Passport น่าน PLUS แพร่ 12 เมืองต้องห้ามพลาด (ตอน 2)

a2

เรายังเดินทางท่องเที่ยวกันต่อไป พร้อมกับแคมเปญสุดเจ๋งของ ททท. สำนักงานแพร่ “Passport น่าน Plus แพร่” 12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัส ที่นำเราออกไปสัมผัสเรื่องราวแปลกใหม่ในจังหวัดน่าน-แพร่ อย่างไม่รู้จบ พร้อมกับได้ประทับตราในสมุด Passport เล่มน้อย เพื่อเอาไปรับรางวัลที่ ททท. แพร่ ในภายหลังด้วย

โดยโครงการดีๆ นี้ มีในระหว่าง เดือนพฤษภาคม-กันยายน 2559 เท่านั้น

เริ่มต้นเที่ยววันที่สองอย่างมีความสุข กับการไปหาอาหารเช้าอร่อยๆ หม่ำกันที่ “ร้าน Sweety 9″ ถนนสุมนเทวราช ร้านน่ารักใจกลางเมืองน่าน (โทร. 08-7090-2298, 09-1778-3930) เปิดเวลา 07.00-17.00 น. ทุกวัน
a4

ร้าน Sweety 9 มีคำขวัญประจำร้านแสนน่ารักว่า “ขม หวาน เพื่อสุขภาพ” หรือ Bitter Sweet Healthy มาชิมอาหารร้านนี้ จึงได้ครบทั้งสุขภาพและความอร่อยa5

ร้าน Sweety 9 ตั้งอยู่ตรงทำเลยอดเยี่ยม คือหัวมุมถนนสี่แยกประตูน้ำเข้ม โดยเจ้าของร้านคนปัจจุบันได้ปรับปรุงเรือนไม้เก่าให้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ชั้นล่างเป็นร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก ส่วนชั้นบนเป็น Art Gallery

จึงทำให้ ร้าน Sweety 9 ยังได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในสาขาอาคารพาณิชย์ อีกด้วย น่าภูมิใจแทนจริงๆ นะจ๊ะ

ก่อนจะหม่ำอาหารเช้า เราไม่ลืม ประทับตราใน Passport ททท. สะสมให้ครบเตรียมไปแลกของรางวัล อิอิ
a7.1

ได้มาแล้วจ้า ตราประทับใน Passport ของร้าน Sweety 9

มุมเก๋ๆ น่ารักๆ ที่ร้าน Sweety 9
a7

ร้าน Sweety 9 มีสินค้าพื้นเมืองน่านจำหน่ายด้วยนะจ๊ะ ทั้งผ้าทอ เสื้อยืด โปสการ์ด ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และขนมพื้นเมืองต่างๆ ในราคามิตรภาพจ้าa8

ร้านของที่ระลึก Sweety 9a9

บนชั้นสองของร้าน Sweety 9 จัดเป็นแกลเลอร์รี่แสดงงานศิลปะแบบหมุนเวียน
a10

ยกมาแล้ว เมนูอาหารเช้าอย่างแรกของเรา ข้าวผัดน้ำพริกหนุ่ม กินกับไส้อั่ว แคบหมู และไข่ต้ม รสชาติลงตัวมากๆ
a11

เมนูที่สองเพิ่มพลังเช้านี้ คล้าย American Breakfast แต่ร้าน Sweety 9 เขาใช้ไส้อั่วแทนไส้กรอก และใช้หมูยอแทนเบค่อน สร้างสรรค์มาได้ลงตัวสุดๆ แต่งจานมาสีสันก็น่าหม่ำเหลือเกิน
a12

Green Tea ของร้าน Sweety 9 ถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่ม Signature แสนอร่อย ที่มีคนตามมาชิมกันเยอะมาก
a13

ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ที่ร้าน Sweety 9 มีทั้งยาสระผา ครีมอาบน้ำ ครีมบำรุงผิว สบู่ และอื่นๆa14ออกเดินทางจากตัวเมืองน่าน ด้วยทางหลวงหมายเลข 101 ตรงไปอำเภอเวียงสา เพื่อตามหาจุดประทับตรา Passport ต่อไปของ ททท. ทางช่วงนี้ขับรถง่าย เพราะไม่ต้องขึ้นภูเขา
a15

ถึงแล้ว วัดบุญยืน อำเภอเวียงสา เป็นวัดเก่าแก่กว่า 200 ปี ที่ทรงของวิหารเป็นแบบล้านนาแท้ คล้ายที่วัดภูมินทร์ เรียกว่า “วิหารซด” คือหลังคาลดหลั่นซ้อนกันลงมาเป็น 3 ชั้น ปัจจุบันได้รับการบูรณะงดงามสะอาดตาa16

ด้านหลังโบสถ์มีองค์พระธาตุอยู่ด้วย แต่ผู้หญิงห้ามขึ้นไปด้านบนa17

ภายในโบสถ์วัดบุญยืน งดงามวิจิตรตระการตา ด้วยฝีมือช่างโบราณสมัย พ.ศ.2329 โดยผู้ครองนครน่านองค์ที่ 55 เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ เด่นที่องค์พระประธานในโบสถ์สูงถึง 8 ศอก สีทองอร่ามงามตา เป็นปางประทับยืนเปิดโลก โดยมีเสาวิหารสีแดงขนาดสองคนโอบกว่าสิบต้นเป็นเส้นนำสายตาเข้าไป ทำให้แลอลังการสุดบรรยาย!a18

พระยืนสูง 8 ศอก ที่วัดบุญยืน อำเภอเวียงสาa19

อำเภอเวียงสายังมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจอีกแห่งคือ “เฮือนรถถีบ” (โทร. 08-9898-4404) ซึ่ง คุณสุพจน์ เต็งไตรรัตน์ ผู้เป็นเจ้าของ มีใจรักและผูกพันกับจักรยานโบราณ จึงสะสมมานานหลายสิบปี ทุกคันสามารถใช้งานได้จริง เป็นอีกแหล่งหนึ่งที่คนรักจักรยานสามารถมาศึกษาวิวัฒนาการความเป็นไปของจักรยาน หรือที่คนเหนือเรียกว่า รถถีบ นั่นเอง
a20

เฮือนรถถีบ อยู่บ้านเลขที่ 154 หมู่ 4 ถนนเจ้าฟ้า ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา (ทางหลวงหมายเลข 1026) เปิดให้เยี่ยมชมเวลา 09.00-11.00 น. และ 14.00-16.00 น. แต่ต้องโทรนัดก่อนเข้าชมa21

คุณสุพจน์ เต็งไตรรัตน์ กับจักรยานล้อโตแบบโบราณสุดรัก ซึ่งยังใช้งานได้จริง!a22

ระหว่างขับรถเที่ยวอำเภอเวียงสา เราพบร้านกาแฟเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ในมุมอันเงียบสงบมุมหนึ่ง ป้าย “ร้านฮอมมคัฟเฟ่” (Hormm Coffe) ยิ่งทำให้เราอยากรู้ จนต้องจอดรถเข้าไปทักทาย และชิมกาแฟ กับเค้ก Home Made ที่เขาว่าเด็ดมาก
a23

ร้านฮอมมคัฟเฟ่ อยู่บ้านเลขที่ 303 หมู่ 3 ซอยเจ้าฟ้า 1 ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน (โทร. 0-5478-1322, 08-8022-6664) เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00-17.00 น.
a24

คุณแพทและคุณแป้ง สองเพื่อนสนิท ผู้ก่อตั้งร้านฮอมมคัฟเฟ่ ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนเคยเปิดร้านอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ด้วยความเครียดจากเมืองใหญ่ ในที่สุดก็ย้ายกลับมาเปิดร้านที่บ้านเกิด จนวันนี้มีรอยยิ้มเปื้อนหน้า ร้านกาแฟเล็กๆ นี้สร้างความสุขให้ทั้งกับตัวเอง และกลมกลืนกับชุมชนโดยรอบได้เป็นอย่างดี

ประทับตราสะสมให้ครบ ร้านฮอมมคัฟเฟ่ เป็นหนึ่งในจุดที่ ททท. สำนักงานแพร่ เลือกให้เป็นที่ประทับตราของนักท่องเที่ยว ถ้าใครยังไม่มีสมุด Passport ก็มาขอรับได้ที่นี่ฟรีจ้าa26 a27

ขอชิมกาแฟคั่วเองสูตรพิเศษสักแก้วนะจ๊ะ ได้ข่าว่าร้านนี้มีกาแฟหลายสิบชนิด จากทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศให้ชิมกันด้วย ว้าว!a28

กาแฟดริปหอมกรุ่น จากเมล็ดกาแฟคั่วเอง ฝีมือคุณแพท a29 a30าเขียวเย็นสูตรพิเศษ ร้านฮอมมคัฟเฟ่a31

แพชชั่นฟรุตปั่น หวานอมเปรี้ยวชื่นใจจริง
a32

ชีสเค้กหอมอร่อย เนื้อนุ่มกำลังดี จากฝีมือของคุณแป้งและคุณแพท ร้านฮอมมคัฟเฟ่a33

กาแฟฮอมมคัฟเฟ่ คั่วเองใหม่สด มีให้คนรักกาแฟเลือกซื้อกลับบ้านกันหลายระดับความเข้ม
a34

นอกจากกาแฟและเค้กแล้ว ร้านนี้ยังมีสบู่ธรรมชาติที่ผลิตเองขายด้วย อย่างสบู่มะกรูดที่เก็บจากต้นหลังบ้าน จึงรับรองได้ว่าดีต่อสุขภาพร่างกาย เพราะเป็น Organic 100 เปอร์เซนต์แน่นอนa35

เรายังวนเวียนอยู่ในอำเภอเวียงสาอันแสนน่ารัก ห่างจากร้านฮอมมคัฟเฟ่และวัดบุญยืนไม่ไกล ก็ถึง อีกหนึ่งจุดประทับตราใน Passport ของ ททท. คือ “ร้านจ๊างน่าน” (โทร. 08-9898-4404) เปิดเวลา 10.00-22.00 น.a36

