคลื่อนชุมชนให้คึกคัก คับคั่ง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยยังสามารถรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมของตนเองไว้ได้ สมดังเจตนารมณ์ของ TEATA และการเซ็นต์ MOU ครั้งนี้ ให้บรรลุผลในเชิงปฏิบัติเป็นรูปธรรมต่อไปสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) โทร. 08-3250-9343 (คุณน้ำ)

ททท. เปิดตัวแคมเปญ “Take a Break” ชวนมนุษย์ทำงาน หยุดพักจากการทำงาน

PPT3

กรุงเทพ, 3 เมษายน 2561 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) การบินไทย รอยัลออร์คิดพลัส, สายการบินไทยสมายล์, สายการบินนกแอร์, บัดเจ็ท คาร์, ทราเวลไอโกดอทคอม, เลิฟอันดามัน, ทรูยู ร่วมกันเปิดตัวแคมเปญท่องเที่ยวเพื่อมนุษย์ทำงาน “Take a Break” (เทค อะ เบรค) หยุดพักจากงาน แล้วไปเที่ยวกัน

นายนพดล ภาคพรต รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “ทุกวันนี้คนทำงานหนักกันมาก พักผ่อนหน่อย เครียดมาก จนหมดพลัง หมดไฟในการทำงานไปเลย แคมเปญ Take a Break (เทค อะ เบรค) เกิดขึ้นเพื่ออยากจะเชิญชวนมนุษย์ทำงานทุกคนให้เห็นความสำคัญของการหยุดพักเบรคจากการทำงานแล้วออกเดินทางท่องเที่ยว งานวิจัยต่างๆ ก็ยืนยันมาแล้วว่า ข้อดีของการท่องเที่ยวช่วยบำบัดความเครียด ช่วยชาร์จพลัง จุดไฟสร้างสรรค์ให้กลับมาทำงานได้ดีมากขึ้น”

Print

“ททท. ได้จัดสำรวจออนไลน์ให้มนุษย์ทำงานโหวตเลือกเมืองที่อยากไป Take a Break (เทค อะ เบรค) มากที่สุด ผลสำรวจ 20 เมืองที่ได้รับการโหวตมากที่สุด ได้แก่ อันดับ 1 เชียงราย อันดับ 2 แม่ฮ่องสอน อันดับ 3 น่าน อันดับ 4 ระนอง อันดับ 5 ชุมพร อันดับ 6 ตรัง   อันดับ 7 เพชรบูรณ์ อันดับ 8 สตูล อันดับ 9 ตราด   อันดับ 10 จันทบุรี อันดับ 11 ราชบุรี   อันดับ 12 นครศรีธรรมราช อันดับ 13 อุบลราชธานี อันดับ 14 อุดรธานี อันดับ 15 นครนายก อันดับ 16 ปราจีนบุรี อันดับ 17 สมุทรสงคราม อันดับ 18 อุทัยธานี อันดับ 19 สุโขทัย อันดับ 20 พิษณุโลก

3

ททท. ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่ การบินไทย, สายการบินไทยสมายล์, สายการบินนกแอร์, ทรูยู, บัดเจ็ท คาร์, ทราเวลไอโกดอทคอม, เลิฟ อันดามัน จัดโปรแกรม “Take a Break Pills (เทค อะ เบรค พิล)” มอบโปรแกรมดีลส่วนลดพิเศษ ให้มนุษย์ทำงาน Take a Break (เทค อะ เบรค) หยุดพักจากการทำงาน แล้วออกเดินทางท่องเที่ยวไปใน 20 Cities for Take a Break (ซิตี้ ฟอร์ เทค อะ เบรค) ดังนี้

