ภาคตะวันออก

ดำน้ำตามหาปลาการ์ตูน ปลาน่ารักแห่งเกาะผี จ.ตราด

ดำน้ำเกาะผี 1

ทะเลเป็นของปลา ฟ้าเป็นของนก แต่ทริปนี้เราจะพาคนชื่อ “หมอนก” ไปดำน้ำดูปลาการ์ตูนในทะเลกันที่เกาะผี ฮาฮาฮาเกาะผี 1

เกาะผี เป็นเกาะเล็กๆ คล้ายกองหินโผล่พ้นน้ำ รอบเกาะไม่มีหาดทราย มีแต่โขดหินขรุขระที่มีหอยนางรมเกาะอยู่นับไม่ถ้วน มองเผินๆ เหมือนจะไม่มีอะไร แต่โลกใต้น้ำรอบเกาะผีนั้นสุดยอดจริงๆอ่าวพระ 2ทริปดำน้ำเที่ยวเกาะผีในวันนี้ จริงๆ แล้วเป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ Castaway @Low Carbon Island 2016 ของ อพท. หรือ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) เพื่อนำเรามาลั้นลาสัมผัสเกาะหมาก และหมู่เกาะใกล้เคียง ให้เห็นทั้งในด้านความงาม ความอุดมสมบูรณ์ และวิถีชีวิตคนบนเกาะ ที่ยังคงผูกพันกับทะเล กินอยู่เรียบง่าย ภายใต้แนวคิด “ปลดปล่อยคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศโลกให้น้อยที่สุด”

อ่าวพระ 3

การจะไปดำน้ำที่เกาะผี ใกล้สุดต้องลงเรือที่อ่าวพระ ทางชายฝั่งด้านทิศเหนือของเกาะหมาก

คนบนเกาะหมากเล่าให้ฟังว่า สำหรับนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ เวลามาเที่ยวเกาะหมากแล้วซื้อแพ็กเกจดำน้ำแบบ One Day Trip ก็จะได้ไปแค่หมู่เกาะรัง ไม่ค่อยมีใครได้มาเกาะผี คนที่มีโอกาสไปเที่ยวเกาะผี จึงเป็นเพื่อนสนิทของคนบนเกาะหมากเท่านั้น วันนี้เราจึงโชคดีมากๆ
นั่งเรือไปเกาะผี 2

เรือมุ่งหน้าออกจากอ่าวพระ ตรงดิ่งสู่เกาะผี คุณลุงหมายคนขับเรือบอกว่าไม่เกิน 20 นาที เดี๋ยวก็ถึง
นั่งเรือไปเกาะผี 4

หลังจากดำน้ำดูปะการังกันที่อ่าวผ่องของเกาะหมาก ในช่วงเช้าแล้ว บ่ายวันนี้คุณไมเคิล ซึ่งมีรีสอร์ทเล็กๆ อยู่ที่อ่าวผ่อง ก็มาร่วมแจมทริปด้วย ทำให้ Project Castaway สำรวจเกาะผีในบ่ายนี้ของเรา น่าสนุกยิ่งขึ้นนั่งเรือไปเกาะผี 5

ก่อนถึงเกาะผี มองไปทางซ้ายมือคือ อ่าวลอม หนึ่งในอ่าวอันเงียบสงบของเกาะหมาก ทว่าไม่มีทางรถยนต์เข้าถึง ต้องใช้เรือเท่านั้น โลกใต้น้ำของอ่าวลอมจึงยังสมบูรณ์มากอ่าวลอม 2

อ่าวลอม มีหาดทรายขาวทอดยาวเคียงคู่ทิวมะพร้าวโอนเอน เป็นธรรมชาติสุดๆ เพราะไม่มีที่พักหรือรีสอร์ทอะไรเลย แถมใต้น้ำยังมีปะการังแข็งอยู่ดาษดื่นเกาะผี 2

เรือวิ่งเลยอ่าวลอมมานิดเดียว ก็ถึง เกาะผี เกาะเล็กๆ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกองหินขนาดใหญ่โผล่ขึ้นเหนือน้ำ บางส่วนของเกาะเป็นกองหินยอดแหลมๆ ที่มีหอยนางรมเกาะอยู่นับไม่ถ้วน สมัยก่อนคนที่เกาะหมากจะล่องเรือออกมาเกาะผี พร้อมกับเตรียมเหล็กปลายแหลมเรียกว่า สับปะนก มาเพื่อแงะหอยนางรมกินกันสดๆ แกล้มกับยอดกฐินอ่อน และมะนาว แหม.. เขาว่าแซ่บหลายเด้อ!
ดำน้ำเกาะผี 3

ถึงเกาะผีแล้วจะรีรออยู่ใย วันนี้อากาศดี แดดไม่ร้อน คลื่นลมสงบ น้ำใส ทัศนวิสัยการมองเห็นได้น้ำกว้างไกล หมอนกสาวสวยโดดลงน้ำเป็นคนแรกดำน้ำเกาะผี 4

น้ำรอบเกาะผีไม่ลึก ตื้นแค่ 3-5 เมตร ทำให้ดำน้ำดูปะการังง่ายมาก ส่วนใหญ่เป็นปะการังแข็งหลากชนิดหลากสี ราวกับป่าใต้น้ำอันลึกลับ เป็นที่อยู่อาศัย หลบภัย หากิน แพร่พันธุ์ ของสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนดำน้ำเกาะผี 5

คุณไมเคิล เอากล้องถ่ายภาพใต้น้ำตัวใหญ่คู่ใจ ดำดิ่งลงไปช่วยเก็บภาพโลกใต้น้ำของเกาะผี มาให้เราชมกันปลาผีเสื้อปากยาว

แค่โดดลงน้ำไปไม่นาน ก็มี ปลาผีเสื้อปากยาว (Beak Butterflyfish) หลายตัว ว่ายน้ำมาทักทายเราแล้ว น่ารักมากๆปะการังโขด 1

โลกใต้น้ำของเกาะผี เต็มไปด้วยความหลากหลายของปะการังแข็งหลากชนิด โดยเฉพาะปะการังโขด (Mountain Coral หรือ Finger Coral) นับว่าโดดเด่นมีจำนวนมากที่สุด พวกมันดึงแคลเซียมคาร์บอเนตมาจากทะเล เพื่อสร้างโครงสร้างแข็งให้ตัวเองอยู่รอด บ้างเป็นสีเหลือง สีน้ำตาล และสีชมพูอ่อน ราวกับเขาวงกตใต้น้ำอย่างไรอย่างนั้น!ปะการังโขด 2

ในปะการังโขดบางกอ มีหอยสองฝาไปแอบฝังตัวอยู่อาศัยร่วมกันด้วยหอยมือเสือ 1

โลกใต้น้ำของเกาะผียังอุดมสมบูรณ์มาก สังเกตได้จาก หอยมือเสือ (Giant Clam) ที่มีอยู่มากมาย นอกจากพวกมันจะสวยงามแล้ว ยังมีคุณค่าต่อระบบนิเวศน์แนวปะการังมาก เพราะหอยมือเสือช่วยฟอกน้ำให้สะอาด แถมในเนื้อของมัน ยังมีสาหร่ายซูแซนเทลลีเข้าไปอาศัยอยู่ด้วย มันจึงช่วยสังเคราะห์แสง สร้างออกซิเจนเพิ่มให้น้ำทะเลหอยมือเสือ 2

หอยมือเสือฝังตัวลงไปในกอปะการังรังผึ้งจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน!ปะการังโขด 3