โลโก้น่ารักๆ ของร้านจ๊างน่าน เหตุที่ใช้ช้างมาเป็นสัญลักษณ์เพราะ รุ่นปู่ของเจ้าของร้านคนปัจจุบัน ท่านเลี้ยงช้างไว้ใช้งานด้วย เพราะคนแพร่สมัยก่อนมีกิจการสัมปทานทำไม้ จึงใช้ช้างกันเป็นเรื่องธรรมดา ปัจจุบันเหลือเพียงโลโก้น้องช้างให้คิดถึงจ้า
a37

ร้านจ๊างน่าน ตกแต่งสไตล์วินเทจสุดน่ารัก ดัดแปลงจากบ้านไม้สองชั้นเดิมซึ่งอยู่อาศัยกันมา 3 ชั่วอายุคนแล้ว ตั้งแต่รุ่นปู รุ่นพ่อ จนมาถึงรุ่นปัจจุบัน ภายในร้านโปร่งโล่งสบาย ตามแบบเรือนไม้ทางเหนือ ซึ่งนอกจากด้านหน้าบ้านที่ติดถนนจะกว้างแล้ว ยังมีแนวลึกเข้าไปทางด้านหลังบ้านด้วยa38

ได้ตราประทับใน Passport ของ ททท. เพิ่มอีกหนึ่งดวงที่ ร้านจ๊างน่านa39 a40 a41

วันนี้ คุณหยก (วงศกร ไกรทอง) เจ้าของร้านจ๊างน่าน ลงมือทำกาแฟไนโตรสูตรพิเศษสุดๆ ให้เราชิมเองเลยกับมือ เป็นกาแฟเข้มข้นใส่นม อัดด้วยก๊าซไนโตรเจนแรงดันสูง หาชิมได้ไม่กี่ที่ในเมืองไทยนะ ขอบคุณ คุณหยกมากๆ จ้า

a42

ร้านจ๊างน่าน แต่เดิมชื่อร้านจ๊างน่าน Milk Club & Gallery ขายเสื้อผ้า กาแฟ และมีแกลเลอร์รี่แสดงงานศิลปะ โดยหลังจากคุณหยกเรียนจบและทำงานอยู่ที่ กทม. หลายปี ในที่สุดก็พบคำตอบสุดท้ายว่า การกลับมายังบ้านเกิด เพื่อทำงานที่ตนรักและสร้างแบรนด์ของตัวเองให้เข้มแข็ง คือสิ่งที่ยั่งยืนที่สุดแล้ว
a43

นอกจากจะมีที่นั่งในร้านแล้ว ด้านหลังยังมีมุมสงบใต้ร่มไม้ร่มรื่น ให้รื่นรมย์กันด้วย
a44

บนชั้นสองของร้านจ๊างน่าน จัดเป็น Art Gallery แบบหมุนเวียน ให้เสพศิลป์กันได้ตลอดปีa45

ภาพแห่งอดีตอันน่าจดจำ ของคุณปู่คุณหยก เจ้าของร้านคนปัจจุบัน ในภาพคุณปู่คือคนที่ยืนใส่เสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีน้ำเงิน ท่านมีกิจการสัมปทานทำไม้ซุงในยุคแรก และต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นกิจการวิ่งรถบัสโดยสาร พร้อมกับเปิดร้านขายอะไหล่ชื่อ วาสนาพานิชa46

รถบัสในยุคอดีตของวาสนาขนส่ง แม้ไม่ได้วิ่งแล้ว แต่เปลี่ยนหน้าที่มาเป็นร้านอาหารได้อย่างวิเศษ!a47

โต๊ะอาหารภายในรสบัส คือมุมที่ลูกค้าโปรดปรานที่สุดมุมหนึ่ง ณ ร้านจ๊างน่าน
a48

ข้าวเปียกเส้น ร้านจ๊างน่าน ใครหิวสั่งมากินกันหนักๆ ได้เลยกับเมนูอร่อยนี้
a49

แหนมเนืองร้านจ๊างน่าน แค่ชุดเล็กก็อิ่มแปล้แล้ว เพราะให้เยอะ จริงใจมากๆa50

บ่ายคล้อย เราออกเดินทางจากร้านจ๊างน่าน ต่อไปยัง “ดอยเสมอดาว” ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย (โทร. 0-5473-1714, 09-3242-2914) เพื่อชมความงามสุดอลังการของขุนเขาสลับซับซ้อน และหนึ่งในป่าไม้ผืนสุดท้ายที่เหลืออยู่ของน่าน นี่คือแหล่งต้นน้ำลำธารที่ไหลลงไปเติมเต็มให้แม่น้ำเจ้าพระยาด้วยเช่นกัน

ดอยเสมอดาว ตั้งอยู่ที่ กม.16 ถนนสายนาน้อย-ปางไฮ เป็นจุดชมทิวทัศน์ 360 องศา สุดฮิต
a1

ดอยเสมอดาว เป็นจุดกางเต็นท์นอนสัมผัสธรรมชาติ ห่มหนาว ดูดาว ชื่นชมทะเลหมอกยามเช้า ที่สวยสดงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองน่าน เที่ยวได้ตลอดปี แต่เจ๋งสุดคือฤดูหนาว ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ความสูง และความงามที่ปรากฏ จึงได้รับการเปรียบเปรยไปว่า อยู่สูงเสมอดาวเลยล่ะ!
a51

จากจุดชมวิวดอยเสมอดาว มองไปทางขวาจะเห็นผาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ชื่อว่า “ผาหัวสิงห์” ซึ่งมีทางเดินไต่ขึ้นไปยืนชมวิวบนนั้นได้ด้วยa52

ลำน้ำน่าน ไหลลดคดโค้งอยู่เบื้องล่าง เมื่อมองจากดอยเสมอดาวลงไป ถ้าได้มาเที่ยวในตอนเช้าตรู่ของฤดูหนาว ก็จะเห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมราวปุยนุ่นสีขาว
a53

จุดหมายสุดท้ายในวันนี้ ก่อนขับรถกลับเข้าไปนอนพักที่ตัวเมืองน่าน คือ “เฮือนฝ้ายแม่จำปี” อำเภอนาน้อย เป็นศูนย์ OTOP ผ้าทอคุณภาพดีของท้องถิ่น และ เป็นจุดประทับตราใน Passport ททท. ด้วยเช่นกัน (โทร. 0-5475-4228, 08-5100-1807) เปิดเวลา 08.00-22.00 น.
a54

ใครยังไม่มีสมุด Passport ที่ใช้ประทับตราในโครงการ Passport น่าน Plus แพร่ ก็มารับที่ร้านเฮือนฝ้ายแม่จำปี ได้ฟรี
a55a56

ดีใจจัง ประทับตราของจังหวัดน่านครบทุกแห่งแล้ว! a57

มุกเก๋สุดน่ารัก ในบรรยากาศย้อนยุคที่เฮือนฝ้ายแม่จำปีa58

ขับรถมาไกล เที่ยวกันมาทั้งวัน แวะดื่มชาเขียวเย็น และชานมเย็น ที่เฮือนฝ้ายแม่จำปี
a59

ห้องพักแสนสบาย แอร์เย็นฉ่ำที่ เฮือนฝ้ายแม่จำปีs18

วันพรุ่งนี้ เราจะไปเที่ยวจังหวัดแพร่กันแล้วจ้า…LOGO TATสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ โทร. 0-5452-1127

Passport น่าน PLUS แพร่ 12 เมืองต้องห้ามพลาด (ตอน 1)

d2

ล้านนาตะวันออก ถิ่นนี้ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแสนน่ารัก อาบอิ่มด้วยธรรมชาติ ป่าเขา สายน้ำ รวมถึงวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว “น่าน และแพร่” จึงเป็น 2 จังหวัดแห่งล้านนาตะวันออก ที่น่าเที่ยว น่าเยี่ยมเยือนกันได้ตลอดปี

แต่เรามีข่าวดีข่าวด่วนมากบอก เมื่อ ททท. สำนักงานแพร่ จัดแคมเปญ Passport น่าน Plus แพร่ 12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัส ให้เราท่องเที่ยวสัมผัสวิถีสองจังหวัดใหญ่แห่งล้านนาตะวันออก เรียนรู้จิตวิญญาณที่แท้จริงของเขา ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ วัฒนธรรม และชุมชน พร้อมกับตามล่ารางวัลมากมาย โดยการนำสมุด Passport เล่มน้อย ไปประทับตราตามจุดที่กำหนด แค่จังหวัดละ 3 แห่ง (รวม 6 แห่ง) เท่านี้ก็นำไปขอรับรางวัลที่ ททท. สำนักงานแพร่ ได้แล้วจ้าd3

แคมเปญ Passport น่าน Plus แพร่ มีให้เราร่วมสนุกกันระหว่างเดือน พฤษภาคม ถึงเดือนกันยายน 2559 เลยนะจ๊ะ

จุดรับสมุด Passport น่าน Plus แพร่ 12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัส ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของเทศบาลเมืองน่าน ซึ่งอยู่ในใจกลางเมือง ตรงข้ามกับวัดภูมินทร์ และเป็นจุดขึ้นรถรางเที่ยวรอบเมืองด้วยล่ะ

หรือเราจะไปหยิบสมุด Passport ตามจุดประทับตราทุกแห่งที่ระบุไว้ในสมุด ก็ได้เช่นกันจ้า

ไม่รอช้ารับ สมุด Passport แล้ว ก็เริ่มไปเที่ยวกันเลยดีกว่า เดินข้ามถนนจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของเทศบาลเมืองน่านมาอีกฝั่ง ก็ถึง “วัดภูมินทร์” แล้วล่ะ หยุดอ่านข้อมูลในสมุด Passport ให้ได้ความรู้ก่อน จะได้เที่ยวสนุกd6