  1. ตั๋วเครื่องบินราคาพิเศษ จากการบินไทย ไทยสมายล์ และนกแอร์
  2. ดีลโรงแรมราคาพิเศษที่สุด กว่า 200 โรงแรม จากทราเวลไอโก ดอทคอม จัดดีลโรงแรมราคาพิเศษที่สุด กว่า 200 โรงแรม จาก 20 cities for Take a Break (ซิตี้ ฟอร์ เทค อะ เบรค) ให้มนุษย์ทำงานไปเปลี่ยนที่นอน ชาร์จพลังให้สมอง
  3. ดีลรถเช่าราคาสุดพิเศษ จาก บัดเจ็ท คาร์ ให้มนุษย์ทำงานได้ขับรถท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์ใน 20 cities for Take a Break (ซิตี้ ฟอร์ เทค อะ เบรค) ใครที่กำลังเบื่องาน ลองไปขับรถเที่ยวเดือนละครั้ง รับรองว่าหายเหงา หายเบื่อแน่นอน
  4. Love Andaman (เลิฟ อันดามัน) จัดแพ็คเก็จเที่ยวเกาะราคาสุดพิเศษ พามนุษย์ทำงานสุดเครียด หนีกรุงเทพ ไปเที่ยวเกาะช้างเผือก ระนอง มหานครแห่งปะการัง ซึ่งสมบูรณ์ที่สุด และในเดือนเมษายน ถึง พฤษภาคมนี้ ขอเชิญมนุษย์ทำงาน Break (เบรค) จากงาน แล้ว Take (เทค) ตัวเองไปเกาะช้างเผือก ไปโพสต์ท่าถ่ายรูป Jumping on the beach (จัมพ์ปิ้ง ออน เดอะ บีช) ส่งมาประกวด ชิงรางวัล 5 หมื่นบาท กับ Love Andaman (เลิฟ อันดามัน)
  5. ทรูยู มอบส่วนลดพิเศษ ให้มนุษย์ทำงาน ไป Check in (เช็ค อิน) นั่งจิบกาแฟ ชมวิวสวยๆ ในร้านกาแฟสุดฮิป สุดเก๋ 45 ร้าน จาก 20 เมือง ให้คนทำงานในเมืองได้ออกนอกเมือง เปลี่ยนบรรยากาศ ไปนั่งจิบกาแฟ ชมวิวสวยๆ คลายเครียด

4

รองผู้ว่าฯ นพดล กล่าวเพิ่มเติมว่า “ททท. และพันธมิตร ยังได้จัดกิจกรรมพิเศษ You need to take a break (ยู นีด ทู เทค อะ เบรค) เปิดโอกาสให้มนุษย์ทำงาน 20 ทีม 20 อาชีพ ประกอบไปด้วย 1. ทีมหมอ 2. ทีมพยาบาล 3. ทีมครู 4. ทีมตำรวจ 5. ทีมทหาร 6. ทีมแอร์โฮสเตส 7. ทีมนักบัญชี/นักการเงิน 8. ทีมพีอาร์ 9. ทีมอีเว้นท์ ออแกไนเซอร์ 10. ทีมเอเจนซี่ โฆษณา 11. ทีมนักข่าว 12. ทีมนักกฎหมาย 13. ทีมไอที 14. ทีมพนักงานต้อนรับโรงแรม 15. ทีมกราฟิก ดีไซน์เนอร์ 16. ทีมนักเขียน 17. ทีมนักตัดต่อวีดีโอ 18. ทีมโปรดิวเซอร์ 19. ทีมสถาปนิก 20. ทีมวิศวกร โดยทั้ง 20 ทีมนี้จะร่วมทำกิจกรรมโปรโมท 20 เมือง 20 Cities for Take a Break (ซิตี้ ฟอร์ เทค อะ เบรค) ทุกทีมได้พักเบรคจากบทบาทเดิมๆ จากงานในสายอาชีพของตัวเองแล้วมารับบทบาทใหม่เป็นนักรีวิว นักเดินทาง สำรวจที่กิน ที่เที่ยว ที่ดื่มกาแฟ ที่ check in (เช็ค อิน) เก๋ๆ ใน 20 เมือง สุดฮิป มนุษย์ทำงานอาชีพไหน รีวิวเก่ง ถ่ายรูปและทำคลิปสวย ททท. มีรางวัลให้กว่า 3 แสนบาท”

5

ททท. ตั้งเป้าว่า แคมเปญ Take a Break (เทค อะ เบรค) จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กลุ่มคนทำงาน ออกเดินทางไปท่องเที่ยว ใน 20 เมืองนี้ ช่วยประชาสัมพันธ์เรื่องราวของเมืองในมุมมองของคนทำงานรุ่นใหม่ ช่วยกระตุ้นการเดินทาง สร้างรายได้ให้กลุ่มเมืองรอง อย่างน้อย 200 ล้านบาท

6

โปรแกรมรักษาอาการหมดไฟในการทำงาน มอบให้มนุษย์ทำงานสุดเครียดทุกคน จองซื้อดีลได้ที่ www.TakeabreakThailand.com (เวิลด์ไวด์เว็บดอทเทคอะเบรคไทยแลนด์ดอทคอม) ตั้งแต่วันนี้ถึง เดือนกันยายน ศกนี้

7

สอบถามเพิ่มเติม ติดต่อ ฝ่ายประชาสัมพันธ์โครงการ คุณธชาษร อัสดาธร (เกล้า) Mobile : 098-635-6365, 098-263-9393 Email : 9@ninetynine99.com

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แถลงความเชื่อมั่นผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยไตรมาส 1 ปี 2561

