Half Sized Blog Element (Single Author Style)
Half Sized Blog Element (Multi Author Style)
12 ที่เที่ยวผจญภัย มุมมองใหม่ใน ‘สตูล’
1. ถ้ำเลสเตโกดอน อ.ทุ่งหว้า ‘ถ้ำลอดทะเลยาวที่สุดใ […]
สัมผัสวัดเขาอ้อ สำนักตักศิลาแห่งไสยเวทย์ปักษ์ใต้ จ.พัทลุง
‘พัทลุง’ นามนี้คือดินแดนแสนสงบ แม้จะถูกจัดฐ […]
12 ที่เที่ยวผจญภัย มุมมองใหม่ใน ‘สตูล’
1. ถ้ำเลสเตโกดอน อ.ทุ่งหว้า ‘ถ้ำลอดทะเลยาวที่สุดใ […]
สัมผัสวัดเขาอ้อ สำนักตักศิลาแห่งไสยเวทย์ปักษ์ใต้ จ.พัทลุง
‘พัทลุง’ นามนี้คือดินแดนแสนสงบ แม้จะถูกจัดฐ […]



















เมื่อกล่าวถึงแหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาในพัทลุงแล้ว ชื่อ
รอยพระพุทธบาทจำลอง บนเขาอ้อ จ.พัทลุง
สำหรับผู้ที่มีความศรัทธาเป็นลูกศิษย์ลูกหาของวัดเขาอ้อ หรือนักท่องเที่ยวที่ชอบตระเวนไหว้พระ การมาเยือนวัดเขาอ้อสักครั้งในทริปพัทลุงถือว่าคุ้มสุดๆ เพราะจะได้พาตัวและหัวใจมาสัมผัสถึงถิ่นถึงที่
ปากทางเข้าถ้ำฉัททันต์บรรพต ซึ่งเคยใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญพรตของฤาษีและพราหมณ์เมื่อหลายร้อยปีก่อน
จริงๆ แล้วตามประวัติเล่ากันว่า สำนักเขาอ้อได้รับการก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 800 โดยพราหมณ์กลุ่มหนึ่งที่อพยพมาจากอินเดีย เนื่องจากในยุคนั้นศาสนาพุทธในชมพูทวีปกำลังรุ่งเรือง ศาสนาพราหมณ์ (ฮินดู) ที่เริ่มลดอิทธิพลลง จึงเคลื่อนออกจากชมพูทวีปมาหาฐานที่มั่นใหม่ เป็นยุคที่เรียกว่า
บรรยากาศภายในโถงถ้ำใหญ่ตรงกลาง ของถ้ำฉัททันต์บรรพต วัดเขาอ้อ จ.พัทลุง
รางยาแช่ว่าน (จำลอง) ของขุนพันธ์ ภายในถ้ำฉัททันต์บรรพต วัดเขาอ้อ จ.พัทลุง
บูรพาจารย์ผู้มีวิชาเข้มขลังของสำนักวัดเขาอ้อ ที่สืบสานสรรพวิชาอาคมมาถึงปัจจุบัน มีอยู่หลายท่านด้วยกัน ได้แก่
นอกจากความเชื่อเรื่องไสยเวทย์ สรรพวิทยาคม และเครื่องลางของขลังอันศักดิ์สิทธิ์ที่วัดเขาอ้อแล้ว ในแง่ของการท่องเที่ยว เราสามารถเข้าไปเที่ยวชมหรือกราบพระกันได้ตลอดปี โดยเฉพาะในช่วงเดือน 5 และเดือน 10 ของทุกปี ที่จะมีการจัด
ในช่วงการจัดงานไหว้ครูบูรพาจารย์วัดเขาอ้อ จะมีพิธีแช่ว่านอาบยา โดยย้ายจุดจัดพิธีจากในถ้ำฉัททันต์บรรพต มาเป็นบริเวณเชิงเขาอ้อ ที่ต้องเดินขึ้นบันไดไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ตัวยาที่ใช้ในการแช่ว่านอาบยาวัดเขาอ้อ มีถึง 108 ชนิด โดยตัวยาหลักคือ บอระเพ็ด, ชิงช้าชาลี, ว่านหนามบ่อ, ว่านปลาไหลเผือก ฯลฯ นำมาต้มแล้วเทลงไปขณะร้อนๆ ในรางยา โดยอาจารย์เปลี่ยน หัทยานนท์ จะทำการบริกรรมคาถากำกับไว้ด้วย นอกจากนี้ยังห้ามไม่ให้สตรีเข้ามาในปรัมพิธีเด็ดขาด เพราะพิธีจะเสื่อม

