TEATA เซ็นต์ MOU เกาหลี แลกเปลี่ยนเรียนรู้ท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืน
เมื่อวันที่ 7-11 มิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) ได้นำคณะสมาชิก 34 ชีวิต เดินทางสู่ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อร่วมศึกษาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ใน 4 ชุมชนท้องถิ่น และเซ็นต์บันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกัน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT : Community-based Tourism) ระหว่างกันอย่างยั่งยืน โดยการเซ็นต์ MOU ครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2561 ระหว่าง TEATA โดยคุณนีรชา วงศ์มาศา นายกสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย เป็นตัวแทน และในฝั่งเกาหลีมี Mr.Kyujeong Lee นายกสภาท่องเที่ยวหมู่บ้านชนบทเกาหลี (The Korean Rural Experience Village Council : KREVC) เป็นตัวแทน
การเซ็นต์ MOU ครั้งนี้ ถือเป็นมิติใหม่ในการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนของทั้งสองประเทศ เพราะในอดีตที่ผ่านมา ยังไม่เคยมีการทำข้อตกลงในลักษณะนี้เกิดขึ้นมาก่อน ผลจากการเซ็นต์ MOU ของทั้งสององค์กร ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนในหลายๆ ด้าน ทั้งองค์ความรู้ในการจัดการและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยชุมชน, การฝึกอบรมบุคลากรร่วมกัน, การศึกษาดูงาน, การจัดทริปท่องเที่ยวแบบเหย้าเยือน ฯลฯ โดยองค์ความรู้ต่างๆ สามารถนำมาต่อยอดเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชน หรือ CBT ได้อย่างกว้างขวางในทุกมิติ
ในทริปนี้ TEATA ได้เข้าไปเยี่ยมเยือน ทำกิจกรรม และพักค้างคืนในชุมชนน่ารัก 4 แห่งของเกาหลีใต้ ซึ่งถือเป็นชุมชนต้นแบบในการท่องเที่ยว CBT ที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียง ทั้งในแง่การจัดการ, กิจกรรม, ที่พัก, อาหาร และตัวแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ได้แก่ หมู่บ้านดูโม (Dumo Village) เมืองนัมเฮ จังหวัดคยองซาง, หมู่บ้านดารังงี (Darangee Village) เมืองนัมเฮ จังหวัดคยองซาง, ไร่ชาโพฮยองดาวอน (Bohyang Da Won Tea Farm Village) เมืองโพซอง จังหวัดเจลลา และ หมู่บ้านเวอัม (Way Am Village) เมืองอาซาน จังหวัดชองชุงนัม

การเยี่ยมชมเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Study Trip) ครั้งนี้ของ TEATA ทำให้เราได้รับทราบถึงบทเรียนอันทรงคุณค่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นระบบการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ดี มีประสิทธิภาพ เป็นขั้นเป็นตอน มีการแบ่งหน้าที่กันทำในชุมชนอย่างชัดเจน เราได้เห็นการมีส่วนร่วมของผู้คนในชุมชน บนรากฐานของความสามัคคี ที่พยายามดึงจุดเด่นของตนเองออกมาสร้างเป็นกิจกรรมและแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างน่ารัก อีกทั้งยังได้รับทราบถึงการส่งเสริมของภาครัฐอย่างจริงจัง ตั้งแต่ระดับนโยบาย งบประมาณ องค์ความรู้ เครื่องไม้เครื่องมือที่พรั่งพร้อม รวมถึงความจริงใจในการผลักดันให้ ‘การท่องเที่ยโดยชุมชน’ ของเกาหลีใต้ ประสบความสำเร็จดังเช่นทุกวันนี้
ในปัจจุบัน สภาท่องเที่ยวหมู่บ้านชนบทเกาหลี (The Korean Rural Experience Village Council : KREVC) มีหมู่บ้านสมาชิกอยู่ทั่วประเทศ ไม่น้อยกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีจุดเด่นต่างกันไป และเที่ยวได้ใน 4 ฤดูอันแตกต่าง ทำให้นักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้าสู่ชุมชนที่เคยซบเซาถูกทิ้งร้าง จนปัจจุบันการท่องเที่ยวชุมชนได้กลายเป็น Trend ใหม่สุดฮิตในเกาหลีไปแล้ว เพราะมิใช่ว่าไปเที่ยวชุมชนแล้วจะได้พบเห็นแต่วิถีชีวิตผู้คนเท่านั้น ยังมี กิจกรรมเชิงธรรมชาติและผจญภัย (Eco-Tourism) เดินป่า พายเรือ ปีนเขา ฯลฯ ผสมผสานเข้าไปด้วยอย่างลงตัว จนกลายเป็น Farming Experience Village ที่โด่งดังมาก
ในเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่กำลังจะถึงนี้ คณะทำงานท่องเที่ยวชุมชนของเกาหลีใต้ มีแผนที่จะเดินทางมาเยี่ยมเยือนประเทศไทยด้วยเช่นกัน เราจึงมีโอกาสทำความเข้าใจซึ่งกันและกันให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อใช้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือหรือฟันเฟืองหนึ่ง ในการขับเคลื่อนชุมชนให้คึกคัก คับคั่ง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยยังสามารถรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมของตนเองไว้ได้ สมดังเจตนารมณ์ของ TEATA และการเซ็นต์ MOU ครั้งนี้ ให้บรรลุผลในเชิงปฏิบัติเป็นรูปธรรมต่อไป
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (TEATA) โทร. 08-3250-9343 (คุณน้ำ)


















เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา 
รอยยิ้มหวานๆ กับ Welcome Drink น้ำอัญชัญธรรมชาติ สร้างความประทับใจตั้งแต่แรกไปถึงชุมชน
ช่วงเช้าๆ อากาศแจ่มใส เราจูงมือกันเดินชมผลหมากรากไม้นานาชนิดในสวนของชาวบ้าน โดยมีผู้นำชุมชนเดินอธิบายให้ความรู้อย่างใกล้ชิด ทำให้รู้ซึ้งว่า ชาวบ้านหนองปลาไหลมี Supermarket ธรรมชาติอยู่ข้างบ้าน เก็บกินได้สบาย แถมยังปลอดจากยาฆ่าแมลงด้วย
กอไผ่สีสุกขนาดใหญ่ในสวนของชาวบ้าน สร้างร่มเงาแถมยังใช้ประโยชน์ได้นานาประการ
เดินศึกษาพืชพรรณต่างๆ ในสวนของชาวบ้านกันอย่างเพลิดเพลิน
ลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่ เป็นพืชสมุนไพรที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัยชะลอความแก่ แถมยังช่วยย่อยอาหารดีมากด้วย
พืชผักรอบบ้านเป็นทั้งอาหารและยาสมุนไพร ใครมีองค์ความรู้ก็เก็บไปกินเก็บไปใช้ได้ไม่รู้จักหมดล่ะครับ
เดินชมสวนเสร็จแล้ว ก็ได้เวลามาช่วยกันทำอาหารพื้นบ้านสไตล์หนองปลาไหลแท้ ในเชิงกิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์ผ่านวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้าน วันนี้ป้าแหลมเจ้าบ้านใจดีมาสาธิตทำ
รอยยิ้มเปื้อนหน้า กับกิจกรรมที่ทุกคนได้มีส่วนร่วมและแบ่งปันความสุขกัน
ปลาอินทรีย์สด กะทิสด เครื่องแกง และเครื่องปรุงต่างๆ ถูกนำมาคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างช้าๆ ตามแบบฉบับ Slow Food ชาวหนองปลาไหล
เมื่อกวนจนส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันจนเหนียวข้นได้ที่ดีแล้ว ก็นำมาหยอดใส่ใบตอง ห่อเป็นกระทงเล็กๆ น่ารัก แล้วนำไปนึ่งให้สุกหอมฉุย
เสร็จแล้วจ้า ห่อหมกปลาอินทรีย์สดบ้านหนองปลาไหล กลิ่นหอมหวน รสชาตินี่มนวล เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดี กินกับข้าวสวยร้อนๆ ต้อขอเบิ้ลคนละหลายๆ กระทงเชียว
วันแห่งการสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ร่วมกัน
นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้เรียนทำห่อหมกจากป้าแหลมแล้ว นักเรียนบ้านหนองปลาไหลยังมาร่วมเรียนรู้ภูมิปัญญาจากคนรุ่นปู่ย่าของตนด้วย
เที่ยงพอดี กับข้าวทุกอย่างพร้อมเสิร์ฟขึ้นโต๊ะ ได้เวลามานั่งกินข้าวร่วมกันในบรรยากาศสบายๆ ใต้ต้นไม้ร่มรื่น
อาหารเด่นวันนี้ มีทั้งห่อหมกปลาอินทรีย์สด, แกงกล้วยรอไก่, ต้มหมูใบชะมวง, ไข่เจียวร้อนๆ และตบท้ายด้วยขนมกล้วยสูตรบ้านหนองปลาไหล ที่ทุกคนช่วยกันทำเอง
ถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึก กับความประทับใจในครึ่งวันเช้า
