ภาคเหนือ

เที่ยวพะเยา Gate Way สู่ล้านนา

%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2-1

เดินทางสู่ จังหวัดพะเยา และอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง กล่าวคำทักทาย Gate Way ประตูสู่ล้านนา จุดเชื่อมโยงภาคกลางตอนบนเข้าสู่ภาคเหนือตอนล่าง ดินแดนที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และเต็มไปด้วยสีเขียวของแมกไม้ร่มรื่น วันนี้พะเยาและเถินยังเป็นเมืองน้อยน่ารักที่ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก จึงมีหลากหลายแง่มุมอันสงบน่าพัก น่าเที่ยว ไม่แพ้เมืองอื่นๆ ของล้านนาเลยสักนิด

%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2-2กว๊านพะเยา เป็นทะเลสาบน้ำจืดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของไทย ถือเป็นโอเอซิสกลางเมืองพะเยาเลยล่ะ  เพราะระบบนิเวศน์ยังคงความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยปลาน้ำจืด ทะเลบัวแดง และนกนานาชนิด โดยรอบมีสวนสาธารณะให้ผู้คนมาพักผ่อนหย่อนใจ ทุกเช้าบริเวณท่าเรือริมกว๊านฯ จะมีการตักบาตรข้าวเหนียว   พอตกสายหน่อยบรรดาร้านค้าโดยรอบก็เริ่มทยอยเปิด ขายอาหารรสเลิศไปจนถึงค่ำ %e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2-3ในกว๊านพะเยามีการค้นพบซากโบราณสถานจมอยู่ใต้น้ำ สมัยพระเจ้าติโลกราช คือ “วัดติโลกอาราม” ซึ่งปัจจุบันเหลือแต่ยอดพระธาตุโผล่พ้นน้ำขึ้นมา และยังมีการค้นพบพระพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัย อายุหลายร้อยปีด้วย ทุกวันนี้เราสามารถนั่งเรือรับจ้างของชาวบ้านขึ้นไปสักการะองค์พระได้ โดยในวันมาฆบูชา วิสาขบูชา และอาสาฬหบูชา จะมีการเวียนเทียนกลางน้ำแห่งเดียวในโลก! ตื่นตาน่าชมมาก %e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2-4 %e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2-5 %e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2-6การตักบาตรยามเช้าให้จิตใจผ่องใส ที่ริมกว๊านพะเยา%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%a0%e0%b8%b9%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b8%87-1

น้ำตกภูซาง เป็นน้ำตกอุ่นแห่งเดียวในเมืองไทย! คือน้ำมีอุณหภูมิประมาณ 33 องศาเซลเซียส ลงแช่ตัวได้สบาย ช่วยผ่อนคลายหายปวดเมื่อย เพราะในน้ำมีแร่ธาตุอุดมคุณค่าจากใต้ดินเจือปนอยู่ด้วยนั่นเอง ยิ่งกว่านั้นน้ำยังใสแจ๋วจนมองเห็นปลาที่แหวกว่ายไปมา แถมน้ำยังไม่มีกลิ่นฉุนของกำมะถันเหมือนน้ำพุร้อน หรือน้ำตกร้อนทางภาคใต้ น้ำตกภูซางจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่พิเศษสุดแบบ Unseen เลยก็ว่าได้

น้ำตกภูซางเป็นน้ำตกขนาดเล็ก สูงเพียง 25 เมตร และเที่ยวง่าย เพราะตั้งอยู่ริมถนนในอุทยานแห่งชาติภูซาง ซึ่งมีอาณาเขตติดต่อกับลาว ป่าผืนนี้สมบูรณ์มากจึงมีสัตว์ชนิดพิเศษแสนหายาก น่ารักมากๆ ให้ชม คือ เต่าปูลู เป็นเต่าบกที่ปีนต้นไม้ได้ ตัวเล็กน่ารัก หางยาว และมีเล็บแหลมทั้งสี่ตีน เพื่อเอาไว้ปีนต้นไม้หนีภัยหรือไฟป่า (อุทยานแห่งชาติภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา โทร. 0-5440-1099)

%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-1

ไทลื้อ คือกลุ่มชนที่เคยอยู่อาศัยในแคว้นสิบสองปันนาของจีน (รวมถึงบางส่วนของลาวเหนือ) และได้อพยพเข้าสู่ภาคเหนือของไทยเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว โดยในจังหวัดพะเยามีอยู่จำนวนมาก พวกเขามีเอกลักษณ์การแต่งกายของตนเอง และมีผ้าทอไทลื้อเป็นหัตถกรรมโดดเด่น

%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-2 %e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-3ชวนกันไปเที่ยว บ้านป้าแสงดา ที่บ้านธาตุสบแวน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นบ้านไทลื้อสมบูรณ์ที่สุดหลังสุดท้าย ในจังหวัดพะเยาปัจจุบัน! บ้านป้าแสงดาเปิดรับนักท่องเที่ยวด้วยรอยยิ้มทุกวัน ลักษณะเป็นบ้านไม้โบราณ บรรยากาศร่มรื่น หลังคามุงด้วยไม้แป้นเกล็ดซ้อนๆ กัน พอถอดรองเท้าขึ้นชมบนบ้านก็ต้องตะลึง เพราะจะได้เห็นห้องนอนและห้องครัวแบบโบราณของแท้ ของจริง โดยมีคุณป้าแสงดานำชมอย่างเป็นมิตร ที่ใต้ถุนบ้านมีกี่ทอผ้า และแคร่ไม้ไผ่เอาไว้ให้นั่งเล่นพูดคุยกันด้วย เพื่อเรียนรู้เรื่องเก่าๆ จากคุณป้าแสงดา %e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-4รอยยิ้มของป้าแสงดา ช่างน่าประทับใจและอบอุ่นจริงๆ
%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%ad-1

พะเยาเป็นเมืองโบราณแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์สำคัญ อย่างเช่นที่ วัดศรีปิงเมือง วัดเก่าแก่ในเขตเมืองโบราณเวียงลอ เมืองเก่าสมัยศตวรรษ 17 ซึ่งแต่เดิมภายในบริเวณนี้มีวัดร้างอยู่กว่า 50 แห่ง โดยตามวัดร้างจะขุดพบพระพุทธรูปหินทรายและพระพุทธรูปทองสำริดจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ได้ถูกทำลายหรือสูญหายไปเกือบหมดแล้ว จะเหลือสภาพสมบูรณ์ก็คือที่ พระธาตุศรีปิงเมือง อายุกว่า 900 ปี

%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%ad-2ภายในวัดนี้มีพิพิธภัณฑ์ที่ได้รวบรวมเอาชิ้นส่วนพระพุทธรูป และโบราณวัตถุล้ำค่าต่างๆ ที่ขุดพบภายในเมืองโบราณเวียงลอให้ชม อาทิ ถ้วยชามเครื่องปั้นดินเผา, อาวุธโบราณ, เงินโบราณ, หินลูกปัด ฯลฯ วัดศรีปิงเมืองอยู่ที่บ้านเวียงลอ อำเภอจุน จังหวัดพะเยา พิพิธภัณฑ์ไม่ได้เปิดตลอดเวลา ต้องไปแจ้งทางวัดจึงจะเปิดให้ เพื่อป้องกันความปลอดภัยของวัตถุโบราณ โทร. 08-1783-7294 %e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%ad-3วัตถุโบราณที่ขุดพบภายในเมืองโบราณเวียงลอ%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%93%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a5%e0%b8%ad-4 %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99-1วัดพระเจ้านั่งดิน เป็นวัดสำคัญศูนย์รวมศรัทธาของผู้คนในตำบลเวียง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา ความโดดเด่นที่ควรไปชมคือ พระประธานในโบสถ์ไม่มีฐานชุกชีรองรับเหมือนกับพระประธานในวัดอื่นทั่วๆ ไป ชาวบ้านเคยลองอัญเชิญพระประธานองค์นี้ขึ้นประดิษฐานบนฐานชุกชีที่สร้างขึ้น แต่ปรากฏว่าพยายามยกเท่าไรก็ยกไม่ขึ้น! จึงเรียกสืบต่อกันมาว่า พระเจ้านั่งดิน %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99-2สันนิษฐานกันว่า พระเจ้านั่งดิน น่าจะมีอายุกว่า 2,500 ปี อ้างอิงจากตำนานที่เล่าว่าพระพุทธรูปนี้สร้างตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ โดยใช้เวลาในการสร้างพระพุทธรูป 1 เดือน กับอีก 7 วัน จึงเสร็จ เมื่อสร้างเสร็จได้ประดิษฐานไว้บนพื้นราบ ไม่มีฐานชุกชีอย่างพระพุทธรูปทั่วไป เวลาเราเข้าไปสักการะจึงควรแต่งกายให้สุภาพ และนั่งลงให้เรียบร้อย %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%99-1

วัดเวียง แห่งบ้านเวียง ตำบลล้อมแรด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เป็นวัดเก่าแก่กว่า 1,000 ปี ที่มีศิลปะคู่แฝดกับวัดพระธาตุลำปางหลวง โดยในอดีตวัดเวียงถือเป็นศูนย์กลางของชุมชนชาวเถิน มีการค้นพบศิลปะวัตถุสมัยเชียงแสน และแนวกำแพงล้อมรอบวัดเวียงออกไปหลายชั้น บ่งบอกถึงความสำคัญ ยิ่งกว่านั้นด้านหลังวัดยังมีต้นขนุนของพระนางจามเทวีปลูกอยู่ด้วย ถือเป็นต้นขนุนศักดิ์สิทธิ์ที่พระนางปลูกไว้ 3 ต้น (อยู่ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่, วัดพระธาตุลำปางหลวง ลำปาง, วัดเวียง ลำปาง) เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าพระนางจามเทวีเคยเสด็จผ่านมาทางนี้ โดยปัจจุบันต้นขนุนนี้ยังมีชีวิตออกลูกออกหลาน %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%99-2ในพิพิธภัณฑ์ของวัดเวียงมีโบราณวัตถุสูงค่าเก็บรักษาไว้มากมาย โดยเฉพาะตู้พระธรรมใบลานพุทธศิลป์งามล้ำ (สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณปัญญา หลำน้อย โทร. 08-5035-1388 เว็บไซต์ www.thoentoday.com) %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%99-3

พระอุโบสถใหม่ของวัดเวียง%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%99-4

ต้นขนุนที่พระนางจามเทวีปลูกไว้ ในวัดเวียง อำเภอเถิน%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%99-5 %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%99-1วัดอุมลอง ตั้งอยู่ที่บ้านอุมลอง ตำบลล้อมแรด อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เป็นวัดโบราณอายุกว่า 2,000 ปี! โดยมีจุดเด่นอยู่ที่พระธาตุอุมลองอันศักดิ์สิทธิ์ องค์พระธาตุสร้างเป็นทรงเหลี่ยมย่อมุม ยอดหุ้มทอง ภายในบรรจุกระดูกท่อนแขนใต้ข้อศอกของพระพุทธเจ้าเอาไว้ ส่วนในวิหารวัดอุมลองที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2463 ก็งามอลังการด้วยศิลปะล้านนาแท้ ประดับกระจกแก้วสีตามเสาและฝาผนังสะท้อนแสงมลังเมลือง องค์พระประธานก็มีพระพักตร์สงบเปี่ยมเมตตา %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%99-2 %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%99-3พระอุโบสถหลังเก่าของวัดอุมลอง%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%99-4พระอุโบสถ์ใหม่ของวัดอุมลอง%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%99-5แต่จุดที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของการมาเยือนวัดอุมลองก็คือการได้ชม หอจำศีล (หอสวดมนต์) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2465 โดยใช้เป็นหอสวดมนต์ นั่งสมาธิในวันพระของอุบาสกป้อง มั่นคง หอสวดมนต์นี้เองถูกโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ลอกเลียนแบบไป จนเป็นที่วิพากวิจารณ์กันว่า เหมาะสมหรือไม่ที่นำสิ่งก่อสร้างทางศาสนาไปใช้ในเชิงธุรกิจเช่นนั้น!? %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%99-6

ลายจำหลักไม้อันประณีตงดงาม ที่วัดอุมลอง%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%a1%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%99-7

ความงามของพุทธศิลป์ถิ่นล้านนา ที่วัดอุมลอง%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-1“สวัสดีกว๊านพะเยา สบายดีหลวงพระบาง” คือสโลแกนแสนน่ารักของประตูสู่หลวงพระบาง “จุดผ่อนปรนบ้านฮวก (กิ่วหก)” หมู่ 12 ตำบลภูซาง อำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ซึ่งเราสามารถเข้าไปเที่ยว ในแขวงไชยะบุรีของลาวได้ โดยฝั่งลาวเรียกว่าด่านบ้านปางมอญ เมืองคอบ ด่านนี้กำลังเปลี่ยนจากจุดผ่อนปรนชั่วคราวเป็นด่านถาวรต้อนรับ AEC มีการลาดยางถนนให้รถวิ่งเที่ยวสะดวก บนเส้นทางบ้านฮวก-เมืองคอบ (42 กิโลเมตร)-ปากทา-ปากคอบ-เชียงฮ่อน (ลาว) รวม 180 กิโลเมตร %e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-2

บ้านฮวกเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยว OTOP Village Champion ขึ้นชื่อเรื่องผ้าทอไทลื้อ โดยมีตลาดนัดสินค้าไทย-ลาวทุกวันที่ 10, 20 และ 30 ของเดือน แถมทุกปีใหม่ยังมีประเพณี ตักบาตรสองแผ่นดิน ที่พระจากลาวจะเดินเข้ามาบิณฑบาตรถึงบ้านฮวกด้วย ปัจจุบันด่านบ้านฮวกเปิดเวลา 06.00-18.00 น.ทุกวัน ไม่หยุดพักเที่ยง (สอบถาม ที่ว่าการอำเภอภูซาง โทร. 0-5446-5054 ในเวลาราชการ)

%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2-%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%a7-3 %e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%99-park-resort-1แนะนำที่พักแสนสะดวกสบาย มีสไตล์ กว้างขวาง ร่มรื่น ที่ Thoen Park 2454 Resort ตำบลแม่ปะ อำเภอเถิน จุดเด่นคือเรือนพักแบบเรือนล้านนาประยุกต์ หลังคามุงกระเบื้องดินขอโบราณแท้ๆ บรรยากาศเงียบสงบมาก โทร. 08-9759-1786 เฟสบุ๊ค www.facebook.com/Thoenpark.2454 %e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%99-park-resort-2เรือนไทยลื้อแบบเก่า ภายในเถิน ปาร์ค รีสอร์ท%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%b4%e0%b8%99-park-resort-3%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2-1

ส่วนของฝากจากพะเยา แนะนำ ผลิตภัณฑ์ผักตบชะวาแปรรูป ทำเป็นหมวกและกระเป๋าเก๋ไก๋ รูปลักษณ์สวยงามทันสมัยน่าใช้ ติดต่อ กลุ่มหัตถกรรมจักสานผักตบชวา บ้านสันป่าม่วง โทร. 0-5445-8633, 08-1602-7771

%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2-2 %e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%9e%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a2%e0%b8%b2-3ของฝากสุดเจ๋งจากอำเภอเถินคือ แก้วโป่งข่าม ทำเป็นเครื่องประดับ ใส่แล้วนำโชคเสริมดวงชะตา โทร. 08-6194-6655

เที่ยวเมืองไก่ขันวันแสนสุข ลำปาง

%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b2-5

ชวนกันไปเที่ยว ลำปางเขลางค์นคร เมืองไก่ขาวแห่งล้านนาที่บรรจุไว้ด้วยมนต์เสน่ห์เมืองเหนือ ครบครัน ทั้งธรรมชาติ วิถีชีวิต วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และกิจกรรมสนุกๆ โดยเฉพาะวัดวาอารามเก่าแก่ ที่ได้รับอิทธิพลจากพม่าหรือไทยใหญ่ เอกลักษณ์โดดเด่นของลำปางคือการนั่งรถม้าแอ่วเมือง ตระเวนเที่ยวชมความงามของบ้านเรือนโบราณ และถนนคนเดินอันเนิบช้า ที่ใครๆ ก็ต้องหลงรัก%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-1

กาดกองต้า (ตลาดจีนเก่า) เป็นชุมชนโบราณเลียบแม่น้ำวัง ที่กำเนิดขึ้นจากการเป็นศูนย์กลางค้าขาย มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ครั้งที่ลำปางเคยเป็นศูนย์กลางสัมปทานทำไม้สัก จึงมีคนอังกฤษ, พม่า, จีน เข้ามาอาศัยจำนวนมาก คนจีนชวนกันเปิดร้านขายของ ส่วนคนอังกฤษก็ทำธุรกิจค้าไม้สัก สร้างบ้านพักอยู่ที่นี่ โดยจ้างหัวหน้าคนงานเป็นชาวพม่า และอาศัยแม่น้ำวังเป็นเส้นทางล่องไม้ซุงลงสู่นครสวรรค์และบางกอก %e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-2 %e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-3

โรงเรียนสอนทำตุงแบบโบราณล้านนา ที่กาดกองต้าลำปาง%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-4 %e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-5

ทุกวันนี้กาดกองต้าน่าเที่ยวน่าเดิน พาตัวเองย้อนเข้าสู่บรรยากาศอดีต ชื่นชมบ้านเรือนเก่าๆ อายุนับร้อยปี มีทั้งเรือนไม้ร้านตลาด และเรือนไม้สไตล์ขนมปังขิงอังกฤษ จุดเด่นคือการฉลุลายไม้ตามประตู หน้าต่าง ชายคา และช่องลม อย่างละเอียดสวยงาม มองเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อ ปัจจุบันนี้ทุกคืนวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลาประมาณห้าโมงเย็นไปจนถึงสี่ห้าทุ่ม กาดกองต้าจะเปิดเป็นถนนคนเดินชิลชิล ยาวเหยียดเกือบ 2 กิโลเมตร ละลานตาด้วยสินค้าพื้นเมืองเก๋ๆ นานาชนิด เดินชมการแสดงพื้นเมือง ชิมอาหารอร่อย แล้วเข้าไปนั่งพักในร้านเรือนไม้ตกแต่งน่ารัก สไตล์เอาใจวัยรุ่น ยิ่งถ้าเป็นฤดูหนาวคนจะยิ่งแน่น %e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-6

ชามตราไก่ เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของลำปาง หาซื้อได้เพียบที่กาดกองต้า%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-7

การแสดงพื้นเมืองของสาวน้อยน่ารัก ที่กาดกองต้า%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-8 %e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-1