โลกใต้น้ำอันน่าตื่นตาของเกาะผี แม้จะมีหอยเม่นหนามยาวอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้เป็นอันตราย เพราะเราสามารถว่ายน้ำหลบหลีกไปได้ เพื่อชื่นชมปะการังแข็งรูปทรงและสีแปลกๆปะการังโขด 4

ปะการังแข็งสีเหลืองกับหนอนท่อ อาศัยอยู่ร่วมกัน ช่วยต่อเติมห่วงโซ่อาหารแห่งแนวปะการังให้สมดุลย์ปะการังโขด 8

ใต้น้ำของเกาะผีมี หอยเม่นหนามดำ (Sea Urchin : ชื่อวิทยาศาสตร์ Diadema setosum) อยู่อย่างหนาแน่น การดำน้ำเที่ยวชมปะการังจึงต้องระมัดระวังด้วย พยายามลอยตัวในแนวราบขนานกับผิวน้ำไว้ตลอด อย่าเข้าไปใกล้พวกมัน และอย่าให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกายไปสัมผัสโดนเด็ดขาด เพราะหนามของมันจะหักติดอยู่ในเนื้อเรา ปวดมาก!!!!ปะการังโขด 11

ปะการังโขดกอใหญ่ เติบโตแผ่ขยายอาณาเขตออกไปใต้น้ำ เพื่อให้สิ่งมีชีวิตต่างๆ ได้มาพึ่งพิง
ปะการังดอกเห็ด 1ต้น้ำรอบเกาะผี มี ปะการังดอกเห็ด (Mushroom Coral) อันสวยงาม กระจายอยู่ทั่วไป ริ้วลายเส้นสายของปะการังชนิดนี้ ชวนให้พิศวงในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่สร้างสรรค์สรรพชีวิตนับไม่ถ้วนขึ้นปะดับท้องทะเลปะการังดอกเห็ด 3

ปะการังดอกเห็นบางอัน ก็มีรูปทรงแทบจะกลมดิกเลยล่ะปะการังดอกเห็ด 4

ปะการับดอกเห็ด เติบโตขึ้นบนกอปะการังโขดอันอุดมสมบูรณ์ปะการังดอกเห็ด 5ปะการังดอกเห็ด เกาะผีฟองน้ำครก 1

ฟองน้ำครกขนาดใหญ่มาก แลคล้ายปากปล่องภูเขาไฟใต้น้ำ! ฮาฮาฮาหนอนดอกไม้ 3

เห็นเป็นพุ่มพลิ้วไหวไปมาตามกระแสน้ำ แถมสีสวยขนาดนี้ อย่านึกเชียวนะว่าเป็นดอกไม้ทะเล จริงๆ เขาคือ หนอนท่อ (Tube Worm) ชื่อวิทยาศาสตร์ Sabellastarte sp. เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง อาศัยอยู่ในท่อหรือโพรงหินปูนและปะการัง เวลามีภัยมันจะผลุบเข้าไปในโพรงทั้งตัวจนไม่เห็นเลย แต่เมื่อเวลาหาอาหาร มันก็จะโผล่ออกมาสยายกิ่งก้านลักษณะคล้ายซี่กรองอาหารและแพลงก์ตอนเล็กๆ กินจากน้ำทะเลหนอนดอกไม้ 5

หนอนท่อ (Tube Worm) ที่เกาะผีมีหลากสีหลายชนิด กระจายอยู่ในเขตน้ำตื้นใสสะอาด คอยกรองกินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร แต่น่าแปลกที่ในบริเวณนี้ไม่พบหนอนฉัตร (Christmas-tree Worm) เลยปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล 1

ดำน้ำวนเวียนดูปะการังแข็งอยู่พักใหญ่ ในที่สุดเราก็มาพบกับสิ่งที่ตามหา นั่นคือเจ้าปลาแสนน่ารักแห่งท้องทะเลไทย ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง (Pink Anemonefish) ชื่อวิทยาศาสตร์ Amphiprion perideraion เป็นปลาการ์ตูนที่พบเห็นได้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ตัวมันยาวแค่ 3-5 เซนติเมตรเท่านั้น ดีใจนะ ที่ได้พบกันวันนี้ปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล 2

ด้วยระดับน้ำที่ลึกแค่ 3-5 เมตร รอบๆ เกาะผี อีกทั้งคลื่นลมไม่ค่อยแรง และน้ำค่อนข้างใส ทำให้ ดอกไม้ทะเล (Sea Anemone) เติบโตได้ดี เชื่อหรือไม่ว่าจริงๆ แล้วดอกไม้ทะเลที่แลพลิ้วไหวอ่อนนุ่ม จริงๆ แล้วเป็นสัตว์อยู่ในตระกูลเดียวกับปะการังแข็ง เพียงแต่ดอกไม้ทะเลไม่สร้างโครงหินปูนขึ้นห่อหุ้มลำตัวเท่านั้นเองปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล 4

ดอกไม้ทะเลและปลาการ์ตูนอาศัยอยู่ร่วมกัน แบบพึ่งพากัน โดยปลาการ์ตูนใช้กอดอกไม้ทะเลเป็นบ้าน เป็นที่อาศัยหลบภัย เพราะดอกไม้ทะเลมีเข็มพิษไว้ป้องกันตัว แต่ปลาการ์ตูนไม่เป็นอันตราย เพราะตัวมันมีเมือกพิเศษใช้ป้องกันเข็มพิษดอกไม้ทะเลได้ ส่วนดอกไม้ทะเลได้ประโยชน์จากปลาการ์ตูนคือ ดอกไม้ทะเลให้ปลาการ์ตูนเป็นเหยื่อล่อปลาอื่นปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล 5

ดอกไม้ทะเลพลิ้วไหวไปมาตามกระแสคลื่นใต้น้ำ งดงามราวกับทุ่งหญ้าต้องลมปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล 6

ปลาการ์ตูนมีนิสัยอยู่เป็นที่เป็นทาง (ประจำถิ่น) ไม่ย้ายบ้านไปไหน เมื่อมันตัดสินใจอยู่ที่ดอกไม้ทะเลกอใด มันก็จะอยู่ไปตลอดชีวิต จับคู่ ผสมพันธุ์ เลี้ยงลูก กันอยู่ตรงนี้ เราจึงต้องช่วยกันปกป้องอาณาจักรปลาการ์ตูนแห่งเกาะผีไว้ดีๆปลาการ์ตูน ดอกไม้ทะเล 7

พอดำน้ำลงไปดูใกล้ๆ เจ้าปลาการ์ตูนอินเดียนแดงตกใจ รีบมุดเข้าไปแอบในกอดอกไม้ทะเล ไม่ต้องกลัวหรอกจ้า แค่มาทักทายกันเฉยๆ นะดำน้ำเกาะผี 6

สิ่งมีชีวิตโดดเด่นอีกอย่างที่เกาะผี คือ ฟองน้ำครก (Marine Sponges) จริงๆ แล้วมันเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังโบราณ ที่ถือกำเนิดขึ้นเมื่อกว่า 600 ล้านปีก่อน เคยครอบครองความเป็นใหญ่ในอาณาจักรใต้ทะเลยุคเปอร์เมียน หรือเมื่อ 290-248 ล้านปีก่อน ทว่าหลังจากนั้นปะการังก็เพิ่มจำนวนขึ้นแทน
ดำน้ำเกาะผี 8

น้ำใสแจ๋ว แถมไม่ลึกมาก ปะการังจึงอยู่ใกล้เราแค่นิดเดียว แต่อย่าไปจับล่ะ เพราะมันอาจมีพิษระคายเคืองผิวหนังได้!ปะการังโต๊ะ