วัดภูมินทร์  เป็นวัดหลวง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2139 ในสมัยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ปกครองน่าน ความโดดเด่นคือ พระอุโบสถเป็นอาคารทรงจตุรมุข ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย 4 องค์ หันหน้าออกสู่ประตูทั้ง 4 ทิศ หาได้ยากยิ่ง สะท้อนถึงความเชื่อในเรื่องพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ของชาวพุทธล้านนาในอดีต

ยิ่งกว่านั้นพระอุโบสถหลังนี้ยังได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในสุดยอดศิลปกรรมไทลื้อ ที่เรียกว่า “วิหารซด” เป็นรูปแบบการสร้างวิหารหรือโบสถ์ให้หลังคาซ้อนลดหลั่นกันลงมาหลายชั้น ไม่เน้นความสูง รวมถึงมีการประดับกระจกสีด้วย
d7

ภายในวิหารวัดภูมินทร์เหลืองอร่ามงามด้วยสีทองคำเจิดจรัส ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์ ซึ่งเคยได้รับการยกย่องให้เป็น แหล่งท่องเที่ยว Unseen Thailand ของ ททท. มาแล้ว
d8

ภาพปู่ม่าน ย่าม่าน ต้นกำเนิดกระซิบรักอมตะ วาดขึ้นโดยศิลปินพื้นบ้านฝีมือชั้นครูนามว่า หนานบัวผัน ซึ่งเป็นผู้เดียวกับที่วาดภาพจิตรกรรมในวัดหนองบัว คาดว่าภาพปู่ม่าน ย่าม่าน วาดขึ้นในช่วงปี พ.ศ.2410-2417 ระหว่างการบูรณะซ่อมแซมวัดภูมินทร์ในสมัเจ้าอนันตฤทธิวรเดชครองเมืองน่าน ซึ่งตรงกับปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาพนี้เป็นเอกลักษณ์ของผู้วาดคือหนานบัวผันโดยแท้ เพราะวาดด้วยขนาดเท่าคนจริง และใบหน้าคนมีคิ้วโก่ง ปากเป็นกระจับ ดังที่หนานบัวผันชอบd9

เมื่อชมวัดภูมินทร์เสร็จแล้ว ก็ได้เวลา นั่งรถรางเที่ยวรอบเมืองน่าน วันเสาร์-อาทิตย์ เขามีรอบเวลา 09.30 / 10.30 / 13.30 / 15.30 น. โดยเราสามารถโทรจองได้ ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลเมืองน่าน โทร. 0-5475-1169 ส่วนวันจันทร์-ศุกร์ มี 2 รอบ เวลา 09.30 และ 15.30 น. ค่าบริการคนละ 30 บาทเท่านั้นd10

นั่งรถรางเที่ยวชมความสวยงาม และเรื่องราวประวัติศาสตร์น่าสนใจของเมือง Slow Town น่าน ที่เราหลงรัก
d11 วัดพระเกิด อำเภอเมืองน่าน (โทร. 08-1765-2710) แม้จะเป็นวัดไม่ใหญ่โต แต่ก็มีชื่อเสียงมาตั้งแต่ พ.ศ.2554 แล้ว เพราะเป็นต้นกำเนิดงานหัตถกรรมพื้นบ้าน “ตุงก้าคิง” เป็นภาษาไทยใหญ่หมายถึง “ธง” โดยผู้ที่คิดค้นทำตุงก้าคิงขึ้นคนแรกก็คือ อาจารย์คำรบ วัชราคม อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคน่าน

นักท่องเที่ยวหรือคนทั่วไปที่สนใจ สามารถเข้ามาฝึกทำตุงก้าคิงที่วัดพระเกิดได้สบายมาก โดยป้าติ๋มและป้าไก่ สองผู้นำจะคอยช่วยให้ความรู้ แต่ถ้าจะให้ได้ชมชัวร์ๆ ก็ควรโทรติดต่อป้าทั้งสองก่อนนะจ๊ะ
d13

ป้าไก่ สาธิตการทำตุงก้าคิงให้เราชม พร้อมกับเล่าว่า ตุงก้าคิงมี 2 ประเภท คือ ตุงมงคล ใช้เพื่อถวายวัดในงานมงคลต่างๆ อาทิ สงกรานต์, ปักเจดีย์ทราย, ถวายเป็นพุทธบูชา, ใช้ในห้องพระ ฯลฯ และอย่างที่สองคือ ตุงอวมงคล ซึ่งใช้ในงานเรือนทาน, งานศพ ฯลฯ
d14

การทำตุงก้าคิง ต้องตัดกระดาษสีมาเติมรายละเอียดหน้าตาในตุงให้ครบถ้วน แล้วติดสัญลักษณ์ตัวสัตว์ในปีนักษัตรลงไป ให้ตรงกับปีเกิดของเราd15

การทำตุงก้าคิง วัสดุหลักใช้กระดาษสาสีขาวอย่างหนา แล้วเปะกระดาษสีลงไปประดับให้ครบถ้วนทั้งสองด้าน หน้าหลัง ดังนั้นลายของทั้งสองด้านจึงต้องเหมือนและตรงกัน
d16

การตอกลายตุงก้าคิงที่วัดพระเกิด ปัจจุบันมีคนที่ทำเป็นไม่กี่คน ลูกหลานคนไหนสนใจไปช่วยกันสืบสานไว้ได้นะจ๊ะ

ตุงก้าคิงแต่ละผืน จะมีความสุงเท่ากับ (หรือใกล้เคียง) เจ้าของผู้ทำ เพื่อใช้เป็นตัวแทนคนคนนั้น แล้วนำไปแขวนไว้ในโบสถ์วัดพระเกิด จนกว่าผืนตุงจะเปื่อยยุ่ยไปเองตามกาลเวลา นับเป็นการสะเดาะเคราะห์วิธีหนึ่ง ตามความเชื่อของชาวบ้านพระเกิด เพราะมีอยูที่นี่ที่เดียวในภาคเหนือ
d19

หลังจากถวายตุงก้าคิงกับท่านเจ้าอาวาสแล้ว ก็ได้เวลานำเข้ามาแขวนภายในโบสถ์วัดพระเกิด โดยตุงนี้จะแขวนอยู่ภายในโบสถ์นานจนกระดาษจะเปื่อยไปเอง ในภาพนี้ ป้าติ๋มและป้าไก่ ช่วยกันโชว์ตุงก้าคิง 3 ยุค ซึ่งมีการพัฒนาความสวยงามและลวดลายขึ้นตามลำดับ รุ่น 1 หน้าตาน่ารักมาก เป็นแบบง่ายๆ มีแต่ตา ปาก และจมูกd20

ตุงก้าคิง ที่แขวนอยู่บนผนังโบสถ์วัดพระเกิด แบ่งกลุ่มตามปีนักษัตรd21

พระประธานในโบสถ์วัดพระเกิด งดงามน่าเลื่อมใส ขนาบข้างด้วยพญานาคสองตนd22

พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพระเกิด เป็นสถานที่เก็บรวบรวมวัตถุโบราณล้ำค่าน่าชมของชุมชน ก่อตั้งขึ้นโดย อาจารย์คำรบ วัชราคม ชาวพัทลุง ผู้เดินทางมาทำงานอยู่ที่น่าน ในตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคน่าน ทว่าปัจจุบันท่านได้ลาโลกไปแล้ว ฝากไว้แต่ผลงานการอนุรักษ์ภูมิปัญญาของชุมชนวัดพระเกิดแห่งนี้d23

ภายในพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพระเกิด รวบรวมและจัดแสดงวัตถุโบราณและพระพุทธรูปล้ำค่าจำนวนมาก
d24

พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพระเกิด ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยอาจารย์คำรบ วัชราคม เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันd25จากวัดพระเกิด เราตระเวนเที่ยวน่านกันต่อที่ “โฮงเจ้าฟองคำ” ถนนสุมนเทวราช (โทร. 0-5471-0537, 08-9560-6988) ที่นี่เป็นหนึ่งใน โฮง หรือ เรือนไม้เก่าโบราณ ที่ถือว่างดงามที่สุดของเมืองน่านในปัจจุบันd26

ประวัติเล่าว่า เดิมโฮงเจ้าฟองคำ เป็นบ้านพักของเจ้าศรีตุมมา หลานของเจ้ามหาวงศ์ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 11 สร้างขึ้นราว พ.ศ.2384-2400 แล้วตกทอดมาเป็นของเจ้าฟองคำ แต่เดิมตัวโฮงเป็นไม้สักประกอบด้วยวิธีใส่สลักไม้ หลังคามุงแป้นเกล็ด ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นกระเบื้องดินขอ ด้านล่างเป็นที่สาธิตการทอผ้า ส่วนบนบ้านเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ชมอย่างดี คล้ายเราได้ย้อนกลับไปสู่ยุคอดีตครั้งที่เมืองน่านยังเป็นอาณาจักร หรือประเทศอิสระไม่ขึ้นกับสยามที่บางกอก
d27

ห้องพระภายในโฮงเจ้าฟองคำd28ที่ด้านล่างของโฮงเจ้าฟองคำ มีการสาธิตทอผ้า และปักลายผ้าแบบโบราณล้านนาให้ชมทุกวัน
d29 จุดประทับตรา Passport ของ ททท. จุดแรกในวันนี้ คือ ร้านฮักน่าน เบค คาเฟ่ ถนนข้าหลวง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน (โทร. 08-1777-0141) เป็นร้านกาแฟเล็กๆ น่ารัก ตกแต่งย้อนยุคสไตล์วินเทจd30

ภายในร้านฮักน่าน เบค คาเฟ่ น่ารักด้วยการใช้โทนสีอบอุ่น แต่เด่นสุดที่กระเบื้องปูพื้นลายเก๋ไม่ซ้ำกัน ช่วยให้บรรยากาศดูสนุก น่านั่ง พร้อมกับสั่งเครื่องดื่มและเค้กอร่อยๆ มาชิมกันเลย
d31