บ่อน้ำพุร้อนแจ้ซ้อน ชวนกันไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน แหล่งธรรมชาติแสนบริสุทธิ์เพื่อการพักผ่อน แช่บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ 9 บ่อ ในพื้นที่ 3 ไร่ ทั้งใหญ่และเล็ก โดยมีกลิ่นกำมะถันอ่อนๆ โชยขึ้นมาจากบ่อไอน้ำลอยกรุ่นตลอดเวลา ยามเช้าตรู่เมื่อไอร้อนกระทบกับอากาศเย็น จะเกิดกลุ่มหมอกลอยอ้อยอิ่ง น้ำพุร้อนนี้มีอุณหภูมิราวๆ 73 องศาเซลเซียส คนนิยมนำไข่ไก่มาแช่ประมาณ 17 นาที ไข่แดงก็จะแข็งมีรสชาติมันอร่อย และไข่ขาวจะเหลวคล้ายไข่เต่า ส่วนในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม จะพบจักจั่นนับหมื่นตัวในบริเวณน้ำพุ เชื่อว่าจักจั่นหลังจากผสมพันธุ์แล้วก็จะมาดื่มกินน้ำแร่ก่อนตาย

%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-2 %e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-3 %e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%8b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99-4

การอาบน้ำแร่ที่นี่ มีทั้งห้องเดี่ยว ค่าบริการ 50 บาท/คน หรือห้องรวมแต่แยกชาย-หญิง ค่าบริการ 20 บาท/คน และมีบ่อกลางแจ้งคล้ายสระน้ำ ค่าบริการ 10 บาท/คน เปิดเวลา 08.00-17.00 น. อุทยานแห่งชาติแจ้ซ้อน โทร. 0-5438-0000, 08-9851-3355 %e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87-1

ในจังหวัดลำปางคงไม่มีพุทธสถานแห่งใดจะยิ่งใหญ่และสำคัญเท่า “พระธาตุลำปางหลวง” อีกแล้ว เพราะเป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่ในบริเวณซากเมืองโบราณลัมพกัปปะนคร พระนางจามเทวีเคยเสด็จมานมัสการ แล้วทำการบูรณะซ่อมแซมอยู่เสมอ จึงถือเป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองมาแต่โบราณ มีความสวยงาม และยอดเยี่ยมทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม โดยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วดอนเต้า อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวลำปางทั้งมวล %e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87-2 %e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87-3 %e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87-4 %e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%98%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b8%87-5

นอกจากนี้ในวิหารเล็กด้านหลังองค์พระธาตุ ยังปรากฏสิ่งมหัศจรรย์ Unseen ล้านนา คือ “พระธาตุหัวกลับ ซึ่งก็คือเงาแสงสะท้อนขององค์พระธาตุ ที่ลอดผ่านช่องแตกของประตูวิหารเล็กเข้าสู่ห้องภายในที่มืดสนิท ปัจจุบันมีการนำผ้าขาวผืนใหญ่ขึงไว้ด้านใน ให้เงาสะท้อนนี้ทาบลงจึงเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น วัดพระธาตุลำปางหลวงตั้งอยู่ที่อำเภอเกาะคา ห่างจากตัวเมืองลำปางไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ 18 กิโลเมตร ติดต่อ โทร. 0-5432-8327 %e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%87-1

ลำปางได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งรถม้า เพราะเป็นจังหวัดเดียวในเมืองไทยที่ยังคงมีรถม้าวิ่งอยู่ ไม่ต่างจากรถแท็กซี่ในเมืองกรุง แต่รถม้าลำปางเก๋กว่าเยอะ เพราะเป็นพาหนะเนิบช้าที่ไม่ก่อมลพิษสักนิด เวลานั่งจะได้ยินแค่เสียงกีบเท้าม้ากระทบพื้นถนน ดังกุบกับๆ เบาะนั่งก็กว้างขวางนุ่มสบาย เป็นรถเปิดประทุน นั่งได้คันละ 2 คน พาเราแอ่วเมืองลำปางทุกวัน แต่อากาศจะเย็นสบายมากที่สุดช่วงเช้าและเย็นแดดร่มลมตก เขามีบริการพาชมเมืองวงรอบเล็ก 150 บาท 25-30 นาที, รอบเมืองกลาง 200-300 บาท 45 นาที-1 ชั่วโมง รอบเมืองใหญ่ 500 บาท 1.30-2 ชั่วโมง หรือเช่าชั่วโมงละ 300 บาท คิวจอดรถม้าอยู่ที่หน้าศาลากลางหลังเก่า ระหว่าง 05.00-20.00 น. ส่วนคิวหน้าโรงแรมทิพย์ช้างลำปาง โรงแรมเวียงลคอร และโรงแรมลำปางเวียงทอง มีบริการเวลา 05.00-21.00 น.

%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%87-2 %e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84-%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b5-1

ลำปางเป็นเมืองแห่งตำนานไก่ขาว สมัยที่ยังมีชื่อเดิมของเมืองว่า “กุกกุฏนคร” เล่ากันว่าพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาโปรดสัตว์ที่เมืองนี้ พระอินทร์จึงจำแลงองค์ลงมาเป็นไก่ขาว เพื่อขันปลุกชาวเมืองทุกเช้า ให้ตื่นขึ้นมาตักบาตรพระพุทธองค์ ไก่ขาวจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของลำปาง เช่นเดียวกับที่ไปปรากฏอยู่บน “ชามตราไก่” อันมีเอกลักษณ์ แหล่งผลิตใหญ่อยู่ที่ โรงงานเซรามิคธนบดี อำเภอเมืองลำปาง โทร. 0-5482-1558, 0-5435-1099 www.dhanabadee.com

%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84-%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b5-2 %e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84-%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b5-3 %e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84-%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b5-4 %e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84-%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b5-5 %e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84-%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b5-6

เตามังกรอันเก่าแก่ ของโรงงานเซรามิคธนบดี
%e0%b9%82%e0%b8%a3%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%84-%e0%b8%98%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%94%e0%b8%b5-7

พิพิธภัณฑ์บอกเล่าอดีตความเป็นมา ของโรงงานเซรามิคธนบดี%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%81-1

ถ้าจะเรียกว่าลำปางเป็นเมืองแห่งวัดไม่แพ้เชียงใหม่ก็คงไม่ผิดนัก เพราะทั่วเมืองมีวัดน้อยใหญ่อยู่นับ ร้อยแห่ง หนึ่งในนั้นคือ “วัดปงสนุก” วัดโบราณอายุกว่า 1,328 ปี ที่ได้รับรางวัล Award of Merit จาก UNESCO เมื่อ ค.ศ. 2008 สาขาการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ตามโครงการ 2008 Asia-Pacific Heritage Award for Cultural Heritage Conservation %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%81-2

วัดปงสนุก ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง เป็นวัดสำคัญคู่เมืองเขลางค์นครมาช้านาน สร้างขึ้นสมัยที่เจ้าอนันตยศ ราชบุตรของพระนางจามเทวีแห่งหริภุญไชย (ลำพูน) ผู้เสด็จมาสร้างเขลางค์นคร (ลำปาง) เมื่อ พ.ศ. 1223 จึงเป็นสถานที่ตั้งเสาหลักเมืองอันแรกของลำปาง ซึ่งยังคงพบเห็นได้ตราบทุกวันนี้ ความโดดเด่นของวัดปงสนุกคือมีพุทธศิลป์อันงดงามอ่อนช้อย ไล่ตั้งแต่บันไดนาคขึ้นไปลอดซุ้มประตูโขงเข้าวัด จนถึงวิหารพระเจ้าพันองค์ (หรือวิหาร 12 ราศี, วิหารสะเดาะเคราะห์) ที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ภายในมีพระพุทธรูปสี่องค์หันพระพักตร์ไปสี่ทิศ พร้อมด้วยการแกะสลักลายไม้เป็นรูปต่างๆ อย่างวิจิตรพิสดาร %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%81-3 %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9b%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%81-4 %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-1

เชื่อหรือไม่ว่า ก่อนที่พระแก้วมรกตจะได้มาประดิษฐานอยู่ที่วัดพระแก้วในกรุงเทพฯ เหมือนปัจจุบัน ได้เคยประดิษฐานอยู่ที่ “วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม” อยู่นานถึง 575 ปี (เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. 1979)

%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-2 %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-3

วัดพระแก้วดอนเต้าฯ ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง เป็นวันเก่าแก่นับพันปี จุดเด่นคือองค์พระแก้วดอนเต้าและวิหารที่ได้รับอิทธิพลพม่า รวมถึงเขตติดต่อกันเป็นบ้านเก่าของนางสุชาดา มีตำนานเล่าว่า นางสุชาดาได้พบแก้วมรกตในแตงโม (หมากเต้า) จึงนำมาถวายพระเถระ ท่านจึงจ้างช่างให้แกะสลักเป็นพระพุทธรูป ซึ่งก็คือพระแก้วดอนเต้า และต่อมาได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระธาตุลำปางหลวง เพราะมีผู้ไปฟ้องเจ้าเมืองลำปาง กล่าวหาว่าพระเถระและนางสุชาดาเป็นชู้กัน เจ้าเมืองลำปางจึงให้จับนางสุชาดาไปประหารชีวิต! ส่วนพระเถระองค์ได้อัญเชิญพระแก้วดอนเต้าหนีไปฝากไว้ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงจนถึงปัจจุบัน ต่อมาภายหลังความจริงปรากฏว่าทั้งสองบริสุทธิ์ จึงมีผู้เห็นคุณงามความดีของนาง ได้บรินาคเงินสร้างวัดเล็กๆ ขึ้นในบริเวณบ้านของนาง และยังมีอนุสาวรีย์นางสุชาดายืนอุ้มลูกแตงโม ให้เราไปสักการะจนถึงทุกวันนี้ %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2-5 %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99-1

ชวนกันไปกราบพระที่ “วัดไหล่หินหลวง” หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ชื่อดังเรื่องสุริโยทัย แต่บางคนก็ว่าวัดนี้มีอาถรรพ์ เพราะช่างคนใดที่ไปรื้อกำแพงรอบวัดเพื่อบูรณะ ก็จะต้องประสบเภทภัยที่คนเหนือเรียกว่า “ขึด” (ประหลาด) ทุกครั้งที่จะบูรณะจึงต้องมีการจัดพิธี “แก้ขึด” ก่อน

%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99-2 %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99-3

วัดไหล่หินหลวง ตั้งอยู่ที่ตำบลไหล่หิน อำเภอเกาะคา ห่างจากตัวเมืองลำปาง 18 กิโลเมตร และห่างจากพระธาตุลำปางหลวงเพียง 6 กิโลเมตรเท่านั้น แม้วันนี้จะมีขนาดเล็ก แต่ก็โบราณมาก คือสร้างในสมัยพระนารายณ์มหาราช เมื่อ พ.ศ. 2226 มาเที่ยววัดนี้แล้วห้ามพลาดชมวิหารหลังเล็ก ซึ่งบรรจุสุดยอดศิลปกรรมปูนปั้นโดยช่างลำปางเอาไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ซุ้มประตูเข้าด้านหน้าอันวิจิตร ไปจนถึงตัววิหารไม้ที่มีการจำหลักลวดลายละเอียดยิบจนเราต้องตะลึง! แถมยังประดับด้วยกระจกสีอีก ประวัติว่าสร้างขึ้นสมัยเจ้าบุญวาทย์วงศ์มานิตย์ เจ้าผู้ครองนครลำปางองค์สุดท้ายนั่นเอง

%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99-4 %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99-5 %e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%ab%e0%b8%b4%e0%b8%99-6

ไม้ค้ำโพธิ์ ตามความเชื่อของชาวล้านา ที่วัดไหล่หินหลวง%e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b2-1

สะพานรัษฎาภิเศก หรือสะพานขาว ถือเป็น Landmark สัญลักษณ์สำคัญของเมืองลำปาง มานานแล้ว มีลักษณะเป็นสะพานปูนขนาดใหญ่ ทรงโค้งสี่โค้ง (คนลำปางเรียก “ขัวสี่โก๊ง”) ข้ามแม่น้ำวัง โดยอยู่ติดกับทางเข้าตลาดจีนเก่า หรือกาดกองต้านั่นเอง เดิมสะพานนี้เป็นโครงไม้ที่เจ้านรนันทไชยชวลิต เจ้าผู้ครองนครลำปางสร้างขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวาระที่รัชกาลที่ 5 ทรงครองราชย์ครบ 25 ปี เมื่อ พ.ศ. 2437 ต่อมาในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ได้ทาสีพรางตาเพื่อไม่ให้เครื่องบินเห็น จึงรอดจากการโจมตีทิ้งระเบิดมาได้! จากนั้นจึงมีการสร้างใหม่เมื่อ พ.ศ. 2460 เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก บริเวณหัวสะพานมีเครื่องหมายไก่ขาวและครุฑหลวงประดับไว้ บ่งบอกถึงคุณค่าความสำคัญ %e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b2-2 %e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b2-3 %e0%b8%aa%e0%b8%b0%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%a9%e0%b8%8e%e0%b8%b2-4

ตอนเช้าๆ ตรงเชิงสะพานรัษฎาภิเศก จะมีกาดเช้า (ตลาดเช้า) อันแสนคึกคัก เต็มไปด้วยของกินอร่อย และของใช้พื้นบ้านนานาชนิด ผู้คนคึกคัก อากาศสดชื่น มีพระเดินบิณฑบาตรด้วย รีบตื่นเช้าๆ ไปชมกันเถอะ

From Nan to Luang Prabang, the Land of Peace (episode 1)

As the tourism activities in GMS country or Greater Mekong Sub-region (Cambodia, The People’s Republic of China (PRC) (Yunnan and Guangxi Provinces), The Lao People’s Democratic Republic (Lao PDR), Myanmar, Thailand and Vietnam) are growing rapidly. We are now not in a small world like an old day anymore, but the new gateway to GMS or ASEAN and AEC countries has already opened to all bussiness man, investor and tourist as well.

During 22-26 May 2016, Mekong Tourism was arranged the International Media Trip visiting Nan province in  the Northern Thailand connecting route to the World Heritage site Luang Prabang City in Lao PDR by road and cursing along Mekong River as connectivity tourism in the GMS region.น่าน 2

Nan is a small and peaceful province in the Northern Thailand bordering Lao PDR flourished in Nature, Fine Art, Culture and Local Way of Life, moreover Nan is also the centre of Eastern-Lanna Kingdom for hundred years. Thai Lue (in Thai language “ไทลื้อ) from the Southern China migrated downward to this land and settle down. That’s why “Wat Phumin” the most famous and most beautiful temple in Nan was build by Thai Lue architecture mixed with Lanna Artistic style.น่าน 3

Not only the beautiful open wide space of Nan’s city landscape could calm down our heart but also this is exactly the SLOW TOWN and SLOW LIFE atmosphere. Inside the main pavilion hall of Wat Phumin, i found a very peaceful corner with 4 golden huge sacred Buddha Statutes constructed since 1596. Well known as one of the most beautiful Buddhist Pavilion in Northern Thailand. And TAT promote Wat Phumin to the Unseen Thailand!ปู่ม่านย่าม่าน น่าน

Very old and amazing wall painting inside Wat Phumin Pavilion Hall is famous around the country, especially “the whispering of Love” the iconic painting by great painting master named Nhan Bua Phan. This painting reflected not only the concept of eternal love through time, but also showing us the way of Nan’s dressing for hundred years ago. Which believe this man was Burmese whispering some love poet to his Nan’s lady Love one.น่าน 4

Wat Phumin at twilight turn on beautiful lighting from 6.00 pm. to 10.00 pm. everyday as a landmark in the city centre of NAN. From outside we can see Thai Lue architecture style call “Viharn Sot” (in Thai language วิหารซด) means 3 steps of roof layer above the Pavilion.น่าน 5

Wat Phumin walking street.น่าน 6

A very lively rhythm of life at Wat Phumin walking street. น่าน 7

The second destination of my trip to this peaceful city is “Wat Phra That Chae Hang” that was founded in 1354-1358. The location of this temple was use to be the first capital city of NAN Kingdom in the ancient time, but after a great epidemic killed thousand of peoples here, Nan king’s ordered across Nan River for building the new capital city as we seen until now.

The Jedi or Golden Stupa at Wat Phra That Chae Hang is believe to be the Jedi of people who born in the year of Rabbit as ancient believe. This golden jedi is contain a real scared Buddha Relic, therefor thousand of pilgrims came here everyday to pay their homage.น่าน 8

Wat Phra That Chae Hang is famous for the Huge Golden Buddha Statutes in a main Prayer Hall. The Buddha Statute was created with Sukhothai-Style surrounded with hundred of smaller golden buddha statues offering to the temple year by year from many kings.น่าน 9

The true mercy face of Great Buddha Statutes in the main pavilion hall of Wat Phra That Chae Hang.น่าน 10

From the flat land that Wat Phra That Chae Hang located, i travel with a small van gradually up the hill just outside Nan city centre called “Wat Phra That Khao Noi” (in Thai language “วัดพระธาตุเขาน้อย”). Here is known as the best scenic point of sun rise, sunset and good for observing Nan city in panoramic top view. At the top of the hill located a golden huge standing Buddha Statute facing Nan city area as blessing symbol.น่าน 11

The greenery landscape viewing from top of Wat Phra That Khao Noi toward Nan City. As we could see here is still no Skycreeper disturbing the peaceful landscape, therefore Nan is remain one of popular slow town in Thailand nowadays.น่าน 12

After visited many famous temples in Nan for all day long, after sunset and do some shopping at Wat Phumin Walking Street, Bua Loi Aunty Nim (in Thai language บัวลอยป้านิ่ม) is the best choice to choose.น่าน 13

Aunty Nim is boast for her 40 years of selling local dessert call “Bua Loi” which “Bua” means “Lotus” and “Loi” means “Float”. Because of this local dessert made from flour, after boiling it for a while in sweet syrup then after the flour well cooked it will float on the syrup’s surface, so call Bua Loi.น่าน 14

Don’t Miss Aunty Nim’s Bua Loi!. Selling during 6.00 pm. to 10.00 pm. everyday at Wat Sri Phah Ton (in Thai language วัดศรีพันต้น) intersection.น่าน 15

The second day in Nan, is a good time to proof the words “Nan the city of Art”. Then i visit one of the biggest and most famous local Art Gallery in town : “Nan Riverside Art Gallery” (in Thai language หอศิลป์ริมน่าน) because this wonderful place situated by the bank of Nan River, 20 kilometres from Nan City. Easy to reach by car via super highway number 101, which is the same route take us to Thai-Lao Border at Huay Kon : ห้วยโก๋น (138 kilometres from Nan City).น่าน 16

On the outdoor open space of Nan Riverside Art Gallery, there are many Installation Art with mixed Media, some are metal, brass and wood. Yes! this is a good photo point for sure.
น่าน 17

Inside the 2 stories building of Nan Riverside Art Gallery is a True Heaven of Art’s Lover! Because every corner in the gallery is shown the circulating Work of Art from many local artists in Nan and more. I spend one hour here to appreciate fine art reflecting Nan way of life. So Wonderful!
น่าน 18

Because Nan was use to be a great kingdom since the ancient time, therefore they got their own artistic style separated them from the others Lanna Art in the Northern Thailand. Many local artist nowadays try to gather in a small group creating new channel of showing, teaching and selling their own works. By the near future we will see more Nan’s Art spread to the public.น่าน 19