อิ่มหนำกับอาหารเที่ยงแล้ว ช่วงบ่ายได้เวลาไปทำกิจกรรมสนุกๆ 
ซ้อมยิงหนังสติ๊ก ใครยิงโดนกระป๋องพลาสติกที่แขวนไว้บนราวไม้ไผ่ก่อน คนนั้นชนะ!
ได้เวลาแข่งขันโดยแบ่งเป็นคู่ๆ ระหว่างนักท่องเที่ยวกับเด็กนักเรียน ยิงกระสุนปุ๋ยอินทรีย์กันคนละ 5 เม็ด ใครเข้าเป้ามากกว่า คนนั้นรับของรางวัลไปเลย
ความน่ารักของกิจกรรม
รับรางวัลกันไปคนละชิ้นสองชิ้นอย่างชื่นมื่น
จากนั้นเราเดินทางสู่
นักท่องเที่ยว, สมาชิกสมาคม TEATA และเจ้าหน้าที่จาก อพท. ช่วยกันจัดเตรียมข้าวของ ทำกิจกรรม CSR กับเด็กๆ ในช่วงบ่าย
เยาวชนนักสื่อความหมายท้องถิ่นบ้านหนองปลาไหล กล่าวเปิดงานและเล่าประวัติชุมชนให้นักท่องเที่ยวฟัง
เด็กน้อยน่ารักจากโรงเรียนอนุบาลบ้านหนองปลาไหล เตรียมตัวมารับของแจกที่เราเตรียมมาด้วยใจในวันนี้
การแบ่งปันความสุขกับเด็กๆ ด้วยการให้ นับเป็นเรื่องไม่ยากที่เราทุกคนทำได้ด้วยสองมือและหนึ่งใจ
ก่อนกลับบ้านวันนั้น คณะของเราเดินทางไปเยี่ยมชม
ภายในวิหารเซียน คือที่ประทับของรูปปั้น รูปหล่อโลหะสำริด และสมบัติมีค่าจากแดนมังกร นับหมื่นๆ องค์
ห้องประทับของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ครั้งเสด็จมาเปิดวิหารเซียน เมื่อ พ.ศ.2536
ความยิ่งใหญ่อลังการของวิหารเซียน โด่งดังไม่เฉพาะกับชาวไทย แต่ยังรู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวจีนด้วย จึงมีคนมาเยี่ยมชมไม่ขาดสายตลอดปี
ภาพวาดที่ใช้สีพิเศษ คือใช้อัญมณีมีค่าต่างๆ มาบดผสมสี วาดเป็นเหล่านางฟ้าเทวดา ประดับอยู่บนฝาผนังภายในวิหารเซียน
แดดร่มลมตกแล้ว ก่อนกลับบ้าน เราแวะเข้าไปที่ 
ยิ้มหวานของลูกหลานบ้านชากแง้ว
ทริปเดินทางสั้นๆ เพียงวันเดีวของเราจบลงแล้ว ทว่าสิ่งที่ได้จากวันนี้มีมากยิ่งกว่าความประทับใจ เพราะเราได้ทำกิจกรรม 


เมื่อวันพุธที่ 5 กรกฎาคม 2560 เวลา 17.00-18.30 น. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าลำปาง ลานรถม้า จังหวัดลำปาง โดยสำนักงานการท่องเที่ยวกีฬาจังหวัดลำปาง ได้จัดงานแถลงข่าว 




























ภายในงานนี้ เราจะได้สัมผัสกับไดโนเสาร์ไทย ที่มีการสำรวจพบชนิดใหม่สกุลใหม่ถึง 9 สายพันธุ์ อาทิเช่น
สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 

เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2560 

ในการประชุมครั้งนี้


ในส่วนของ
ท่านที่สนใจกิจกรรมด้านต่างๆ ของ 








































พระธาตุนคร พระธาตุประจำคนเกิดวันเสาร์









