Top of World Wellness เที่ยวสนุก สุขภาพดี ในต่างแดน
1. Pamukkale, Turkey ภูเขาหินปูนขนาดยักษ์ สูง 200 เมตร ยาวเกือบ 2 กิโลเมตร มีแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติผุดขึ้นให้อาบแช่กันมาตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ เพื่อพักผ่อนและรักษาสุขภาพ ปัจจุบันกลายเป็นมรดกโลกของ UNESCO แถมโดยรอบยังมีเมืองโบราณเฮียราโพลิส เป็นเมืองตากอากาศของโรมันในอดีตให้ชมอีกด้วย

2. Bali Spa, Indonesia บาหลี เกาะแห่งธรรมชาติ วัฒนธรรม และต้นกำเนิดสปาที่คนไทยใช้เป็นต้นแบบ มีสปาหลากหลายที่ช่วยบำบัดทั้งกาย-ใจ รีสอร์ทสปาบางแห่งตั้งอยู่ริมทะเล หาดทรายดำภูเขาไฟ หรือบางแห่งตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและป่าไม้ร่มรื่น ช่วยผ่อนคลายได้สุดๆ
3. Cat Cafe, South Korea คาเฟ่ต์แมว เป็นร้านน่ารักที่เราจะได้สัมผัสเจ้าเหมียวอย่างใกล้ชิด ได้ลูบคลำ ได้เล่นกับมัน ถือเป็นวิธีการใช้ ‘สัตว์บำบัด’ ที่ทำให้ความดันเลือดเราลดลง ใจสบายขึ้น ความเครียดก็ลดลงด้วย ลองไปเที่ยวแถวถนนเมียงดง ในโซล เกาหลีใต้ มีคาเฟ่ต์แมวอยู่หลายแห่งเลยล่ะ
4. Art Therapy, Okinawa Island, Japan ศิลปะบำบัดกำลังเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก เพราะช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย หรือบางครั้งยังได้ปลดปล่อยจินตนาการของเรา อีกทั้งยังช่วยทำให้มีสมาธิเพิ่มขึ้นได้ ถ้าไปเที่ยวที่เกาะโอกินาวา หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น ถือเป็นแหล่งศิลปะตัวแม่ เพราะเป็นเมืองแห่งการเป่าแก้วริวกิวแบบพิเศษ เราสามารถไปทดลองทำได้ อีกทั้งมีหมู่บ้านวัฒนธรรมริวกิว เป็นการย้อนยุคแบบน่ารักมาก
5. Misty Bathing ทะเลหมอกโซอุนเคียว เกาะ Hokkaido, Japan อาบหมอกเย็นชื่นฉ่ำใจในยามอรุณรุ่ง ณ จุดชมทะเลหมอกโซอุนเคียว ตื่นตากับเทือกเขาสลับซับซ้อนที่มีทะเลหมอกขาวโพลน ลอยอ้อยอิ่งคลอเคลียอย่างอ่อนโยน สูดโอโซน รับแสงตะวันสังเคราะห์วิตามิน K ให้ร่างกาย แถมยังได้รับความชุ่มชื้นในอากาศจากสายหมอกอีกด้วย
6. Forest Bathing อาบป่าสุขใจ ที่ป่าไผ่ Kyoto, Japan พาตัวและหัวใจเดินเข้าสู่ป่าไผ่ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในแดนอาทิตย์อุทัย ให้ความสงบเงียบของบรรยากาศ สีเขียวของแมกไม้ เสียงนก และเสียงใบไผ่ปลิ้วไหวแกว่งไกวไปมาตามกระแสลม ช่วยเยียวยาจิตใจที่อ่อนล้า จากการทำงานในเมืองใหญ่ ให้กลับฟื้นคืนพลังอีกครั้ง เรียกว่าเป็นการไปรับพลังบวกจากธรรมชาติพิสุทธิ์แบบเต็มๆ
7. Hot Sand Bath, Beppu, Japan ชวนกันไปเที่ยวเชิงสุขภาพสุขใจ ที่เมืองเบปปุ จังหวัดโออิตะ บนเกาะคิวชู ของเมืองปลาดิบ นอนห่มทรายร้อนสัก 15-20 นาที ด้วยทรายธรรมชาติ เป็นทรายภูเขาไฟสีดำริมหาดทราย ให้คุณค่าของแร่ธาตุแทรกซึมผ่านผิวหนังเข้าไป ในขณะเดียวกันสิ่งตกค้างในร่างกายก็จะถูกขับออกมาพร้อมเหงื่อ ช่วยให้ผิวพรรรผุดผ่อง หน้าสวยใสจ้า
8. สุดยอดเมืองอายุรเวทแดนภารตะ รัฐเคราล่า (Kerala), India ไปเที่ยวเพื่อสุขภาพแบบ Long Stay กับเมืองแห่งศูนย์กลางการบำบัดสุขภาพด้วยแนวทางอายุรเวท ที่ใช้หลักการดูแลกาย-ใจ-จิต ในองค์รวม ทั้งการนวด นั่งสมาธิ ฝึกโยคะ กินอาหารธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ป่วย แต่ต้องการไปดูแลสุขภาพให้ดี หรือใครที่ไม่สบาย เขาก็มีหมออายุรเวทคอยดูแลให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ตลอดเวลาที่อยู่ในเคราล่า

Special Thanks : บริษัท Nikon Sales (Thailand) Co., Ltd. สนับสนุนอุปกรณ์ถ่ายภาพระดับมืออาชีพ
สนใจติดต่อ 195 อาคาร Empire Tower ชั้น 45 ถนน สาทรใต้ แขวง ยานนาวา เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. 0-2633-5100 / www.nikon.co.th
TEATA CSR บ้านหนองปลาไหล ชลบุรี
เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย หรือ TEATA ร่วมกับ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. จับมือกันทำกิจกรรมเพื่อสังคมเปี่ยมคุณค่าและน่ารัก นำนักท่องเที่ยวและสื่อมวลชน เดินทางสู่ ‘ชุมชนบ้านหนองปลาไหล’ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีไทยในแบบ ‘การท่องเที่ยวโดยชุมชน’ หรือ CBT (Community Base Tourism) ที่กำลังเป็นเทรนด์มาแรงในยุคนี้
งานนี้นำทีมโดย คุณนีรชา วงศ์มาศา นายกสมาคม TEATA และเจ้าหน้าที่จาก อพท.3 พื้นที่พิเศษเมืองพัทยาและพื้นที่เชื่อมโยง
บ้านหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดขลบุรี เป็นชุมชนที่ตั้งรกรากกันอยู่ที่นี่มาหลายชั่วอายุคนแล้ว ด้วยพื้นที่ซึ่งอุดมสมบูรณ์ เป็นพื้นที่ลุ่มชุ่มน้ำ ผืนดินเหมาะสมต่อการเกษตร ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงปลูกข้าว ทำสวนผสม สั่งสมองค์ความรู้พร้อมถ่ายทอดให้ลูกหลาน และนักท่องเที่ยวคุณภาพที่เดินทางเข้าไปเยี่ยมเยือน
รอยยิ้มหวานๆ กับ Welcome Drink น้ำอัญชัญธรรมชาติ สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกไปถึงชุมชน
ช่วงเช้าๆ อากาศแจ่มใส เราจูงมือกันเดินชมผลหมากรากไม้นานาชนิดในสวนของชาวบ้าน โดยมีผู้นำชุมชนเดินอธิบายให้ความรู้อย่างใกล้ชิด ทำให้รู้ซึ้งว่า ชาวบ้านหนองปลาไหลมี Supermarket ธรรมชาติอยู่ข้างบ้าน เก็บกินได้สบาย แถมยังปลอดจากยาฆ่าแมลงด้วย
กอไผ่สีสุกขนาดใหญ่ในสวนของชาวบ้าน สร้างร่มเงาแถมยังใช้ประโยชน์ได้นานาประการ
เดินศึกษาพืชพรรณต่างๆ ในสวนของชาวบ้านกันอย่างเพลิดเพลิน
ลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นพืชสมุนไพรที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัยชะลอความแก่ แถมยังช่วยย่อยอาหารดีมากด้วย
พืชผักรอบบ้านเป็นทั้งอาหารและยาสมุนไพร ใครมีองค์ความรู้ก็เก็บไปกินเก็บไปใช้ได้ไม่รู้จักหมดล่ะครับ
เดินชมสวนเสร็จแล้ว ก็ได้เวลามาช่วยกันทำอาหารพื้นบ้านสไตล์หนองปลาไหลแท้ ในเชิงกิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ผ่านวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้าน วันนี้ป้าแหลมเจ้าบ้านใจดีมาสาธิตทำ ‘ห่อหมกปลาอินทรีย์สด’ ให้เราได้ทาน แต่ก่อนอื่นต้องช่วยกันทำด้วย จะได้ชิมฝีมือตัวเองไงล่ะ
รอยยิ้มเปื้อนหน้า กับกิจกรรมที่ทุกคนได้มีส่วนร่วมและแบ่งปันความสุขกัน
ปลาอินทรีย์สด กะทิสด เครื่องแกง และเครื่องปรุงต่างๆ ถูกนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างช้าๆ ตามแบบฉบับ Slow Food ชาวหนองปลาไหล
เมื่อกวนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันจนเหนียวข้นได้ที่ดีแล้ว ก็นำมาหยอดใส่ใบตอง ห่อเป็นกระทงเล็กๆ น่ารัก แล้วนำไปนึ่งให้สุกหอมฉุย
เสร็จแล้วจ้า ห่อหมกปลาอินทรีย์สดบ้านหนองปลาไหล กลิ่นหอมหวน รสชาตินี่มนวล เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดี กินกับข้าวสวยร้อนๆ ต้อขอเบิ้ลคนละหลายๆ กระทงเชียว
วันแห่งการสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ร่วมกัน TEATA และ อพท. CSR DAY
นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้เรียนทำห่อหมกจากป้าแหลมแล้ว นักเรียนบ้านหนองปลาไหลยังมาร่วมเรียนรู้ภูมิปัญญาจากคนรุ่นปู่ย่าของตนด้วย
เที่ยงพอดี กับข้าวทุกอย่างพร้อมเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ ได้เวลามานั่งกินข้าวร่วมกันในบรรยากาศสบายๆ ใต้ต้นไม้ร่มรื่น
อาหารเด่นวันนี้ มีทั้งห่อหมกปลาอินทรีย์สด, แกงกล้วยรอไก่, ต้มหมูใบชะมวง, ไข่เจียวร้อนๆ และตบท้ายด้วยขนมกล้วยสูตรบ้านหนองปลาไหล ที่ทุกคนช่วยกันทำเอง
ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก กับความประทับใจในครึ่งวันเช้า
อิ่มหนำกับอาหารเที่ยงแล้ว ช่วงบ่ายได้เวลาไปทำกิจกรรมสนุกๆ ‘ยิงหนังสติ๊ก เติมปุ๋ยอินทรีย์ให้นาข้าว’ ว้าว! ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน
พี่หุย นายกสมาคม TEATA มาจองลูกกระสุนปุ๋ยอินทรีย์ เตรียมยิงแข่งกับเด็กนักเรียนที่มารออยู่แล้ว
ซ้อมยิงหนังสติ๊ก ใครยิงโดนกระป๋องพลาสติกที่แขวนไว้บนราวไม้ไผ่ก่อน คนนั้นชนะ!