Installation Art on the second floor of Nan Riverside Art Gallery.น่าน 20

Next to the Main Gallery, i take a shot walk to a mini gallery close to Nan River, here is permanently exhibition of Photographic copy from Wat Phumin (in thai Language วัดภูมินทร์) and Wat Nong Bua (in Thai language วัดหนองบัว) where Nhan Bua Phan the Great Painter done his wall painting. So we could see the similarity painted style and some pictures that he love and always paint such as, a chicken standing with one leg and a young Thai Lue woman do their everyday living.น่าน 21

To proof that Nan Bua Phan the Great Painter of Nan was the same guy to make wall painting at Wat Phumin and Wat Nong Bua, So i took my van straight to Wat Nong Bua not far away. The first thing i can conclude is the main pavilion hall of Wat Phumin and Wat Nong Bua build with the same architectural style of Thai Lue. Small but very fine and elaborate wood carving decorated outstandingly.น่าน 22

Next to the parking area and main pavilion hall of Wat Nong Bua is a small ban of aged local musician. The 3 of their major unplug music instruments are : Sa Lor (สะล้อ), Sor (ซอ) and Seung (ซึง) all playing together in the same time creating soft rhythm in true slow life of Lanna region.
น่าน 23

Again with a breath taking beautiful masterpiece of art here inside the main pavilion hall of Wat Nong Bua, i can feel a very perfect peaceful moment of Buddhism which i respected. The huge golden Buddha Statute glittering in a dim light and all of ancient wall painting are fade colours, but still showing a great art of Nan Bua Phan the Great Painter.น่าน 24

The Load Buddha was creating by local artist in both statute and wall painting, reflected their strong believe in Buddhism concept.น่าน 25

The wall painting in Wat Nong Bua created with 3 main colours : Red, Blue and White, which all raw material making these colours came from 100 percent natural in the old day. Some of the painting shows battle scene in the ancient time by the King and Queen on an elephant’s back.น่าน 26

Finally, just behind the wall of main Buddha Statue i found a self-portrait of Nan Bua Phan the Great Painter. He is not just a normal guy of Thai Lue but the one who contained a perfect gift in art and painting. Not attended to any school, Nan Bua Phan practise his own painting style and finally done the wall painting in Wat Phumin and Wat Nong Bua, the best 2 Lue’s temple in Nan until nowadays.น่าน 27

In Wat Nong Bua surrounded area, located an old Thai Lue Wooden House for tourist to visit. Normally in the old day some of their cattles, hens and pigs will kept on the ground floor and on the second floor are the connecting of 3 houses. Two big houses is for living and a small house behind is for storing their rice seed.น่าน 28

The bedroom of Thai Lue Old Wooden House Style.น่าน 29

Next to the Thai Lue Wooden House in Wat Nong Bua, is a small local shop good for shopping in local handicraft, fruits, herbs, dessert and Nan’s textile call “Sin Nham Lai” (“Sin” is a cloth of local woman / “Nham” is “Water” and “Lai” is “Flowing” so all together means “the cloth with flowing water motif”.น่าน 30

Sin Nam Lai textile.น่าน 31

From Wat Nong Bua i took my van continue to Thai-Lao Boarder at Huay Kon which is still more than a hundred kilometre away, but as i’m in a slow life mode so i take a short break at a very lovely local coffee shop “Coffee Ban Tai-Lue” (in Thai language กาแฟ บ้านไทลื้อ). น่าน 32

This Coffee Shop is situated in a rice paddy field providing me the wonderful landscape of mountain background and the greenery at foreground. Just one sip of local Arabica Nan’s Coffee and this amazing view, i’m in HEAVEN now! น่าน 33

Beautiful smile, beautiful natural view and wonderful coffee at Coffee Ban Tai-Lue, the famous local coffee shop today where i can find my own private corner sitting by the greenery all day long!น่าน 34

Arabica Coffee of Ban Tai-Lue is ready to serve.น่าน 35More than an ordinary local coffee shop, here we can appreciate a very creative of building style with bamboo architecture to be a bridge, walkway, platform and see-through wall blended into the greenery atmosphere.
น่าน 36

The big water wheel pumping water from a small stream into the paddy field and flowers garden.
น่าน 37

The last place i stopped on the way before reach the Thai-Lao Border in Huay Kon, is a famous local silver factory : Doi Silver Factory (in Thai language ดอย ซิลเวอร์ แฟคตอรี่). Here is one of the hundred silver factory in Nan province. The staff is welcome a group to see their silver production line and after that surely for shopping a very good quality silver products as a souvenir.น่าน 38

Real Silver Peacock for sale.น่าน 39

Silver handbag of lady for a formal use and gala luxury dinner. I cannot imagine how much time, experiences, effort and perseverance they should spend for creating these elaborate silver products!? However, this silver factory gained more than 40 years of experienced, so they can teach the technics to young generation.
น่าน 40

Silver Necklace for lady creating in local orchid form.น่าน 41

More than 200 silver makers of Doi Silver Factory got a handful work everyday!น่าน 42

Silver Bowl in production line.น่าน 43

Silver Bracelet under the production process by experienced hands.

My wonderful journey from Nan to Luan Prabang, the twin cities of slow life is not ended here. I’m still carry on the trip to Thai-Lao Border at Huay Kon by my van loaded full of my friends and my eager.

Please find more adventure in episode 2 and 3 in the next article here at www.gotravelphoto.com
sponsor logoUntitled-1 2

Special Thanks : Mekong Tourism / Tourism Authority of Thailand Phrae Office / Air Asia /

Luang Say Lodge & Cruise / EXO Travel / SOFITEL Luang Prabang

Passport น่าน PLUS แพร่ 12 เมืองต้องห้ามพลาด (ตอน 4)

s2วันสุดท้ายของการท่องเที่ยวในแคมเปญ Passport น่าน Plus แพร่ ของ ททท. สำนักงานแพร่ ทำให้เรารู้สึกใจหาย เพราะหลายวันที่ผ่านมาเราได้สัมผัสเรื่องราวน่ารู้ และสถานที่ท่องเที่ยวอันหลากหลายเหลือเกิน จนทำให้รู้สึกว่า เราได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของล้านนาถิ่นนี้ไปแล้ว!

ยามเช้าอากาศสดชื่น เราขับรถจากที่โรงแรม Come Moon Loft ผ่านชุมชนเชตวัน ตรงไปสุดที่ริมแม่น้ำยม จนได้พบกับแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง คือ “โรงเรียนป่าไม้แพร่ (เดิม)” ซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมไม้สัก แกะสลักลวดลายแบบขนมปังขิงอย่างสวยงามตามแฟชั่นนิยมสมัยรัชกาลที่ 5 โดยอาคารโบราณหลังนี้แท้จริงแล้วเคยเป็นที่ทำการของ บริษัท อีส ทีค (East Asia Teak) ซึ่งเข้ามาสัมปทานทำไม้สักในภาคเหนือของสยามนั่นเอง
s3

ภายในอาคารด้านล่าง มีนิทรรศการเล็กๆ ให้ชม บอกเล่าเรื่องราวกิจการทำไม้สักในจังหวัดแพร่ ซึ่งกลายเป็นต้นกำเนิดของการจัดตั้งกรมป่าไม้ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยอธิบดีกรมป่าไม้คนแรกของสยามเป็นฝรั่งชื่อ เอช. เอ. สเลด (H.A. Slade) เป็นเจ้ากรมระหว่างปี พ.ศ.2439-2444s4

ภาพที่หาชมไม่ได้อีกแล้ว! เป็นการล่องไม้ซุงนับพันๆ หมื่นๆ ท่อนลงมาตามลำน้ำยม เพื่อลงไปรวมไว้ที่จังหวัดนครสวรรค์ แล้วส่งออกไปต่างประเทศ กิจการสัมปทานทำไม้ในอดีตนั่นเองคือส่วนหนึ่งที่ทำให้หัวเมืองทางเหนือของสยามร่ำรวยมหาศาล! ทว่าในขณะเดียวกันป่าไม้ธรรมชาติก็หดหายไปจนน่าใจหายเช่นกัน!

จากป่าไม้ที่สยามเคยมีกว่า 80 เปอร์เซนต์ของเนื้อที่ประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5 ทุกวันนี้เราเหลือป่าไม้แค่ 30 เปอร์เซนต์เท่านั้น! งั้นคงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมเมืองไทยอากาศจึงได้ร้อนนัก!!!
s5

ไม่ไกลจากโรงเรียนป่าไม้แพร่ (เดิม) เราขับรถสูดอากาศยามเช้าเย็นสบายหลังฝนตกใหม่ๆ ไปเที่ยวต่อกันที่ “บ้านประทับใจ” ตำบลป่าแมต อำเภอเมืองแพร่ ตั้งอยู่ริมถนนสายแพร่-ลอง (ทางหลวงหมายเลข 1023) โทร. 0-5452-2245, 08-9851-2981

เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. ค่าเข้าชม คนไทย 40 บาท ชาวต่างชาติ 100 บาทs6.1

ลวดลายแกะสลักไม้สักทองอันประณีตงดงาม ที่หน้าจั่วบ้านประทับใจ สะท้อนถึงฝีมือเชิงช่างไม้ชั้นยอดของคนล้านนา ที่สามารถเนรมิตไม้สักให้กลายเป็นลวดลายอันวิจิตรพิสดารได้ถึงเพียงนี้!
s6

จุดเด่นของบ้านประทับใจ คือมีเสาไม้สักทองกว่า 130 ต้น ซึ่งแต่ละต้นมีอายุกว่า 300 ปี เส้นรอบวง 2-3 คนโอบ! ที่รองรับน้ำหนักทั้งหมดของตัวบ้านขนาดใหญ่เอาไว้ โดยบ้านหลังนี้เป็นเรือนไทยประยุกต์หลังคาสูง ต่อเนื่องกันถึง 3 หลัง มีหน้าจั่วแบบกาแล สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2515
s7

โคนเสาไม้สักทองแต่ละต้นที่บ้านประทับใจ มีการแกะสลักเป็นลวดลายต่างๆ อย่างงดงาม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับป่าไม้ ช้าง การทำไม้ซุง และวิถีชีวิตของชาวแพร่ในอดีตs8

ที่ชั้นล่างของบ้าน มีการนำข้าวของเครื่องใช้ของคนแพร่ในอดีตมาจัดแสดงไว้ให้ชมด้วยs9

บนชั้นสองของบ้านประทับใจ มีพื้นที่กว้างขวางใหญ่โตมาก ส่วนหนึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าบ้าน และอีกส่วนเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเครื่องเรือนที่ทำด้วยไม้สักทองทั้งหมด อลังการมาก!s10 s11 s12

เครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณ จัดแสดงให้ชมบนชั้นสองของบ้านประทับใจs13

จากบ้านประทับใจ เราขับรถออกไปนอกเมือง ตามถนนที่มุ่งหน้าตรงสู่พระธาตุช่อแฮ (ทางหลวงหมายเลข 1022) พอดีระหว่างทาง เหลือบไปเห็นทางซ้ายมือมีป้าย “ร้าน API ” (อภิ) ก็เลยต้องรีบชะลอรถ เลี้ยวเข้าไปซะหน่อย เพราะที่นี่เป็นจุดประทับตรา Passport ของ ททท.

ร้าน API จริงๆ หาง่ายมาก อยู่ทางไปวัดพระธาตุช่อแฮ ติดกับปั๊มน้ำมัน PT ป่าแดง ถ้ามาจากตัวเมืองแพร่ ร้านอยู่ฝั่งซ้ายมือ จอดรถได้ทั้งด้านข้างและด้านหน้าริมถนนs14

ชื่อร้าน API จริงๆ แล้วมาจากชื่อ คุณเบล อภิสิทธิ์ เจ้าของร้าน ซึ่งปัจจุบันเปิดมาได้ครบหนึ่งขวบปีแล้ว มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก ทั้งในเรื่องของกาแฟหอมอร่อย และเบเกอร์รี่ Home Made ทำเองสดอร่อยทุกวัน จากฝีมือเจ้าของร้านเลยล่ะs15

ประทับตราในสมุด Passport ของเรา ที่ร้าน API s17 s20

ภายในร้าน API ออกแบบตกแต่งให้ดูโปร่งโล่งสบายตา โต๊ะเก้าอี้มีวางไม่แน่นจนเกินไป ผนังด้านหน้าและด้านข้างร้านเป็นประจกใส แลโปร่งดี ส่วนฝาผนังแบบปูนเปลือยและอิฐมอญก็ช่วยให้หรูเรียบ ตามมาด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้อย่างดี ที่ลงทุนไปไม่น้อย สร้างสรรค์ให้บรรยากาศน่านั่งชิลกันนานๆ ได้ไม่เบื่อเลย

นับเป็นจุดแวะแห่งใหม่บนเส้นทางไปพระธาตุช่อแฮ ที่แนะนำเลยว่า ต้องไม่พลาด!s21

ร้าน API มีเมนูเครื่องดื่มและเค้กอร่อยๆ ให้เลือกชิมมากมาย
s22

ด้านหน้าร้าน API เป็นกระจกใสแลโปร่งสบายตา เชิญชวนให้เราเข้าไปลิ้มลองกาแฟหอมกรุ่น
s23 s24

ครัวซองต์เนยสดของร้าน API สุดยอดมากๆ! ทั้งเนื้อนุ่ม ทั้งหอมกรุ่น ได้กินตอนร้อนๆ เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมจ้าs25

ชีสเค้ก ของร้าน API เนื้อนุ่มแน่นกำลังดี กลิ่นหอมติดจมูกติดลิ้น แถมรสชาติก็หวานกำลังดีด้วยs1

เมื่อเต็มอิ่มกับกาแฟร้าน API แล้ว ก็ขับรถตรงต่อไปอีกแค่ไม่กี่กิโลเมตร ในที่สุดเราก็มาถึง “วัดพระธาตุช่อแฮพระอารามหลวง” อันเป็นสถานที่ประดิษฐานองค์พระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำคนเกิดปีเสือ (ปีขาล)

นับเป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแพร่มาช้านาน สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1879-1881 สมัยพระมหาธรรมราชาธิราช (ลิไท) โดยขุนลั๊วะอ้ายก้อม ใช้ประดิษฐานพระเกศาธาตุและพระบรมสารีริกธาตุพระศอกซ้ายของพระพุทธเจ้า ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองศิลปะเชียงแสน สีทองอร่าม งดงามจับใจมาก
s26

ภายในพระอุโบสถวัดพระธาตุช่อแฮ บางเดือนก็จะมีการจัดพิธีสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาแบบล้านนาด้วยs27.1

ห่างจากพระธาตุช่อแฮไม่ไกล คือที่ตั้งของ “วัดพระธาตุดอยเล็ง” ซึ่งถือเป็นจุดชมวิวเมืองแพร่จากมุมสูงอันตระการตา โดยคำว่า เล็ง เป็นภาษาถิ่นเหนือ ตรงกับภาษากลางหมายถึง จ้อง มอง ดู นั่นเอง เส้นสีขาวที่เห็นในภาพคือบันไดเดินขึ้นเขา!!! แต่ไม่ต้องตกใจ ใครเดินไม่ไหว รถยนต์ก็ขึ้นถึงจ้า โอว โล่งอก!
s27

จากตีนเขามีถนนสองเลนแคบๆ ขึ้นไปถึงยอดเขา อันเป็นที่ประดิษฐานองค์พระธาตุดอยเล็ง อย่าลืมเปลี่ยนมาใช้เกียร์ต่ำด้วยรถยนต์จะได้มีแรง เพราะทางบางช่วงค่อนข้างชันทีเดียวs28

จุดชมวิวแรกของพระธาตุดอยเล็ง อยู่ทางด้านซ้ายมือขณะขับรถขึ้นเขาs29 s30

บันไดวัดใจสำหรับเดินขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยเล็ง

ตรงใกล้ถึงยอดเขา มีลานจอดรถ และบันไดแค่ 97 ขั้น ให้เดินออกำลังกาย ขึ้นไปกราบขอพรพระธาตุดอยเล็งs32

พระธาตุดอยเล็ง ถือเป็นพระธาตุที่ตั้งอยู่สูงสุดในบรรดาพระธาตุทั้งหมดของจังหวัดแพร่s33

ขึ้นมาถึงยอดเขาแล้ว ก็ต้องกราบพระขอพรกันหน่อยล่ะs34

จากพระธาตุดอยเล็ง มองลงไปเห็นที่ตั้งของวัดพระธาตุช่อแฮด้วยs35

จากบนยอดเขาที่ประดิษฐานพระธาตุดอยเล็ง มองเห็นวิวได้กว้างไกลแบบสุดสายตาพาโนรามาเลยล่ะ โดยเราจะมองเห็นได้ไกลถึง 3 อำเภอ คือ อำเภอสูงเม่น อำเภอร้องกวาง และอำเภอเมืองแพร่s36

ในช่วงบ่ายของวันนั้น ก่อนบินกลับบ้าน เราใช้เวลาขับรถเที่ยวชมวิวไปจนถึงอำเภอลอง เพื่อตามหาจุดประทับตราสุดท้ายในสมุด Passport ของเราที่ “ร้านกาแฟแห่ระเบิด” (โทร. 08-9485-1978)s37

ร้านกาแฟแห่ระเบิด อำเภอลอง มีกิมมิคสุดเท่ห์เป็นลูกระเบิดขนาดใหญ่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 แขวนไว้เป็นสัญลักษณ์เรียกแขก ฮาฮาฮา แต่ไม่ต้องกลัว ข้างในไม่มีดินระเบิดอยู่แล้ว

ร้านนี้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักในเรื่องเครื่องดื่มอร่อย และยังเป็น Art Gallery อีกด้วย ร้านสร้างด้วยไม้ ตกแต่งอย่างสวยงาม มีลูกเล่น โดยนำเรื่องราวของ “คนแพร่แห่ระเบิด” มาเป็นจุดขาย เพราะแพร่เป็นจุดที่ถูกเครื่องบินรบอเมริกันทิ้งระเบิดเยอะมากสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทว่าระเบิดส่วนหนึ่งด้าน ไม่ระเบิด ชาวบ้านจึงเก็บมาถอดดินปืนออก แล้วแห่นำไปถวายวัดเพื่อใช้ทำระฆังซะเลย!!!s38

ทริปกิน เที่ยว เลี้ยวลดสัมผัสเรื่องราวสนุกๆ ของ น่าน แพร่ สองจังหวัดสุดเจ๋งแห่งล้านนาตะวันออก ของเราจบลงตรงนี้ แต่ความประทับใจในน้ำใจไมตรีของคนน่าน แพร่ ก็ยังตรึงอยู่ในใจเราเสมอ วิถีชีวิตที่ยังคงเนิบช้า ธรรมชาติที่ยังคงอาบอิ่ม และวัฒนธรรมที่ยังคงมีลมหายใจของทั้งสองจังหวัดนี้ คือเสน่ห์เมืองเหนือที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