ปะการังโต๊ะ (Table Coral) ขนาดใหญ่ คือแหล่งอาศัยหลบภัยอย่างดีของสิ่งมีชีวิตนานาชนิด
ปะการังแผ่น 1

ปะการังแผ่นขนาดใหญ่ งอกงามอยู่บนกอปะการังโขด โดยมีหนอนท่อขอไปพักพิงอิงอาศัย เหมือนอาณาจักรเล็กๆ ใต้น้ำ บางครั้งก็มี ปลาเขียวพระอินทร์ (Moon Wrasse) ว่ายผ่านไปผ่านมา เติมเต็มความอุดมสมบูรณ์ปะการังรังผึ้ง

ปะการังรังผึ้ง (Honey Comb Coral) ขึ้นปะปนอยู่กับปะการังแข็งชนิดอื่นฟองน้ำครก 2

คนเรือที่เกาะหมากเคยเล่าให้ฟังสนุกๆ ว่า ที่เกาะผีมีปล่องภูเขาไฟอยู่ด้วยนะ! เราก็เชื่อสนิท ตื่นเต้นใหญ่ พอดำน้ำลงไปดูจริงๆ มันก็คือฟองน้ำครกขนาดใหญ่ ที่มีทรงอ้วนๆ ตรงกลางกลวงคล้ายปากปล่องภูเขาไฟ! แต่ไม่ใช่ เพราะฟองน้ำแท้จริงคือสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่อาศัยอยู่ใต้น้ำนั่นเองฟองน้ำครก 4

ปากปล่องฟองน้ำครก น้ำทะเลจะไหลเข้าทางนี้ เพื่อกรองกินสารอินทรีย์และแพลงก์ตอนเป็นอาหารหนอนดอกไม้ 1

หนอนท่ออันสวยงาม ยามไม่ถูกรบกวน มันจะโผล่ขึ้นมาจากโพรงหินปูน แล้วสยายกิ่งก้านดักจับ กรองอาหารกินจากน้ำทะเลรอบๆ ตัวหนอนดอกไม้ 4

หนอนท่อสีสันแปลกตา เพิ่มชีวิตชีวากับแนวปะการังเกาะผีหนอนดอกไม้ 6

หนอนท่อสีขาวหนอนดอกไม้ 7

หนอนท่อสีน้ำตาลอ่อนหนอนดอกไม้ 8

หนอนท่อกับปะการังแผ่น อยู่ร่วมกันได้เหมือนเพื่อนเนอะดำน้ำเกาะผี 7
วันนั้น แม้จะใช้เวลาดำน้ำเล่นกันอยู่ที่เกาะผีแค่ 2-3 ชั่วโมง แต่ก็ประทับใจมาก เพราะได้ตื่นตากับความหลากหลายของปะการังแข็ง ฝูงปลา และอาณาจักรปลาการ์ตูนอินเดียนแดง ที่ยังคงสามารถใช้ชีวิตหากินอยู่อย่างเสรี และปลอดภัย ต้องขอบคุณคนเกาะหมาก และหมู่เกาะโดยรอบแห่งทะเลตะวันออก ที่เห็นคุณค่าของทรัพยากรทางทะเลนี้ แล้วช่วยกันปกป้องไว้ไม่ให้สูญหาย

เพราะสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถ้าเสื่อมสูญไปวันใด ก็ยากจะสร้างทดแทนกลับคืน! ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง เราสามารถร่วมแรงร่วมใจกันคนละไม้คนละมือ ไปเที่ยวชม ศึกษาเรียนรู้ให้ซึ้งถึงคุณค่า แล้วนำภาพอันงดงามนั้นมาบอกต่อ เพื่อสร้างการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่ยั่งยืน ปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ

เพื่อให้ท้องทะเลตะวันออก ยังคงเป็นสวรรค์ของพวกเราตลอดไป นะจ๊ะlogo รวมขอขอบคุณ : อพท. หรือ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) และพี่น้องชาวเกาะหมากที่น่ารักทุกท่าน ที่ร่วมมือ ร่วแรงร่วมใจสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ นี้ขึ้น สอบถามโทร. 0-2357-3580-402Nikon logo 1Special Thanks : บริษัท Nikon Sales (Thailand) Co., Ltd. สนับสนุนกล้องถ่ายภาพระดับมืออาชีพ D4 และกล้องถ่ายภาพใต้น้ำ AW130 เพื่อการเก็บภาพสวยๆ เหล่านี้มาฝากเพื่อนๆ ทุกคน สนใจสอบถาม โทร. 0-2633-5100

https://goo.gl/GeqdbB

#LowcarbonAtkohmak #CastawayAtkohmak #ติดเกาะโลว์คาร์บอน

ปีนผาหามุมมองใหม่ แหลมตุ๊กตา

logo-castawayแหลมตุ๊กตา 2

การติดเกาะไม่ใช่เรื่องน่ากลัวเสมอไป! เพราะถ้าเราได้ติดเกาะกับเพื่อนรู้ใจ ที่ชอบลุย ชอบผจญภัยในแนวเดียวกัน การติดเกาะก็คงสนุก มีสีสัน และได้รสชาติของชีวิตสุดๆ

เกิดมาไม่เคยติดเกาะสักที แต่คราวนี้ทาง อพท. หรือ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ในโครงการ Castaway @Low Carbon Island 2016 เขาชวนมาติดเกาะหมาก จังหวัดตราด ทำกิจกรรมผจญภัย ทั้งพายเรือคายัค ดำน้ำดูปะการัง เดินป่าขึ้นเขา แถมยังมีภารกิจพิเศษให้ไปปีนผาหามุมมองใหม่ซะอีก ผมเลยต้องสืบเสาะดูว่า บนเกาะหมากแห่งนี้ยังมีซอกมุมไหนนะ ที่เป็น Unseen จริงๆ อยู่บ้าง!?
แหลมตุ๊กตา 3 แหลมตุ๊กตา 4

แหลมตุ๊กตา เป็นแหลมหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะหมาก จะว่าไปแล้วเป็นจุดที่อยู่ค่อนข้างโดดเดี่ยว ห่างไกลจากศูนย์กลางความเจริญของเกาะพอสมควร แหลมตุ๊กตาจึงเป็นบริเวณที่เงียบสงบ มีเพียงบังกะโลเล็กๆ ไม่กี่หลังตั้งเรียงรายอยู่ใต้ทิวมะพร้าวสูงลิ่ว
แหลมตุ๊กตา 5

ตรงส่วนด้านตะวันตกสุดของแหลมตุ๊กตา มีลักษณะเป็นหน้าผาหินขนาดใหญ่ ที่ดูๆ ไปก็สามารถปีนป่ายสำรวจหามุมมองใหม่ได้ คนซุกซนอย่างพวกเรา เลยชวนกันไปดูซิว่าจะมีอะไรซุ่มซ่อนอยู่บ้าง นอกจากวิวสวยๆ ที่สามารถมองออกไปเห็นเกาะระยั้งใน ระยั้งนอก ได้แล้วแหลมตุ๊กตา 6

จากบังกะโลที่พัก เราชวนกันเดินเลียบชายหาดเงียบสงบ เวิ้งว้าง ไปจนถึงแนวหน้าผาหิน หมอนกสาวนักเดินทางขาลุย เพื่อนร่วมทีมของเรา เป็นผู้นำการสำรวจในเช้าวันนี้ หน้าผาหินแหลมตุ๊กตาแม้จะลาดชัน แต่ก็มีซอกหลืบและแง่งหิน ให้ยึดจับสำหรับปีนป่ายได้ไม่ยาก เพียงแต่รองเท้าที่ใช้ต้องเป็นแบบหุ้มข้อ พื้นดอกยางใหญ่ และแต่งตัวให้ทะมัดทะแมง เหมาะสำหรับการปีนป่ายโดยไม่มีอะไรเกะกะ
แหลมตุ๊กตา 7