ได้เวลาแข่งขันโดยแบ่งเป็นคู่ๆ ระหว่างนักท่องเที่ยวกับเด็กนักเรียน ยิงกระสุนปุ๋ยอินทรีย์กันคนละ 5 เม็ด ใครเข้าเป้ามากกว่า คนนั้นรับของรางวัลไปเลย
ความน่ารักของกิจกรรม Creative Tourism ที่สร้างความสนุกสนาน และความผูกพันระหว่างชุมชนกับแขกผู้มาเยือน
รับรางวัลกันไปคนละชิ้นสองชิ้นอย่างชื่นมื่น
จากนั้นเราเดินทางสู่ ‘วัดหนองเกตุใหญ่’ วัดโบราณที่มีพระอุโบสถหลังเก่าสร้างมาสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์เป็นโบราณสถานของชาติ ทว่าน่าเสียดายตรงที่ เมื่อมีพระอุโบสถหลังใหม่ พระอุโบสถหลังเก่าก็ถูกปล่อยปละละเลยจนทรุดโทรม และขาดการจัดระเบียบจนลดทอนคุณค่าความสำคัญลงจนน่าใจหาย
นักท่องเที่ยว, สมาชิกสมาคม TEATA และเจ้าหน้าที่จาก อพท. ช่วยกันจัดเตรียมข้าวของ ทำกิจกรรม CSR กับเด็กๆ ในช่วงบ่าย
เยาวชนนักสื่อความหมายท้องถิ่นบ้านหนองปลาไหล กล่าวเปิดงานและเล่าประวัติชุมชนให้นักท่องเที่ยวฟัง
เด็กน้อยน่ารักจากโรงเรียนอนุบาลบ้านหนองปลาไหล เตรียมตัวมารับของแจกที่เราเตรียมมาด้วยใจในวันนี้
การแบ่งปันความสุขกับเด็กๆ ด้วยการให้ นับเป็นเรื่องไม่ยากที่เราทุกคนทำได้ด้วยสองมือและหนึ่งใจ
ก่อนกลับบ้านวันนั้น คณะของเราเดินทางไปเยี่ยมชม ‘วิหารเซียน’ หรือ อเนกกุศลศาลา ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยิ่งใหญ่ สุด Amazing ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จมาเปิดด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ.2536
ภายในวิหารเซียน คือที่ประทับของรูปปั้น รูปหล่อโลหะสำริด และสมบัติมีค่าจากแดนมังกร นับหมื่นๆ องค์
ห้องประทับของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ครั้งเสด็จมาเปิดวิหารเซียน เมื่อ พ.ศ.2536
ความยิ่งใหญ่อลังการของวิหารเซียน โด่งดังไม่เฉพาะกับชาวไทย แต่ยังรู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวจีนด้วย จึงมีคนมาเยี่ยมชมไม่ขาดสายตลอดปี
ภาพวาดที่ใช้สีพิเศษ คือใช้อัญมณีมีค่าต่างๆ มาบดผสมสี วาดเป็นเหล่านางฟ้าเทวดา ประดับอยู่บนฝาผนังภายในวิหารเซียน
แดดร่มลมตกแล้ว ก่อนกลับบ้าน เราแวะเข้าไปที่ ‘ตลาดโบราณบ้านชากแง้ว’ อำเภอบางละมุง สัมผัสชุมชนจีนเก่าที่เคยรุ่งเรือง เกิดขึ้นก่อนที่จะมีพัทยาเสียด้วยซ้ำ ทว่าชุมชนนี้ได้ซบเซาไปหลายสิบปี เพิ่งกับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาใหม่โดยการพัฒนาให้แนวคิดจาก อพท. ประกอบกับชาวบ้านชากแง้วที่กระตือรือล้น เปิดถนนคนเดินทุกวันเสาร์ นำลูกหลานที่ไปไกลบ้าน กลับมาช่วยสร้างสีสันให้ชุมชนในวันนี้
ตลาดโบราณบ้านชากแง้ว โดดเด่นด้วยเรือนไม้แบบห้องแถวร้านตลาดของชาวจีนโบราณ ผสานกับของกินอร่อยๆ นับร้อยเมนู อบอวลด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมจีนบนแผ่นดินสยาม
ยิ้มหวานของลูกหลานบ้านชากแง้ว
ทริปเดินทางสั้นๆ เพียงวันเดีวของเราจบลงแล้ว ทว่าสิ่งที่ได้จากวันนี้มีมากยิ่งกว่าความประทับใจ เพราะเราได้ทำกิจกรรม CSR ดีๆ มอบความสุขกับสังคม แถมยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคนท้องถิ่น นี่คือหัวใจของ ‘การท่องเที่ยวโดยชุมชน’ หรือ CBT ที่ สมาคม TEATA และ อพท. ตั้งใจสร้างให้เข้มแข็ง เพราะชุมชนที่เข้มแข็งคือรากฐานที่มั่นคงสำหรับการท่องเที่ยว และการพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืนตลอดไปครับผม
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) โทร. 08-3250-9343 (คุณน้ำ สิริยุพิน คำแดง) , อพท. www.dasta.or.th/th/ , ชุมชนบ้านหนองปลาไหล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โทร. 08-6827-0768 (คุณจอย)
งานสืบสานตำนานพ่อเจ้าทิพย์ช้าง วีรบุรุษแห่งเขลางค์นคร
เมื่อวันพุธที่ 5 กรกฎาคม 2560 เวลา 17.00-18.30 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าลำปาง ลานรถม้า จังหวัดลำปาง โดยสำนักงานการท่องเที่ยวกีฬาจังหวัดลำปาง ได้จัดงานแถลงข่าว โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กิจกรรม : งานสืบสานตำนานเจ้าพ่อทิพย์ช้าง วีรบุรุษแห่งเขลางค์นคร ประจำปีงบประมาณ 2560 โดยมี นายสวัสดิ์ มูลภาที ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง เป็นประธาน ฯ พร้อมด้วย เจ้าศรีรัตน์ ณ ลำปาง ประธานมูลนิธิเจ้าพระญาสุลวะลือไชย สงคราม, นายมนตรี นาคถาวร นายอำเภอเกาะคา, หัวหน้าส่วนราชการ, รัฐวิสาหกิจ, องค์กรเอกชน ร่วมงานในครั้งนี้