และตอนนี้ ก็ได้เวลานำสมุด Passport ของเรา ไปขอรับของรางวัลที่ ททท. สำนักงานแพร่ แล้วล่ะจ้า ฮาฮาฮา
d60LOGO TATสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ โทร. 0-5452-1127

Passport น่าน PLUS แพร่ 12 เมืองต้องห้ามพลาด (ตอน 3)

x2

วันที่สามของการเดินทางท่องเที่ยว ตามแคมเปญ Passport น่าน Plus แพร่ 12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัส ของ ททท. สำนักงานแพร่ ยังมีอีกหลายจุดหมายปลายทางรอเราอยู่ นี่จึงเป็นอีกหนึ่งวันอันน่าจดจำสำหรับคนชอบเที่ยว อยู่ไม่ติดบ้านอย่างพวกเรา ฮาฮาฮาx3

เราเริ่มทักทาย ทำความรู้จักเมืองแพร่กับแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สำคัญที่ “คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่” (โทร. 0-5452-4158, 0-5453-2485-8) เปิดให้ชมเวลา 08.30-16.30 น. ทุกวัน

คุ้มแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ถนนคุ้มเดิม (หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2435 โดยเจ้าหลวงพิริยะชัยเทพวงศ์ เจ้าผู้ครองเมืองแพร่องค์สุดท้าย โดยอาคารหลังนี้สร้างอย่างโอ่โถง มีประตูหน้าต่างรวมกันมากถึง 72 บาน งดงามด้วยศิลปกรรมไม้ฉลุ ตัวอาคารไม่มีการฝังเสาเข็มเลยสักนิดเดียว แต่ใช้ไม้ซุงท่อนเป็นไม้เนื้อแข็งวางเป็นฐานรากแทน!x4

คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ จัดแบ่งห้องภายในให้ชมอย่างเป็นระเบียบ สวยงาม ทั้งห้องนอน, ห้องอาหาร, ห้องรับแขก, ห้องจัดแสดงอาวุธ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีส่วนจัดแสดงประวัติของ “เจ้าแม่บัวไหล” พระชายาในเจ้าพิริยเทพวงษ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่องค์ที่ 22 และเป็นแม่เจ้าหลวงแห่งนครแพร่ด้วย โดยเจ้าแม่บัวไหลเป็นผู้ที่มีความสามารถด้านการเย็บปักถักร้อยมาก ได้ปักผ้าม่าน หมอนขวาน รวมถึงผ้าคลุมรถดิ้นทองผืนแรกของสยาม ถวายรัชกาลที่ 5 เป็นที่โปรดปรานมากx5

ตัวเมืองแพร่นั้นไม่ใหญ่โต จึงขับรถวนเที่ยวได้สบาย เข้าซอยโน้นออกซอยนี้ พอเที่ยวคุ้มเจ้าหลวงเสร็จ ก็มุ่งหน้าต่อไปยังบ้านวงศ์บุรี แต่ก่อนถึงเราขอแวะดื่มกาแฟหอมกรุ่นกันก่อน ที่ “ร้านเณอบาร์ Coffee & Cake” ถนนคำลือ (โทร. 08-6922-3899) โดยร้านนี้ เป็นจุดประทับตราใน Passport ททท. ด้วย
x6

ร้านเณอบาร์ หรือ Je Bar เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่า “บาร์ของฉัน”
x7

ประทับ Passport กันไปพร้อมรอยยิ้มx9

มุมเล็กๆ ในช่วงเวลาน่าจดจำที่ร้านเณอบาร์x10

มีมุมเก๋ไก๋ น่ารัก ให้เลือกมากมายตามใจชอบ ทั้งในห้องแอร์ และด้านนอกx11

นอกจากกาแฟรสนุ่มกลมกล่อมแล้ว ร้านเณอบาร์ยังมีเบเกอร์รี่สดใหม่ให้ชิมทุกวันด้วยนะx12

การชงกาแฟให้อร่อย คือศิลปะชั้นสูงอย่างหนึ่ง จริงไหม?
x13

กาแฟเย็น และเค้กช็อกโกแลต ที่หน้าตาดูดีมาก เช่นเดียวกับรสชาติที่ไม่หวานเกินไป ลงตัวดีจริง
x14

เค้กหน้าผลไม้ใหม่สดทุกวัน ที่ร้านเณอบาร์ แพร่x15

เค้กของร้านเณอบาร์ น่าหม่ำมากๆ x16

เค้กช็อกโกแลตร้านเณอบาร์ ไม่ได้ลองจะเสียใจ!x17

จากร้านเณอบาร์ เดินไปแค่ไม่กี่สิบเมตร ก็ถึง “บ้านวงศ์บุรี” ถนนคำลือ (โทร. 0-5462-0153) เรือนไม้ลายฉลุสุดอลังการ ในสไตล์ขนมปังขิง หรือ Gingerbread แบบยุโรป ประกอบกับเมืองแพร่คือแหล่งใหญ่ของไม้สักเมืองเหนือ จึงมีไม้เหลือเฟือมาฉลุลายประกอบเป็นบ้านที่มีสถาปัตยกรรมงดงามอย่างน่าทึ่ง ถึงเพียงนี้!

บ้านวงศ์บุรี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 09.00-17.00 น. ค่าเข้าชมคนไทย 30 บาท และมีร้านอาหารในบริเวณด้านข้างด้วย เมนูแนะนำคือ ข้าวซอยไก่ และข้าวซอยหมูหมัก
x18

บ้านวงศ์บุรี สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2450 โดยพรหม (หลวงพงษ์พิบูลย์) และเจ้าสุนันตาวงศ์บุรี ธิดาเจ้าบุรี (พระยาบุรีรัตน์) เป็นบ้านไม้สองชั้นแบบยุโรปประยุกต์ หลังคามีสองชั้น ทรงปั้นหยา ภายในจัดแสดงเครื่องเรือนโบราณ ในลักษณะที่เหมือนกับยังมีคนอยู่อาศัยจริงในยุคอดีต จึงตกแต่งอย่างสวยงาม หรูหราโอ่อ่ามากx19

ห้องนอน ภายในบ้านวงศ์บุรีx20

ห้องนั่งเล่น ภายในบ้านวงศ์บุรีx21

จากบ้านวงศ์บุรี ขับรถเที่ยวเล่นเย็นใจไปช้าๆ เข้าสู่ถนนวิชัยราชา กระทั่งพบกับเรือนไม้สุดอลังการอีกแห่งของเมืองแพร่ นามว่า “คุ้มวิชัยราชา” (หรือ คุ้มเจ้าโว้ง) โทร. 08-1562-4425x22.1

คุ้มวิชัยราชา เป็นบ้านไม้สักเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี ของพญาแสนศรี สืบทอดมาจากยุคของพระเจ้าวิชัยราชา เป็นเรือนไม้สักทรงมะนิลา ที่เคยเสื่อมโทรมเพราะขาดทุนทรัพย์บูรณะ ปัจจุบันได้รับการซ่อมแซมเพียงบางส่วน งามเด่นตั้งแต่ลายฉลุหน้าจั่ว บังลม ระเบียง หน้าต่างบานกระทุ้ง ราวบันได ตลอดจนช่องลมเหนือประตูหน้าต่าง ฯลฯ นับเป็นอาคารโบราณที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่ง
x22

คุ้มวิชัยราชา เคยมีประวัติที่น่าสนใจคือ วีรกรรมความกล้าของพระวิชัยราชา ที่ยอมเสี่ยงนำคนไทยจากภาคกลางขึ้นไปซ่อนไว้บนเพดานบ้าน ในสมัยที่เมืองแพร่มีกบฎเงี้ยวx23

ปัจจุบันภายในคุ้มวิชัยราชา ทั้งชั้นล่างและชั้นบนว่างเปล่า ไม่มีเครื่องเรือนจัดแสดง สะท้อนถึงยุครุ่งเรือง และยุคเสื่อมถอยของเมืองแพร่ ตามกาลเวลาและสถานการณ์บ้านเมืองในแต่ละสมัย ทว่าการได้มีโอกาสเดินเข้าไปชมภายใน แม้เพียงนิดเดียว ก็ถือเป็นการย้อนอดีตอันมีคุณค่า ได้ชื่นชมสถาปัตยกรรมที่คนแพร่และคนสยามควรหวงแหนx24

จุดประทับตราใน Passport ของ ททท. จุดต่อไป คือ “ร้าน Gingerbread House Gallery” ตั้งอยู่ในใจกลางเมืองแพร่ ตรงบริเวณสี่แยกหน้าสถานีตำรวจ (โทร. 08-6885-6551) เปิดเวลา 08.00-18.00 น. ทุกวันx25

ประทับตราใน Passport ของ ททท. ที่ร้าน Gingerbread House Gallery x26 x27

ร้าน Gingerbread House Gallery ไม่ได้ขายเฉพาะกาแฟ แต่ยังมีเครื่องดื่มอื่นๆ รวมถึงอาหารหลัก พร้อมด้วยห้องพัก ร้านขายของที่ระลึกจำพวกผ้าย้อมฮ่อมพื้นเมือง และ Art Gallery ที่ชั้นสองด้วย จึงกลายเป็นแหล่งพบปะของ Artist นักสถาปัตย์ และช่างภาพ ต่างมานั่งเสวนากันอยู่เป็นประจำx28

ภายในร้าน Gingerbread House Gallery ออกแบบตกแต่งอย่างมีดีไซน์ ให้ความรู้สึกอบอุ่นด้วยไม้และแสงไฟโทนสีเหลืองอ่อนอุ่นๆ
x29 x30 x31

มุมจำหน่ายของที่ระลึกกิ๊บเก๋มีดีไซน์ ของ Gingerbread House Gallery
x32

ภายในร้าน Gingerbread House Gallery มีบรรยากาศไม่ต่างอะไรจากแกลเลอร์รี่จัดแสดงงานศิลป์จริงๆ เลยล่ะx33

ห้องพักของ Gingerbread House Gallery แม้จะเล็ก แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เป็นการผสมผสานความ Modern เข้ากับกลิ่นอายล้านนาตะวันออกได้อย่าลงตัวจริงๆ
x34.1

ร้าน Gingerbread House Gallery ในยามค่ำคืน Lighting แสงไฟสวยมากๆx34.2

บนชั้นสองของร้าน Gingerbread House Gallery เป็นห้องพักขนาดเล็กกะทัดรัด น่ารัก แค่ไม่กี่ห้อง อยากมาพักต้องรีบจองล่วงหน้านะจ๊ะx34

หนึ่งแห่งท่องเที่ยวที่ถือว่า ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงในตัวเมืองแพร่ก็คือ “วัดจอมสวรรค์” ถนนยันตรกิจโกศล ตำบลในเวียง เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 ประมาณ พ.ศ.2437 โดยชาวเงี้ยวผู้เข้ามาทำกิจการค้าขายจนร่ำรวยในเมืองแพร่ ต่อมาเกิดกบฏเงี้ยว วัดจึงถูกทิ้งร้าง กระทั่งได้รับการบุณณะโดยชาวไทยใหญ่x35

วัดจอมสวรรค์ เป็นวัดที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมศิลปะพม่าแบบไทยใหญ่ หลังคาซ้อนลดหลั่นกันหลายชั้น ประดับประดาด้วยลายไม้แกะสลัก และลายฉลุอย่างวิจิตรงดงาม ทั้งภายนอกและภายในx36

กลุ่มเจดีย์แบบพม่าภายในวัดจอมสวรรค์ แม้จะดูทรุดโทรมไปตามกาลเวลา แต่ก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความขลัง ความงาม และพลังศรัทธาข้ามกาลเวลา!x37

ภายในวัดจอมสวรรค์ งดงามน่าตื่นตาด้วยเสาไม้สักสีทองอร่ามหลายสิบต้น ฝาผนังและเพดานอลังการด้วยลายไม้แกะสลักวิจิตรพิสดาร! จนทำให้รู้สึกราวกับว่าได้ไปเยือนวัดวังเวียงของพม่าแท้ๆ อย่างไรอย่างนั้น!x38

เครื่องจองพารา คือ การสร้างปราสาทจำลองเพื่อรับเสด็จพระพุทธเจ้า ที่เสด็จกลับลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ในวันออกพรรษา ตามความเชื่อของชาวไทยใหญ่ มีจัดแสดงให้ชมภายในวัดจอมสวรรค์

x39

พระพุทธรูปศิลปะพม่าภายในกุฏิเจ้าอาวาสวัดจอมสวรรค์x40

พ่อเฒ่าคำอ่อง (ชาวเงี้ยว) ได้ร่วมมือกับพ่อฮ่อยกันตี (ต้นตระกูลเจริญกุศล) สร้างวัดจอมสวรรค์ขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2437 ใช้เวลาสร้างประมาณ 5 ปี จึงแล้วเสร็จ
x41

คัมภีร์ใบลานจารภาษาล้านนาหลายร้อยเล่ม ได้รับการเก็บรักษาไว้อย่างดีที่วัดจอมสวรรค์x1

ทุกปีจะมีการทอผ้าห่มธาตุวัดจอมสวรรค์ ใครมีฝีมือการทอก็ไปช่วยกันได้เพื่อสร้างบุญกุศลแรงกล้าx42

ไม่ห่างจากวัดจอมสวรรค์ ถ้าขับรถไปเรื่อยๆ ตามถนนยัตรกิจโกศล สองข้างทางจะพบร้านขาย ผ้าย้อมฮ่อม บ้านทุ่งโฮ้ง อันมีชื่อเสียง ยาวเหยียดต่อเนื่องกันไปกว่าหนึ่งกิโลเมตร นับเป็นแหล่งใหญ่ของผลิตภัณฑ์ผ้าย้อมฮ่อมเมืองไทย ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบขึ้นมาก จนน่าสวมใส่ ไม่ทำให้รู้สึกเชยเหมือนที่ใครหลายคนบ่นเมื่อสมัยก่อนแล้วล่ะ
x43

ร้านขายผ้าหม้อฮ่อม บ้านทุ่งโฮ้งx44

มีเสื้อผ้าหญิงชายที่ตัดเย็บจากผ้าย้อมฮ่อม ให้เลือกกันละลานตา ที่บ้านทุ่งโฮ้งx45

ถ้ามีเวลาเยอะ นอกจากร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าหม้อฮ่อม เราสามารถแวะเข้าชมไปชมขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การหมักฮ่อมในหม้อ (ขั้นตอนคล้ายการย้อมครามของภาคอีสาน) การย้อมเส้นใย ไปจนถึงการทอ
x46

เส้นฝ้ายที่ย้อมสีฮ่อมเรียบร้อยแล้ว รอตากให้แห้ง แล้วนำไปทอต่อไปจ้าx47

เที่ยวเมืองแพร่กันมาทั้งวัน ตอนค่ำต้องออกไปเดินเล่น พร้อมกับหาอะไรอร่อยๆ หม่ำกันให้อิ่มแปล้ไปเลย ที่ “ตลาดประตูชัย” ในอำเภอเมือง โดยเฉพาะวันอาทิตย์แรกของเดือน จะมีร้านมาขายเยอะที่สุดx48

ตลาดประตูชัย เมืองแพร่x49

ชาวต่างชาติเฮฮา บ้าน I ไม่มีตลาดริมถนนแบบนี้ ตลาดประตูชัยเมืองแพร่บ้าน You Amazing จริงๆ เลย!x50

ลูกชิ้นป้ิงตลาดประตูชัย เมนูกินเล่น ที่กินไปกินมาก็อิ่มจริงได้เหมือนกัน ฮาฮาฮาx51

ที่พักอุ่นสบายของเราในคืนนี้ “คำมูลลอฟท์ โฮเทล” (Come Moon Loft Hotel) ที่พักเปิดใหม่เอี่ยมแค่ 6 เดือน ตั้งอยู่ในชุมชนเชตวัน อำเภอเมืองแพร่ (โทร. 09-0328-3203, 0-5462-0148)x52

โลโก้แสนน่ารักของ Come Moon Loft x53

Come Moon Loft เป็นหนึ่งใน จุดประทับตราใน Passport ของ ททท.

คุณเอ๋ เจ้าของ Come Moon Loft ประทับตราใน Passport ของ ททท. ให้เราด้วยตัวเอง พร้อมเล่าว่า ที่ใช้ชื่อ คำมูลลอฟท์ ก็เพราะคุณแม่ของคุณเอ๋เป็นชาวแพร่แท้ๆ ชื่อของท่านคือ คำมูล จึงใช้ชื่อนี้เลยเพื่อความโชคดี
x55Come Moon Loft Hotel ตั้งอยู่ในชุมชนเชตวัน ซึ่งแม้จะอยู่ในอำเภอเมืองแพร่ก็จริง แต่ไม่ได้อยู่ใจกลางเมือง จึงเงียบสงบมาก โดยรอบเป็นบ้านเรือนของชาวบ้านที่อาศัยกันแบบพี่น้อง ต่อเนื่องมาหลายสิบปีแล้ว
x56

ห้องพักสไตล์ Loft Hotel ที่เน้นความหรูเรียบ ทว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ราคาคืนหนึ่งก็ไม่แพงเลย แค่ 590 บาทเท่านั้น เหลือเชื่อ!x57

ตกแต่งน่ารักแบบนี้ ขอนอนไปเลยหลายๆ คืนจ้าx58

นอกจากที่พักแล้ว Come Moon Loft ยังมีร้านคาเฟ่เล็กๆ จำหน่ายเครื่องดื่มต่างๆ และยังใช้เป็นห้องอาหารเช้าสำหรับแขกที่เข้ามาพักด้วยx59

มุมสุดกิ๊บเก๋ ในห้องอาหารของ Come Moon Loft
x60

บรรยากาศของ Come Moon Loft Hotel เมื่อมองจากชั้นบนลงไป เป็นความงามบนความเรียบง่าย ที่ผสานกับความ Modern ได้อย่างลงตัวจริงๆ

คืนนี้เราคงหลับฝันดี เพื่อพรุ่งนี้จะได้มีแรง มีเวลา ออกไปไล่ล่าฝัน เก็บเกี่ยวเรื่องราวสนุกๆ ในจังหวัดแพร่กันต่อจ้า…
LOGO TATสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ โทร. 0-5452-1127

Passport น่าน PLUS แพร่ 12 เมืองต้องห้ามพลาด (ตอน 2)

a2

เรายังเดินทางท่องเที่ยวกันต่อไป พร้อมกับแคมเปญสุดเจ๋งของ ททท. สำนักงานแพร่ “Passport น่าน Plus แพร่” 12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัส ที่นำเราออกไปสัมผัสเรื่องราวแปลกใหม่ในจังหวัดน่าน-แพร่ อย่างไม่รู้จบ พร้อมกับได้ประทับตราในสมุด Passport เล่มน้อย เพื่อเอาไปรับรางวัลที่ ททท. แพร่ ในภายหลังด้วย

โดยโครงการดีๆ นี้ มีในระหว่าง เดือนพฤษภาคม-กันยายน 2559 เท่านั้น

เริ่มต้นเที่ยววันที่สองอย่างมีความสุข กับการไปหาอาหารเช้าอร่อยๆ หม่ำกันที่ “ร้าน Sweety 9″ ถนนสุมนเทวราช ร้านน่ารักใจกลางเมืองน่าน (โทร. 08-7090-2298, 09-1778-3930) เปิดเวลา 07.00-17.00 น. ทุกวัน
a4