กระเบื้องปูพื้นของร้านฮักน่าน เบค คาเฟ่ สวยงาม หลากหลาย ไม่เหมือนใคร
d32

เอาล่ะ ได้เวลาเอา สมุด Passport มาให้ทางร้านประทับตรา นี่ถือเป็นจุดแรกของเราเลยนะเนี่ยะ d33 d34

ตราประทับ Passport น่าน Plus แพร่ ของแต่ละร้านจะไม่เหมือนกัน เพราะมีชื่อของร้านกำกับอยู่ด้วย ใครคิดจะมั่ว งานนี้มั่วไม่ได้นะจ๊ะ ขอบอก ฮาฮาฮาd35

ประทับ Passport แล้ว ก็ได้เวลาสั่งเครื่องดื่มมาดับร้อนกันเลยd36

คุณนัท เจ้าของร้านฮักน่าน เบค คาเฟ่ ลงมือชงกาแฟอร่อยๆ ให้เราดื่มด้วยตัวเองเลยล่ะ วันนี้ขอเป็นเอสเปรสโซ่เย็นละกันนะพี่d37

เค้ก Home Made รสนุ่ม และเอสเปรสโซ่เย็น ของร้านฮักน่าน เบค คาเฟ่ ช่วยเพิ่มพลังให้เราออกไปเที่ยวน่านได้ต่อd38

จากในตัวเมืองน่าน เราขับรถออกไปเที่ยวนอกเมืองกันบ้าง ที่ “หอศิลป์ริมน่าน” โดยใช้ถนนน่าน-ท่าวังผา (ทางหลวงหมายเลข 101) ตรง กม.20 (โทร. 08-1989-2912)d39

หอศิลป์ริมน่าน เป็นของ คุณวินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่าน ในเนื้อที่กว่า 13 ไร่ ประกอบด้วยอาคารหอศิลป์ สตูดิโอ และบ้านพักรับรอง ใช้เป็นสถานที่รวมงานศิลป์ร่วมสมัย จัดแสดงผลงานของคุณวินัยเกือบ 200 ชิ้น ในแบบกึ่งถาวร เปิดให้เข้าชมทุกวันพฤหัสบดี-วันอังคาร เวลา 09.00-17.00 น. ค่าเข้าชม 20 บาท/คน
d40

จากหอศิลป์ริมน่าน เราขับรถสบายๆ ไปกราบพระที่ “วัดพระธาตุแช่แห้ง” พระธาตุประจำคนเกิดปีกระต่าย (ปีเถาะ) พุทธสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองน่านมาช้านาน ตั้งอยู่บนเนินสูงเรียกว่า ภูเพียงแช่แห้ง ซึ่งเป็นที่ตั้งตัวเมืองน่านเดิม องค์พระธาตุเป็นสีทองอร่ามงามเด่นด้วยทรงระฆัง คล้ายพระธาตุหริภุญชัยเมืองลำพูน
d41

พระประธานในโบสถ์วัดพระธาตุแช่แห้ง มีขนาดใหญ่มาก พุทธศิลป์งามล้ำน่าเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก

บางคนสงสัยว่า ทำไมพระธาตุแห่งนี้จึงชื่อว่า แช่แห้ง แช่แล้วทำไมแห้ง? ทำไมไม่เปียก? คำตอบอยู่ที่ตำนานเล่าว่า ในอดีตสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เคยเสด็จมาที่นี่ มีคนนำผลไม้มาถวายพระพุทธเจ้า แต่ผลไม้นั้นแห้งแข็งมาก ท่านจึงทรงนำไปแช่น้ำให้นิ่มก่อนจึงเสวยได้ พระพุทธองค์จึงทรงทำนายว่า ต่อไปในอนาคตจะมีพระพุทธศาสนาสถิตมั่นคงขึ้นในดินแดนนี้ และมีองค์พระธาตุสำคัญประดิษฐานอยู่
d42

กราบพระเสร็จแล้ว เราก็กลับเข้าเมืองน่าานอีกครั้ง แต่ด้วยความที่เราเป็นคนรักแมว เลยไปหาที่นั่งชิลกันแถวริมลำน้ำน่าน ที่ “ร้านสุดกองดี” หรือ Cafe’ Soodgongdee ที่มีชื่อเสียงในบรรยากาศร้านน่ารัก แถมยังมีกาแฟอร่อยๆ ให้ชิมด้วย
d44

ร้านสุดกองดี เป็นร้านกาแฟบนเรือนไม้ยกเสาสูง โดยคำว่า “สุดกอง” จริงๆ แล้วแปลว่า “สุดซอย” นั่นเอง หมายความว่าร้านนี้อยู่สุดซอยพอดี ฮาฮาฮา หรืออีกความหมายหนึ่ง “กอง” ในภาษาเหนือแปลว่า “รอคอย” นั่นก็หมายถึง สิ้นสุดการรอคอยที่สุดกองดีไงจ๊ะ

ร้านสุดกองดี เป็น จุดประทับตราใน Passport น่าน Plus แพร่ ของ ททท. ด้วยd45

บรรยกาศอันร่มรื่นใต้เงาไม้ใหญ่ริมลำน้ำน่าน บนดาดฟ้าชั้นสองของร้านสุดกองดี ชิลมากๆ โดยเฉพาะยามเย็น
d46

ภายในร้านสุดกองดี มีรูปวาดแมวและตุ๊กตาแมวตัวเล็กตัวน้อยตกแต่งอยู่ทุกที่ แถมยังมีน้องเหมียวตัวจริงที่เจ้าของร้านเลี้ยงไว้ออกมาเดินรับแขกด้วยนะ ฮาฮาฮาd48

น้ำอัญชัญเย็นชื่นใจ ที่ร้านสุดกองดีd49

เค้ก Home Made แสนอร่อยของร้านสุดกองดีimage-13จุดประทับตรา Passport ททท. จุดต่อมาคือ “บ้านๆ น่านๆ ห้องสมุด & เกสต์โฮม” ของคุณครูต้อม
d51

บ้านๆ น่านๆ เป็นเรือนไม้เก่าสองชั้นแสนคลาสสิก ที่ครูต้อมซื้อมาจากญาติสนิท แล้วดัดแปลงให้เป็นที่พัก ห้องสมุด ร้านกาแฟ ในสไตล์ Relax นั่งชิลอ่านหนังสือ ซดกาแฟกันได้ทั้งวัน เปิดเวลา 08.30-18.00 น. (โทร. 08-9859-5898)d52

ครูต้อม หญิงเก่งผู้มากความสามารถ เจ้าของบ้านๆ น่านๆ ซึ่งเป็นทั้งห้องสมุด ร้านกาแฟ และห้องพักแบบอบอุ่น เป็นกันเอง คนที่รักการอ่านมาเที่ยวที่นี่ มีหนังสือดีๆ ประเทืองปัญญาให้อ่านนับร้อยๆ เล่มจ้าd47

บ้านๆ น่านๆ เป็นจุดประทับตราใน Passport ของ ททท. ด้วยล่ะd53

นั่งอ่านหนังสือตามที่ชอบกันได้ทั้งวัน ที่บ้านๆ น่านๆ ศูนย์รวมหนอนหนังสือตัวจริง

มุมจำหน่ายหนังสือดีๆ ที่คัดสรรมาแล้ว เพื่อการปลูกปัญญาd55

ห้องพักที่บ้านๆ น่านๆ มีทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ คืนละไม่กี่ร้อยบาท ในสไตล์กันเองเหมือนอยู่บ้านd56

บรรยากาศโถงรวมให้นั่งพักผ่อน บนเรือนของบ้านๆ น่านๆ สวย เรียบ เงียบสงบ เหมาะหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่มาพักผ่อนอย่างแท้จริงd57

ใครสนใจเรื่องสมุนไพรธรรมชาติ ที่บ้านๆ น่านๆ เขามีผลิตภัณฑ์สมุนไพรหลายชนิดจำหน่ายด้วยนะจ๊ะd58

หลังจากตระเวนเที่ยวน่านกันมาทั้งวัน เมื่ออาทิตย์ลาลับ เราก็ชวนกันมาเดินเที่ยวที่ “กาดข่วงเมืองน่าน” เพราะยามหัวค่ำแบบนี้คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการเดินปล่อยอารมณ์ชมสีสันของชีวิตเนิบช้า เดินหาอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ กินเติมพลัง พูดคุยกับคนน่าน ที่ดูใจเย็น ใจดี ยิ้มง่าย น่ารักซะจริงๆ แต่กาดข่วงเมืองน่านที่ด้านข้างวัดภูมินทร์ เขามีเฉพาะคืนวันเสาร์และอาทิตย์เท่านั้นนะจ๊ะ เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. จ้า

ภารกิจตามล่าประทับตราในสมุด Passport น่าน Plus แพร่ ของ ททท. สำนักงานแพร่ ยังไม่สิ้นสุด วันต่อๆ ไป เราจะออกตระเวนกิน เที่ยว สัมผัสวิถีเรื่องราวอีกมากมายของจังหวัดน่าน แพร่ ไปพร้อมๆ กันนะจ๊ะd60LOGO TAT

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ โทร. 0-5452-1127

ดำน้ำตามหาปลาการ์ตูน ปลาน่ารักแห่งเกาะผี จ.ตราด

ดำน้ำเกาะผี 1

ทะเลเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก แต่ทริปนี้เราจะพาคนชื่อ “หมอนก” ไปดำน้ำดูปลาการ์ตูนในทะเลกันที่เกาะผี ฮาฮาฮาเกาะผี 1