2

27 มีนาคม 2561 ณ ห้องประชุมอโนมา 1 ชั้น 3 โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นำโดย นายอิทธิฤทธิ์ กิ่งเล็ก ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) แถลงข่าวดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย ไตรมาส 1/2561 เท่ากับ 101 ซึ่งอยู่ในระดับปกติ ทั้งนี้รายได้จากภาคการท่องเที่ยวอันเนื่องจากเศรษฐกิจโลก นำโดย สหรัฐอเมริกาและกลุ่มยุโรปที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ส่งผลให้การส่งออกของเอเชียปรับขยายตัวดี ทำให้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากการส่งออกสินค้าและภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัว ส่วนในไตรมาสที่ 2/2561 สทท. คาดว่าดัชนีความเชื่อมั่นฯ เท่ากับ100 เป็นการคาดการณ์ในระดับปกติอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ประกอบการมีการปรับเพิ่มเป้าหมายผลประกอบการในไตรมาสหน้า และบางส่วนวางแผนที่จะปรับเพิ่มราคาสินค้าไปพร้อมๆ กับเพิ่มการจ้างงานและการลงทุน โดยในปี 2561 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 38.63 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.16 จากปี 2560 และมีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.14 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 ร้อยละ 17.37

3ในไตรมาสที่ 1/2561 สทท.คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 9.84 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.07 จากไตรมาสเดียวกันในปีก่อน ส่วนในไตรมาส 2/2561 หากไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติใดๆ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติรวม 9.10 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.93 จากไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา แบ่งเป็น นักท่องเที่ยวจากประเทศในกลุ่มอาเซียน 2.66 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.37 นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออก (รวมจีน) 3.74 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.48 นักท่องเที่ยวจากยุโรปจะอยู่ที่ 1.25 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.62 จากปี 2560 ส่วนแนวโน้มการท่องเที่ยวในประเทศ ไตรมาสที่ 1/2561 มีนักท่องเที่ยวไทยวางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ร้อยละ 25 ต่ำกว่าระยะเดียวกันในปีก่อน ขณะที่ไตรมาส 2/2561 เพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 33 ซึ่งเพิ่มสูงกว่าปีก่อน 4สทท. มองว่า ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติยังสามารถขยายตัวได้ดี ด้วยปัจจัยบวกที่สำคัญ คือ การเดินทางที่สะดวกรวดเร็วและง่ายขึ้น รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่ฟื้นตัวดีขึ้น พร้อมกับแผนการตลาดเชิงรุกจากหน่วยงานภาครัฐที่มีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เห็นควรให้ภาครัฐวางระบบพัฒนาการคมนาคมขนส่งให้มีมาตรฐานและเชื่อมต่อระบบการเดินทางต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพสถานที่ท่องเที่ยว และสถานประกอบการในพื้นที่ท่องเที่ยว ให้เป็นไปตามมาตรฐานสอดคล้องกับความสามารถในการรองรับของพื้นที่ และออกแบบการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้นโยบายที่มีความสัมพันธ์กับการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องและเข้าถึงทุกพื้นที่ ในส่วนของผู้ประกอบการควรพัฒนาคุณภาพสินค้า และการให้บริการให้อยู่ในมาตรฐานสากล    มีการทำงานร่วมกันในพื้นที่ระหว่างภาคส่วนต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้น และส่งเสริมให้มีการพัฒนาบุคลากรในสถานประกอบการเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าและบริการได้อย่างมีคุณภาพ 5นายศิเวก สัจเดว ผู้ก่อตั้งบริษัทไมนด์ทรี กล่าวถึงผลการวิเคราะห์ทัศนคติของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีต่อประเทศไทยในไตรมาสที่ 1 ว่า ข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์โดยนำเอาปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) มาใช้ในการแบ่งทัศนคติออกเป็น 4 ระดับ คือ Positive (สีเขียว) , Negative (สีแดง), Ambivalent (สีเหลือง) และ Neutral (สีเทา) โดยในการประมวลผลดัชนีความพึงพอใจสินค้าและบริการด้านท่องเที่ยวนั้นทางสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมกับบริษัท ไมนด์ทรี ได้ทำการพัฒนาโมเดลและระบบปัญญาประดิษฐ์ให้สอดคล้องกับดัชนี World Economic Forum Travel & Tourism Competitiveness Index จากการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า ไตรมาส 1 ปี 2561 นักท่องเที่ยวมีทัศนคติต่อเมืองเชียงใหม่เป็นบวกมากที่สุด ร้อยละ 56 และมีทัศนคติเป็นบวกเพิ่มขึ้นสูงสุดจากทุกเมืองหลักเมื่อเทียบจากไตรมาส 4 ปี 2560 ส่วนพัทยาและภูเก็ตเป็นสองเมืองที่นักท่องเที่ยวมีทัศนคติเป็นบวกน้อยสุด ร้อยละ 46 และ ร้อยละ 50 ตามลำดับ ทั้งนี้จังหวัดกระบี่เป็นเมืองที่นักท่องเที่ยวมีทัศนคติเป็นลบเพิ่มขึ้นสูงเมื่อเทียบจากไตรมาส 4 ปี 2560 6ในการวิเคราะห์ความเห็นนักท่องเที่ยวต่อโครงสร้างพื้นฐาน สนามบิน และการเชื่อมต่อทางอากาศ ได้ข้อสรุปว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มีทัศนคติเป็นบวกต่อสายการบิน Qatar Airways ที่ได้ประกาศเปิดเที่ยวบินใหม่ เชื่อมต่อสู่สนามบินอู่ตะเภา บินตรงจากเมืองโดฮา (Doha) เพื่อเป็นศูนย์กลาง (Hub) ในการดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวพัทยา ส่วนทัศนคติของนักท่องเที่ยวต่ออาหารและร้านอาหารของประเทศไทยในไตรมาส 1 ปี 2561 พบว่ากระแสของ “ข้าวซอย”เป็นที่น่าสนใจมาก เนื่องจากทำให้ทัศนคติของนักท่องเที่ยวเป็นบวกต่ออาหารไทย โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่เกิดจาก ผู้กำกับชื่อดัง (Phil Rosenthal) ได้เปิดตัวรายการสารคดีอาหาร (Somebody Feed Phil) ผ่าน Netflix ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ผู้ชม โดยออกอากาศตอนแรกในเดือนมกราคม 2561 รายการถ่ายทำที่กรุงเทพฯและเชียงใหม่ เน้นเรื่อง อาหารการกิน ว่าจะกินอะไร ? โดยนำเสนออาหารขึ้นชื่อทางภาคเหนือ ได้แก่ “ข้าวซอย” เกิดเป็นกระแสให้คนอเมริกันมีการเข้าไปค้นหาข้อมูลสูตรการทำข้าวซอยจาก Google เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 7

สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

โทร 02 250 5500 ต่อ 1646-1648 อีเมลล์ info@thailandtourismcouncil.org

TEATA CSR บ้านหนองปลาไหล ชลบุรี

บ้านหนองปลาไหล 1เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย หรือ TEATA ร่วมกับ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จับมือกันทำกิจกรรมเพื่อสังคมเปี่ยมคุณค่าและน่ารัก นำนักท่องเที่ยวและสื่อมวลชน เดินทางสู่ ‘ชุมชนบ้านหนองปลาไหล’ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีไทยในแบบ ‘การท่องเที่ยวโดยชุมชน’ หรือ CBT (Community Base Tourism) ที่กำลังเป็นเทรนด์มาแรงในยุคนี้

งานนี้นำทีมโดย คุณนีรชา วงศ์มาศา นายกสมาคม TEATA และเจ้าหน้าที่จาก อพท.3 พื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง บ้านหนองปลาไหล 2บ้านหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดขลบุรี เป็นชุมชนที่ตั้งรกรากกันอยู่ที่นี่มาหลายชั่วอายุคนแล้ว ด้วยพื้นที่ซึ่งอุดมสมบูรณ์ เป็นพื้นที่ลุ่มชุ่มน้ำ ผืนดินเหมาะสมต่อการเกษตร ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงปลูกข้าว ทำสวนผสม สั่งสมองค์ความรู้พร้อมถ่ายทอดให้ลูกหลาน และนักท่องเที่ยวคุณภาพที่เดินทางเข้าไปเยี่ยมเยือนบ้านหนองปลาไหล 3.1รอยยิ้มหวานๆ กับ Welcome Drink น้ำอัญชัญธรรมชาติ สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกไปถึงชุมชนบ้านหนองปลาไหล 3ช่วงเช้าๆ อากาศแจ่มใส เราจูงมือกันเดินชมผลหมากรากไม้นานาชนิดในสวนของชาวบ้าน โดยมีผู้นำชุมชนเดินอธิบายให้ความรู้อย่างใกล้ชิด ทำให้รู้ซึ้งว่า ชาวบ้านหนองปลาไหลมี Supermarket ธรรมชาติอยู่ข้างบ้าน เก็บกินได้สบาย แถมยังปลอดจากยาฆ่าแมลงด้วยบ้านหนองปลาไหล 4กอไผ่สีสุกขนาดใหญ่ในสวนของชาวบ้าน สร้างร่มเงาแถมยังใช้ประโยชน์ได้นานาประการบ้านหนองปลาไหล 5เดินศึกษาพืชพรรณต่างๆ ในสวนของชาวบ้านกันอย่างเพลิดเพลินบ้านหนองปลาไหล 6.1ลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นพืชสมุนไพรที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัยชะลอความแก่ แถมยังช่วยย่อยอาหารดีมากด้วยบ้านหนองปลาไหล 6.3พืชผักรอบบ้านเป็นทั้งอาหารและยาสมุนไพร ใครมีองค์ความรู้ก็เก็บไปกินเก็บไปใช้ได้ไม่รู้จักหมดล่ะครับบ้านหนองปลาไหล 6เดินชมสวนเสร็จแล้ว ก็ได้เวลามาช่วยกันทำอาหารพื้นบ้านสไตล์หนองปลาไหลแท้ ในเชิงกิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ผ่านวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้าน วันนี้ป้าแหลมเจ้าบ้านใจดีมาสาธิตทำ ‘ห่อหมกปลาอินทรีย์สด’ ให้เราได้ทาน แต่ก่อนอื่นต้องช่วยกันทำด้วย จะได้ชิมฝีมือตัวเองไงล่ะบ้านหนองปลาไหล 7รอยยิ้มเปื้อนหน้า กับกิจกรรมที่ทุกคนได้มีส่วนร่วมและแบ่งปันความสุขกัน