ร้าน Sweety 9 มีคำขวัญประจำร้านแสนน่ารักว่า “ขม หวาน เพื่อสุขภาพ” หรือ Bitter Sweet Healthy มาชิมอาหารร้านนี้ จึงได้ครบทั้งสุขภาพและความอร่อยa5

ร้าน Sweety 9 ตั้งอยู่ตรงทำเลยอดเยี่ยม คือหัวมุมถนนสี่แยกประตูน้ำเข้ม โดยเจ้าของร้านคนปัจจุบันได้ปรับปรุงเรือนไม้เก่าให้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ชั้นล่างเป็นร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึก ส่วนชั้นบนเป็น Art Gallery

จึงทำให้ ร้าน Sweety 9 ยังได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในสาขาอาคารพาณิชย์ อีกด้วย น่าภูมิใจแทนจริงๆ นะจ๊ะ

ก่อนจะหม่ำอาหารเช้า เราไม่ลืม ประทับตราใน Passport ททท. สะสมให้ครบเตรียมไปแลกของรางวัล อิอิ
a7.1

ได้มาแล้วจ้า ตราประทับใน Passport ของร้าน Sweety 9

มุมเก๋ๆ น่ารักๆ ที่ร้าน Sweety 9
a7

ร้าน Sweety 9 มีสินค้าพื้นเมืองน่านจำหน่ายด้วยนะจ๊ะ ทั้งผ้าทอ เสื้อยืด โปสการ์ด ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และขนมพื้นเมืองต่างๆ ในราคามิตรภาพจ้าa8

ร้านของที่ระลึก Sweety 9a9

บนชั้นสองของร้าน Sweety 9 จัดเป็นแกลเลอร์รี่แสดงงานศิลปะแบบหมุนเวียน
a10

ยกมาแล้ว เมนูอาหารเช้าอย่างแรกของเรา ข้าวผัดน้ำพริกหนุ่ม กินกับไส้อั่ว แคบหมู และไข่ต้ม รสชาติลงตัวมากๆ
a11

เมนูที่สองเพิ่มพลังเช้านี้ คล้าย American Breakfast แต่ร้าน Sweety 9 เขาใช้ไส้อั่วแทนไส้กรอก และใช้หมูยอแทนเบค่อน สร้างสรรค์มาได้ลงตัวสุดๆ แต่งจานมาสีสันก็น่าหม่ำเหลือเกิน
a12

Green Tea ของร้าน Sweety 9 ถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่ม Signature แสนอร่อย ที่มีคนตามมาชิมกันเยอะมาก
a13

ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ที่ร้าน Sweety 9 มีทั้งยาสระผา ครีมอาบน้ำ ครีมบำรุงผิว สบู่ และอื่นๆa14ออกเดินทางจากตัวเมืองน่าน ด้วยทางหลวงหมายเลข 101 ตรงไปอำเภอเวียงสา เพื่อตามหาจุดประทับตรา Passport ต่อไปของ ททท. ทางช่วงนี้ขับรถง่าย เพราะไม่ต้องขึ้นภูเขา
a15

ถึงแล้ว วัดบุญยืน อำเภอเวียงสา เป็นวัดเก่าแก่กว่า 200 ปี ที่ทรงของวิหารเป็นแบบล้านนาแท้ คล้ายที่วัดภูมินทร์ เรียกว่า “วิหารซด” คือหลังคาลดหลั่นซ้อนกันลงมาเป็น 3 ชั้น ปัจจุบันได้รับการบูรณะงดงามสะอาดตาa16

ด้านหลังโบสถ์มีองค์พระธาตุอยู่ด้วย แต่ผู้หญิงห้ามขึ้นไปด้านบนa17

ภายในโบสถ์วัดบุญยืน งดงามวิจิตรตระการตา ด้วยฝีมือช่างโบราณสมัย พ.ศ.2329 โดยผู้ครองนครน่านองค์ที่ 55 เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ เด่นที่องค์พระประธานในโบสถ์สูงถึง 8 ศอก สีทองอร่ามงามตา เป็นปางประทับยืนเปิดโลก โดยมีเสาวิหารสีแดงขนาดสองคนโอบกว่าสิบต้นเป็นเส้นนำสายตาเข้าไป ทำให้แลอลังการสุดบรรยาย!a18

พระยืนสูง 8 ศอก ที่วัดบุญยืน อำเภอเวียงสาa19

อำเภอเวียงสายังมีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจอีกแห่งคือ “เฮือนรถถีบ” (โทร. 08-9898-4404) ซึ่ง คุณสุพจน์ เต็งไตรรัตน์ ผู้เป็นเจ้าของ มีใจรักและผูกพันกับจักรยานโบราณ จึงสะสมมานานหลายสิบปี ทุกคันสามารถใช้งานได้จริง เป็นอีกแหล่งหนึ่งที่คนรักจักรยานสามารถมาศึกษาวิวัฒนาการความเป็นไปของจักรยาน หรือที่คนเหนือเรียกว่า รถถีบ นั่นเอง
a20

เฮือนรถถีบ อยู่บ้านเลขที่ 154 หมู่ 4 ถนนเจ้าฟ้า ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา (ทางหลวงหมายเลข 1026) เปิดให้เยี่ยมชมเวลา 09.00-11.00 น. และ 14.00-16.00 น. แต่ต้องโทรนัดก่อนเข้าชมa21

คุณสุพจน์ เต็งไตรรัตน์ กับจักรยานล้อโตแบบโบราณสุดรัก ซึ่งยังใช้งานได้จริง!a22

ระหว่างขับรถเที่ยวอำเภอเวียงสา เราพบร้านกาแฟเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ในมุมอันเงียบสงบมุมหนึ่ง ป้าย “ร้านฮอมมคัฟเฟ่” (Hormm Coffe) ยิ่งทำให้เราอยากรู้ จนต้องจอดรถเข้าไปทักทาย และชิมกาแฟ กับเค้ก Home Made ที่เขาว่าเด็ดมาก
a23

ร้านฮอมมคัฟเฟ่ อยู่บ้านเลขที่ 303 หมู่ 3 ซอยเจ้าฟ้า 1 ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน (โทร. 0-5478-1322, 08-8022-6664) เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลาประมาณ 08.00-17.00 น.
a24

คุณแพทและคุณแป้ง สองเพื่อนสนิท ผู้ก่อตั้งร้านฮอมมคัฟเฟ่ ซึ่งเมื่อหลายปีก่อนเคยเปิดร้านอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ด้วยความเครียดจากเมืองใหญ่ ในที่สุดก็ย้ายกลับมาเปิดร้านที่บ้านเกิด จนวันนี้มีรอยยิ้มเปื้อนหน้า ร้านกาแฟเล็กๆ นี้สร้างความสุขให้ทั้งกับตัวเอง และกลมกลืนกับชุมชนโดยรอบได้เป็นอย่างดี

ประทับตราสะสมให้ครบ ร้านฮอมมคัฟเฟ่ เป็นหนึ่งในจุดที่ ททท. สำนักงานแพร่ เลือกให้เป็นที่ประทับตราของนักท่องเที่ยว ถ้าใครยังไม่มีสมุด Passport ก็มาขอรับได้ที่นี่ฟรีจ้าa26 a27

ขอชิมกาแฟคั่วเองสูตรพิเศษสักแก้วนะจ๊ะ ได้ข่าว่าร้านนี้มีกาแฟหลายสิบชนิด จากทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศให้ชิมกันด้วย ว้าว!a28

กาแฟดริปหอมกรุ่น จากเมล็ดกาแฟคั่วเอง ฝีมือคุณแพท a29 a30าเขียวเย็นสูตรพิเศษ ร้านฮอมมคัฟเฟ่a31

แพชชั่นฟรุตปั่น หวานอมเปรี้ยวชื่นใจจริง
a32

ชีสเค้กหอมอร่อย เนื้อนุ่มกำลังดี จากฝีมือของคุณแป้งและคุณแพท ร้านฮอมมคัฟเฟ่a33

กาแฟฮอมมคัฟเฟ่ คั่วเองใหม่สด มีให้คนรักกาแฟเลือกซื้อกลับบ้านกันหลายระดับความเข้ม
a34

นอกจากกาแฟและเค้กแล้ว ร้านนี้ยังมีสบู่ธรรมชาติที่ผลิตเองขายด้วย อย่างสบู่มะกรูดที่เก็บจากต้นหลังบ้าน จึงรับรองได้ว่าดีต่อสุขภาพร่างกาย เพราะเป็น Organic 100 เปอร์เซนต์แน่นอนa35

เรายังวนเวียนอยู่ในอำเภอเวียงสาอันแสนน่ารัก ห่างจากร้านฮอมมคัฟเฟ่และวัดบุญยืนไม่ไกล ก็ถึง อีกหนึ่งจุดประทับตราใน Passport ของ ททท. คือ “ร้านจ๊างน่าน” (โทร. 08-9898-4404) เปิดเวลา 10.00-22.00 น.a36

โลโก้น่ารักๆ ของร้านจ๊างน่าน เหตุที่ใช้ช้างมาเป็นสัญลักษณ์เพราะ รุ่นปู่ของเจ้าของร้านคนปัจจุบัน ท่านเลี้ยงช้างไว้ใช้งานด้วย เพราะคนแพร่สมัยก่อนมีกิจการสัมปทานทำไม้ จึงใช้ช้างกันเป็นเรื่องธรรมดา ปัจจุบันเหลือเพียงโลโก้น้องช้างให้คิดถึงจ้า
a37

ร้านจ๊างน่าน ตกแต่งสไตล์วินเทจสุดน่ารัก ดัดแปลงจากบ้านไม้สองชั้นเดิมซึ่งอยู่อาศัยกันมา 3 ชั่วอายุคนแล้ว ตั้งแต่รุ่นปู รุ่นพ่อ จนมาถึงรุ่นปัจจุบัน ภายในร้านโปร่งโล่งสบาย ตามแบบเรือนไม้ทางเหนือ ซึ่งนอกจากด้านหน้าบ้านที่ติดถนนจะกว้างแล้ว ยังมีแนวลึกเข้าไปทางด้านหลังบ้านด้วยa38

ได้ตราประทับใน Passport ของ ททท. เพิ่มอีกหนึ่งดวงที่ ร้านจ๊างน่านa39 a40 a41

วันนี้ คุณหยก (วงศกร ไกรทอง) เจ้าของร้านจ๊างน่าน ลงมือทำกาแฟไนโตรสูตรพิเศษสุดๆ ให้เราชิมเองเลยกับมือ เป็นกาแฟเข้มข้นใส่นม อัดด้วยก๊าซไนโตรเจนแรงดันสูง หาชิมได้ไม่กี่ที่ในเมืองไทยนะ ขอบคุณ คุณหยกมากๆ จ้า

a42

ร้านจ๊างน่าน แต่เดิมชื่อร้านจ๊างน่าน Milk Club & Gallery ขายเสื้อผ้า กาแฟ และมีแกลเลอร์รี่แสดงงานศิลปะ โดยหลังจากคุณหยกเรียนจบและทำงานอยู่ที่ กทม. หลายปี ในที่สุดก็พบคำตอบสุดท้ายว่า การกลับมายังบ้านเกิด เพื่อทำงานที่ตนรักและสร้างแบรนด์ของตัวเองให้เข้มแข็ง คือสิ่งที่ยั่งยืนที่สุดแล้ว
a43

นอกจากจะมีที่นั่งในร้านแล้ว ด้านหลังยังมีมุมสงบใต้ร่มไม้ร่มรื่น ให้รื่นรมย์กันด้วย
a44

บนชั้นสองของร้านจ๊างน่าน จัดเป็น Art Gallery แบบหมุนเวียน ให้เสพศิลป์กันได้ตลอดปีa45

ภาพแห่งอดีตอันน่าจดจำ ของคุณปู่คุณหยก เจ้าของร้านคนปัจจุบัน ในภาพคุณปู่คือคนที่ยืนใส่เสื้อเชิ๊ตแขนยาวสีน้ำเงิน ท่านมีกิจการสัมปทานทำไม้ซุงในยุคแรก และต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นกิจการวิ่งรถบัสโดยสาร พร้อมกับเปิดร้านขายอะไหล่ชื่อ วาสนาพานิชa46

รถบัสในยุคอดีตของวาสนาขนส่ง แม้ไม่ได้วิ่งแล้ว แต่เปลี่ยนหน้าที่มาเป็นร้านอาหารได้อย่างวิเศษ!a47

โต๊ะอาหารภายในรสบัส คือมุมที่ลูกค้าโปรดปรานที่สุดมุมหนึ่ง ณ ร้านจ๊างน่าน
a48

ข้าวเปียกเส้น ร้านจ๊างน่าน ใครหิวสั่งมากินกันหนักๆ ได้เลยกับเมนูอร่อยนี้
a49

แหนมเนืองร้านจ๊างน่าน แค่ชุดเล็กก็อิ่มแปล้แล้ว เพราะให้เยอะ จริงใจมากๆa50

บ่ายคล้อย เราออกเดินทางจากร้านจ๊างน่าน ต่อไปยัง “ดอยเสมอดาว” ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย (โทร. 0-5473-1714, 09-3242-2914) เพื่อชมความงามสุดอลังการของขุนเขาสลับซับซ้อน และหนึ่งในป่าไม้ผืนสุดท้ายที่เหลืออยู่ของน่าน นี่คือแหล่งต้นน้ำลำธารที่ไหลลงไปเติมเต็มให้แม่น้ำเจ้าพระยาด้วยเช่นกัน

ดอยเสมอดาว ตั้งอยู่ที่ กม.16 ถนนสายนาน้อย-ปางไฮ เป็นจุดชมทิวทัศน์ 360 องศา สุดฮิต
a1

ดอยเสมอดาว เป็นจุดกางเต็นท์นอนสัมผัสธรรมชาติ ห่มหนาว ดูดาว ชื่นชมทะเลหมอกยามเช้า ที่สวยสดงดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองน่าน เที่ยวได้ตลอดปี แต่เจ๋งสุดคือฤดูหนาว ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ความสูง และความงามที่ปรากฏ จึงได้รับการเปรียบเปรยไปว่า อยู่สูงเสมอดาวเลยล่ะ!
a51

จากจุดชมวิวดอยเสมอดาว มองไปทางขวาจะเห็นผาหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ ชื่อว่า “ผาหัวสิงห์” ซึ่งมีทางเดินไต่ขึ้นไปยืนชมวิวบนนั้นได้ด้วยa52

ลำน้ำน่าน ไหลลดคดโค้งอยู่เบื้องล่าง เมื่อมองจากดอยเสมอดาวลงไป ถ้าได้มาเที่ยวในตอนเช้าตรู่ของฤดูหนาว ก็จะเห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมราวปุยนุ่นสีขาว
a53

จุดหมายสุดท้ายในวันนี้ ก่อนขับรถกลับเข้าไปนอนพักที่ตัวเมืองน่าน คือ “เฮือนฝ้ายแม่จำปี” อำเภอนาน้อย เป็นศูนย์ OTOP ผ้าทอคุณภาพดีของท้องถิ่น และ เป็นจุดประทับตราใน Passport ททท. ด้วยเช่นกัน (โทร. 0-5475-4228, 08-5100-1807) เปิดเวลา 08.00-22.00 น.
a54

ใครยังไม่มีสมุด Passport ที่ใช้ประทับตราในโครงการ Passport น่าน Plus แพร่ ก็มารับที่ร้านเฮือนฝ้ายแม่จำปี ได้ฟรี
a55a56

ดีใจจัง ประทับตราของจังหวัดน่านครบทุกแห่งแล้ว! a57

มุกเก๋สุดน่ารัก ในบรรยากาศย้อนยุคที่เฮือนฝ้ายแม่จำปีa58

ขับรถมาไกล เที่ยวกันมาทั้งวัน แวะดื่มชาเขียวเย็น และชานมเย็น ที่เฮือนฝ้ายแม่จำปี
a59

ห้องพักแสนสบาย แอร์เย็นฉ่ำที่ เฮือนฝ้ายแม่จำปีs18

วันพรุ่งนี้ เราจะไปเที่ยวจังหวัดแพร่กันแล้วจ้า…LOGO TATสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ โทร. 0-5452-1127

Passport น่าน PLUS แพร่ 12 เมืองต้องห้ามพลาด (ตอน 1)

d2

ล้านนาตะวันออก ถิ่นนี้ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแสนน่ารัก อาบอิ่มด้วยธรรมชาติ ป่าเขา สายน้ำ รวมถึงวิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว “น่าน และแพร่” จึงเป็น 2 จังหวัดแห่งล้านนาตะวันออก ที่น่าเที่ยว น่าเยี่ยมเยือนกันได้ตลอดปี

แต่เรามีข่าวดีข่าวด่วนมากบอก เมื่อ ททท. สำนักงานแพร่ จัดแคมเปญ Passport น่าน Plus แพร่ 12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัส ให้เราท่องเที่ยวสัมผัสวิถีสองจังหวัดใหญ่แห่งล้านนาตะวันออก เรียนรู้จิตวิญญาณที่แท้จริงของเขา ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ วัฒนธรรม และชุมชน พร้อมกับตามล่ารางวัลมากมาย โดยการนำสมุด Passport เล่มน้อย ไปประทับตราตามจุดที่กำหนด แค่จังหวัดละ 3 แห่ง (รวม 6 แห่ง) เท่านี้ก็นำไปขอรับรางวัลที่ ททท. สำนักงานแพร่ ได้แล้วจ้าd3

แคมเปญ Passport น่าน Plus แพร่ มีให้เราร่วมสนุกกันระหว่างเดือน พฤษภาคม ถึงเดือนกันยายน 2559 เลยนะจ๊ะ

จุดรับสมุด Passport น่าน Plus แพร่ 12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัส ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของเทศบาลเมืองน่าน ซึ่งอยู่ในใจกลางเมือง ตรงข้ามกับวัดภูมินทร์ และเป็นจุดขึ้นรถรางเที่ยวรอบเมืองด้วยล่ะ

หรือเราจะไปหยิบสมุด Passport ตามจุดประทับตราทุกแห่งที่ระบุไว้ในสมุด ก็ได้เช่นกันจ้า

ไม่รอช้ารับ สมุด Passport แล้ว ก็เริ่มไปเที่ยวกันเลยดีกว่า เดินข้ามถนนจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของเทศบาลเมืองน่านมาอีกฝั่ง ก็ถึง “วัดภูมินทร์” แล้วล่ะ หยุดอ่านข้อมูลในสมุด Passport ให้ได้ความรู้ก่อน จะได้เที่ยวสนุกd6