นายสวัสดิ์ มูลภาที ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง กล่าวว่า จังหวัดลำปาง ได้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด เพื่อส่งเสริมกิจกรรมการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดลำปาง การรักษาวัฒนธรรมประเพณี เทศกาล รวมถึงมรดกทางวัฒนธรรมพื้นบ้าน เป็นประเพณีที่ชาวลำปางจัดขึ้น เพื่อรำลึกถึงประวัติการสร้างเมือง อันมีความเป็นมายาวนาน ที่สั่งสมสืบต่อกันมาตามประวัติศาสตร์ เมืองเขลางค์ (ลำปาง) เป็นการสื่อและแสดงถึงตำนานการสร้างนครลำปาง วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี สถาปัตยกรรม และโบราณสถานของจังหวัดลำปาง ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาณาจักรต่างๆ ฝ่ายเหนือ ไม่ว่าจะเป็น ล้านนา หรือ หริภุญไชย เรื่องราวของพ่อเจ้าทิพย์ช้างจะเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย 
โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ กิจกรรม : งานสืบสานตำนานพ่อเจ้าทิพย์ช้าง วีรบุรุษเขลางค์นคร ประจำปีงบประมาณ 2560 มีวัตถุประสงค์ เพื่อสืบสานและสร้างจิตสำนึก ให้ชาวลำปางเกิดความภูมิใจ ตลอดจนตระหนักถึงคุณในการธำรงเอกลักษณ์ประเพณี ที่งดงามของชาวล้านนา จังหวัดลำปาง ส่งเสริมกิจกรรมการท่องเที่ยวในระดับจังหวัด และระดับประเทศ ให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรการท่องเที่ยว ส่งเสริมกิจกรรมมีส่วนร่วมและความสามัคคีของชาวลำปางทุกหมู่เหล่า สืบสาน อนุรักษ์ ฟื้นฟูประเพณี ศิลปวัฒนธรรมดั่งเดิมอันดีงานของชาวจังหวัดลำปาง เผยแพร่ให้สาธารณชนและนักท่องเที่ยวได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้จังหวัดลำปาง เผยแพร่ประชาสัมพันธ์กิจกรรมการจัดงาน และกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง ให้มีการเติบโตมากขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาล และเป็นการส่งเสริมสนับสนุนประเด็นยุทธศาสตร์การพัฒนาด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดลำปาง ให้มีการเผยแพร่อย่างกว้างขว้างมากขึ้น โดยจะมีการจัดงาน “สืบสานตำนานพ่อเจ้าทิพย์ช้าง วีรบุรุษแห่งเขลางค์นคร” ขึ้น ในวันที่ ๑๗-๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ณ วัดพระธาตุลำปางหลวง ตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง

สำหรับพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการจะมีขึ้น ในวันจันทร์ที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐-๒๑.๐๐ น. โดยมีขบวนแห่แบบล้านนาสุดอลังการ ประกอบด้วย ขบวนถวายเครื่องสักการะ เครื่องหลวงล้านนา, ขบวนช้าง, ขบวนม้า, ขบวนวัฒนธรรม, ขบวนเครื่องศาสตราวุธล้านนา, ขบวนเชิดชูเกียรติเจ้าผู้ครองนครลำปาง, ขบวนแห่ครัวทานแบบโบราณ ของหน่วยงาน องค์กร สถาบันการศึกษา ชุมชน, ขบวนฟ้อนรำ ฯลฯ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และสักการะบำเพ็ญบุญกุศลถึงพ่อเจ้าทิพย์ช้าง ณ วัดพระธาตุลำปางหลวง ภาคกลางคืน ชมการแสดงประกอบแสง สี เสียง สื่อผสม สืบสานตำนานพ่อเจ้าทิพย์ช้าง วีรบุรุษแห่งเขลางค์นคร พบกับ นักแสดง ศิลปิน-ดารา รับบทเป็น หนานทิพย์ช้าง และ เจ้าศรีอโนชา, บรรยากาศข้าวแลงขันโตก, กาดหมั้วคัวแลง, นิทรรศการประวัติความเป็นมาพ่อเจ้าทิพย์ช้าง, การสาธิตการตีดาบ, การแสดงซอล้านนา, สินค้าของดีนครลำปางมากมาย
ในวันอังคารที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐-๐๙.๐๐ น. นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย เจ้านายฝ่ายเหนือเชื้อสกุลเจ้าเจ็ดตนฯ ร่วมเป็นประธานในพิธี และ พิธีวางพวงมาลา, พิธีสงฆ์ และ บวงสรวง เจ้าพระยาสุลวะลือไชยสงคราม (พ่อเจ้าทิพย์) ประจำปี ๒๕๖๐


ภายในงานจะมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ การชมนิทรรศการต่างๆ, การจำหน่ายสินค้า OTOP ในบริเวณงาน, การแสดงศิลปะพื้นบ้าน ขับซอ..สืบสานภูมิปัญญาล้านนา จากคณะซอจากจังหวัดลำปาง, ขบวนแห่ ประกอบด้วย ขบวนถวายเครื่องสักการะ, เครื่องหลวงล้านนา, ขบวนช้าง, ขบวนม้า, ขบวนวัฒนธรรม, ขบวนเครื่องศาสตราวุธล้านนา, ขบวนเชิดชูเกียรติเจ้าผู้ครองนครลำปาง, ขบวนแห่ครัวทานแบบโบราณ ของหน่วยงาน, องค์กร, สถาบันการศึกษา-ชุมชน, ขบวนฟ้อนรำ ฯลฯ ด้วยแรงศรัทธาของประชาชนชาวจังหวัดลำปาง เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ณ วัดพระธาตุลำปางหลวง พิธีถวายเครื่องสักการะ เครื่องหลวง ประกอบพิธีทักษิณานุประทาน, ชมการแสดงประกอบแสง สี เสียง สื่อผสม สืบสานตำนาน พ่อเจ้าทิพย์ช้าง วีรบุรุษแห่งเขลางค์นคร, การแสดงไหว้สาบูชาองค์พระธาตุลำปางหลวง, การฟ้อนถวายจากชุมชนท้องถิ่นในอำเภอเกาะคา จำนวน 200 คน และ การแสดงเชิดชูเกียรติพ่อเจ้าทิพย์ช้าง ศาสตราวุธ, การแสดงฟ้อนดาบ, ฟ้อนเจิง, ข่วงเจิง, ศิลปะอาวุธไทย, ชมบรรยากาศการจัดงานแบบล้านนา กาดหมั้วคัวแลง, สินค้าชุมชน, นิทรรศการต่างๆ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดลำปาง โทร. 054-226-919 ฝ่ายประชาสัมพันธ์เฉพาะกิจ : บริษัท เก่งจัง ครีเอชั่น เฮ้าส์ จำกัด
นก-ศศิธร โทร. 089-927-7589, กบ-กฤศพณ โทร. 082-549-2456

5 ที่พักภูเก็ตอัพเดทใหม่ ต้องลองไปสักครั้ง
เรื่องฮอตๆ ใหม่ๆ ใครๆ ก็ชอบ เราเลยต้องรีบมาบอกที่พักในภูเก็ตสุดฮิตที่คนฮอตๆ จะต้องไปเช็คอิน…หากได้มีโอกาสไปเที่ยวภูเก็ตก็ต้องลองไปพักกับ 5 โรงแรมนี้ดูสักครั้ง ใครมีพักร้อนยาวๆ รีบจัด ใครยังไม่รู้จะไปเที่ยวไหนก็รีบจอง เพราะที่พักภูเก็ตราคาไม่แรง ไม่ได้ว่างกันง่ายๆ เช็คราคา ตรวจสอบห้องว่างกันล่วงหน้าได้ที่ Traveloka นอกจาก 5 ที่พักในภูเก็ตสวยๆ ที่เรากำลังจะมาแนะนำแล้ว ยังมีที่พักอื่นๆ ให้ได้เลือกกันอีกเพียบ จองที่พักล่วงหน้าเพื่อแผนเที่ยวที่ราบรื่น เพราะภูเก็ตจะเที่ยวฤดูไหนก็ได้ นอกจากทะเลสวยๆ ก็ยังมีย่านเมืองเก่าให้ได้เดินเล่น มีของอร่อยๆ ให้ได้ชิมกันทั้งวันทั้งคืน ถ้าไม่รีบจับจองไว้ก่อนที่พักภูเก็ตสวยๆ อาจจะเต็มได้นะคะ
1. หลับดี ภูเก็ต ป่าตอง (Lub D Phuket)



ขึ้นชื่อว่าเป็นโฮสเทลใหญ่ที่สุดในเอเชีย เปิดได้ไม่นานอยู่ในย่านป่าตอง ใกล้สถานบันเทิงดังยามค่ำคืน อย่าง ‘บางลา’ หรือแม้แต่ห้างจางซีลอน ตอบโจทย์สำหรับคนที่ชื่นชอบความมีสีสันช่วงเวลากลางคืน “หลับดี ภูเก็ต ป่าตอง” โดดเด่นด้วยการบริการที่ครบวงจรระดับโรงแรม มาพร้อมราคาเบาๆ อีกทั้งยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และมีกิจกรรมให้ทำมากมายเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
- ราคาเริ่มต้นประมาณ 5XX บาท
- รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/LubdHostel/
- ทางไปจอง: https://www.traveloka.com/th-th/hotel/thailand/lub-d-phuket-patong-3000010014632
2. มาซิ ดีไซน์ โฮเทล (Mazi Design Hotel)



เพราะอยู่ใจกลางเมืองภูเก็ตย่านป่าตอง ทำให้โรงแรมนี้มีที่จอดรถค่อนข้างน้อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญเพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้บริการรถสาธารณะ โดดเด่นด้วยการดีไซน์ของโรงแรมนี่แหละ มีความเก๋ตั้งแต่ด้านหน้าล็อบบี้เลย พอเดินผ่านล็อบบี้เข้าไปด้านในคุณจะได้เจอกับสระว่ายน้ำขนาดยาวถึงแม้ว่าจะไม่กว้างมาก แต่ก็มีน้ำตกเล็กๆ ให้ได้เล่นเพลินๆ เป็นไอเท็มเพิ่มเติมทำให้ผู้เข้าพักอย่างเราๆ มีความสุขได้ไม่น้อย ส่วนห้องพักก็ตกแต่งไว้อย่างเท่ๆ เรียบง่ายเน้นโทนสีเทา ขาว ดำ เตียงกว้างขวางนอนกัน 3 คนได้สบาย
- ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,0XX บาท
- รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/Mazihotel/
- ทางไปจอง: https://www.traveloka.com/th-th/hotel/thailand/mazi-design-hotel-by-kalima-1000000549821
3. ลิตเติ้ล ยอนย่า (Little Nyonya Hotel)



เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่สวยงามและราคาไม่แพง โดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์ชิโน-โคโลเนียล เพื่อให้เข้ากับสถาปัตยกรรมชื่อดังของภูเก็ตอย่าง ‘ชิโน-โปรตุกีส’ เน้นโทนสีขาว ให้ความสะอาดและสบายตา เฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งมีความน่ารัก อบอุ่น เป็นกันเอง อย่างปลอกหมอนในห้องก็เป็นลายดอกไม้เพื่อให้แขกผู้มาพักรับรู้ได้ถึงความสดชื่น ที่นี่มีห้องพักเพียง 10 ห้องเท่านั้น หากสนใจเข้าพัก เหมือนเดิมคือแนะนำให้จองล่วงหน้า
- ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,3XX บาท
- รายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/pg/lnyhotel/photos/
- ทางไปจอง: https://www.traveloka.com/th-th/hotel/thailand/little-nyonya-hotel-1000000508083
4. บลู มังกี้ ฮับ แอนด์ โฮเต็ล (Blue Monkey Hub and Hotel)



ที่นี่หาไม่ยาก อยู่ในย่านป่าตองเช่นกัน หาไม่เจอถามคนย่านนั้นรู้จักกันหมด ถ้าเห็นตึกสูงๆ เท่ๆ แสดงว่าคุณเจอแล้ว ที่นี่เน้นการตกแต่งด้วยโทนสีขาว-ดำ ให้ความรู้สึกเรียบง่ายแต่โก้ ด้านหน้าโรงแรมจะมีป้ายชื่อ “บลู มังกี้ ฮับ แอนด์ โฮเต็ล” จัดเรียงไว้อย่างน่าสนใจ คล้ายๆ เกมส์ Cross Word ยิ่งเวลากลางคืนจะเปิดไฟที่ตัวหนังสือสวยงามมากเลยทีเดียว เราลองมาเซลฟี่กับป้ายชื่อโรงแรมด้วย แต่ว่าไม่สวยเท่าไร ถ่ายแล้วหน้ามันจะเกิดอาการมืดๆ หน่อย และหากทาร์เก็ตของคุณคือ ชาวต่างชาติสาย ฝ. ไม่ว่าจะหญิงหรือชายแนะนำว่าที่นี่คือเป้าหมายควรคู่มาพักจริงๆ งานดีทั้งนั้น 10 10 10 ไปเลยจ้า
- ราคาเริ่มต้นประมาณ 1,7XX บาท
- รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/blumonkeyhotels/
- ทางไปจอง: https://www.traveloka.com/th-th/hotel/thailand/blu-monkey-phuket-phang-nga-road-1000000544218
5. หนุกดี บูทิก รีสอร์ท (Nook Dee Boutique Resort)



สนุกสมชื่อสำหรับ “หนุกดี บูทิก รีสอร์ท” ไม่ว่าใครหากได้มาพักก็สัมผัสได้ถึงความสุข ความสนุกกันทั้งนั้น นอกจากตั้งอยู่ที่ย่านหาดกะตะ ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสวย หาดทรายขาวแล้ว ดังนั้นเรื่องวิวคือสวยเริ่ด! อีกทั้งการตกแต่งแบบไทยร่วมสมัยก็ทำให้ผู้ที่เข้าพักมีความสุนทรีย์มากขึ้นไปด้วย ทุกมุม ทุกโซน สวย มีเสน่ห์แบบไทยๆ สามารถเก็บภาพประทับใจไว้ได้มากมาย ไปเที่ยวพักผ่อนถ่ายรูปปีนี้มีอัพโซเชียลได้ถึงปีหน้ากันไปเลย
- ราคาเริ่มต้นประมาณ 4,5XX บาท
- รายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.facebook.com/nookdeephuket/
- ทางไปจอง: https://www.traveloka.com/th-th/hotel/thailand/nook-dee-boutique-resort-by-andacura-1000000545484
ท่องเที่ยววิถีไทยสไตล์อินเทรนด์ ที่พักดีต้องบอกต่อ ใครกำลังอยากเที่ยว เริ่มต้นง่ายๆ กับภูเก็ต เมืองเก่าแต่คลาสสิค ถ่ายรูปก็ได้ ศึกษาวัฒนธรรมก็ดี มีประเพณีมากมายให้ได้เรียนรู้ จะมัวช้าอยู่ทำไม ไปเที่ยวภูเก็ตกันเล๊ยยย
The Best of Iran, Heart of the Persian
(1). หมู่บ้านมาชูเล่ห์
(2). หมู่บ้านอะบียาเน่ห์
(3). สวน Egoil เมืองทาบริส
(4). สะพานคาจู เมืองอิสฟาฮาน
(5). อิหม่าม สแควร์ เมืองอิสฟาฮาน
(6). สุสานกษัตริย์ นัคเซรอสตัม
(7). เมืองโบราณ Percepolis
(8). หอคอย Azadi กรุงเตหะราน
(9). พระราชวังโกเลสตาน กรุงเตหะราน
(10). พระราชวังเนียวาราน กรุงเตหะราน
(11). Pink Mosque เมืองชีราส
(12). ตลาดวากิล บาซาร์ เมืองชีราส
(13). ป้อมการิมข่าน หอคอยเอียง เมืองชีราส
(14). สุสานท่านฮาเฟส เมืองชีราส
(15). อนุสรณ์สถานท่านอาลี เมืองชีราส
(16). Blue Mosque เมืองทาบริส
(17). พระราชวังเซเฮลโชตุน เมืองอิสฟาฮาน
(18). บ้านเศรษฐีเก่า The Historic House เมืองคาชาน

(19). โรงอาบน้ำโบราณ The Historic Bath House เมืองคาชาน
(20). ทุ่งกุหลาบ ตำบลกำซา เมืองคาชาน
(21). คฤหาสถ์ Naranjestane Ghavam เมืองชีราส
(22). Grand Bazar เมืองทาบริส
(23). บ้านรู Kandovan เมืองทาบริส
(24). มัสยิดกลาง เมืองทาบริส
(25). ร้านพรมเปอร์เชียแท้ Carpet Lover Club เมืองอิสฟาฮาน
(26). National Museum กรุงเตหะราน

Tana Toraja Land of Life & Dead, Indonesia
สุลาเวสี (Sulawesi) ชื่อนี้หลายคนอาจไม่คุ้นเคย แต่ถ้าจับแผนที่หมู่เกาะของประเทศอินโดนีเซียมากางดู จะรู้ว่าสุลาเวสี คือหนึ่งในเกาะใหญ่ที่สุดทางตะวันออกของอินโดนีเซีย อยู่ถัดจากเกาะชวา เกาะบาหลี และลอมบอก ออกไป เกาะนี้เป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญ เพราะมีดินภูเขาไฟอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งมีเทือกทิวเขาสลับซับซ้อน มีภูเขาสูงเกินพันเมตรหลายลูก อากาศเย็นฉ่ำ กลายเป็นแหล่งปลูกกาแฟ โกโก้ วานิลลา และที่สำคัญคือ สุลาเวสียังได้ชื่อว่าเป็น “หมู่เกาะเครื่องเทศ” ในอดีตอีกด้วย