เห็นลีลาการปีนหน้าผาหินของหมอนกแล้วช่วยให้รู้สึกมั่นใจ ปีนตามไปได้อย่างไม่รู้สึกกลัวล่ะ จากด้านหน้าที่ติดทะเล เราค่อยๆ วางมือเท้าอย่างระวัง วกไปทางด้านขวา ผ่านดงต้นเตยทะเล เลาะไปจนเข้าสู่บริเวณที่เป็นร่องหลืบ ขนาบด้วยหน้าผาใหญ่สูงชันสองด้าน โดยมีร่องลึกคั่นกลาง ถ้าจะข้ามไปก็ต้องโดด หรือใครขายาวหน่อยก็อาจจะก้าวพ้น!
แหลมตุ๊กตา 8

พอปีนไต่มาสุดร่องหลืบผา เราก็ต้องตะลึง! เมื่อได้เห็นแท่งหินรูปหอคอยแหลมขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ในทะเลตรงหน้า! มันคือประติมากรรมธรรมชาติ ที่ต้องใช้เวลานานไม่รู้เท่าไหร่ สลักเสลาด้วยคลื่นลม และแดดร้อนแรง จนผาหินสึกกร่อน ผุพัง เปลี่ยนรูปลักษณ์จนน่าอัศจรรย์ได้ขนาดนี้!
แหลมตุ๊กตา 9

เราค่อยๆ ปีนไต่ผาหินสูงขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้ได้มุมถ่ายภาพที่กว้างและอลังการยิ่งขึ้น โดยใช้หอคอยหินยักษ์เป็นพระเอกแล้วใช้น้ำทะเลใสกับฟ้าสีครามเข้มในวันนี้ช่วยแต่งเติมองค์ประกอบให้ภาพดูมีเสน่ห์ ยามนี้เสียงน้ำทะเลที่สาดซัดเข้ามากระทบโขดหินดังซ่าๆ แล้วแตกเป็นฟองขาว ช่างมีพลัง! ทำให้มนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเราต้องยอมสยบ เพราะธรรมชาติมีพลังยิ่งใหญ่เสมอ และมีเรื่องราวให้ค้นหาไม่จบสิ้นจริงๆ
แหลมตุ๊กตา 10

การปีนไต่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตรงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนตอนแรก! เพราะผาหินไม่ได้มั่นคงดังที่คิด หินที่เราจับหรือวางเท้าพร้อมจะแตกหรือร่วงหล่นออกมาได้ตลอดเวลา!!! เราจึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เนื่องจากวันนี้เป็นการปีนสำรวจด้วยมือเปล่า ไม่มีอุปกรณ์พิเศษใดๆ ช่วยเลย! โดยเฉพาะก้อนหินที่จะใช้วางมือวางเท้านั้น เริ่มจะมีพื้นที่แคบลงทุกทีๆ!
แหลมตุ๊กตา 11

และแล้ว เมื่อเหงื่อพอซึมหลัง เราก็ปีนไต่ขึ้นมาจนถึงส่วนบนสุดของแหลมหินกลางทะเล ณ แหลมตุ๊กตา มองกลับไปทางด้านทิศตะวันออก เห็นแนวชายฝั่งเขียวครึ้มทอดยาวออกไป แต่ถ้ามองไปทิศอื่น ก็จะเห็นทะเล เกาะแก่ง และความงามของท้องทะเลสีคราม รวมถึงความเงียบสงบ ปราศจากสิ่งรบกวนของอารยธรรมยุคใหม่ ช่างเป็นมุมที่ให้ความรู้สึก โดดเดี่ยว เวิ้งว้าง แปลกแยก โบราณ และงดงามอย่างลึกลับ!แหลมตุ๊กตา 12

แต่ทันใดนั้น! เมื่อเราปีนต่อขึ้นไปอีกนิดเดียว บนส่วนยอดสุดของผาหินก็พบกับช่องทะลุ หรือโพรงถ้ำเล็กๆ ที่มองลอดผ่านได้สองด้าน มองออกไปเห็นเกาะระยั้งในตั้งอยู่ใกล้แค่เอื้อม นี่ถ้ามีเวลาพอ ได้กลับมาช่วงเย็นย่ำอัสดง ก็อาจจะได้เห็นพระอาทิตย์ตกลงในช่องนี้ก็เป็นได้แหลมตุ๊กตา 13 แหลมตุ๊กตา 14

หลังจากผ่านการปีนป่ายที่ค่อนข้างหวาดเสียวกันมาแล้ว ก็ได้เวลาพักผ่อน นั่งชมวิวสวยๆ แล้วแอบอิจฉาตัวเอง ที่ได้มาอยู่ในมุม Unseen แบบนี้ จะมีสักกี่คนนะที่ได้มาพบประติมากรรมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่เหมือนเราตอนนี้?
แหลมตุ๊กตา 15

ค่อยๆ ปีนกลับลงมาจากผาหินสูง เพื่อเดินสำรวจตรงโขดหินของแหลมตุ๊กตา เราพบว่าที่นี่คืออาณาจักรใหญ่ของหอยนางรมธรรมชาติ นับหมื่นๆ ตัว เกาะฝังตัวติดอยู่กับโขดหินในระดับน้ำขึ้นน้ำลงท่วมถึง คนเกาะหมากเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเวลาเขามาแงะหอยนางรมกิน ก็จะมีเหล็กแหลมหัวงอๆ อันหนึ่งเรียกว่า “สับปะนก” ใช้ทุบเปลือกหอย แล้วแงะเนื้อมันออกมากินสดๆ พร้อมกับยอดกฐินอ่อน บีบมะนาวลงไปนิด เขาว่าหวานอร่อย เนื้อหอยละลายในปาก ฮาฮาฮาแหลมตุ๊กตา 16 แหลมตุ๊กตา 17 แหลมตุ๊กตา 18

ในบริเวณเดียวกัน เรายังพบหอยนมสาว และหอยตาวัว เป็นจำนวนมาก เกาะอยู่กับโขดหิน ตัวใหญ่บ้างเล็กบ้าง แลน่ารักดี บ่งบอกว่าธรรมชาติของแหลมตุ๊กตายังอุดมสมบูรณ์ไม่ใช่น้อย
แหลมตุ๊กตา 19

เพลิดเพลินกับการปีนป่ายผจญภัยผาหินอยู่เกือบชั่วโมง แดดก็เริ่มร้อนจัด คงได้เวลากลับที่พักก่อนเนอะ หมอนกเลยนำเราปีนข้ามร่องน้ำ กลับเข้าไปยังแผ่นดินใหญ่ของเกาะหมากอีกครั้ง แต่อย่างที่บอกไว้แต่แรก คือต้องปีนอย่างช้าๆ ระมัดระวังมาก เพราะตอนนี้ดูเหมือนพื้นรองเท้าเราจะลื่นด้วยแหละ
แหลมตุ๊กตา 20

หมอนก สาวนักผจญภัยที่แม้หนุ่มๆ หลายคนยังต้องอายแหลมตุ๊กตา 21

ลาก่อนแหลมตุ๊กตา ความงามของเธอช่างมีเสน่ห์ตรึงใจเหลือเกิน ขอให้คนที่มาเยือนแหล่งธรรมชาติแสนบริสุทธิ์นี้ ช่วยกันปกปักรักษาสภาพดั้งเดิมไว้