เกาะผี เป็นเกาะเล็กๆ คล้ายกองหินโผล่พ้นน้ำ รอบเกาะไม่มีหาดทราย มีแต่โขดหินขรุขระที่มีหอยนางรมเกาะอยู่นับไม่ถ้วน มองเผินๆ เหมือนจะไม่มีอะไร แต่โลกใต้น้ำรอบเกาะผีนั้นสุดยอดจริงๆอ่าวพระ 2ทริปดำน้ำเที่ยวเกาะผีในวันนี้ จริงๆ แล้วเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ Castaway @Low Carbon Island 2016 ของ อพท. หรือ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) เพื่อนำเรามาลั้นลาสัมผัสเกาะหมาก และหมู่เกาะใกล้เคียง ให้เห็นทั้งในด้านความงาม ความอุดมสมบูรณ์ และวิถีชีวิตคนบนเกาะ ที่ยังคงผูกพันกับทะเล กินอยู่เรียบง่าย ภายใต้แนวคิด “ปลดปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศโลกให้น้อยที่สุด”

อ่าวพระ 3

การจะไปดำน้ำที่เกาะผี ใกล้สุดต้องลงเรือที่อ่าวพระ ทางชายฝั่งด้านทิศเหนือของเกาะหมาก

คนบนเกาะหมากเล่าให้ฟังว่า สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เวลามาเที่ยวเกาะหมากแล้วซื้อแพ็กเกจดำน้ำแบบ One Day Trip ก็จะได้ไปแค่หมู่เกาะรัง ไม่ค่อยมีใครได้มาเกาะผี คนที่มีโอกาสไปเที่ยวเกาะผี จึงเป็นเพื่อนสนิทของคนบนเกาะหมากเท่านั้น วันนี้เราจึงโชคดีมากๆ
นั่งเรือไปเกาะผี 2

เรือมุ่งหน้าออกจากอ่าวพระ ตรงดิ่งสู่เกาะผี คุณลุงหมายคนขับเรือบอกว่าไม่เกิน 20 นาที เดี๋ยวก็ถึง
นั่งเรือไปเกาะผี 4

หลังจากดำน้ำดูปะการังกันที่อ่าวผ่องของเกาะหมาก ในช่วงเช้าแล้ว บ่ายวันนี้คุณไมเคิล ซึ่งมีรีสอร์ทเล็กๆ อยู่ที่อ่าวผ่อง ก็มาร่วมแจมทริปด้วย ทำให้ Project Castaway สำรวจเกาะผีในบ่ายนี้ของเรา น่าสนุกยิ่งขึ้นนั่งเรือไปเกาะผี 5

ก่อนถึงเกาะผี มองไปทางซ้ายมือคือ อ่าวลอม หนึ่งในอ่าวอันเงียบสงบของเกาะหมาก ทว่าไม่มีทางรถยนต์เข้าถึง ต้องใช้เรือเท่านั้น โลกใต้น้ำของอ่าวลอมจึงยังสมบูรณ์มากอ่าวลอม 2

อ่าวลอม มีหาดทรายขาวทอดยาวเคียงคู่ทิวมะพร้าวโอนเอน เป็นธรรมชาติสุดๆ เพราะไม่มีที่พักหรือรีสอร์ทอะไรเลย แถมใต้น้ำยังมีปะการังแข็งอยู่ดาษดื่นเกาะผี 2

เรือวิ่งเลยอ่าวลอมมานิดเดียว ก็ถึง เกาะผี เกาะเล็กๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกองหินขนาดใหญ่โผล่ขึ้นเหนือน้ำ บางส่วนของเกาะเป็นกองหินยอดแหลมๆ ที่มีหอยนางรมเกาะอยู่นับไม่ถ้วน สมัยก่อนคนที่เกาะหมากจะล่องเรือออกมาเกาะผี พร้อมกับเตรียมเหล็กปลายแหลมเรียกว่า สับปะนก มาเพื่อแงะหอยนางรมกินกันสดๆ แกล้มกับยอดกฐินอ่อน และมะนาว แหม.. เขาว่าแซ่บหลายเด้อ!
ดำน้ำเกาะผี 3

ถึงเกาะผีแล้วจะรีรออยู่ใย วันนี้อากาศดี แดดไม่ร้อน คลื่นลมสงบ น้ำใส ทัศนวิสัยการมองเห็นได้น้ำกว้างไกล หมอนกสาวสวยโดดลงน้ำเป็นคนแรกดำน้ำเกาะผี 4

น้ำรอบเกาะผีไม่ลึก ตื้นแค่ 3-5 เมตร ทำให้ดำน้ำดูปะการังง่ายมาก ส่วนใหญ่เป็นปะการังแข็งหลากชนิดหลากสี ราวกับป่าใต้น้ำอันลึกลับ เป็นที่อยู่อาศัย หลบภัย หากิน แพร่พันธุ์ ของสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนดำน้ำเกาะผี 5

คุณไมเคิล เอากล้องถ่ายภาพใต้น้ำตัวใหญ่คู่ใจ ดำดิ่งลงไปช่วยเก็บภาพโลกใต้น้ำของเกาะผี มาให้เราชมกันปลาผีเสื้อปากยาว

แค่โดดลงน้ำไปไม่นาน ก็มี ปลาผีเสื้อปากยาว (Beak Butterflyfish) หลายตัว ว่ายน้ำมาทักทายเราแล้ว น่ารักมากๆปะการังโขด 1

โลกใต้น้ำของเกาะผี เต็มไปด้วยความหลากหลายของปะการังแข็งหลากชนิด โดยเฉพาะปะการังโขด (Mountain Coral หรือ Finger Coral) นับว่าโดดเด่นมีจำนวนมากที่สุด พวกมันดึงแคลเซียมคาร์บอเนตมาจากทะเล เพื่อสร้างโครงสร้างแข็งให้ตัวเองอยู่รอด บ้างเป็นสีเหลือง สีน้ำตาล และสีชมพูอ่อน ราวกับเขาวงกตใต้น้ำอย่างไรอย่างนั้น!ปะการังโขด 2

ในปะการังโขดบางกอ มีหอยสองฝาไปแอบฝังตัวอยู่อาศัยร่วมกันด้วยหอยมือเสือ 1

โลกใต้น้ำของเกาะผียังอุดมสมบูรณ์มาก สังเกตได้จาก หอยมือเสือ (Giant Clam) ที่มีอยู่มากมาย นอกจากพวกมันจะสวยงามแล้ว ยังมีคุณค่าต่อระบบนิเวศน์แนวปะการังมาก เพราะหอยมือเสือช่วยฟอกน้ำให้สะอาด แถมในเนื้อของมัน ยังมีสาหร่ายซูแซนเทลลีเข้าไปอาศัยอยู่ด้วย มันจึงช่วยสังเคราะห์แสง สร้างออกซิเจนเพิ่มให้น้ำทะเลหอยมือเสือ 2

หอยมือเสือฝังตัวลงไปในกอปะการังรังผึ้งจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน!ปะการังโขด 3

โลกใต้น้ำอันน่าตื่นตาของเกาะผี แม้จะมีหอยเม่นหนามยาวอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้เป็นอันตราย เพราะเราสามารถว่ายน้ำหลบหลีกไปได้ เพื่อชื่นชมปะการังแข็งรูปทรงและสีแปลกๆปะการังโขด 4

ปะการังแข็งสีเหลืองกับหนอนท่อ อาศัยอยู่ร่วมกัน ช่วยต่อเติมห่วงโซ่อาหารแห่งแนวปะการังให้สมดุลย์ปะการังโขด 8

ใต้น้ำของเกาะผีมี หอยเม่นหนามดำ (Sea Urchin : ชื่อวิทยาศาสตร์ Diadema setosum) อยู่อย่างหนาแน่น การดำน้ำเที่ยวชมปะการังจึงต้องระมัดระวังด้วย พยายามลอยตัวในแนวราบขนานกับผิวน้ำไว้ตลอด อย่าเข้าไปใกล้พวกมัน และอย่าให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายไปสัมผัสโดนเด็ดขาด เพราะหนามของมันจะหักติดอยู่ในเนื้อเรา ปวดมาก!!!!ปะการังโขด 11

ปะการังโขดกอใหญ่ เติบโตแผ่ขยายอาณาเขตออกไปใต้น้ำ เพื่อให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ ได้มาพึ่งพิง
ปะการังดอกเห็ด 1ต้น้ำรอบเกาะผี มี ปะการังดอกเห็ด (Mushroom Coral) อันสวยงาม กระจายอยู่ทั่วไป ริ้วลายเส้นสายของปะการังชนิดนี้ ชวนให้พิศวงในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่สร้างสรรค์สรรพชีวิตนับไม่ถ้วนขึ้นปะดับท้องทะเลปะการังดอกเห็ด 3

ปะการังดอกเห็นบางอัน ก็มีรูปทรงแทบจะกลมดิกเลยล่ะปะการังดอกเห็ด 4

ปะการับดอกเห็ด เติบโตขึ้นบนกอปะการังโขดอันอุดมสมบูรณ์ปะการังดอกเห็ด 5ปะการังดอกเห็ด เกาะผีฟองน้ำครก 1

ฟองน้ำครกขนาดใหญ่มาก แลคล้ายปากปล่องภูเขาไฟใต้น้ำ! ฮาฮาฮาหนอนดอกไม้ 3

เห็นเป็นพุ่มพลิ้วไหวไปมาตามกระแสน้ำ แถมสีสวยขนาดนี้ อย่านึกเชียวนะว่าเป็นดอกไม้ทะเล จริงๆ เขาคือ หนอนท่อ (Tube Worm) ชื่อวิทยาศาสตร์ Sabellastarte sp. เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง อาศัยอยู่ในท่อหรือโพรงหินปูนและปะการัง เวลามีภัยมันจะผลุบเข้าไปในโพรงทั้งตัวจนไม่เห็นเลย แต่เมื่อเวลาหาอาหาร มันก็จะโผล่ออกมาสยายกิ่งก้านลักษณะคล้ายซี่กรองอาหารและแพลงก์ตอนเล็กๆ กินจากน้ำทะเลหนอนดอกไม้ 5

หนอนท่อ (Tube Worm) ที่เกาะผีมีหลากสีหลายชนิด กระจายอยู่ในเขตน้ำตื้นใสสะอาด คอยกรองกินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร แต่น่าแปลกที่ในบริเวณนี้ไม่พบหนอนฉัตร (Christmas-tree Worm) เลยปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล 1