บ้านหนองปลาไหล 8ปลาอินทรีย์สด กะทิสด เครื่องแกง และเครื่องปรุงต่างๆ ถูกนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างช้าๆ ตามแบบฉบับ Slow Food ชาวหนองปลาไหลบ้านหนองปลาไหล 9เมื่อกวนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันจนเหนียวข้นได้ที่ดีแล้ว ก็นำมาหยอดใส่ใบตอง ห่อเป็นกระทงเล็กๆ น่ารัก แล้วนำไปนึ่งให้สุกหอมฉุยบ้านหนองปลาไหล 10เสร็จแล้วจ้า ห่อหมกปลาอินทรีย์สดบ้านหนองปลาไหล กลิ่นหอมหวน รสชาตินี่มนวล เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดี กินกับข้าวสวยร้อนๆ ต้อขอเบิ้ลคนละหลายๆ กระทงเชียวบ้านหนองปลาไหล 11วันแห่งการสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ร่วมกัน TEATA และ อพท. CSR DAYบ้านหนองปลาไหล 12นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้เรียนทำห่อหมกจากป้าแหลมแล้ว นักเรียนบ้านหนองปลาไหลยังมาร่วมเรียนรู้ภูมิปัญญาจากคนรุ่นปู่ย่าของตนด้วย
บ้านหนองปลาไหล 13เที่ยงพอดี กับข้าวทุกอย่างพร้อมเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ ได้เวลามานั่งกินข้าวร่วมกันในบรรยากาศสบายๆ ใต้ต้นไม้ร่มรื่นบ้านหนองปลาไหล 14อาหารเด่นวันนี้ มีทั้งห่อหมกปลาอินทรีย์สด, แกงกล้วยรอไก่, ต้มหมูใบชะมวง, ไข่เจียวร้อนๆ และตบท้ายด้วยขนมกล้วยสูตรบ้านหนองปลาไหล ที่ทุกคนช่วยกันทำเองบ้านหนองปลาไหล 15ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก กับความประทับใจในครึ่งวันเช้าบ้านหนองปลาไหล 16อิ่มหนำกับอาหารเที่ยงแล้ว ช่วงบ่ายได้เวลาไปทำกิจกรรมสนุกๆ ‘ยิงหนังสติ๊ก เติมปุ๋ยอินทรีย์ให้นาข้าว’ ว้าว! ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนบ้านหนองปลาไหล 17พี่หุย นายกสมาคม TEATA มาจองลูกกระสุนปุ๋ยอินทรีย์ เตรียมยิงแข่งกับเด็กนักเรียนที่มารออยู่แล้วบ้านหนองปลาไหล 18ซ้อมยิงหนังสติ๊ก ใครยิงโดนกระป๋องพลาสติกที่แขวนไว้บนราวไม้ไผ่ก่อน คนนั้นชนะ!บ้านหนองปลาไหล 19.1ได้เวลาแข่งขันโดยแบ่งเป็นคู่ๆ ระหว่างนักท่องเที่ยวกับเด็กนักเรียน ยิงกระสุนปุ๋ยอินทรีย์กันคนละ 5 เม็ด ใครเข้าเป้ามากกว่า คนนั้นรับของรางวัลไปเลยบ้านหนองปลาไหล 20.1ความน่ารักของกิจกรรม Creative Tourism ที่สร้างความสนุกสนาน และความผูกพันระหว่างชุมชนกับแขกผู้มาเยือนบ้านหนองปลาไหล 20.2 บ้านหนองปลาไหล 20รับรางวัลกันไปคนละชิ้นสองชิ้นอย่างชื่นมื่นบ้านหนองปลาไหล 21 บ้านหนองปลาไหล 22จากนั้นเราเดินทางสู่ ‘วัดหนองเกตุใหญ่’ วัดโบราณที่มีพระอุโบสถหลังเก่าสร้างมาสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์เป็นโบราณสถานของชาติ ทว่าน่าเสียดายตรงที่ เมื่อมีพระอุโบสถหลังใหม่ พระอุโบสถหลังเก่าก็ถูกปล่อยปละละเลยจนทรุดโทรม และขาดการจัดระเบียบจนลดทอนคุณค่าความสำคัญลงจนน่าใจหายบ้านหนองปลาไหล 23นักท่องเที่ยว, สมาชิกสมาคม TEATA และเจ้าหน้าที่จาก อพท. ช่วยกันจัดเตรียมข้าวของ ทำกิจกรรม CSR กับเด็กๆ ในช่วงบ่ายบ้านหนองปลาไหล 24 บ้านหนองปลาไหล 25 บ้านหนองปลาไหล 27เยาวชนนักสื่อความหมายท้องถิ่นบ้านหนองปลาไหล กล่าวเปิดงานและเล่าประวัติชุมชนให้นักท่องเที่ยวฟังบ้านหนองปลาไหล 28เด็กน้อยน่ารักจากโรงเรียนอนุบาลบ้านหนองปลาไหล