วัดภูมินทร์  เป็นวัดหลวง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2139 ในสมัยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ปกครองน่าน ความโดดเด่นคือ พระอุโบสถเป็นอาคารทรงจตุรมุข ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย 4 องค์ หันหน้าออกสู่ประตูทั้ง 4 ทิศ หาได้ยากยิ่ง สะท้อนถึงความเชื่อในเรื่องพระพุทธเจ้าสี่พระองค์ของชาวพุทธล้านนาในอดีต

ยิ่งกว่านั้นพระอุโบสถหลังนี้ยังได้รับการยกย่องว่า เป็นหนึ่งในสุดยอดศิลปกรรมไทลื้อ ที่เรียกว่า “วิหารซด” เป็นรูปแบบการสร้างวิหารหรือโบสถ์ให้หลังคาซ้อนลดหลั่นกันลงมาหลายชั้น ไม่เน้นความสูง รวมถึงมีการประดับกระจกสีด้วย
d7

ภายในวิหารวัดภูมินทร์เหลืองอร่ามงามด้วยสีทองคำเจิดจรัส ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดใหญ่ 4 องค์ ซึ่งเคยได้รับการยกย่องให้เป็น แหล่งท่องเที่ยว Unseen Thailand ของ ททท. มาแล้ว
d8

ภาพปู่ม่าน ย่าม่าน ต้นกำเนิดกระซิบรักอมตะ วาดขึ้นโดยศิลปินพื้นบ้านฝีมือชั้นครูนามว่า หนานบัวผัน ซึ่งเป็นผู้เดียวกับที่วาดภาพจิตรกรรมในวัดหนองบัว คาดว่าภาพปู่ม่าน ย่าม่าน วาดขึ้นในช่วงปี พ.ศ.2410-2417 ระหว่างการบูรณะซ่อมแซมวัดภูมินทร์ในสมัเจ้าอนันตฤทธิวรเดชครองเมืองน่าน ซึ่งตรงกับปลายรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ภาพนี้เป็นเอกลักษณ์ของผู้วาดคือหนานบัวผันโดยแท้ เพราะวาดด้วยขนาดเท่าคนจริง และใบหน้าคนมีคิ้วโก่ง ปากเป็นกระจับ ดังที่หนานบัวผันชอบd9

เมื่อชมวัดภูมินทร์เสร็จแล้ว ก็ได้เวลา นั่งรถรางเที่ยวรอบเมืองน่าน วันเสาร์-อาทิตย์ เขามีรอบเวลา 09.30 / 10.30 / 13.30 / 15.30 น. โดยเราสามารถโทรจองได้ ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเทศบาลเมืองน่าน โทร. 0-5475-1169 ส่วนวันจันทร์-ศุกร์ มี 2 รอบ เวลา 09.30 และ 15.30 น. ค่าบริการคนละ 30 บาทเท่านั้นd10

นั่งรถรางเที่ยวชมความสวยงาม และเรื่องราวประวัติศาสตร์น่าสนใจของเมือง Slow Town น่าน ที่เราหลงรัก
d11 วัดพระเกิด อำเภอเมืองน่าน (โทร. 08-1765-2710) แม้จะเป็นวัดไม่ใหญ่โต แต่ก็มีชื่อเสียงมาตั้งแต่ พ.ศ.2554 แล้ว เพราะเป็นต้นกำเนิดงานหัตถกรรมพื้นบ้าน “ตุงก้าคิง” เป็นภาษาไทยใหญ่หมายถึง “ธง” โดยผู้ที่คิดค้นทำตุงก้าคิงขึ้นคนแรกก็คือ อาจารย์คำรบ วัชราคม อดีตผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคน่าน

นักท่องเที่ยวหรือคนทั่วไปที่สนใจ สามารถเข้ามาฝึกทำตุงก้าคิงที่วัดพระเกิดได้สบายมาก โดยป้าติ๋มและป้าไก่ สองผู้นำจะคอยช่วยให้ความรู้ แต่ถ้าจะให้ได้ชมชัวร์ๆ ก็ควรโทรติดต่อป้าทั้งสองก่อนนะจ๊ะ
d13

ป้าไก่ สาธิตการทำตุงก้าคิงให้เราชม พร้อมกับเล่าว่า ตุงก้าคิงมี 2 ประเภท คือ ตุงมงคล ใช้เพื่อถวายวัดในงานมงคลต่างๆ อาทิ สงกรานต์, ปักเจดีย์ทราย, ถวายเป็นพุทธบูชา, ใช้ในห้องพระ ฯลฯ และอย่างที่สองคือ ตุงอวมงคล ซึ่งใช้ในงานเรือนทาน, งานศพ ฯลฯ
d14

การทำตุงก้าคิง ต้องตัดกระดาษสีมาเติมรายละเอียดหน้าตาในตุงให้ครบถ้วน แล้วติดสัญลักษณ์ตัวสัตว์ในปีนักษัตรลงไป ให้ตรงกับปีเกิดของเราd15

การทำตุงก้าคิง วัสดุหลักใช้กระดาษสาสีขาวอย่างหนา แล้วเปะกระดาษสีลงไปประดับให้ครบถ้วนทั้งสองด้าน หน้าหลัง ดังนั้นลายของทั้งสองด้านจึงต้องเหมือนและตรงกัน
d16

การตอกลายตุงก้าคิงที่วัดพระเกิด ปัจจุบันมีคนที่ทำเป็นไม่กี่คน ลูกหลานคนไหนสนใจไปช่วยกันสืบสานไว้ได้นะจ๊ะ

ตุงก้าคิงแต่ละผืน จะมีความสุงเท่ากับ (หรือใกล้เคียง) เจ้าของผู้ทำ เพื่อใช้เป็นตัวแทนคนคนนั้น แล้วนำไปแขวนไว้ในโบสถ์วัดพระเกิด จนกว่าผืนตุงจะเปื่อยยุ่ยไปเองตามกาลเวลา นับเป็นการสะเดาะเคราะห์วิธีหนึ่ง ตามความเชื่อของชาวบ้านพระเกิด เพราะมีอยูที่นี่ที่เดียวในภาคเหนือ
d19

หลังจากถวายตุงก้าคิงกับท่านเจ้าอาวาสแล้ว ก็ได้เวลานำเข้ามาแขวนภายในโบสถ์วัดพระเกิด โดยตุงนี้จะแขวนอยู่ภายในโบสถ์นานจนกระดาษจะเปื่อยไปเอง ในภาพนี้ ป้าติ๋มและป้าไก่ ช่วยกันโชว์ตุงก้าคิง 3 ยุค ซึ่งมีการพัฒนาความสวยงามและลวดลายขึ้นตามลำดับ รุ่น 1 หน้าตาน่ารักมาก เป็นแบบง่ายๆ มีแต่ตา ปาก และจมูกd20

ตุงก้าคิง ที่แขวนอยู่บนผนังโบสถ์วัดพระเกิด แบ่งกลุ่มตามปีนักษัตรd21

พระประธานในโบสถ์วัดพระเกิด งดงามน่าเลื่อมใส ขนาบข้างด้วยพญานาคสองตนd22

พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพระเกิด เป็นสถานที่เก็บรวบรวมวัตถุโบราณล้ำค่าน่าชมของชุมชน ก่อตั้งขึ้นโดย อาจารย์คำรบ วัชราคม ชาวพัทลุง ผู้เดินทางมาทำงานอยู่ที่น่าน ในตำแหน่งผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคน่าน ทว่าปัจจุบันท่านได้ลาโลกไปแล้ว ฝากไว้แต่ผลงานการอนุรักษ์ภูมิปัญญาของชุมชนวัดพระเกิดแห่งนี้d23

ภายในพิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพระเกิด รวบรวมและจัดแสดงวัตถุโบราณและพระพุทธรูปล้ำค่าจำนวนมาก
d24

พิพิธภัณฑ์ชุมชนบ้านพระเกิด ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยอาจารย์คำรบ วัชราคม เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันd25จากวัดพระเกิด เราตระเวนเที่ยวน่านกันต่อที่ “โฮงเจ้าฟองคำ” ถนนสุมนเทวราช (โทร. 0-5471-0537, 08-9560-6988) ที่นี่เป็นหนึ่งใน โฮง หรือ เรือนไม้เก่าโบราณ ที่ถือว่างดงามที่สุดของเมืองน่านในปัจจุบันd26

ประวัติเล่าว่า เดิมโฮงเจ้าฟองคำ เป็นบ้านพักของเจ้าศรีตุมมา หลานของเจ้ามหาวงศ์ เจ้าผู้ครองนครน่าน องค์ที่ 11 สร้างขึ้นราว พ.ศ.2384-2400 แล้วตกทอดมาเป็นของเจ้าฟองคำ แต่เดิมตัวโฮงเป็นไม้สักประกอบด้วยวิธีใส่สลักไม้ หลังคามุงแป้นเกล็ด ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นกระเบื้องดินขอ ด้านล่างเป็นที่สาธิตการทอผ้า ส่วนบนบ้านเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้ชมอย่างดี คล้ายเราได้ย้อนกลับไปสู่ยุคอดีตครั้งที่เมืองน่านยังเป็นอาณาจักร หรือประเทศอิสระไม่ขึ้นกับสยามที่บางกอก
d27

ห้องพระภายในโฮงเจ้าฟองคำd28ที่ด้านล่างของโฮงเจ้าฟองคำ มีการสาธิตทอผ้า และปักลายผ้าแบบโบราณล้านนาให้ชมทุกวัน
d29 จุดประทับตรา Passport ของ ททท. จุดแรกในวันนี้ คือ ร้านฮักน่าน เบค คาเฟ่ ถนนข้าหลวง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน (โทร. 08-1777-0141) เป็นร้านกาแฟเล็กๆ น่ารัก ตกแต่งย้อนยุคสไตล์วินเทจd30

ภายในร้านฮักน่าน เบค คาเฟ่ น่ารักด้วยการใช้โทนสีอบอุ่น แต่เด่นสุดที่กระเบื้องปูพื้นลายเก๋ไม่ซ้ำกัน ช่วยให้บรรยากาศดูสนุก น่านั่ง พร้อมกับสั่งเครื่องดื่มและเค้กอร่อยๆ มาชิมกันเลย
d31

กระเบื้องปูพื้นของร้านฮักน่าน เบค คาเฟ่ สวยงาม หลากหลาย ไม่เหมือนใคร
d32

เอาล่ะ ได้เวลาเอา สมุด Passport มาให้ทางร้านประทับตรา นี่ถือเป็นจุดแรกของเราเลยนะเนี่ยะ d33 d34

ตราประทับ Passport น่าน Plus แพร่ ของแต่ละร้านจะไม่เหมือนกัน เพราะมีชื่อของร้านกำกับอยู่ด้วย ใครคิดจะมั่ว งานนี้มั่วไม่ได้นะจ๊ะ ขอบอก ฮาฮาฮาd35

ประทับ Passport แล้ว ก็ได้เวลาสั่งเครื่องดื่มมาดับร้อนกันเลยd36

คุณนัท เจ้าของร้านฮักน่าน เบค คาเฟ่ ลงมือชงกาแฟอร่อยๆ ให้เราดื่มด้วยตัวเองเลยล่ะ วันนี้ขอเป็นเอสเปรสโซ่เย็นละกันนะพี่d37

เค้ก Home Made รสนุ่ม และเอสเปรสโซ่เย็น ของร้านฮักน่าน เบค คาเฟ่ ช่วยเพิ่มพลังให้เราออกไปเที่ยวน่านได้ต่อd38

จากในตัวเมืองน่าน เราขับรถออกไปเที่ยวนอกเมืองกันบ้าง ที่ “หอศิลป์ริมน่าน” โดยใช้ถนนน่าน-ท่าวังผา (ทางหลวงหมายเลข 101) ตรง กม.20 (โทร. 08-1989-2912)d39

หอศิลป์ริมน่าน เป็นของ คุณวินัย ปราบริปู ศิลปินชาวน่าน ในเนื้อที่กว่า 13 ไร่ ประกอบด้วยอาคารหอศิลป์ สตูดิโอ และบ้านพักรับรอง ใช้เป็นสถานที่รวมงานศิลป์ร่วมสมัย จัดแสดงผลงานของคุณวินัยเกือบ 200 ชิ้น ในแบบกึ่งถาวร เปิดให้เข้าชมทุกวันพฤหัสบดี-วันอังคาร เวลา 09.00-17.00 น. ค่าเข้าชม 20 บาท/คน
d40

จากหอศิลป์ริมน่าน เราขับรถสบายๆ ไปกราบพระที่ “วัดพระธาตุแช่แห้ง” พระธาตุประจำคนเกิดปีกระต่าย (ปีเถาะ) พุทธสถานศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองน่านมาช้านาน ตั้งอยู่บนเนินสูงเรียกว่า ภูเพียงแช่แห้ง ซึ่งเป็นที่ตั้งตัวเมืองน่านเดิม องค์พระธาตุเป็นสีทองอร่ามงามเด่นด้วยทรงระฆัง คล้ายพระธาตุหริภุญชัยเมืองลำพูน
d41

พระประธานในโบสถ์วัดพระธาตุแช่แห้ง มีขนาดใหญ่มาก พุทธศิลป์งามล้ำน่าเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก

บางคนสงสัยว่า ทำไมพระธาตุแห่งนี้จึงชื่อว่า แช่แห้ง แช่แล้วทำไมแห้ง? ทำไมไม่เปียก? คำตอบอยู่ที่ตำนานเล่าว่า ในอดีตสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เคยเสด็จมาที่นี่ มีคนนำผลไม้มาถวายพระพุทธเจ้า แต่ผลไม้นั้นแห้งแข็งมาก ท่านจึงทรงนำไปแช่น้ำให้นิ่มก่อนจึงเสวยได้ พระพุทธองค์จึงทรงทำนายว่า ต่อไปในอนาคตจะมีพระพุทธศาสนาสถิตมั่นคงขึ้นในดินแดนนี้ และมีองค์พระธาตุสำคัญประดิษฐานอยู่
d42

กราบพระเสร็จแล้ว เราก็กลับเข้าเมืองน่าานอีกครั้ง แต่ด้วยความที่เราเป็นคนรักแมว เลยไปหาที่นั่งชิลกันแถวริมลำน้ำน่าน ที่ “ร้านสุดกองดี” หรือ Cafe’ Soodgongdee ที่มีชื่อเสียงในบรรยากาศร้านน่ารัก แถมยังมีกาแฟอร่อยๆ ให้ชิมด้วย
d44

ร้านสุดกองดี เป็นร้านกาแฟบนเรือนไม้ยกเสาสูง โดยคำว่า “สุดกอง” จริงๆ แล้วแปลว่า “สุดซอย” นั่นเอง หมายความว่าร้านนี้อยู่สุดซอยพอดี ฮาฮาฮา หรืออีกความหมายหนึ่ง “กอง” ในภาษาเหนือแปลว่า “รอคอย” นั่นก็หมายถึง สิ้นสุดการรอคอยที่สุดกองดีไงจ๊ะ

ร้านสุดกองดี เป็น จุดประทับตราใน Passport น่าน Plus แพร่ ของ ททท. ด้วยd45

บรรยกาศอันร่มรื่นใต้เงาไม้ใหญ่ริมลำน้ำน่าน บนดาดฟ้าชั้นสองของร้านสุดกองดี ชิลมากๆ โดยเฉพาะยามเย็น
d46

ภายในร้านสุดกองดี มีรูปวาดแมวและตุ๊กตาแมวตัวเล็กตัวน้อยตกแต่งอยู่ทุกที่ แถมยังมีน้องเหมียวตัวจริงที่เจ้าของร้านเลี้ยงไว้ออกมาเดินรับแขกด้วยนะ ฮาฮาฮาd48

น้ำอัญชัญเย็นชื่นใจ ที่ร้านสุดกองดีd49

เค้ก Home Made แสนอร่อยของร้านสุดกองดีimage-13จุดประทับตรา Passport ททท. จุดต่อมาคือ “บ้านๆ น่านๆ ห้องสมุด & เกสต์โฮม” ของคุณครูต้อม
d51

บ้านๆ น่านๆ เป็นเรือนไม้เก่าสองชั้นแสนคลาสสิก ที่ครูต้อมซื้อมาจากญาติสนิท แล้วดัดแปลงให้เป็นที่พัก ห้องสมุด ร้านกาแฟ ในสไตล์ Relax นั่งชิลอ่านหนังสือ ซดกาแฟกันได้ทั้งวัน เปิดเวลา 08.30-18.00 น. (โทร. 08-9859-5898)d52

ครูต้อม หญิงเก่งผู้มากความสามารถ เจ้าของบ้านๆ น่านๆ ซึ่งเป็นทั้งห้องสมุด ร้านกาแฟ และห้องพักแบบอบอุ่น เป็นกันเอง คนที่รักการอ่านมาเที่ยวที่นี่ มีหนังสือดีๆ ประเทืองปัญญาให้อ่านนับร้อยๆ เล่มจ้าd47

บ้านๆ น่านๆ เป็นจุดประทับตราใน Passport ของ ททท. ด้วยล่ะd53

นั่งอ่านหนังสือตามที่ชอบกันได้ทั้งวัน ที่บ้านๆ น่านๆ ศูนย์รวมหนอนหนังสือตัวจริง

มุมจำหน่ายหนังสือดีๆ ที่คัดสรรมาแล้ว เพื่อการปลูกปัญญาd55

ห้องพักที่บ้านๆ น่านๆ มีทั้งแบบเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ คืนละไม่กี่ร้อยบาท ในสไตล์กันเองเหมือนอยู่บ้านd56

บรรยากาศโถงรวมให้นั่งพักผ่อน บนเรือนของบ้านๆ น่านๆ สวย เรียบ เงียบสงบ เหมาะหนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่มาพักผ่อนอย่างแท้จริงd57

ใครสนใจเรื่องสมุนไพรธรรมชาติ ที่บ้านๆ น่านๆ เขามีผลิตภัณฑ์สมุนไพรหลายชนิดจำหน่ายด้วยนะจ๊ะd58

หลังจากตระเวนเที่ยวน่านกันมาทั้งวัน เมื่ออาทิตย์ลาลับ เราก็ชวนกันมาเดินเที่ยวที่ “กาดข่วงเมืองน่าน” เพราะยามหัวค่ำแบบนี้คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการเดินปล่อยอารมณ์ชมสีสันของชีวิตเนิบช้า เดินหาอาหารพื้นเมืองอร่อยๆ กินเติมพลัง พูดคุยกับคนน่าน ที่ดูใจเย็น ใจดี ยิ้มง่าย น่ารักซะจริงๆ แต่กาดข่วงเมืองน่านที่ด้านข้างวัดภูมินทร์ เขามีเฉพาะคืนวันเสาร์และอาทิตย์เท่านั้นนะจ๊ะ เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00-22.00 น. จ้า

ภารกิจตามล่าประทับตราในสมุด Passport น่าน Plus แพร่ ของ ททท. สำนักงานแพร่ ยังไม่สิ้นสุด วันต่อๆ ไป เราจะออกตระเวนกิน เที่ยว สัมผัสวิถีเรื่องราวอีกมากมายของจังหวัดน่าน แพร่ ไปพร้อมๆ กันนะจ๊ะd60LOGO TAT