“เราจะไม่ทิ้งอะไรไว้นอกจากรอยเท้า เราจะไม่เก็บอะไรไปนอกจากความทรงจำดีๆ และภาพถ่ายสวยๆ” 

บ้ายบาย…logo รวมขอขอบคุณ : อพท. หรือ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) และพี่น้องชาวเกาะหมากที่น่ารักทุกท่าน ที่ร่วมมือ ร่วแรงร่วมใจสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ นี้ขึ้น สอบถามโทร. 0-2357-3580-402Nikon logo 1Special Thanks : บริษัท Nikon Sales (Thailand) Co., Ltd. สนับสนุนกล้องถ่ายภาพระดับมืออาชีพ D4 และกล้องถ่ายภาพใต้น้ำ AW130 เพื่อการเก็บภาพสวยๆ เหล่านี้มาฝากเพื่อนๆ ทุกคน สนใจสอบถาม โทร. 0-2633-5100

https://goo.gl/GeqdbB

#LowcarbonAtkohmak #CastawayAtkohmak #ติดเกาะโลว์คาร์บอน

พิชิตเขาแผนที่ จุดสูงสุดเกาะหมาก!

เกาะหมาก 2เขาแผนที่ 2

คุณเชื่อหรือไม่ว่า จริงๆ แล้วธรรมชาตินั้นอยู่รอบๆ ตัวเรา ทว่าบางครั้งเรากลับไม่ได้สังเกต เพราะเรามัวแต่ไปสนใจกับสิ่งอื่นอยู่ และหลายครั้งที่เราทำตัวเหินห่างจากธรรมชาติเหลือเกิน จนถูกเทคโนโลยีความทันสมัย บดบังสายตา คล้ายกับว่าเราอยู่แยกออกจากธรรมชาติโดยสิ้นเชิง!

ผมเป็นคนหนึ่งที่เกิด โต และทำงานอยู่ในเมือง แต่โชคดีที่ได้ท่องเที่ยวพบเห็นธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง หากไม่ได้ไปสัมผัสธรรมชาติเลย ก็จะรู้สึกว่าชีวิตเหี่ยวเฉา ไม่มีสีสันเสียนี่กระไร!
เขาแผนที่ 3.1

โชคดี ได้มาเที่ยว “เกาะหมาก” จังหวัดตราด กับ อพท. หรือ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ในโครงการ Castaway @Low Carbon Island 2016 นี่คือโอกาสสำคัญ ที่ผมจะได้สัมผัสเกาะหมากในแง่มุมที่คนทั่วไปไม่ค่อยได้รับรู้!

เพราะผมกำลังจะได้เดินป่าขึ้นไป พิชิตยอดเขาสูงสุดของเกาะหมาก ณ “เขาแผนที่” นั่นเอง
เขาแผนที่ 3

แต่ภารกิจเดินป่าพิชิตเขาแผนที่ (หรือที่ชาวบ้านเรียกกันอีกชื่อว่า เขาบ้านแหลม) ของผม จริงๆ แล้วเป็นมากกว่าการเดินป่าธรรมดา! เพราะคราวนี้เราจะเพิ่มคุณค่าให้กับการท่องธรรมชาติ โดยทีมของเราจะเดินขึ้นภูเขาไปช่วยกันทำแผนที่เส้นทางศึกษาธรรมชาติอย่างคร่าวๆ เพื่อให้นักท่องไพรคนอื่นได้มาเดินตามรอย

ทริปนี้ไม่เปลี่ยวเหงาแน่นอน เพราะได้ คุณหมอนก นักเดินป่าขาลุย ผู้ไม่เคยกลัวความยากลำบาก จากเว็บไซต์เพื่อนนักสะพายเป้ มาเป็นเพื่อนร่วมทีม แถมยังมีน้องพริกผู้ช่วยประสานงาน และหนุ่มแบงค์ไกด์ในพื้นที่ มาช่วยนำทางด้วย ชักจะสนุกแล้วสิเขาแผนที่ 4

จุดเริ่มต้นเดินป่าขึ้นเขาแผนที่ อยู่ใกล้กับแหลมตุ๊กตา ทางด้านปลายตะวันตกสุดของเกาะหมาก จริงๆ แล้วจุดนี้ถือเป็นป่าบริสุทธิ์แบบดั้งเดิม หรือ Virgin Forest ผืนสุดท้ายของเกาะหมาก (เนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ จากเนื้อที่เกาะหมากทั้งหมด 9,000 ไร่) บริเวณเชิงเขาเป็นป่าดิบแล้งร่มครึ้ม ปกคลุมด้วยไม้พุ่มและพืชคลุมดินหลายชนิด อย่างดอกโคลงเคลงสีชมพู ซึ่งออกดอกให้ชมกันตลอดปี
เขาแผนที่ 5.1

ทางเดินช่วงแรกของเขาแผนที่ค่อนข้างชัน พื้นทางเป็นหินก้อนใหญ่ๆ คล้ายเราเดินย้อนขึ้นไปตามร่องน้ำ จุดนี้จึงร่มครึ้มและมีความชื้นสูง เราพบ เฟินสามร้อยยอด (Lycopodium) ขึ้นอยู่เป็นดงใหญ่ พวกมันเป็นเฟินโบราณ ที่มีรูปร่างหน้าตาเปลี่ยนแปลงไปน้อยมากนับแต่อดีต และช่วยดูดซับความชุ่มชื้นไว้ให้ผืนป่าได้เป็นอย่างดี
เขาแผนที่ 5.2

ในบริเวณเดียวกับที่พบเฟินสามร้อยยอด เรายังจ๊ะเอ๋กับ เฟินก้างปลา ซึ่งมีแผ่นใบสวยงาม แตกออกเป็นหยักถี่ๆ เสมอกัน ไล่เรียงตั้งแต่ปลายไปจนถึงโคนใบอย่างมีระเบียบ นี่ก็เป็นพืชคลุมดินที่ช่วยเก็บความชื้นได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน
เขาแผนที่ 5

ตรงตีนเขาแผนที่ในฤดูฝน จะมี ดอกพุดป่าสีขาว เป็นพุ่มบานอยู่จำนวนมาก ช่วยเพิ่มชีวิตชีวาให้ผืนป่า แม้จะเป็นดอกไม้ที่ไม่มีกลิ่นหอม แต่ก็เป็นหนึ่งในความหลากหลายของพรรณพืชที่ธรรมชาติมอบให้คนเกาะหมากเป็นของขวัญเขาแผนที่ 6.1

จากเชิงเขา เดินเลาะร่องน้ำขึ้นมาไม่นาน เราก็เลี้ยวซ้ายผ่านป่าร่มครึ้ม จนไต่สูงขึ้นทีละน้อยๆ สภาพป่าจึงโปร่งขึ้นต้นไม้มีขนาดเล็กลง และกระจายห่างกัน แสดงให้รู้ว่าชั้นดินบริเวณนี้ค่อนข้างตื้น มีธาตุอาหารน้อยลง และเริ่มมีหินโผล่บนผิวดินมากขึ้น เผยถึงลักษณะของป่าบนเกาะ ที่มักต้องทนร้อน แล้ง และลมแรงจากทะเล

พืชที่น่าสนใจชนิดแรกที่เราจัดให้เป็น จุดศึกษาธรรมชาติที่ 1 ก็คือ ต้นจิก (Barringtonia sp.) เขาแผนที่ 6.2

เดินถัดจากจุดแรกมาไม่ไกล ก็ถึง จุดศึกษาธรรมชาติที่ 2 คือ ต้นยมหิน (Chukrasia tabularis) พืชที่มักพบตามภูเขาหิน หรือป่าเกาะที่ค่อนข้างแห้งแล้ง
เขาแผนที่ 6.3