เตรียมตัวมารับของแจกที่เราเตรียมมาด้วยใจในวันนี้บ้านหนองปลาไหล 29.1 บ้านหนองปลาไหล 29 บ้านหนองปลาไหล 30 บ้านหนองปลาไหล 31การแบ่งปันความสุขกับเด็กๆ ด้วยการให้ นับเป็นเรื่องไม่ยากที่เราทุกคนทำได้ด้วยสองมือและหนึ่งใจบ้านหนองปลาไหล 32 บ้านหนองปลาไหล 33 บ้านหนองปลาไหล 34 บ้านหนองปลาไหล 35 บ้านหนองปลาไหล 36 บ้านหนองปลาไหล 37 บ้านหนองปลาไหล 38 บ้านหนองปลาไหล 39 วิหารเซียน 1ก่อนกลับบ้านวันนั้น คณะของเราเดินทางไปเยี่ยมชม ‘วิหารเซียน’ หรือ อเนกกุศลศาลา ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยิ่งใหญ่ สุด Amazing ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จมาเปิดด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2536วิหารเซียน 2 วิหารเซียน 3ภายในวิหารเซียน คือที่ประทับของรูปปั้น รูปหล่อโลหะสำริด และสมบัติมีค่าจากแดนมังกร นับหมื่นๆ องค์วิหารเซียน 4ห้องประทับของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ครั้งเสด็จมาเปิดวิหารเซียน เมื่อ พ.ศ.2536วิหารเซียน 5 วิหารเซียน 6ความยิ่งใหญ่อลังการของวิหารเซียน โด่งดังไม่เฉพาะกับชาวไทย แต่ยังรู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวจีนด้วย จึงมีคนมาเยี่ยมชมไม่ขาดสายตลอดปีวิหารเซียน 7ภาพวาดที่ใช้สีพิเศษ คือใช้อัญมณีมีค่าต่างๆ มาบดผสมสี วาดเป็นเหล่านางฟ้าเทวดา ประดับอยู่บนฝาผนังภายในวิหารเซียนชากแง้ว 1แดดร่มลมตกแล้ว ก่อนกลับบ้าน เราแวะเข้าไปที่ ‘ตลาดโบราณบ้านชากแง้ว’ อำเภอบางละมุง สัมผัสชุมชนจีนเก่าที่เคยรุ่งเรือง เกิดขึ้นก่อนที่จะมีพัทยาเสียด้วยซ้ำ ทว่าชุมชนนี้ได้ซบเซาไปหลายสิบปี เพิ่งกับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาใหม่โดยการพัฒนาให้แนวคิดจาก อพท. ประกอบกับชาวบ้านชากแง้วที่กระตือรือล้น เปิดถนนคนเดินทุกวันเสาร์ นำลูกหลานที่ไปไกลบ้าน กลับมาช่วยสร้างสีสันให้ชุมชนในวันนี้
ชากแง้ว 2ตลาดโบราณบ้านชากแง้ว โดดเด่นด้วยเรือนไม้แบบห้องแถวร้านตลาดของชาวจีนโบราณ ผสานกับของกินอร่อยๆ นับร้อยเมนู อบอวลด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนบนแผ่นดินสยามชากแง้ว 3ยิ้มหวานของลูกหลานบ้านชากแง้ว
ชากแง้ว 4 ชากแง้ว 5ทริปเดินทางสั้นๆ เพียงวันเดีวของเราจบลงแล้ว ทว่าสิ่งที่ได้จากวันนี้มีมากยิ่งกว่าความประทับใจ เพราะเราได้ทำกิจกรรม CSR ดีๆ มอบความสุขกับสังคม แถมยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนท้องถิ่น นี่คือหัวใจของ ‘การท่องเที่ยวโดยชุมชน’ หรือ CBT ที่ สมาคม TEATA และ อพท. ตั้งใจสร้างให้เข้มแข็ง เพราะชุมชนที่เข้มแข็งคือรากฐานที่มั่นคงสำหรับการท่องเที่ยว และการพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืนตลอดไปครับผมlogo TEATA NEWlogoสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) โทร. 08-3250-9343 (คุณน้ำ สิริยุพิน คำแดง) , อพท. www.dasta.or.th/th/ , ชุมชนบ้านหนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โทร. 08-6827-0768 (คุณจอย)