ดำน้ำวนเวียนดูปะการังแข็งอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเราก็มาพบกับสิ่งที่ตามหา นั่นคือเจ้าปลาแสนน่ารักแห่งท้องทะเลไทย ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง (Pink Anemonefish) ชื่อวิทยาศาสตร์ Amphiprion perideraion เป็นปลาการ์ตูนที่พบเห็นได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ตัวมันยาวแค่ 3-5 เซนติเมตรเท่านั้น ดีใจนะ ที่ได้พบกันวันนี้ปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล 2

ด้วยระดับน้ำที่ลึกแค่ 3-5 เมตร รอบๆ เกาะผี อีกทั้งคลื่นลมไม่ค่อยแรง และน้ำค่อนข้างใส ทำให้ ดอกไม้ทะเล (Sea Anemone) เติบโตได้ดี เชื่อหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วดอกไม้ทะเลที่แลพลิ้วไหวอ่อนนุ่ม จริงๆ แล้วเป็นสัตว์อยู่ในตระกูลเดียวกับปะการังแข็ง เพียงแต่ดอกไม้ทะเลไม่สร้างโครงหินปูนขึ้นห่อหุ้มลำตัวเท่านั้นเองปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล 4

ดอกไม้ทะเลและปลาการ์ตูนอาศัยอยู่ร่วมกัน แบบพึ่งพากัน โดยปลาการ์ตูนใช้กอดอกไม้ทะเลเป็นบ้าน เป็นที่อาศัยหลบภัย เพราะดอกไม้ทะเลมีเข็มพิษไว้ป้องกันตัว แต่ปลาการ์ตูนไม่เป็นอันตราย เพราะตัวมันมีเมือกพิเศษใช้ป้องกันเข็มพิษดอกไม้ทะเลได้ ส่วนดอกไม้ทะเลได้ประโยชน์จากปลาการ์ตูนคือ ดอกไม้ทะเลให้ปลาการ์ตูนเป็นเหยื่อล่อปลาอื่นปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล 5

ดอกไม้ทะเลพลิ้วไหวไปมาตามกระแสคลื่นใต้น้ำ งดงามราวกับทุ่งหญ้าต้องลมปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล 6

ปลาการ์ตูนมีนิสัยอยู่เป็นที่เป็นทาง (ประจำถิ่น) ไม่ย้ายบ้านไปไหน เมื่อมันตัดสินใจอยู่ที่ดอกไม้ทะเลกอใด มันก็จะอยู่ไปตลอดชีวิต จับคู่ ผสมพันธุ์ เลี้ยงลูก กันอยู่ตรงนี้ เราจึงต้องช่วยกันปกป้องอาณาจักรปลาการ์ตูนแห่งเกาะผีไว้ดีๆปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล 7

พอดำน้ำลงไปดูใกล้ๆ เจ้าปลาการ์ตูนอินเดียนแดงตกใจ รีบมุดเข้าไปแอบในกอดอกไม้ทะเล ไม่ต้องกลัวหรอกจ้า แค่มาทักทายกันเฉยๆ นะดำน้ำเกาะผี 6

สิ่งมีชีวิตโดดเด่นอีกอย่างที่เกาะผี คือ ฟองน้ำครก (Marine Sponges) จริงๆ แล้วมันเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังโบราณ ที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อกว่า 600 ล้านปีก่อน เคยครอบครองความเป็นใหญ่ในอาณาจักรใต้ทะเลยุคเปอร์เมียน หรือเมื่อ 290-248 ล้านปีก่อน ทว่าหลังจากนั้นปะการังก็เพิ่มจำนวนขึ้นแทน
ดำน้ำเกาะผี 8

น้ำใสแจ๋ว แถมไม่ลึกมาก ปะการังจึงอยู่ใกล้เราแค่นิดเดียว แต่อย่าไปจับล่ะ เพราะมันอาจมีพิษระคายเคืองผิวหนังได้!ปะการังโต๊ะ

ปะการังโต๊ะ (Table Coral) ขนาดใหญ่ คือแหล่งอาศัยหลบภัยอย่างดีของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด
ปะการังแผ่น 1

ปะการังแผ่นขนาดใหญ่ งอกงามอยู่บนกอปะการังโขด โดยมีหนอนท่อขอไปพักพิงอิงอาศัย เหมือนอาณาจักรเล็กๆ ใต้น้ำ บางครั้งก็มี ปลาเขียวพระอินทร์ (Moon Wrasse) ว่ายผ่านไปผ่านมา เติมเต็มความอุดมสมบูรณ์ปะการังรังผึ้ง

ปะการังรังผึ้ง (Honey Comb Coral) ขึ้นปะปนอยู่กับปะการังแข็งชนิดอื่นฟองน้ำครก 2

คนเรือที่เกาะหมากเคยเล่าให้ฟังสนุกๆ ว่า ที่เกาะผีมีปล่องภูเขาไฟอยู่ด้วยนะ! เราก็เชื่อสนิท ตื่นเต้นใหญ่ พอดำน้ำลงไปดูจริงๆ มันก็คือฟองน้ำครกขนาดใหญ่ ที่มีทรงอ้วนๆ ตรงกลางกลวงคล้ายปากปล่องภูเขาไฟ! แต่ไม่ใช่ เพราะฟองน้ำแท้จริงคือสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่อาศัยอยู่ใต้น้ำนั่นเองฟองน้ำครก 4

ปากปล่องฟองน้ำครก น้ำทะเลจะไหลเข้าทางนี้ เพื่อกรองกินสารอินทรีย์และแพลงก์ตอนเป็นอาหารหนอนดอกไม้ 1

หนอนท่ออันสวยงาม ยามไม่ถูกรบกวน มันจะโผล่ขึ้นมาจากโพรงหินปูน แล้วสยายกิ่งก้านดักจับ กรองอาหารกินจากน้ำทะเลรอบๆ ตัวหนอนดอกไม้ 4

หนอนท่อสีสันแปลกตา เพิ่มชีวิตชีวากับแนวปะการังเกาะผีหนอนดอกไม้ 6

หนอนท่อสีขาวหนอนดอกไม้ 7

หนอนท่อสีน้ำตาลอ่อนหนอนดอกไม้ 8

หนอนท่อกับปะการังแผ่น อยู่ร่วมกันได้เหมือนเพื่อนเนอะดำน้ำเกาะผี 7
วันนั้น แม้จะใช้เวลาดำน้ำเล่นกันอยู่ที่เกาะผีแค่ 2-3 ชั่วโมง แต่ก็ประทับใจมาก เพราะได้ตื่นตากับความหลากหลายของปะการังแข็ง ฝูงปลา และอาณาจักรปลาการ์ตูนอินเดียนแดง ที่ยังคงสามารถใช้ชีวิตหากินอยู่อย่างเสรี และปลอดภัย ต้องขอบคุณคนเกาะหมาก และหมู่เกาะโดยรอบแห่งทะเลตะวันออก ที่เห็นคุณค่าของทรัพยากรทางทะเลนี้ แล้วช่วยกันปกป้องไว้ไม่ให้สูญหาย

เพราะสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถ้าเสื่อมสูญไปวันใด ก็ยากจะสร้างทดแทนกลับคืน! ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เราสามารถร่วมแรงร่วมใจกันคนละไม้คนละมือ ไปเที่ยวชม ศึกษาเรียนรู้ให้ซึ้งถึงคุณค่า แล้วนำภาพอันงดงามนั้นมาบอกต่อ เพื่อสร้างการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่ยั่งยืน ปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ

เพื่อให้ท้องทะเลตะวันออก ยังคงเป็นสวรรค์ของพวกเราตลอดไป นะจ๊ะlogo รวมขอขอบคุณ : อพท. หรือ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) และพี่น้องชาวเกาะหมากที่น่ารักทุกท่าน ที่ร่วมมือ ร่วแรงร่วมใจสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ นี้ขึ้น สอบถามโทร. 0-2357-3580-402Nikon logo 1Special Thanks : บริษัท Nikon Sales (Thailand) Co., Ltd. สนับสนุนกล้องถ่ายภาพระดับมืออาชีพ D4 และกล้องถ่ายภาพใต้น้ำ AW130 เพื่อการเก็บภาพสวยๆ เหล่านี้มาฝากเพื่อนๆ ทุกคน สนใจสอบถาม โทร. 0-2633-5100

https://goo.gl/GeqdbB

#LowcarbonAtkohmak #CastawayAtkohmak #ติดเกาะโลว์คาร์บอน

Taiwan 6 : อู่หลิงฟาร์ม หุบเขาแห่งซากุระบาน

wuling farm 2

อู่หลิงฟาร์ม (Wuling Farm) เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตทางภาคเหนือของไต้หวัน โดยตั้งอยู่บนภูเขาสูง ในแนวเทือกเขาแกนกลางของประเทศ เขตตำบล Heping จังหวัด Taichung (จังหวัดนี้ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของไต้หวัน รองจาก New Taipei City และ Kaohsiung) ฟาร์มแห่งนี้มีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี ค.ศ.1963 แล้ว โดยมีชื่อเสียงเรื่องพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะแอปเปิล ลูกท้อ และลูกแพร์ ปัจจุบันยังเป็นจุดชมซากุระบานอันโด่งดังอีกด้วย ตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤษภาคม จึงมีนักท่องเที่ยวนับแสนคนหลั่งไหลไปสัมผัสความงามของป่าซากุระบานกัน
wuling farm 3 wuling farm 4

แม้แต่ที่ลานจอดรถด้านหน้าของ Wuling Farm ก็ยังมีซากุระพื้นเมืองสีชมพูเข้ม เบ่งบานหนาตาขนาดนี้ ใครเห็นก็พากันตื่นเต้น จอดรถถ่ายภาพกันจนเพลินเลยล่ะwuling farm 5