พืชที่น่าสนใจอีกชนิดในป่าตีนเขาก็คือ เฟินกระแตไต่ไม้ (Drynaria quercifolia) หรือ Oak-leaf Fern จัดเป็นเฟินอิงอาศัยขนาดใหญ่ ที่สามารถขึ้นอยู่บนต้นไม้หรือบนหินก็ได้ พวกมันมีชีวิตทรหดอดทน มีเหง้าหรือหัวกลมๆ พร้อมรากยึดเกาะตัวเองเข้ากับเจ้าบ้าน อาหารก็มีใบสังเคราะห์แสง รวมทั้งดูดซับไนโตรเจนจากอากาศ และดูดกินธาตุอาหารบางส่วนจากพืชเจ้าบ้าน เฟินกระแตไต่ไม้จะค่อยๆ เติบโตขยายขนาด และเพิ่มจำนวน คืบคลานขึ้นไปอย่างช้าๆ จนได้ฉายาว่า “กระแตไต่ไม้” ในที่สุด
เขาแผนที่ 6

เดินมาได้ยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เราก็ถึง หน้าผาชมวิวแรกบนเขาแผนที่ เป็นหน้าผาหินโล่งๆ ขนาดใหญ่ หันหน้าออกไปทางทิศตะวันตก ขอบอกว่าตอนกลางวันจะร้อนจัด ถ้าให้ดีควรขึ้นมาเที่ยวตอนเช้าหรือบ่ายๆ แดดร่มลมตก จะดีที่สุด

เราขอนั่งพักชื่นชมวิวสวยๆ จากมุมสูงกันตรงนี้สักระยะ หายใจหายคอพอให้หายเหนื่อย มองออกไปเห็นเกาะระยั้งใน เกาะระยั้งนอก และแหลมตุ๊กตา ทอดตัวอยู่อย่างนิ่งสงบ ทำให้รู้สึกว่า ณ บัดนี้ มีตัวเรากับธรรมชาติเพียงลำพัง ความเจริญแบบเมืองๆ อื่นใด ไม่สามารถเข้ามากร้ำกรายเราได้อีกแล้ว ช่างหามุมสงบแบบนี้ยากจริงๆ
เขาแผนที่ 7

เขาแผนที่ช่างงามเหลือเกิน!เขาแผนที่ 8

ตรงหน้าผาชมวิวแรกบนเขาแผนที่ มีศาลศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่ด้วย ชาวบ้านในบริเวณนี้ รวมถึงคนเรือที่ออกทะเล ก็มักจะส่งใจขึ้นมาสักการะท่าน ขอให้เดินทางโดยปลอดภัย เราก็เช่นกัน วันนี้ได้ขึ้นมากราบไหว้ขอพรท่าน ให้ช่วยคุ้มครอง และให้งานทุกอย่างของเราสำเร็จด้วยดี ด้วยเถิด เจ้าประคุณ…
เขาแผนที่ 9

เนื่องจากวันนี้เราเดินขึ้นเขากันแต่เช้า จึงมีเวลาสำรวจพรรณไม้ค่อนข้างเยอะ บริเวณหน้าผาชมวิวแรก เราพบ ดอกช้างน้าว (Ochna integerrima) สีเหลืองสดใส เป็นพืชทนแล้งชนิดหนึ่งที่ต้องเข้าป่าเท่านั้นจึงจะได้เห็น เราจึงจัดให้ช้างน้าว เป็น จุดศึกษาธรรมชาติที่ 3เขาแผนที่ 10

ส่วน จุดศึกษาธรรมชาติท่ี 4 อยู่ตรงข้ามกับต้นช้างน้าวเลย กำลังผลิดอกสะพรั่งจำนวนมาก มันคือ ดอกเข็มป่าสีขาว (Ixora sp.) ซึ่งเรายังไม่ทราบชนิดแน่นอน คงต้องรอนักพฤกษศาสตร์ตัวจริงมาช่วยจำแนกชนิดต่อไป
เขาแผนที่ 11

นอกจากการ Plot จุดศึกษาธรรมชาติ จากเชิงเขาขึ้นสู่ยอดเขาของทีมเราแล้ว สิ่งที่เราตั้งใจทำอีกอย่างคือ การวัดระยะรวมของเส้นทางเดิน ว่ารวมแล้วยาวกี่เมตร? รวมถึงระยะห่างระหว่างจุดศึกษาธรรมชาติแต่ละจุดด้วย เพื่อจะได้ใช้ทำหนังสือคู่มือ แผ่นป้าย หรือโบรชัวร์ แจกคนที่สนใจศึกษาเส้นทางสายนี้ต่อไปในอนาคตครับ
เขาแผนที่ 12พักตรงหน้าผาชมวิวที่ 1 กันจนเรี่ยวแรงกลับมาอีกครั้ง ก็เริ่มเดินศึกษาธรรมชาติต่อ หนทางช่วงถัดไปยังชันอยู่ แต่น้อยกว่าช่วงแรก พื้นทางยังเป็นหินสลับกับดินขรุขระ เดินต้องคอยระวังสะดุดล้มอยู่ตลอดเวลา ป่าสองฝั่งค่อนข้างโปร่ง มีแต่ต้นไม้เตี้ย แคระแกรน บ่งบอกถึงสภาพอากาศร้อนแรงและธาตุอาหารในดินที่ไม่ค่อยบริบูรณ์นัก

จุดศึกษาธรรมชาติที่ 5 คือ กล้วยไม้อิงอาศัย (Epiphytic Orchid) หรือเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ กล้วยไม้ที่เกาะอยู่ตามต้นไม้นั่นล่ะครับ เจ้าพวกนี้ถือว่าเป็นพืชที่มีความอดทนสูง เพราะต้องดูดไนโตรเจนจากอากาศมาเป็นอาหาร ความชื้นก็ได้จากน้ำค้างหรือตามเปลือกไม้ แถมยังต้องสร้างรากยึดเกาะอันเหนียวแน่น รวมถึงใช้ความพยายามเลื้อยพันตัวเองเข้ากับลำต้นไม้ด้วย แต่ที่ยากกว่า คือกว่ามันจะเติบโตขึ้นได้ เมล็ดกล้วยไม้พวกนี้ต้องปลิวมาตามลม มาตกลงยังจุดที่มีปัจจัยเติบโตทุกอย่างลงตัว เหมาะเหม็งจริงๆ ไม่งั้นเมล็ดก็จะเหี่ยวเฉาตายไป
เขาแผนที่ 13

จุดศึกษาธรรมชาติที่ 6 เราพบพืชประหลาดที่เรียกว่า จุกโรหินี หรือโกฐพุงปลา (Dischidia major) ชื่อสามัญภาษาอังกฤษคือ Milkweed เพราะมันจะมีน้ำยางขาวอยู่ภายในนั่นเอง บางคนคิดว่าจุกโรหินีคือกล้วยไม้ที่เหี่ยวเฉาตายแล้ว ทว่านั่นคือความเข้าใจผิด เพราะจริงๆ แล้วจุกโรหินีคือพืชใกล้ชิดกับ Hoya (นมตำเลีย)

จุกโรหินี เป็นไม้เลื้อยอิงอาศัย มีน้ำยางขาวคล้ายน้ำนม ยาพื้นบ้านใช้ ทั้งต้น ต้มน้ำดื่ม แก้ปวดท้อง เนื่องจากโรคกระเพาะอาหารอักเสบ รากแก้ท้องเสีย แก้อ่อนเพลีย บำรุงกำลัง แก้หอบหืดได้เขาแผนที่ 14