งานสืบสานตำนานพ่อเจ้าทิพย์ช้าง วีรบุรุษแห่งเขลางค์นคร

2เมื่อวันพุธที่ 5 กรกฎาคม 2560 เวลา 17.00-18.30 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าลำปาง ลานรถม้า จังหวัดลำปาง โดยสำนักงานการท่องเที่ยวกีฬาจังหวัดลำปาง ได้จัดงานแถลงข่าว โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กิจกรรม : งานสืบสานตำนานเจ้าพ่อทิพย์ช้าง วีรบุรุษแห่งเขลางค์นคร ประจำปีงบประมาณ 2560 โดยมี นายสวัสดิ์ มูลภาที ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง เป็นประธาน ฯ พร้อมด้วย เจ้าศรีรัตน์ ณ ลำปาง ประธานมูลนิธิเจ้าพระญาสุลวะลือไชย สงคราม, นายมนตรี นาคถาวร นายอำเภอเกาะคา, หัวหน้าส่วนราชการ, รัฐวิสาหกิจ, องค์กรเอกชน ร่วมงานในครั้งนี้3นายสวัสดิ์ มูลภาที ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง กล่าวว่า จังหวัดลำปาง ได้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง การรักษาวัฒนธรรมประเพณี เทศกาล รวมถึงมรดกทางวัฒนธรรมพื้นบ้าน เป็นประเพณีที่ชาวลำปางจัดขึ้น เพื่อรำลึกถึงประวัติการสร้างเมือง อันมีความเป็นมายาวนาน ที่สั่งสมสืบต่อกันมาตามประวัติศาสตร์ เมืองเขลางค์ (ลำปาง) เป็นการสื่อและแสดงถึงตำนานการสร้างนครลำปาง วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี สถาปัตยกรรม และโบราณสถานของจังหวัดลำปาง ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาณาจักรต่างๆ ฝ่ายเหนือ ไม่ว่าจะเป็น ล้านนา หรือ หริภุญไชย เรื่องราวของพ่อเจ้าทิพย์ช้างจะเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย 4

โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กิจกรรม : งานสืบสานตำนานพ่อเจ้าทิพย์ช้าง วีรบุรุษเขลางค์นคร ประจำปีงบประมาณ 2560 มีวัตถุประสงค์ เพื่อสืบสานและสร้างจิตสำนึก ให้ชาวลำปางเกิดความภูมิใจ ตลอดจนตระหนักถึงคุณในการธำรงเอกลักษณ์ประเพณี ที่งดงามของชาวล้านนา จังหวัดลำปาง ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวในระดับจังหวัด และระดับประเทศ ให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยว ส่งเสริมกิจกรรมมีส่วนร่วมและความสามัคคีของชาวลำปางทุกหมู่เหล่า สืบสาน อนุรักษ์ ฟื้นฟูประเพณี ศิลปวัฒนธรรมดั่งเดิมอันดีงานของชาวจังหวัดลำปาง เผยแพร่ให้สาธารณชนและนักท่องเที่ยวได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้จังหวัดลำปาง เผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมการจัดงาน และกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง ให้มีการเติบโตมากขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาล และเป็นการส่งเสริมสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง ให้มีการเผยแพร่อย่างกว้างขว้างมากขึ้น โดยจะมีการจัดงาน “สืบสานตำนานพ่อเจ้าทิพย์ช้าง วีรบุรุษแห่งเขลางค์นคร” ขึ้น ในวันที่ ๑๗-๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ณ วัดพระธาตุลำปางหลวง ตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง

5

สำหรับพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการจะมีขึ้น ในวันจันทร์ที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐-๒๑.๐๐ น. โดยมีขบวนแห่แบบล้านนาสุดอลังการ ประกอบด้วย ขบวนถวายเครื่องสักการะ เครื่องหลวงล้านนา, ขบวนช้าง, ขบวนม้า, ขบวนวัฒนธรรม, ขบวนเครื่องศาสตราวุธล้านนา, ขบวนเชิดชูเกียรติเจ้าผู้ครองนครลำปาง, ขบวนแห่ครัวทานแบบโบราณ ของหน่วยงาน องค์กร สถาบันการศึกษา ชุมชน, ขบวนฟ้อนรำ ฯลฯ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และสักการะบำเพ็ญบุญกุศลถึงพ่อเจ้าทิพย์ช้าง ณ วัดพระธาตุลำปางหลวง ภาคกลางคืน ชมการแสดงประกอบแสง สี เสียง สื่อผสม สืบสานตำนานพ่อเจ้าทิพย์ช้าง วีรบุรุษแห่งเขลางค์นคร พบกับ นักแสดง ศิลปิน-ดารา รับบทเป็น หนานทิพย์ช้าง และ เจ้าศรีอโนชา, บรรยากาศข้าวแลงขันโตก, กาดหมั้วคัวแลง, นิทรรศการประวัติความเป็นมาพ่อเจ้าทิพย์ช้าง, การสาธิตการตีดาบ, การแสดงซอล้านนา, สินค้าของดีนครลำปางมากมาย

ในวันอังคารที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐-๐๙.๐๐ น. นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย เจ้านายฝ่ายเหนือเชื้อสกุลเจ้าเจ็ดตนฯ ร่วมเป็นประธานในพิธี และ พิธีวางพวงมาลา, พิธีสงฆ์ และ บวงสรวง เจ้าพระยาสุลวะลือไชยสงคราม (พ่อเจ้าทิพย์) ประจำปี ๒๕๖๐

6

7

ภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การชมนิทรรศการต่างๆ, การจำหน่ายสินค้า OTOP ในบริเวณงาน, การแสดงศิลปะพื้นบ้าน ขับซอ..สืบสานภูมิปัญญาล้านนา จากคณะซอจากจังหวัดลำปาง, ขบวนแห่ ประกอบด้วย ขบวนถวายเครื่องสักการะ, เครื่องหลวงล้านนา, ขบวนช้าง, ขบวนม้า, ขบวนวัฒนธรรม, ขบวนเครื่องศาสตราวุธล้านนา, ขบวนเชิดชูเกียรติเจ้าผู้ครองนครลำปาง, ขบวนแห่ครัวทานแบบโบราณ ของหน่วยงาน, องค์กร, สถาบันการศึกษา-ชุมชน, ขบวนฟ้อนรำ ฯลฯ ด้วยแรงศรัทธาของประชาชนชาวจังหวัดลำปาง เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ณ วัดพระธาตุลำปางหลวง พิธีถวายเครื่องสักการะ เครื่องหลวง ประกอบพิธีทักษิณานุประทาน, ชมการแสดงประกอบแสง สี เสียง สื่อผสม สืบสานตำนาน พ่อเจ้าทิพย์ช้าง วีรบุรุษแห่งเขลางค์นคร, การแสดงไหว้สาบูชาองค์พระธาตุลำปางหลวง, การฟ้อนถวายจากชุมชนท้องถิ่นในอำเภอเกาะคา จำนวน 200 คน และ การแสดงเชิดชูเกียรติพ่อเจ้าทิพย์ช้าง ศาสตราวุธ, การแสดงฟ้อนดาบ, ฟ้อนเจิง, ข่วงเจิง, ศิลปะอาวุธไทย, ชมบรรยากาศการจัดงานแบบล้านนา กาดหมั้วคัวแลง, สินค้าชุมชน, นิทรรศการต่างๆ

8

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง โทร. 054-226-919 ฝ่ายประชาสัมพันธ์เฉพาะกิจ : บริษัท เก่งจัง ครีเอชั่น เฮ้าส์ จำกัด

นก-ศศิธร โทร. 089-927-7589, กบ-กฤศพณ โทร. 082-549-2456

9