เมื่อเดินทางไปถึงตอนใต้ของเกาะสุลาเวสี ที่บริเวณ Tana Toraja เราจะได้ชื่นชมวิถีชีวิตการปลูกข้าว ที่ผูกพันกับผู้คนมาหลายร้อยปี
และแน่นอนว่า เมื่อมีการเกษตรกรรมปลูกข้าว ควายก็คือเพื่อนแสนดีที่ชาวนาใน Tana Toraja สนิทที่สุด ทว่าด้วยความเชื่อในเรื่อง ‘ชีวิตหลังความตาย’ ควายจึงถูกนำไปเปรียบเสมือนพาหนะที่จะนำพาวิญญาณของผู้วายชนม์ไปสู่สุขติ ใน Tana Toraj จึงมีการบูชายัญควายในพิธีศพด้วย อีกทั้งยังมี ‘ตลาดควาย’ หรือ Buffalo Market ที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย ทุกวันเสาร์และวันอังคาร จะมีควายหลายพันตัวมาสู่ตลาดซื้อขายนี้
เอกลัษณ์อย่างหนึ่งของชาว Torajan ที่อาศัยอยู่ในเขต Tana Toraja ของเกาะสุลาเวสีตอนใต้ ก็คือการสร้างบ้านหลังคาโค้งหน้าจั่วแหลมสูงที่เรียกว่า ‘ตองโกนัน’ (Tongkonan) โดยเหตุที่เขาต้องสร้างหลังคาในลักษณะนี้ก็เพราะ บรรพบุรุษของชาว Torajan ได้ล่องเรืออพยพมาจากกัมพูชาและจีนตอนใต้ เมื่อมาถึงเกาะสุลาเวสี ก็ล่องเรือลึกเข้ามาในแผ่นดินตามแม่น้ำสายใหญ่ และเมื่อเริ่มตั้งรกรากฐาวร ไม่อาศัยอยู่ในเรืออีกแล้ว จึงสร้างตัวแทนเรือไว้เป็นหลังคาบ้านแบบนี้ล่ะครับ โดยบ้านรุ่นเก่าจะมุงหลังคาด้วยไม้ไผ่และฟาง ส่วนเสาบ้านใช้ต้นปาล์มป่า หรือไม้เนื้อแข็งสี่เหลี่ยม บนบ้านมีไม่เกิน 4 ห้อง อาศัยอยู่ได้แค่ 4-5 คน
หมู่บ้านปาลาวา (Palawa Village) เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่สุดของชาว Torajan ซึ่งยังมีบ้าน Tonganan ในลักษณะดั้งเดิมให้ชมหลายสิบหลัง ด้านนอกตัวบ้านจะมีการสลักไม้เป็นลวดลายต่างๆ ทั้งพระจันทร์ พระอาทิตย์ ไก่ ทุ่งนา ควาย ฯลฯ ล้วนสะท้อนถึงวิถีชีวิตเกษตรกรรม อีกทั้งเมื่อมีคนในบ้านเสียชีวิตลง ช่วงแรกเขาก็จะเก็บศพไว้ในบ้าน ทำทีว่าผู้นั้นยังมีชีวิต มีการจัดข้าวปลาอาหารเลี้ยงดูปกติ จากนั้นก็จะห่อศพคล้ายมัมมี่เก็บไว้ โดยในพิธีศพจะมีการเชือดควายบูชายัญมากน้อยตามฐานะผู้ตาย
ทิวเขา สายหมอก ป่าไม้ บ้าน Tongonan วัวควาย และทุ่งนา คือลมหายใจและจิตวิญญาณที่แท้จริงของ Tana Toraja
รีสอร์ทบางแห่งสร้างห้องพักเลียนแบบบ้าน Tongonan อันมีเอกลักษณ์
ชาว Torajan ในปัจจุบันปรับตัวมาใช้ชีวิตแบบคนเมืองแล้ว ส่วนใหญ่เปิดให้ท่องเที่ยว และขึ้นชมบ้านได้ รวมทั้งจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองที่หาชมที่อื่นไม่ได้แน่นอน
การเต้นรำพื้นเมืองแบบ Torajan หาชมได้เฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ หรือในโรงแรมใหญ่ๆ
สาว Torajan ดูแทบไม่ออกเลยว่าบรรพบุรุษของเธอคือชาวกัมพูชา และคนจีนตอนใต้ที่อพยพสู่เกาะสุลาเวสี
การเดินทางจากเมืองไทยไป Tana Toraja บนเกาะสุลาเวสีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไป ช่วงแรกต้องบินจาก กทม.-จาการ์ต้า แล้วเปลี่ยนเครื่องภายในประเทศ จาการ์ต้า-มาคาซาร์ (Makassar) จากนั้นต้องนั่งรถยนต์อีก 300 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 8-10 ชั่วโมง จนถึงเขต Tana Toraja ตรงจุดกึ่งกลางครึ่งทางมีร้านกาแฟให้นั่งแวะพัก บริเวณ ภูเขาโนน่า (Gunung Nona)
เมื่อถึงเขต Tana Toraja ก็จะต้องผ่านเข้าสู่ประตู Toraja Gate เสียก่อน
ก่อนที่จะเดินทางถึง เมืองมาคาเล่ (Makale) เมืองหลวงของ Tana Toraja เราจะผ่านหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรม และความศรัทธาของชาวคริสต์ที่นี่ (เนื่องจากคนเกิน 60 เปอร์เซนต์ ของ Toraja ปัจจุบันนับถือศาสนาคริสต์) คือ ‘รูปปั้นพระเยซูคริสต์แห่งมานาโด้’ (Jesus of Manado) ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้รูปปั้นพระเยซูคริสต์ที่บราซิลเลยแม้แต่น้อย
ลงจากยอดเขา Jesus of Lemo สู่ ตัวเมือง Makale เพื่อเดินทางต่อไปยังเขตทะเลภูเขาสลับซับซ้อนของ Tana Toraja
Land Above the Cloud หรือ แผ่นดินสูงเหนือเมฆ คือจุดชมวิวสวยที่สุดในยามเช้าของเขต Toraja
จาก Land Above the Cloud มองลงไปเบื้องล่าง งามไม่ต่างจากสวรรค์!