นอกจาก Wuling Farm จะเป็นแหล่งปลูกพืชพักผลไม้เมืองหนาว ทำนองแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรบนที่สูง หรือ Highland Agro-Tourism อันมีชื่อเสียงของไต้หวันแล้ว ยังมีสภาพธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มาก ทั้งพืช สัตว์ นก ผีเสื้อ ดอกไม้นานาพันธุ์ คนรักธรรมชาติชวนกันมาแค้มปิ้งได้มีความสุขทั้งครอบครัว
wuling farm 6.1

ป้ายตรงทางเข้าด้านหน้า Wuling Farmwuling farm 6

จากลานจอดรถและร้านอาหารด้านหน้าฟาร์ม ถ้าขับรถขึ้นเขามาเรื่อยๆ ไม่ไกล ในที่สุดเราก็จะถึง ส่วนบ้านพัก และจุดกางเต็นท์ หรือ Camp Site ที่มองออกไปรอบด้านเห็นภูเขาสูงตระหง่านโอบล้อม ช่างเป็นวิวที่ตระการตาจริงๆ ส่วนบ้านพักเป็นหลังๆ ในลักษณะ log cabin นั้น ก็ต้องจองล่วงหน้านะครับ เพราะคิวค่อนข้างยาว
wuling farm 7

จากจุดกางเต็นท์ ขับรถเที่ยวเล่นเย็นใจลึกเข้ามาในพื้นที่ของ Wuling Farm ก็จะเริ่มมีผู้คนบางตา แลเห็นป่าเขา รวมถึงแปลงเกษตรที่จะมีพืชผลหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนให้ชม ให้ชิม ให้ซื้อ ตามฤดูกาลwuling farm 8

จากระเบียงด้านหน้าบ้านพักหลังน้อย มองออกไปจะเห็นหุบเขาและเทือกเขาขนาดใหญ่เป็นวิวสวย ทักทายเราอยู่เบื้องหน้า อากาศเย็นฉ่ำ รับรองนอนไม่ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศเลยจ้าwuling farm 9

ใครที่ไม่นิยมนอนบ้านเป็นหลังๆ Wuling Farm เขาก็จัดพื้นที่กางเต็นท์อย่างดีไว้บริการด้วยจ้า พื้นที่ก็ไม่ใช่เล็กๆ ในแต่ละล็อค มีพื้นที่กางเต็นท์และลานจอดรถของเราไว้ให้คู่กันเลย สะดวกสบายมากwuling farm 10

เต็นท์ขนาดต่างๆ ถูกางเรียงราย พร้อมด้วยเครื่องครัวและเครื่องนอน ที่แต่ละคนตระเตรียมกันมา นี่คือความสุขของคนรักธรรมชาติ รักการใช้ชีวิตกลางแจ้ง ณ Wuling Farmwuling farm 11.1

ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองใหญ่กันมานาน ตอนนี้ก็ได้เวลาปล่อยกายใจให้เพลิดเพลินกับท้องทุ่ง ป่าเขา ดอกซากุระ และอากาศเย็นสบาย วันเวลาแห่งความสุขที่ Wuling Farm สร้างความประทับใจให้เราได้เสมอ
wuling farm 11.2

มีความสุขท่ามกลางดอกซากุระบานwuling farm 11

นอกจาก Wuling Farm จะมีป่าซากุระและธรรมชาติงดงามจนได้รับฉายาว่า “จิ่วจ้ายโกวแห่งไต้หวัน” แล้ว ลำธารในป่าเขาแถบนี้ ยังเป็นที่อยู่ของปลาหายากที่สุดชนิดหนึ่งของโลก! คือ “แซลมอนไต้หวัน” (ชื่อวิทยาศาสตร์ Oncorhynchus masou formosanus / ชื่อสามัญภาษาอังกฤษ Formosan Landlocked Salmon) เป็นแซลมอนที่ไม่ได้ว่ายน้ำออกไปหากินในทะเล แล้วกลับมาวางไข่ในแหล่งน้ำจืดแบบปลาแซลมอนชนิดอื่น มันจึงเป็น Landlock Salmon ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีwuling farm 12

ริมลำธารบางจุดใน Wuling Farm มีการจัดทำที่ยืนไว้ให้ชม Formosan Landlocked Salmonwuling farm 13

ลำธารน้ำใสแจ๋ว อุณหภูมิเย็นเฉียบ ที่ Formosan Landlocked Salmon ชอบอาศัยอยู่
wuling farm 14

ในจุดที่ใกล้ๆ กับแก่งหิน น้ำไหลแรง ฝูงปลา Formosan Landlocked Salmon ก็มักจะไปรวมตัวกันอยู่เพื่อหากินwuling farm 15

มองไปทางไหนก็เห็นแต่สีชมพูแต่งแต้มอยู่ทั่วไปหมด นี่คือแดนสวรรคืหรือโลกมนุษย์กันแน่นะ?
wuling farm 16

ป่าซากุระบานแล้วที่ Wuling Farm
wuling farm 17

ความงามอ่อนหวานของซากุระที่ Wuling Farmwuling farm 18

ซากุระอาบแสงยามเช้า งามจับใจ!wuling farm 19

ดอกซากุระสายพันธุ์ไต้หวัน (ชื่อวิทยาศาสตร์ Prunus campanulata) นิยมเรียกกันด้วยชื่อสามัญภาษาอังกฤษว่า Taiwan Cherry หรือ Formosan Cherry หรือ Bellflower Cherry สีเข้มกว่าซากุระญี่ปุ่นwuling farm 20

ดอกซากุระสายพันธุ์ไต้หวันแท้ จะมีสีชมพูเข้มจี๊ดจ๊าด โดดเด่นกว่าดอกซากุระสีชมพูหวานทั่วไป อย่างชัดเจนwuling farm 21

ดอกซากุระเบ่งบานทั่วหุบเขาของ Wuling Farm ปีหนึ่งมีครั้งเดียว คือในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม
wuling farm 22

ดอกซากุระญี่ปุ่น ที่ Wuling Farmwuling farm 23

ดอกท้อเบ่งบานแข่งกับดอกซากุระในช่วงเวลาเดียวกัน
wuling farm 24

ดอกไม้ประจำชาติไต้หวัน คือ ดอก Meihua ก็มีให้ชมใน Wuling Farm ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ดอกไม้ชนิดนี้อยู่ในตระกูลเดียวกับพวกเชอร์รี่ ท้อ และพลัมนั่นเอง
wuling farm 25

ดอกกุหลาบพันปี หรือโรโดเดนดรอนสีชมพูอมม่วงสดใส พบได้เฉพาะบนเขาสูงอากาศหนาวเย็น อย่าง Wuling Farmwuling farm 26Special Thanks : บริษัท Magic on Tour ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวไต้หวัน สนับสนุนการเดินทางเป็นอย่างดี สนใจ โทร. 02-444-3173, 08-9219-0822  

http://www.magic-ontours.com

logo_Magic_Final[createoutline]

Taiwan 5 : สวนซากุระเมืองหลี่ซาน

สวนซากุระหลี่ซาน 2

ไต้หวันในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ผมว่างามราวสวนสวรรค์ อันนี้ไม่ได้โม้! เพราะเป็นห้วงเวลาที่ดอกไม้นานาชนิด รวมถึงดอกซากุระสายพันธุ์ต่างๆ พากันสะพรั่งบานแต่งแต้มหุบเขา ป่าไม้ และสวนสวยทั่วไต้หวัน หลายมุมถ่ายภาพมาถ้าไม่บอก ก็นึกว่าเป็นญี่ปุ่นชัดๆ! แต่ดูเหมือนว่าสวนซากุระของไต้หวันจะยังไม่ได้รับการโปรโมทมากนัก คนในประเทศเขาเลยเก็บไว้เที่ยวกันเองซะส่วนใหญ่
สวนซากุระหลี่ซาน 3

สวนซากุระเมืองหลี่ซาน (Li Shan Cherry Blossom Garden) ในจังหวัดไทจง (Taichung) ทางตอนเหนือของไต้หวัน เป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนจำนวนมาก เพราะมีซากุระหลายพันต้นเบ่งบานพร้อมกัน จนแลไปเหมือนผืนพรมสีชมพู สดชื่น แถมโรแมนติกไม่น้อย

เส้นทางนี้สามารถขับรถเที่ยวเชื่อมโยง จากไทเป-สถานีรถไฟโบราณเมืองเชอเฉิน-ฟาร์มแกชิงจิ้ง-สวนซากุระหลี่ซาน ชมธรรมชาติภูเขาตระการตา และผืนป่าบริสุทธิ์ของไต้หวันได้งามจับใจสวนซากุระหลี่ซาน 4

สวนซากุระเมืองหลี่ซาน ไม่เสียค่าเข้าชม เปิดตลอดเวลา ในสวนนี้เด่นด้วยซากุระสีชมพูหวานซึ้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรณพื้นเมืองของไต้หวัน มีการจัดเส้นทางปูนให้เดินชมได้สะดวก พร้อมด้วยจุดนั่งพักท่ามกลางป่าซากุระ
สวนซากุระหลี่ซาน 5

ซากุระอาบแสงยามเช้า น่ามอง
สวนซากุระหลี่ซาน 6 สวนซากุระหลี่ซาน 7

เส้นทางเดินชมซากุระท่ามกลางขุนเขาโอบล้อมรอบด้าน บรรยกาศของ เมืองหลี่ซาน (Li Shan) ช่างน่าอภิรมย์ซะจริงๆ เมืองนี้ยังได้รับฉายาว่าเป็น “หุบเขาแห่งลูกแพร์” อีกด้วยนะจ๊ะ ไปเที่ยวแล้วอย่าลืมชิมล่ะ
สวนซากุระหลี่ซาน 8

บรรยากาศหวานจ๋อย โรแมนติกซะขนาดนี้ เหมาะจะชวนคนรักของเราไปทำซึ้งกันที่สุดแล้วล่ะ
สวนซากุระหลี่ซาน 9.1