นอกจากผู้ศรัทธาจำนวน 12 คน ที่ได้เข้าพิธีนอนแช่น้ำว่านอาบยานั้น ในบริเวณวัดก็ยังมีการนำว่าน 108 ชนิด เช่นเดียวกับที่ใช้ในการอาบแช่ในรางยา มาต้มในกระทะใบบัวใหญ่ แจกจ่ายให้ผู้ศรัทธาที่มาเข้าร่วมงาน ถือว่าเป็นน้ำว่านศักดิ์สิทธิ์ ที่ช่วยให้สุขภาพดี ป้องกันสิ่งชั่วร้าย และมีพุทธคุณลึกล้ำเกินกว่าจะบรรยายได้หมด
ในบริเวณวัด มีการนวดพื้นบ้านเพื่อรักษาโรค และคลายปวดเมื่อยกันด้วย พ่อหมอทำงานไม่หยุดหย่อน เพราะมีคนมารอคิวกันตลอดวันเลยทีเดียว
ในช่วงเย็นของวันแรก วัดเขาอ้อได้จัด
พิธีสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา วัดเขาอ้อ เดือนกุมภาพันธ์ 2562
วันถัดมามีพิธีศักดิ์สิทธิ์จัดภายในพระอุโบสถวัดเขาอ้อ คือ

ข้าวเหนียวดำที่ผ่านพิธีหุงด้วยน้ำว่านยา 108 ชนิด และเสกคาถากำกับมาตลอด 1 วันเต็ม บัดนี้สุกดีแล้ว จากนั้นต้องทิ้งไว้ให้เย็นตัว 1 คืน ก่อนนำมาปั้นเป็นก้อนกลมเล็กๆ ในวันต่อไป
วันที่สาม วันสุดท้ายของพิธีในปี 2562 คือ
เหล่าชายชาตรีทยอยเข้าร่วมพิธีกินเหนียวกินมัน ตามลำดับที่ได้รับ ทุกคนต้องถอดเสื้อและใส่กางเกงขาสั้น (หรือถกขากางเกงขึ้น) เพราะพิธีกรรมนี้ ต้องนำข้าวเหนียวดำปลุกเสกป้ายมือ ทาไปทั่วตัว โดยลูบขึ้น 3 ครั้ง ให้คาถาและความเข้มขลังต่างๆ แทรกซึมเข้าสู่ภายในร่างกาย ในขณะที่พระอาจารย์บริกรรมคาถากำกับ และใช้นิ้วโป้งกดไว้ที่สะดือผู้เข้าร่วมพิธีด้วย
สำหรับเหล่าลูกศิษย์ลูกหาและผู้ศรัทธาที่เป็นสตรี ไม่สามารถเข้าร่วมพิธีกินเหนียวกินมัน ในพระอุโบสถวัดเขาอ้อได้ ต่างก็มารอคอยกันเนืองแน่นที่หน้าต่างด้านนอก โดยถือบัตรคิวมารอรับกันอย่างเป็นระเบียบ เพื่อนำข้าวเหนียวดำที่ผ่านพิธีกรรมปลุกเสกอันศักดิ์สิทธิ์นี้ไปกิน ไปบูชา หรือนำไปให้ญาติสนิทมิตรสหายของตน