ที่ Land Above the Cloud มีจุดกางเต็นท์และจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวเลือกหลายแห่ง วิวตรงหน้าก็จะงามต่างกันไป
ด้วยความสูงไม่ต่ำกว่า 1,300-1,600 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้ภูเขาในแถบ Tana Toraja กลายเป็นแหล่งปลูกกาแฟอะราบิก้าคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย ส่งออกไปทั่วโลก
ต้องหากาแฟ Toraja Cofee ร้อนๆ ดื่มแก้หนาวกันหน่อยล่ะ
กาแฟ และผงโกโก้เข้มข้น ที่นี่หาซื้อง่าย แม้แต่ใน ตลาดเช้า หรือ Morning Market ก็มีให้เลือกซื้อเพียบ
บรรยากาศตลาดเช้าของเมือง Makale คึกคักทุกวัน พืชผักผลไม้มีให้เลือกซื้อหลากหลายจริงๆ สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน
การจะเข้าถึง Tana Toraja ให้ได้แบบถึงกึ๋นลึกซึ้ง เราต้องไปเยี่ยมชมสถานที่เกี่ยวกับ ‘ชีวิตหลังความตาย’ กันหน่อย! อย่าเพิ่งตกใจ เพราะคนที่นี่เขามองเรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมดา เหมือน Cycle of Life นั่นล่ะ ที่ Tana Toraja จะไม่มีการเผาศพหรือฝังศพเด็ดขาด แต่จะใช้วิธีห่อศพคล้ายมัมมี่ แล้วนำไปเก็บไว้ตามถ้ำ ตามหน้าผา หรือสร้างบ้าน Tongonan หลังเล็กๆ เก็บไว้แทน เพื่อให้ลูกหลานได้รำลึกถึงบรรพบุรุษ อย่างที่ ‘ถ้ำลีโม่’ (Lemo Cave) จะมีการเจาะโพรงไว้บนหน้าผาสูงชัน หรือนำศพคนตายไปเก็บไว้ในถ้ำต่างๆ
หน้าผาเก็บศพแห่งลีโม่ มีการแกะสลักตุ๊กตาไม้ตัวแทนผู้ตาย ให้คนที่ยังอยู่ได้รำลึกถึง ตุ๊กตาเหล่านี้มีขนาดเท่าคนจริง เรียกตามภาษาท้องถิ่นว่า ‘เตา-เตา’ (Tao-Tao)
ที่ ‘หมู่บ้านทัมปัง อัลโล’ (Tampang Allo Village) มีต้นไม้โบราณอยู่ต้นหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านใช้เก็บศพเด็กทารกที่ตายก่อนจะมีฟันน้ำนมขึ้น โดยเขาจะนำศพเด็กห่อผ้าเหมือนมัมมี่ นำไปใส่ไว้ในโพรงต้นไม้ เพราะต้นไม้นี้มียางขาวคล้ายน้ำนม วิญญาณเด็กจะได้ดื่มน้ำนมแล้วมาเกิดใหม่ มันจึงกลายเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ที่ไม่มีการเก็บกินผลเด็ดขาด ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงต้นเดียว ภายในบรรจุศพเด็กทารกไว้หลายสิบศพ
ที่หมู่บ้าน Tampang Allo ยังมีอีกหนึ่งสถานที่น่าขนลุกซึ่งไม่ควรพลาดชม นั่นคือ ‘ถ้ำเก็บศพแห่งทัมปัง อัลโล่’ ภายในถ้ำขนาดใหญ่ที่เย็นชื้นและโบราณนี้ เต็มไปด้วยหัวกะโหลก โครงกระดูก โลงศพไม้โบราณ และตุ๊กตาเตา-เตา นับร้อยๆ ตัว วางระเกะระกะอยู่ทั่วไปในทุกซอกหลืบ บ้างแขวนอยู่บนเพิงผาหินปูนสูงชัน ปัจจุบันเหลือถ้ำเก็บศพลักษณะนี้อยู่ใน Tana Toraja เพียงไม่กี่แห่ง โดยส่วนใหญ่จะเป็นศพของชนชั้นปกครองหรือคนรวย
ภายในถ้ำเก็บศพทัมปัง อัลโล่ คือที่พำนักสุดท้ายอันสงบสงัดของผู้วายชนม์!
ตุ๊กตาเตา-เตา ภายในถ้ำเก็บศพทัมปัง อัลโล่
หากคุณมีโอกาส และต้องการเดินทางสู่ดินแดนแปลกใหม่ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่ในโลก หรือต้องการผจญภัยในดินแดนห่างไกลที่แทบจะไม่เคยมีใครย่างเหยียบไปถึง เราขอแนะนำ ดินแดน Tana Toraja แห่งเกาะสุลาเวสี ที่สุดแห่งการเดินทางครั้งหนึ่งในชีวิต!