ถ่ายภาพ Pre-Wedding ที่สวนซากุระเมืองหลี่ซาน รับรองภาพออกมางดงามอลังการล้านแปด! สวนซากุระหลี่ซาน 9 สวนซากุระหลี่ซาน 10 สวนซากุระหลี่ซาน 11 สวนซากุระหลี่ซาน 12

วิธีชมดอกซากุระให้ถูกต้อง คือ ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ปล่อยให้ความงามนั้นอยู่คู่ธรรมชาติต่อไป อย่าเด็ด อย่าทำลาย เพื่อให้คนอื่นได้ชื่นชมบ้างสวนซากุระหลี่ซาน 13

ในสวนซากุระหลี่ซาน มีซากุระสายพันธุ์ไต้หวันแท้ ที่มีสีชมพูเข้มปรี๊ด ให้ชมกันด้วย โดยแต่ละต้นจะมีขนาดดอกและสีสันเข้มอ่อนต่างกันไปตามความสมบูรณ์ ก็คงเหมือนคนเรานั่นล่ะ ที่มีหน้าตาผิวพรรณผิดแผกกันไปสวนซากุระหลี่ซาน 14 สวนซากุระหลี่ซาน 15

เพ่งพินิจกันใกล้ๆ ให้เห็น detail รายละเอียดของดอกซากุระอันบอบบาง แต่ละดอกมี 5 กลีบ พร้อมด้วยช่อเกสรตัวผู้เป็นพุ่มฟูขึ้นมาจากกลางดอก ตรงปลายมีติ่งละอองเกสรที่พร้อมจะผสมพันธุ์ โดยใช้แมลงต่างๆ มาช่วยตามธรรมชาติ
สวนซากุระหลี่ซาน 16 สวนซากุระหลี่ซาน 17Special Thanks : บริษัท Magic on Tour ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวไต้หวัน สนับสนุนการเดินทางเป็นอย่างดี สนใจ โทร. 02-444-3173, 08-9219-0822  

http://www.magic-ontours.com
logo_Magic_Final[createoutline]

Taiwan 4 : สถานีรถไฟโบราณเมืองเชอเฉิน

สถานีรถไฟ เชอเฉิน 2

ไปเที่ยวไต้หวัน ใช่ว่าจะมีแต่อาหารอร่อย แหล่งช้อปปิ้งละลานตา และเมืองใหญ่ที่สุดแสนจะ Modern ทันสมัยเท่านั้นนะประเทศนี้เขาผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก จึงมีร่องรอยของยุคอดีตให้สัมผัสเยอะอยู่ โดยเฉพาะยุคสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และยุคที่เพิ่งเริ่มพัฒนาประเทศ

สำหรับคนที่ชอบเที่ยวแบบย้อนยุค โหยหากลิ่นอายอดีต เราขอแนะนำ “สถานีรถไฟโบราณ เมืองเชอเฉิน” (Old Train Station of Checheng) ตั้งอยู่ในจังหวัดหนานโถว (Nantou) บนภูเขาสูงสลับซับซ้อนใจกลางประเทศไต้หวัน และเป็นเขตที่ไม่มีทางออกทะเลซะด้วยครับ แต่ขอบอกว่าไปเที่ยวไม่ยาก ถ้าเช่ารถขับเองจากสนามบินไทเป ประมาณ 5 ชั่วโมงก็ถึงแล้วครับ
สถานีรถไฟ เชอเฉิน 3

สถานีรถไฟเชอเฉิน ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับอุตสาหกรรมสัมปทานทำไม้ซุง ช่วงปี ค.ศ.1919 โดยเฉพาะการตัดไม้ส่งไปขายญี่ปุ่น สถานีรถไฟแห่งนี้จึงเป็นจุดรวมไม้ซุงเพื่อส่งไปยังท่าเรือที่อยู่ไกลออกไป โดยถือเป็นสถานีแรกของทางรถไฟสาย Jiji Railway สถานีรถไฟที่สร้างด้วยไม้ซุงแห่งนี้ จึงมีชื่อว่า Jiji Train Station
สถานีรถไฟ เชอเฉิน 4ตัวสถานีรถไฟเชอเฉินเต็มไปด้วยกลิ่นอายอดีตและความน่ารัก ไม้ซุงจากบนเขาจะถูกนำมารวมไว้ในเมือง ใกล้ๆ กับสถานีรถไฟ โดยนำไปแช่น้ำไว้ในทะเลสาบเล็กๆ เพื่อให้ต้นไม้ปล่อยยางไม้ออกมา นัยว่าเพื่อให้เนื้อไม้แกร่งขึ้น ก่อนใช้เครนยักษ์ 3 ตัว ขนขึ้นรถไฟไปยังท่าเรือ

สถานีรถไฟ เชอเฉิน 5

เมื่ออุตสาหกรรมสัมปทานทำไม้ซุงถูกสั่งห้ามโดยรัฐบาลไต้หวัน ในปี ค.ศ.1986 สถานีรถไฟเล็กๆ แห่งนี้ก็ซบเซาลง จนถึงปี ค.ศ.1999 เกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในไต้หวัน ตัวสถานีถูกทำลายพังพินาศ แต่ก็ได้รับการบูรณะขึ้นอย่างรวดเร็ว ให้คล้ายของเดิมมากที่สุด จนกระทั่งพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดน่ารักในปัจจุบัน

ย่ิงถ้าได้ไปเที่ยวในฤดูซากุระบาน ช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม บรรยากาศจะเหมือนอยู่ญี่ปุ่นยังไงยังงั้นเลยล่ะ
สถานีรถไฟ เชอเฉิน 6

ฤดูซากุระบาน รอบๆ สถานีรถไฟเชอเฉินจะงดงามจนน่าตื่นตะลึง เพราะมีสีชมพูของซากุระแต่งแต้มไปทั่ว แม้แต่นกน้อยก็ยังแวะเวียนมาดูดกินน้ำหวานจากซากุระอย่างสำราญบานใจ แต่สำหรับหนุ่มสาวหลายคู่ ที่นี่ก็เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพ Pre-Wedding สุดเจ๋งล่ะครับ
สถานีรถไฟ เชอเฉิน 7

ทะเลสาบกลางเมือง ช่างเย็นตาเย็นใจ เหมาะจะชวนกันไปเดินเล่นรอบๆ ถ่ายภาพ หรือดูนกยางหลายชนิดที่พากันมาจับปลากินเป็นอาหาร ที่นี่คือเมืองเล็กๆ Slow town อันเงียบสงบ เหมาะมาพักผ่อนจริงๆ
สถานีรถไฟ เชอเฉิน 8

ด้านข้างสถานีรถไฟ ใต้ร่มไม้ใหญ่ ในช่วงกลางวันมีการแสดงสนุกๆ ให้ชมด้วยนะครับ ดูเสร็จแล้วก็อย่าลืมบริจาคเงินให้เป็นกำลังใจกับพี่เขาด้วยนะ จะได้อยู่สร้างสีสันกับสถานีรถไฟเชอเฉินไปอีกนานๆ
สถานีรถไฟ เชอเฉิน 9

ช่วงหัวค่ำ มีรถไฟขบวนน่ารักวิ่งเข้ามาเทียบชานชาลาสถานี เหมือนรถไฟการ์ตูนที่เราเคยเห็นในหนังสมัยเด็กๆ เลย
สถานีรถไฟ เชอเฉิน 10

สถานีรถไฟที่สร้างด้วยไม้แบบโบราณช่างมีเสน่ห์ในทุกแง่มุม เหมือนกับการพาตัวเองย้อนกลับไปสู่อดีต หรือทำให้เราหวนคิดถึงวันวานสมัยยังเด็กได้ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความสนุกสนานจึวอวลอยู่ทั่วไปที่เชอเฉิน
สถานีรถไฟ เชอเฉิน 11

สวยตั้งแต่เช้าจรดเย็น สถานีรถไฟโบราณเชอเฉินเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพ Pre-Wedding หวานๆ จี๊ดๆสถานีรถไฟ เชอเฉิน 12 สถานีรถไฟ เชอเฉิน 13

ด้านหลังสถานีรถไฟ คือตัวเมืองเก่าเชอเฉิน ที่สร้างไล่เรียงขึ้นไปบนเนินเขาเตี้ยๆ ตัวเมืองเล็กมาก จนใช้เวลาเดินเที่ยวไม่ถึงชั่วโมงก็ทั่ว ลองชวนกันไปเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอย ชมภาพวาดน่ารักๆ บนผนังบ้านเก่า เล่าเรื่องอดีต
สถานีรถไฟ เชอเฉิน 14

มาถึงเชอเฉินแล้ว อาหารอร่อยที่ถือเป็น Signature ของเมืองนี้ นักท่องเที่ยวทุกคนต้องลิ้มลอง ก็คือ ข้าวเบนโตะในถังไม้แสนน่ารัก! แถมด้วยน้ำชาหอมๆ อีก 1 แก้ว แต่ถ้าใครจะซื้อน้ำแอปเปิลกับน้ำมะเน็ต (น้ำมะนาว) มาดื่มเพิ่มก็ยิ่งดี
สถานีรถไฟ เชอเฉิน 15

ข้าวในถังไม้กินได้หนึ่งอิ่มพอดีสำหรับผู้ใหญ่หนึ่งคน ราคาก็ไม่แพง แค่ถังละสองร้อยกว่าบาท เลือกหน้าได้ มีทั้งหน้าหมูซีอิ๊ว หน้าไก่ และอื่นๆ พอกินเสร็จไม่ต้องคืนถังไม้นะครับ เพราะเขาให้เรากลับบ้านเป็นที่ระลึกเลยจ้าสถานีรถไฟ เชอเฉิน 16Special Thanks : บริษัท Magic on Tour ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวไต้หวัน สนับสนุนการเดินทางเป็นอย่างดี สนใจ โทร. 02-444-3173, 08-9219-0822  

http://www.magic-ontours.com

logo_Magic_Final[createoutline]