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ โทร. 0-5452-1127

Let’s Go to ปาย

ปาย 2

เมื่อสายลมหนาวมาเยือน ก็ได้เวลางัดเสื้อกันหนาวและผ้าพันคอสวยๆ ออกมาใส่ซะที หลังจากต้องเก็บอยู่ในตู้มาเกือบปีแล้ว ทริปนี้ขอแต่งตัวสวยๆ นั่งเครื่องบินและนั่งรถต่อขึ้นเหนือสู่ อำเภอปาย เมืองน้อยในหุบเขาใหญ่ทางตอนเหนือของแม่ฮ่องสอน เป็นเมืองติดชายแดนพม่าที่โอบกอดด้วยธรรมชาติ ม่านหมอกขาวอันหนาวเย็น และมีสายน้ำลำธารใสไหลหล่อเลี้ยงผู้คน และวิถีวัฒนธรรมแห่งปายให้คงอยู่มาหลายชั่วอายุคน

แม้ในรอบหลายปีที่ผ่านมา หลายคนจะบ่นว่าปายบอบช้ำจากธุรกิจคนเมือง ที่นำวิถีอันวุ่นวายเข้าไปทำให้ปายเปลี่ยนไป แต่เชื่อเถอะว่า จิตวิญญาณที่แท้จริงของปายยังคงอยู่ รอยยิ้มของผู้คนที่นี่ยังน่ารัก เปี่ยมสุขเหมือนเคย และที่สำคัญคือ ธรรมชาติของปายช่างบริสุทธิ์จริงๆ โดยเฉพาะในฤดูหนาวอย่างนี้ เหมาะจะชวนก๊วนเพื่อน หรือเกี่ยวก้อยพาคนพิเศษของเราไปรับลมหนาว ตื่นเช้าๆ ไปสูดโอโซนให้โล่งปอดแถวริมแม่น้ำปาย
ปาย 3 ปาย 4

มุมถ่ายรูปน่ารักๆ สำหรับคู่รักหวานแหว๋ว ที่จุดชมวิว ทะเลหมอกหยุนไหลปาย 5

แสงสุดท้ายยามเย็น มองเห็นตัวเมืองปาย จากยอดเขาวัดพระธาตุแม่เย็นปาย 6 ปาย 7

ยามเช้าอันเงียบสงบ อากาศเย็นสดชื่น หายใจได้โล่งปอด ณ ริมลำน้ำปายอันแสนอ่อนโยนปาย 8

ปายในช่วงฤดูหนาว รวงข้าวเปลี่ยนเป็นสีทองพร้อมเก็บเกี่ยวแล้วปาย 9

วิถีการเกี่ยวข้าวด้วยมือแบบคนรุ่นเก่าก่อน ยังพบเห็นได้ที่ สะพานซูตองเป้ปาย 10

สะพานซูตองเป้ จุดถ่ายภาพใหม่ที่ให้ความรู้สึกแบบไทยใหญ่ ผสาผสานกับพม่า และล้านนา
ปาย 11

เณรน้อยที่สะพานซูตองเป้ปาย 12

ห่างจากตัวเมืองปายออกมาประมาณ 9 กิโลเมตรเศษๆ คือที่ตั้งของ สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย เป็นสะพานเหล็กสีเขียวขนาดใหญ่ ทอดข้ามลำน้ำปาย โดยทหารญี่ปุ่นได้มาสร้างไว้ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อลำเลียงทัพขึ้นไปตีพม่า (แต่ไม่สำเร็จ) คล้ายกับสะพานข้ามแม่น้ำแควที่จังหวัดกาญจนบุรีนั่นล่ะ ปัจจุบันสะพานนี้ยังแข็งแรงมั่นคงมาก เราสามารถลงไปเดินชม และถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่ขอเตือนนิดนึงว่า พื้นไม้ที่ใช้ปูทางเดินบนสะพานบางช่วงผุพังไปตามกาลเวลา เดินชมต้องระวังด้วย สมัยก่อนชาวปายเขาใช้สะพานนี้สัญจรไปมาทั้งคนทั้งรถ ทว่าปัจจุบันทางการได้สร้างสะพานคอนกรีตใหม่ อยู่ข้างๆ ให้ใช้แทน สะพานประวัติศาสตร์ก็เลยกลายเป็นจุดท่องเที่ยวไปโดยปริยาย ปาย 13

ในหุบเมืองปายมีวัดที่ควรไปชม คือ วัดน้ำฮู ซึ่งมีบ่อน้ำธรรมชาติผุดขึ้นมาไม่เคยเหือดแห้ง ปัจจุบันทางวัดได้ก่ออิฐล้อมบ่อน้ำไว้ แต่ที่สำคัญคือวัดนี้เป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์องค์ใหญ่ อยู่ด้านหลังโบสถ์ เป็นเจดีย์บรรจุพระอัฐิของสมเด็จพระพี่นางสุพรรณกัลยา (พี่สาว) ของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช โดยพระนางได้ถูกจับไปเป็นองค์ประกันที่เมืองหงสาวดีของพม่า และถูกสังหารในภายหลัง จึงมีผู้แอบนำพระอัฐิ และเส้นพระเกศากลับคืนสู่ผืนดินสยามที่ท่านรักและหวงแหน ปาย 14

ข้าวซอยไก่ปาย อาหารพื้นเมืองยอดฮิต ที่เราต้องลิ้มลอง แนะนำ ร้านน้องเบียร์ (อยู่ใกล้ถนนคนเดิน) โทร. 0-5369-9103 ขอบอกว่าข้าวซอยสูตรนี้น้ำเข้มข้น เครื่องปรุงครบ ใส่น้ำพริกเผาลงไปนิดนึง บีบมะนาวหน่อย คนให้เข้ากัน น้ำซุปจะยิ่งอร่อยถึงใจเลยล่ะ
ปาย 15

ปายเป็นเมืองที่มีอาหารอร่อยให้ชิมเยอะ อาหารเลื่องชื่อคือ “ขาหมู-หมั่นโถว” สูตรจีนยูนนาน ขาหมูแบบนี้ต่างจากที่เรากินกันทั่วไปในลักษณะน้ำซุปสีดำข้นแตกมัน รสออกหวาน แต่ของปายเป็นขาหมูท่อนเล็กๆ ตุ๋นเปื่อยนุ่มกำลังดี น้ำซุปตุ๋นเครื่องยาจีน น้ำใสๆ สีออกแดงๆ กลิ่นหอมชื่นใจ รสชาติไม่หวานจัด หนังหมูละลายในปาก ส่วนเนื้อแดงก็นุ่มนิ่ม กินกับน้ำจิ้มพริกเปรี้ยวๆ แต่ถ้าจะให้ครบสูตรต้องสั่งหมั่นโถว (เหมือนซาลาเปา แต่ลูกยาวรี ไม่มีไส้) มากินคู่กัน

หลายคนบอกว่าไม่อยากกินขาหมู เพราะกลัวอ้วนหรือกลัวคลอเรสเตอร์รอลพุ่งปรี๊ดใสเส้นเลือด ขอบอกว่าไม่ต้องกลัว เพราะคนจีนยูนนานเขาฉลาด รู้จักนำธรรมชาติมาสร้างสมดุลย์ให้อาหาร คือหลังจากกินขาหมู-หมั่นโถวแล้ว ต้องจิบชาอู่หลงตามเพื่อล้างปาก และช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้! ยิ่งช่วงนี้อากาศหนาวๆ ได้ซดน้ำชาร้อนๆ ดูวิวสวยๆ ของปายไปด้วย เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม แนะนำขาหมู-หมั่นโถว ร้านมิตรภาพปาย บ้านสันติชล โทร. 08-0129-9165, 08-1993-2129
ปาย 16

มาเที่ยวปายให้เพอร์เฟ็กต์ ต้องหาเวลาไปเยือน หมู่บ้านจีนสันติชล ซึ่งเป็นชาวจีนตอนใต้ จากมณฑลยูนนานที่อพยพเข้ามาอยู่ในปายเนิ่นนานแล้ว ชวนกันเข้าไปเดินเที่ยวหรือขี่ม้าเล่นในศูนย์วัฒธรรมจีนยูนนาน สร้างเป็นหมู่บ้านจีน มีกำแพงเมืองจีนจำลอง ให้ปีนป่ายขึ้นไปถ่ายรูปชมวิวสุดเก๋ ที่นี่มีร้านน้ำชา ร้านอาหาร ร้านขายของ Souvenirs และร้านถ่ายรูป ให้เราลองใส่ชุดจีนเป็นฮ่องเต้ มเหสีแบบจีน แอ็กท่าถ่ายภาพร่วมกับก๊วนเพื่อนๆ แบบขำๆ สุดยอดไปเลย!

ปาย 17 ปาย 18 ปาย 19

ชิมชาอู่หลงบำรุงสุขภาพ ที่หมู่บ้านจีนสันติชลปาย 20 ปาย 21

เสน่ห์ที่ทำให้ปายมีชื่อเสียง ดึงดูดผู้คนจากทั่วสารทิศมาสัมผัส ไม่ใช่มีแค่ถนนคนเดินเก๋ๆ แต่ปายมีเรื่องราวแง่มุมอื่นให้ค้นหามากกว่านั้น เพราะเมืองปายเป็นเมืองเก่าแก่ก่อนประวัติศาสตร์ล้านนา สังเกตได้จากวัดวาอารามโบราณหลายแห่ง ซึ่งเก่าจนหาบันทึกช่วงเวลาสร้างแน่ชัดไม่ได้เลยทีเดียว

            พระธาตุแม่เย็น ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง มองลงไปจะเห็นหุบเขาเมืองปายและแม่น้ำไหลผ่าน เมื่อมองเลยไปอีกจะเห็นแนวเทือกเขาใหญ่ ที่ตั้งของหมู่บ้านจีนสันติชล ทางขึ้นไปชมทะเลหมอกหยุนไหลนั่นเอง พระธาตุแม่เย็นเก่าแก่มาก ไม่มีบันทึกแน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด เป็นพระธาตุเล็กๆ 3 องค์อยู่ด้วยกัน ผู้คนนิยมมานมัสการกราบไหว้ขอพร แล้วชวนกันเดินขึ้นบันไดต่อไปยังส่วนสูงสุดของยอดเขานี้ เป็นที่ประดิษฐานองค์พระพุทธรูปสีขาวขนาดยักษ์ในท่าปางสมาธิ จากจุดนี้มองไปทางทิศตะวันตก จะเห็นเมืองปายอยู่เบื้องล่างอย่างเต็มตา โดยเฉพาะช่วงเย็นจะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่งามสุดๆ เลย

ปาย 22 ปาย 23

หนึ่งในไฮไลท์ของการไปเที่ยวปายก็คือ การได้มีโอกาสไปเดินชิลเที่ยวชม ถนนคนเดินปาย ซึ่งจัดกันประจำทุกวัน ตั้งแต่หกโมงเย็นถึงเที่ยงคืน โดยปิดถนนชัยสงคราม เริ่มจากที่ว่าการอำเภอปาย ลงไปจนถึงลำน้ำปายเลยล่ะ บริเวณที่ว่าถือเป็นย่าน Down Town ของปายอย่างแท้จริง เพราะเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกหลากหลายละลานตา มีร้านอาหาร บาร์ และเกสต์เฮาส์ให้เลือกเพียบ

ปาย 24 ปาย 25

 ถนนคนเดินปายมีบ้านเรือนสองฟากฝั่งเป็นเรือนไม้สวยงาม ชวนให้นึกถึงวันเก่าๆ เรือนไม้เหล่านี้ได้รับการแต่งแต้มโดยศิลปะร่วมสมัย มีการทาสี ประดับโคมไฟ วาดรูปลวดลายเก๋ๆ น่ารักๆ จนกลายเป็นมุมถ่ายภาพน่าหลงใหล คือหลังจากตระเวนเที่ยวปายกันมาตลอดวันแล้ว พอพระอาทิตย์เริ่มอัสดง ก็เวลาออกมาเดินช็อปปิ้งกัน เต็มไปด้วยเสื้อยืด, โปสการ์ด, ผ้าชาวเขา, ผ้าพันคอกันหนาว, งานศิลปหัตถกรรมทำมือ ตุ๊กตา หมวก รองเท้า ถุงย่าม พวงกุญแจ ฯลฯ ป้ำลวดลายคำว่าปายไว้เป็นที่ระลึก ปาย 26 ปาย 27

Tourist’s Guide

เวลาน่าเที่ยว : เที่ยวได้ตลอดปี แต่อากาศเย็นสบาย ฟ้าใสสุด ต้องเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

การเดินทาง : บินกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จากนั้นมีหลายทางเลือก เช่น นั่งรถบัสเชียงใหม่-ปาย, นั่งรถตู้เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน-ปาย หรือถ้าเช่ารถยนต์ขับชมวิวไปเองจากเชียงใหม่ ต้องใช้ทางหลวงหมายเลข 108 จากเชียงใหม่ผ่านอำเภอหางดง สันป่าตอง จอมทอง ฮอด แม่สะเรียง แม่ลาน้อย และขุนยวม ถึงอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน รวม 349 กิโลเมตร เป็นทางตัดขึ้นเขาสูง วิวสวยงามแต่คดเคี้ยวถึง 1,846 โค้ง! แล้วขับรถต่อจากอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน-ปาย อีก 111 กิโลเมตร แต่ถ้าทนนั่งรถนานขนาดนั้นไม่ไหว แนะนำให้นั่งเครื่องบินจากเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน โดย Kan Air โทร. 0-2551-6111 www.kanairlines.com แล้วค่อยนั่งรถต่อไปปาย ยังทุ่นระยะทางได้ครึ่งหนึ่ง

หลับสบาย : แนะนำที่พักหรูมีระดับแนวบูติก แถมวิวสวยเป็นธรรมชาติสุดๆ ที่ปาย คือ Belle Villa โทร. 0-5369-8226-7, 0-2693-3952-3 www.bellevillaresort.com/pai/

More info : www.อําเภอปาย.com / ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน โทร. 0-5361-2982-3

Tips : ขอแนะนำ วิธีแก้เมารถ เพราะทริปนี้ต้องนั่งรถผ่านเขาสูงคดเคี้ยว อย่างแรกคือไม่ควรนั่งเบาะหลัง, ควรมองออกไปไกล ไม่เพ่งสายตาอยู่กับวิวใกล้รถ, ไม่หันซ้ายหันขวาบ่อย, ควรกินยาแก้เมารถ 1 เม็ด ล่วงหน้า 30 นาทีก่อนรถออก และวิธีสุดท้ายที่แปลกดี คือให้เอาแผ่นพลาสเตอร์ หรือกอเอี๊ยะปิดสะดือ! จริงไม่จริงให้ลองไปทำกันดูนะ ไม่อันตราย มีหลายคนบอก work!

ตามรอยพิพัฒน์ อัศจรรย์แห่งขุนเขา ชวนแอ่วดอย ตามรอยพ่อหลวง

สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 2

เชียงใหม่ ในช่วงฤดูหนาวเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย สดชื่น ดอกไม้ผลิบานทั่วไปหมด โดยเฉพาะบนดอยสูงและโครงการหลวง พืชผักผลไม้ดกงาม รสชาติก็อร่อย ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ชวนให้ผู้คนเดินทางมาเยือนเชียงใหม่อย่างล้นหลาม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ จึงจัดแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวโครงการหลวง ในมิติของการท่องเที่ยวเพื่อการเรียนรู้ ทั้งด้านวิถีเกษตร การรักษาสิ่งแวดล้อม และวิถีชุมชน โดยเฉพาะโครงการหลวง (Royal Project) ที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานให้ชาวไทยในภาคเหนือได้มีอาชีพมั่นคง มีรายได้ และสามารถเลี้ยงตนเองได้
สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 3 สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 4.1

คุณวิสูตร บัวชุม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า เชียงใหม่นอกจากจะมีภูมิอากาศ ภูมิประเทศเหมาะสมต่อการทำเกษตรแล้ว ยังมีธรรมชาติสวยงาม สามารถท่องเที่ยวได้ทั้งสามฤดู โดยในส่วนของโครงการหลวงนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 มีหม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ ในตำแหน่งผู้อำนวยการ
สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 4

ทุกวันนี้โครงหลวงในพระราชดำริของเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง มีอยู่กว่า 20 แห่ง มีบทบาทช่วยเหลือส่งเสริมด้านอาชีพแก่ผู้คนบนดอยสูง ให้หยุดถางป่าทำไร่เลื่อนลอย หรือปลูกฝิ่น หันมาปลูกพืชผักผลไม้และดอกไม้เมืองหนาว ส่งขาย สร้างรายได้อย่างยั่งยืนกว่า ททท. จึงได้จัดเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงโครงการหลวงหลายแห่งเข้าด้วยกัน ในชื่อ “ตามรอยพิพัฒน์ อัศจรรย์แห่งขุนเขา” นำคนมาเที่ยวในมุมมองใหม่ ให้เกิดการเรียนรู้ และความประทับใจไปพร้อมกัน สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 5

เส้นทางท่องเที่ยว ตามรอยพิพัฒน์ อัศจรรย์แห่งขุนเขา มี 6 เส้นทางให้เลือก คือ

  1. เส้นทางชวนแอ่วดอย ตามรอยพ่อหลวง “เส้นทางอ่างขาง-เชียงดาว-ห้วยลึก” (สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง-ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยลึก)
  2. เส้นทางชวนกันแอ่วดอย ตามรอยพ่อหลวง “เส้นทางจอมทอง-อินทนนท์-แม่แจ่ม” (สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์-ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง)
  3. ขวนกันแอ่วดอย ตามรอยพ่อหลวง “เส้นทางแม่โถ-ห้วยต้ม” (ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่โถ)
  4. ชวนกันแอ่วดอย ตามรอยพ่อหลวง “เส้นทางแม่ริม-สะเมิง” (ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย-สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์-สถานีเกษตรหลวงปางดะ-อุทยานหลวงราชพฤกษ์)
  5. ชวนกันแอ่วดอย ตามรอยพ่อหลวง “เส้นทางวัดจันทร์-กัลยาณิวัฒนา” (ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์-อำเภอกัลยาณิวัฒนา)
  6. ชวนกันแอ่วดอย ตามรอยพ่อหลวง “เส้นทางห้วยฮ่องไคร้-ตีนตก” (โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ-ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก-ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงป่าเมี่ยง-โครงการพระราชดำริบ้านทุ่งจี้)

สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 6 สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 7 สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 8 สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 9

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2522 เน้นการศึกษาวิจัยและขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว มีโรงเรือนและสวนสวยให้นักท่องเที่ยวชื่นชมตลอดปี โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ จะมีดอกไม้ผลิบานงดงามที่สุด

สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 10 สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 11

ดอกกุหลาบพันปี (Rhododendron spp.) ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 12

White Rhododendron หรือคำขาว ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์
สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 13

ดอกลิลลี่ ที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 14 สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 15