เดินขึ้นมาใกล้ถึงยอดเขาเต็มที ป่าโปร่งขึ้นเรื่อยๆ แดดก็ร้อนจัด แต่ทีมเราไม่หวั่น ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าต่อไป จุดศึกษาธรรมชาติที่ 7 คือ หัวร้อยรู (Hydnophytum formicarium) เป็นพืชอิงอาศัยที่ขึ้นอยู่บนคาคบไม้สูง เกาะอยู่บนต้นไม้อื่น เมื่อโตเต็มที่มันจะมีขนาดเท่าลูกมะพร้าวใหญ่ๆ เลยทีเดียว โดยเราจะพบมันได้ในป่าที่ค่อนข้างแห้งแล้งเขาแผนที่ 15

หัวร้อยรู จัดเป็นพืชที่อยู่ร่วมกับมด (Myrmecophyte) ชนิดหนึ่ง ถ้าผ่าออกดู มักมีมดดำอาศัยอยู่เต็มหัว โดยเนื้อภายในจะนิ่มๆ เป็นสีน้ำตาลไหม้ เมื่อจะนำมาใช้ทำยาสมุนไพร ต้องแช่น้ำทิ้งไว้จนกว่ามดจะออกไปหมดก่อน ความสัมพันธ์ของมดและหัวร้อยรู ที่อยู่ด้วยกันแบบพึ่งพา มีศัพท์เทคนิคทางวิชาการเรียกว่า Symbiosis หรือ Mutualism นั่นเองเขาแผนที่ 16

ในตำรายาไทย หัวร้อยรูอยู่ใน “พิกัดมหากาฬทั้ง 5” ใช้ดับพิษร้อน ถอนพิษไข้ แก้พิษอักเสบ ช้ำบวม แก้พิษไข้ ไข้กาฬ ประดงผื่นคัน น้ำเหลืองเสีย ส่วนหัวของหัวร้อยรูเองมีฤทธิ์บำรุงหัวใจ ขับพยาธิ แก้พิษในข้อในกระดูก แก้พิษประดง แก้ข้อเข่าข้อเท้าบวม เขาแผนที่ 17

ระหว่างทางพบดอกไม้ป่าชนิดหนึ่งกำลังบานพอดี แต่เสียดายไม่รู้จักชื่อ คงจะต้องเก็บไว้เป็นการบ้านที่เราต้องค้นหาคำตอบต่อไป นี่ล่ะคือเสน่ห์อย่างหนึ่งของการล่องไพร มันจะตั้งคำถามใหม่ๆ ให้เราหาคำตอบอยู่ตลอดเวลา จึงสอนให้เราเป็นคนกระตือรือล้น ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคเล็กหรือใหญ่ที่ขวางอยู่เขาแผนที่ 18

จุดศึกษาธรรมชาติที่ 8 คือ มอสและไลเคน (Moss and Lichen) จุดนี้สอนเราให้รู้จักความสำคัญของพืชจิ๋วที่อยู่รอบข้าง เพื่อให้เราหยุด แล้วก้มมองลงไปยังก้อนหิน หรือเปลือกไม้รอบๆ ตัวบ้าง เพราะสิ่งที่อยู่ระหว่างการเดินทาง ย่อมน่าสนใจไม่แพ้จุดหมายปลายทางสุดท้ายนะครับ

ความสำคัญของพืชจิ๋วพวกมอสและไลเคน นอกจากจะเป็นพืชเล็กๆ ที่ช่วยดูดซับน้ำไว้สร้างความชุ่มชื้นให้ป่าแล้ว พวกมันยังเป็นดัชนีบ่งชี้คุณภาพอากาศได้ด้วย ตัวอย่างเช่น ถ้าเราพบมอสเขียวๆ ขึ้นปกคลุมก้อนหิน ก็แสดงว่าบริเวณนั้นชุ่มชื้นเย็นฉ่ำดี และถ้าบริเวณใดพบไลเคนมากๆ โดยเฉพาะไลเคนแบบใบและเส้น ก็แสดงว่าอากาศบริสุทธิ์มากเขาแผนที่ 19

ในบริเวณนี้ เรายังพบพืชชั้นต่ำที่ไม่มีท่อลำเลียงจำพวกหนึ่ง ขึ้นปะปนอยู่กับมอสและไลเคนด้วย คือ ลิเวอร์เวิร์ตแผ่นแบน (Thallose Liverwort) พืชพวกลิเวอร์เวิร์ตนี้ จริงๆ แล้วคือพืชจำพวกแรกๆ ของโลก ที่ปรับตัวขึ้นจากน้ำทะเลมาอยู่บนบกเมื่อประมาณ 400 ล้านปีก่อน โดยมันมีบรรพบุรุษร่วมกับสาหร่ายนั่นเองเขาแผนที่ 20

ไลเคนแบบแผ่น (หรือแบบด่างดวง) ขึ้นปกคลุมเปลือกไม้บนเขาแผนที่ จริงๆ แล้วไลเคน (Lichen) คือพืชมหัศจรรย์! มันคือการรวมตัวของสาหร่ายและเชื้อรา ที่มาอยู่ร่วมกัน โดยสาหร่ายช่วยสังเคราะห์แสงสร้างอาหาร ส่วนเชื้อราสามารถขยายตัวเพิ่มจำนวนได้รวดเร็ว นับเป็นการพึ่งพิงพึ่งพาได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่ายที่น่าเอาตัวอย่างจริงๆ นะครับเขาแผนที่ 21

คุณหมอนก เก็บภาพไลเคนบนเปลือกต้นไม้อย่างตั้งอกตั้งใจ
เขาแผนที่ 22

เมื่อเพ่งพินิจดูใกล้ๆ มอสที่เคยดูเหี่ยวเฉาในฤดูแล้ง เมื่อได้รับน้ำฝนก็จะกลับฟูขึ้น และดูสดใสเขียวสดอีกครั้ง เพราะจริงๆ แล้วมอสสามารถกักเก็บน้ำได้มากว่าน้ำหนักตัวเองหลายเท่า ถือเป็นพืชพื้นฐานที่ช่วยดูดซับน้ำไว้ให้ป่า แล้วสามารถทยอยปล่อยออกมารวมตัวกันเป็นห้วยธารได้อย่างน่าอัศจรรย์!
เขาแผนที่ 23ในบริเวณ จุดศึกษาธรรมชาติที่ 9 เส้นทางจะค่อนข้างคดโค้งจนใกล้ไปถึงยอดเขา ผ่านป่าร่มครึ้มอีกหย่อมหนึ่ง มันคือ “ป่ากะพ้อ” หรือ “ป่าต้นพ้อเขา” (Licuala sp.) พืชพวกนี้จัดอยู่ในตระกูลปาล์มจีบ แผ่นใบมีขนาดใหญ่ ปลายใบแตกเป็นแฉกซี่ย่อยๆ เรียงตัวกันเหมือนพัดกลมๆ โดยก้านใบของมันจะแตกขึ้นมาตั้งแต่โคนต้น และก้านใบมักมีความคมมากด้วย ต้องระวังอย่าไปจับต้องโดยไม่จำเป็น แถมบางชนิดก้านใบยังมีหนามแหลมอีกต่างหาก!
เขาแผนที่ 24