กล้วยไม้รองเท้านารีปีกแมลงปอที่ใกล้สูญพันธุ์ ก็มีให้ชมที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์
สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 16

สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 17 สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 18

บนดอยอินทนนท์มีงานวิจัยประมงบนที่สูง นำพันธุ์ปลาน้ำจืดจากเมืองหนาวมาเพาะเลี้ยง เพื่อส่งเสริมอาชีพ และปรุงเป็นเมนูอาหารรสเลิศในราคาไม่ธรรมดาสถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 19

บ่อเลี้ยงปลา Rainbow Trout และปลา Russian Sturgeon บนดอยอินทนนท์สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 20

ดูกันชัดๆ หน้าตาปลา Rainbow Trout จากเมืองนอกมันเป็นอย่างนี้เอง พวกมันชอบอยู่ในน้ำเย็นอุณภูมิไม่เกิน 20 องศาเซลเซียส และต้องเป็นน้ำสะอาดที่ไหลถ่ายเทตลอดเวลาซะด้วย จริงๆ แล้วปลาชนิดนี้เป็นตระกูลเดียวกับปลาแซลมอน ตามธรรมชาติจึงต้องออกไปอาศัยหากินอยู่ในทะเล แล้วว่ายน้ำกลับเข้ามาวางไข่ในแหล่งน้ำจืดที่มันถือกำเนิดขึ้นมา  พบได้ทั่วไปในมหาสมุทรแปซิฟิกในทวีปเอเชีย และทวีปอเมริกาเหนือ สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 21

ปลา Russian Sturgeon เมื่อโตเต็มที่มีความยาวได้ถึง 2.3 เมตร ตัวผู้และตัวเมียดูภายนอกเหมือนกันเปี๊ยบ ถ้าจะแยกเพศต้องจับไปทำอัลตร้าซาวด์ดู ตามธรรมชาติเราสามารถพบปลาชนิดนี้ได้ที่ทะเลสาบแคสเปียน, ประเทศอาเซอร์ไบจาน, บัลแกเรีย, จอร์เจีย, อิหร่าน, โรมาเนีย, คาซักสถาน, รัสเซีย, ตุรกี, ยูเครน และเติร์กเมนิสสถานสถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 22

ไข่คาร์เวีย หรือไข่ปลาสเตอร์เจียน ขวดแค่นี้ราคาถึง 5,000 บาท ถ้า 1 กิโลกรัม ราคาแพงถึง 50,000 บาท!สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 23

ฮาฮาฮา ปลา Rainbow Trout ที่เราเพิ่งไปดูที่บ่อเลี้ยงในตอนเช้า พอมื้อเที่ยงก็ถูกทอดกระเทียมมาเสิร์ฟในจานแล้ว
สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 24

นี่ก็เสต็กปลา Russian Sturgeon เนื้อนุ่ม แต่แน่นสู้ปาก รสชาติคล้ายเนื้อปลาแซลมอนมากๆ
สถานีเกษตรหลวง อินทนนท์ 25

ปิดท้ายมื้อเที่ยงที่สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ด้วยเมนูสรอว์เบอร์รี่แสนอร่อยโครงการหลวง ขุนวาง 1

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง อยู่ที่ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงฤดูหนาวดอกไม้เบ่งบานหลากสีหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระเมืองไทย สาวๆ แอบแต่งตัวด้วยชุดยูกาตะแบบญี่ปุ่นไปถ่ายภาพกับนางพญาเสือโคร่ง ถ้าไม่บอกนึกว่านี่คือญี่ปุ่นแท้ๆ เลยนะเนี่ยะ!
โครงการหลวง ขุนวาง 2โครงการหลวง ขุนวาง 3

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง เปิดดำเนินการปี พ.ศ. 2528 เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวเขาเผ่าม้งและปกากะญอ ปัจจุบันมีชื่อเสียงมากเกี่ยวกับพืชผักเมืองหนาว และป่าซากุระช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์
โครงการหลวง ขุนวาง 4โครงการหลวง ขุนวาง 5โครงการหลวง ขุนวาง 6โครงการหลวง ขุนวาง 7โครงการหลวง ขุนวาง 8

ซากุระขุนวางโครงการหลวง ขุนวาง 9โครงการหลวง ขุนวาง 10

แอ่วเมืองเหนือ เหมือนได้ไปเมืองนอก กับดอกซากุระโครงการหลวงขุนวางนั่นเองเจ้า
โครงการหลวง ขุนวาง 11โครงการหลวง หนองหอย 1

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ตำบลแม่ริม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2512 มีชื่อเสียงในเรื่องการผลิตพืชผักผลไม้เมืองหนาว ส่งขายทั้งในตัวเมืองเชียงใหม่และกรุงเทพฯ โดยเฉพาะผักปลอดสารพิษ และผักปลอดภัยต่างๆโครงการหลวง หนองหอย 2โครงการหลวง หนองหอย 3

ท่านผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย นำชมแปลงปลูกผักไร้ดินโครงการหลวง หนองหอย 4

ผักไร้ดินใบดกงอกงามดีเหลือเกินโครงการหลวง หนองหอย 5โครงการหลวง หนองหอย 6.1

มะเขือเทศปลอดสารพิษพวงใหญ่เบ้อเริ่ม น่าหม่ำมากๆ ที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยโครงการหลวง หนองหอย 6

แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตอย่าง “ม่อนแจ่ม” จริงๆ แล้วก็อยู่ในพื้นที่ส่วนหนึ่งของโครงการหลวงหนองหอย ดอยม่อนแจ่มมีลักษณะเป็นจุดชมวิวสันเขา สามารถมองเห็นได้รอบด้านแบบ 360 องศา ทั้งทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก มีสวนดอกไม้ละลานตา พร้อมด้วยร้านอาหารให้นั่งจิบกาแฟ และชาสมุนไพร 7 ชนิดโครงการหลวง หนองหอย 7โครงการหลวง หนองหอย 8

เทือกเขาสลับซับซ้อน มองจากจุดชมวิวดอยม่อนแจ่มโครงการหลวง หนองหอย 9

ดอกไม้เมืองหนาวสะพรั่งบานละลานตา ที่ม่อนแจ่ม ในฤดูหนาว
โครงการหลวง หนองหอย 10

จุดชมวิวดอยม่อนแจ่ม
โครงการหลวง หนองหอย 11

ผักเมืองหนาว ดอยม่อนแจ่มโครงการหลวง หนองหอย 12

ทุ่งดอกไม้ ดอยม่อนแจ่มโครงการหลวง หนองหอย 13

ศาลาชมวิววันฟ้าใสในฤดูหนาว ที่ดอยม่อนแจ่มโครงการหลวง หนองหอย 15

ดอกป๊อปปี้สีแดงชาติ ที่สวนดอกไม้ม่อนแจ่มโครงการหลวง หนองหอย 16โครงการหลวง หนองหอย 17โครงการหลวง หนองหอย 18

ความงาม ณ มุมเล็กๆ มุมหนึ่งของธรรมชาติสวนดอกไม้ ดอยม่อนแจ่มโครงการหลวง หนองหอย 19

แปลงพืชผัก ดอยม่อนแจ่มโครงการหลวง หนองหอย 20

แปลงผักขั้นบันได ดอยม่อนแจ่มโครงการหลวง หนองหอย 21

หนาวแล้ว ชวนเพื่อนๆ มาเที่ยวม่อนแจ่มกันเถอะเราโครงการหลวง หนองหอย 22

กิจกรรมสุดฮิตของดอยม่อนแจ่มก็คือ การขี่รถฟอร์มูล่าม้ง! เป็นรถไม้ทำเอง ที่ชาวม้งประดิษฐ์ขึ้นมา รถนี้ไม่มีพวงมาลัย เวลาจะเลี้ยวต้องใช้ขาขวาหรือซ้ายดันคานล้อหน้าเอาเอง ส่วนการเบรคหยุดรถ หรือจะให้มัมวิ่งเร็ว ช้า แค่ไหน เขาใช้คานไม้โยกที่อยู่ตรงกลางนั่นล่ะ ถ้าผลักไปข้างหน้าแสดงว่าวิ่งเร็วจี๋ แต่ถ้าดึงคันบังคับเข้าหาตัว แสดงว่าต้องการให้รถเบรคจ้า
โครงการหลวง หนองหอย 23

เจ้าตัวน้อย ลูกหลานชาวม้ง มารอรับนักท่องเที่ยวอยู่ที่ลานจอดรถฟอร์มูล่าม้งโครงการหลวง หนองหอย 24

ยำสรอว์เบอร์รี่ อาหารเมนูยอดฮิตที่ดอยม่อนแจ่มโครงการหลวง หนองหอย 25

ไม่ไกลจากดอยม่อนแจ่ม และโครงการหลวงหนองหอย มีไร่สตรอว์เบอร์รี่ของเอกชนให้เราเข้าไปชม ชิม ช้อป หลายแห่ง แต่แนะนำว่าไม่ควรเก็บกินจากต้น เพราะส่วนใหญ่ฉีดยาฆ่าแมลงไว้จ้า ต้องเอามาแช่น้ำล้างให้สะอาดก่อนนะโครงการหลวง หนองหอย 26โครงการหลวง หนองหอย 27โครงการหลวง หนองหอย 28

สตรอว์เบอร์รี่หวานฉ่ำ กลิ่นหอมฉุย ที่หนองหอยโครงการหลวง หนองหอย 29โครงการหลวง หนองหอย 30โครงการหลวง ปางดะ 1สถานีเกษตรหลวงปางดะ ตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ เดิมเคยเป็นสถานีทดลองข้าวไร่และธัญพืชเมืองหนาว ปัจจุบันโดดเด่นด้านการวิจัย ปรับปรุงพันธุ์ และผลิตพืชผลเมืองหนาวส่งขายทั่วประเทศ อาทิ กีวี่, มะเดื่อฝรั่ง, องุ่นไร้เมล็ด, เสาวรส, ราสพ์เบอร์รี่, มัลเบอร์รี่, อาโวกาโด้, ลิ้นจี่, มะเฟือง, เชอร์รี่สเปน ฯลฯ แถมยังมีบ้านพักให้ไปนอนค้างคืน สัมผัสธรรมชาติวิถีเกษตร Agro-tourism กันอย่างเต็มอิ่มเลยจ้า
โครงการหลวง ปางดะ 2โครงการหลวง ปางดะ 3โครงการหลวง ปางดะ 4

ปัจจุบันนี้ ท่านหัวหน้าสถานีเกษตรหลวงปางดะ ได้สั่งดอกกุหลาบกว่า 20-30 ชนิด เข้ามาจากประเทศเนเธอร์แลนด์โดยตรง เพื่อนำมาเพาะเลี้ยง ทั้งเพื่อประโยชน์ในการตัดดอก และนำมาทำเป็นอาหารเมนูดอกกุหลาบปลอดสารพิษอย่างแท้จริง
โครงการหลวง ปางดะ 5โครงการหลวง ปางดะ 6

กุหลาบเนเธอร์แลนด์สีหวานซึ้ง ที่โครงการหลวงปางดะโครงการหลวง ปางดะ 7โครงการหลวง ปางดะ 8โครงการหลวง ปางดะ 9โครงการหลวง ปางดะ 10โครงการหลวง ปางดะ 11โครงการหลวง ปางดะ 12
logo123-300x300Special Thanks : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง สนับสนุนการเดินทางเป็นอย่างดี สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-5324-8604-5 ทุกวัน ในเวลา 08.30-16.30 น.

ตื่นตาตื่นใจ ไปเดินบนยอดไม้ Canopy Walk เชียงใหม่

canopy เชียงใหม่ 2

นับตั้งแต่เปิดตัวมาเมื่อปี พ.ศ. 2536 สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ หรือ Queen Sirikit Botanic Garden อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ก็กลายเป็นแหล่งศึกษาวิจัย แหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวของคนรักธรรมชาติ ไปได้อย่างรวดเร็ว ยิ่งกว่านั้น เมื่อเดือนธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา ทางสวนได้มีการเปิดเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติบนเรือนยอดไม้แห่งใหม่ล่าสุดของไทย ในชื่อ Canopy Walks Flying Draco Trail โดยนำชื่อของเจ้ากิ้งก่าบินชนิดหนึ่งที่พบในผืนป่าบริเวณนี้ มาเป็นกิมมิคน่ารักๆ ด้วย

ทริปนี้ Go Travel Photo ได้รับเกียรติจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ และ ททท. ภูมิภาคภาคเหนือ ร่วมกันเดินทางไปสัมผัสเส้นทางเดินชมป่าบนเรือนยอดสูงลิบ คงน่าตื่นเต้นไม่เบาเลย
canopy เชียงใหม่ 3 canopy เชียงใหม่ 4

หน้าหนาวฟ้าใสปิ๊ง เป็นฤกษ์ดีที่เราจะไปเดินบนเส้นทาง Canopy Walks ที่ยาวที่สุดในเมืองไทยกันล่ะ เขาบอกว่ายาวกว่า 400 เมตรทีเดียว เป็นสะพานเหล็กปลอดสนิมอย่างแข็งแรง อยู่สูงจากพื้นกว่า 20-30 เมตรเลย! ว้าว!canopy เชียงใหม่ 5

จากอาคารจุดเริ่มต้นเดินเข้าสู่ Canopy Walks แค่เห็นครั้งแรกก็ตื่นเต้นแล้ว เพราะวิวแบบพาโนรามาบนยอดไม้นี้ ช่างกว้างไกล เห็นเรือนยอดป่าทอดตัวออกไปราวกับผืนพรมสีเขียว โดยมียอดเขาสูงอยู่ด้านหลังcanopy เชียงใหม่ 6

เดินเที่ยวบน Canopy Walks ขอบอกว่าไม่ต้องรีบ เดินไปช้าๆ ไม่ต้องกลัว เพราะโครงเหล็กแข็งแรงมาก ไม่มีอาการสั่นเลย หยุดชมนกชมไม้ ศึกษาพืชพรรณกันไปเรื่อยๆ เพื่อเข้าใจธรรมชาติให้มากขึ้น แต่ก็มีกฎอยู่นิดนึงคือ ห้ามอยู่ในจุดเดียวกันเกิน 5 คน เพราะเขาต้องกระจายน้ำหนักให้ดีนั่นเองcanopy เชียงใหม่ 7

สุดยอดความเจ๋งอีกอย่างของเส้นทาง Flying Draco trail ก็คือ ในบางจุดจะมีระเบียงแก้วใสยื่นออกไปจากตัวสะพานเหล็ก ให้เราชมวิวได้ตื่นเต้นสุดๆ แต่ก็มีข้อควรระวังคือ ห้ามเข้าไปยืนบนกระจกใสนี้พร้อมกันหลายคน และไม่ควรไปยืนในช่วงที่ฝนตก เพราะกระจกจะลื่นนั่นเองcanopy เชียงใหม่ 8 canopy เชียงใหม่ 9 canopy เชียงใหม่ 10

ช่วงแรกของเส้นทางเดินบนยอดไม้ นอกจากจะเห็นป่าเบญจพรรณผลัดใบที่ภูเขาด้านหลังแล้ว ใกล้ๆ กับเส้นทาง ยังมีพรรณไม้ให้ชื่นชมหลากชนิด อาทิ เสี้ยวเครือ เป็นพรรณไม้จำพวก Bauhinia (สกุลชงโค) ที่ทอดเลื้อยไปบนเรือนยอดต้นไม้ใหญ่ และจะออกดอกสีขาวสะอาดหมดจด เฉพาะในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น
canopy เชียงใหม่ 11

ดอกเสี้ยวเครือcanopy เชียงใหม่ 12

ดอกแคป่า ที่พบบนเส้นทาง Canopy Walkscanopy เชียงใหม่ 13

เมื่อลมหนาวมาเยือน ป่าเบญจพรรณใกล้ๆ กับเส้นทาง Canopy Walks ก็เริ่มผลัดใบเป็นสีส้ม สีเหลือง สีแดง แซมสลับกับยอดไม้สีเขียวสดอย่างน่าตื่นตาcanopy เชียงใหม่ 14

เส้นทางนี้เหมาะอย่างมากสำหรับการมาใช้เวลาร่วมกับธรรมชาติ โดยเฉพาะยามเช้าจะมีนกป่าหลายชนิด
canopy เชียงใหม่ 15
canopy เชียงใหม่ 16

ในอดีตป่าเบื้องล่าง Canopy Walks เป็นป่าเสื่อมโทรมที่เคยถูกชาวบ้านถาง แต่เมื่อได้รับการฟื้นฟู สังคมป่าเบญจพรรณ ที่มักผลัดใบในฤดูแล้ง ก็จะเริ่มกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้งcanopy เชียงใหม่ 17

นี่คือป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับกิ้งก่าบิน เจ้าของฉายาเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติบนยอดไม้สายนี้canopy เชียงใหม่ 18

ทั้งตื่นเต้น ทั้งสนุก นี่คือประสบการณ์ในชีวิตที่เด็กๆ จะไม่มีวันลืมcanopy เชียงใหม่ 19

ในช่วงสุดท้ายของเส้นทางเดินบนยอดไม้ เมื่อมองกลับไป จะเห็นสะพานเหล็กในช่วงแรกที่เราเดินผ่านมาแล้ว เพิ่งรู้ว่าที่แท้มันสูงจากพื้นไม่ใช่เล่นเลยนะเนี่ยะ! เสียว แต่ก็สนุกตื่นเต้นดี
canopy เชียงใหม่ 20

จากสะพานเดินศึกษาธรรมชาติบนยอดไม้ เดินเล่น หรือนั่งรถต่อไปอีกแค่ 300 เมตร ก็จะถึงบริเวณหมู่อาคารเรือนกระจก และสวนไม้ดอกไม้ประดับสวยๆ ของสวนสมเด็จฯ ใครใคร่เก็บภาพประทับใจไว้อย่างเดียวเราก็ไม่ว่ากัน แต่ใครที่มุ่งมาศึกษาหาความรู้เรื่องพฤกษศาสตร์โดยตรง ก็คงต้องใช้เวลาเป็นวันๆ เพราะเขามีทั้งโรงเรือนป่าดิบชื้น, สวนขิงข่า, โรงเรือนไม้กินแมลง, โรงเรือนพืชทะเลทราย, โรงเรือนบัว, โรงเรือนกล้วยไม้, โรงเรือนเฟิน ฯลฯ สนุกแน่canopy เชียงใหม่ 21 canopy เชียงใหม่ 22 canopy เชียงใหม่ 23 canopy เชียงใหม่ 24 canopy เชียงใหม่ 25 canopy เชียงใหม่ 26 canopy เชียงใหม่ 27 canopy เชียงใหม่ 28 canopy เชียงใหม่ 29 canopy เชียงใหม่ 30 canopy เชียงใหม่ 31

สอบถามเพิ่มเติมที่ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โทร. 0-5384-1234 www.qsbg.org/Garden_n.htm
logo123-300x300Special Thanks : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ สนับสนุนการเดินทางเป็นอย่างดี สนใจสอบถามโทร. 0-5324-8604-5