ใบของต้นพ้อเขา หรือกะพ้อเขาเขาแผนที่ 25.1

ในเมื่อใกล้จะถึงยอดเขาเต็มทน และอากาศยามบ่ายก็ร้อนสุดๆ เราเลยถือโอกาสพักเอาแรง ขนมและน้ำที่เตรียมมาช่วยเพิ่มน้ำตาลในกระแสเลือดอีกครั้ง ทั้งหมอนก, น้องพริก, นายแบงค์กับน้องสาวตัวน้อย ที่ขึ้นมาช่วยเรา ต่างก็มีความสุขแบบเรียบง่าย ยามใช้ชีวิตอยู่ติดดินกับธรรมชาติบนเขาแผนที่เขาแผนที่ 25

พ้นจากดงกะพ้อออกมา ทางเดินจะผ่านจอมปลวกใหญ่ อย่าไปทำร้ายเขานะ ให้เราเดินหลบไป เคารพธรรมชาติด้วย เพราะแท้จริงแล้ว จอมปลวกคือคอนโดมิเนียมขนาดยักษ์ใต้ดิน ของแมลงที่ช่วยย่อยสลายเศษซากอินทรีย์วัตถุในป่า ให้ธาตุอาหารกลับคืนสู่ระบบนิเวศน์อีกครั้งเขาแผนที่ 26

จุดศึกษาธรรมชาติที่ 10 ซึ่งถือเป็นจุดสุดท้ายของ Nature Trail เขาแผนที่ ที่ทีมของเราช่วยกันทำก็คือ “กล้วยไม้บนหิน” (Lithophytic Orchid) ลองมาเรียนรู้วิถีชีวิตของก้อนหินก้อนหนึ่ง ที่ถูกกล้วยไม้หลายชนิดขึ้นปกคลุมหนาแน่น ราวกับสวนหินแสนสวย นี่ถ้าได้มาพบตอนมันกำลังออกดอก คงวิเศษมากเลยนะเขาแผนที่ 27

กล้วยไม้บนหิน จริงๆ แล้วถือเป็นกล้วยไม้อิงอาศัยจำพวกหนึ่ง มันต้องปรับตัวเอาชีวิตรอดอยู่ในสภาพแวดล้อมอันขาดแคลน คือแทบจะไม่มีพื้นดิน ในภาพนี้จะเห็นว่ามันอาศัยอยู่บนกอของมอสที่พอกักเก็บความชื้นไว้ได้บ้าง แถมยังมีรากยึดเกาะเหนียวแน่น มีรากอากาศดูดไนโตรเจนจากอากาศ และต้องทนแล้ง ทนร้อน ทนไอเค็มจากทะเล และทนทานต่ออุณหภูมิของกลางวัน กลางคืน ที่ต่างกันหลายองศาเซลเซียส ทุกวันๆ ช่างน่าอัศจรรย์เหลือเกิน!
เขาแผนที่ 28.1ภารกิจเดินป่าทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติของทีมเรา เสร็จสิ้นลงในยามบ่ายแก่ แต่ช่วงฤดูนี้แดดยังร้อนแรง เราเลยแยกย้ายกันนอนพักเอาแรง มุมใครมุมมัน ชีวิตติดดินแบบนี้ มีความสุขจริงๆ เลย เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม ฮาฮาฮา
เขาแผนที่ 28.2

หมดสภาพเมื่อเจออากาศร้อน! ขอพักนิดนึง เดี๋ยวตอนเย็นค่อยออกไปหามุมสวยๆ บนยอดเขาเก็บภาพพระอาทิตย์ตก
เขาแผนที่ 28

นี่ล่ะครับ หน้าตาของยอดเขาแผนที่ (เขาบ้านแหลม) เกาะหมาก จังหวัดตราด นี่คือจุดสูงที่สุดของเกาะหมาก ความสูงประมาณ 110 เมตร จากระดับน้ำทะเลเบื้องล่าง บนเขามีแต่ไม้พุ่มกับไม้ยืนต้นเตี้ยๆ พื้นเป็นหินระเกะระกะ

เขาแผนที่ 29.1

ทั้งอุปกรณ์ถ่ายภาพ อาหาร น้ำ และเครื่องนอน แบกขนกันขึ้นมาสำหรับค่ำคืนอันแสนพิเศษบนเขาแผนที่ คุณหมอนกเตรียมตัวถ่ายภาพแล้ว เอ… จะมีนกบินมาให้รัวชัตเตอร์บ้างไหมนะ?
เขาแผนที่ 29

หมอนกคนสวยสาวอึด เริ่มเก็บภาพธรรมชาติบนยอดเขาแผนที่เขาแผนที่ 30

มองจากไกลๆ นึกว่านกอินทรีย์หรือเหยี่ยว แต่พอใช้เลนส์ 600 มิลลิเมตรส่องดู มันก็คืออีกาดีๆ นี่เองครับเขาแผนที่ 32

จากยอดเขาแผนที่ มองลงมาเบื้องล่างจะเห็นเรือสปีตโบ๊ท และเรือประมงของชาวบ้าน แล่นผ่านไปมาเกือบตลอดวัน
เขาแผนที่ 33

เย็นย่ำใกล้ค่ำลงทุกที แสงอาทิตย์ที่เคยร้อนรุ่มมาตลอดวัน บัดนี้เริ่มอ่อนแรงลงทุกขณะ เปลี่ยนอุณหภูมิสีแสงให้กลายเป็นเฉดสีเหลือง ส้ม ชมพู และม่วง อย่างน่าประทับใจ ถือเป็นช่วงเวลาทองของช่างภาพ มุมใครมุมมันล่ะครับ!เขาแผนที่ 34 เขาแผนที่ 35 เขาแผนที่ 36 เขาแผนที่ 37 เขาแผนที่ 38

แสงสุดท้ายบนยอดเขาแผนที่ เราจะไม่มีวันลืมเลย
เขาแผนที่ 39

แคมป์แบบง่ายๆ ของเรา 3 คน ปูผ้าใบรองพื้น มีฟลายชีทขึงกันน้ำค้าง กินกันตรงนี้ นั่งคุยกันตรงนี้ และนอนกันตรงนี้ ใครหุงข้าวด้วยหม้อสนามเป็นมั่ง ยกมือด่วน!!!เขาแผนที่ 40

มื้อนี้กินกันแบบง่ายๆ เนอะเรา อาหารแบบป่าๆ กินเพื่ออยู่ ไม่ได้อยู่เพื่อกินเนอะ ฮาฮาฮา
เขาแผนที่ 41 เขาแผนที่ 42

น้องพริก ขอแสดงฝีมือหุงข้าว ผลออกมาคืออร่อยจริงๆ ด้วย นุ่มหอมกำลังดี ไม่มีแฉะ ไม่มีไหม้เลย เก่งสุดๆ น้องพี่เขาแผนที่ 43

มืดแล้ว เสียงหรีดเรไรดังระงม ผสานกับเสียงนกตบยุง (Nightjar) ที่ร้องเป็นจังหวะดัง “จุ้ง จุ้ง จุ้ง…” อยู่ไม่ห่างแคมป์ของเรานี่เอง บรรยากาศคลาสสิกสุดๆ ยากจะบรรยายเป็นตัวอักษรได้!
เขาแผนที่ 44

ท้องร้องจ๊อกๆ หิวๆๆๆ เหนื่อยกันมาทั้งวัน ได้เวลาหม่ำข้าวเติมแรง ไข่ต้ม กุนเชียงทอด น้ำพริกเผา และหอยลายผัดเผ็ด กินกับข้าวสวยร้อนๆ ใครจะลืมอาหารมื้อนี้ลงล่ะจ๊ะ!เขาแผนที่ 45

อิ่มแล้วเอนกายนอนพักผ่อนกายา ชีวิตกลางป่ายามค่ำคืนดูเผินๆ อาจเหงา แต่ไม่ใช่ เพราะเรามีมิตรภาพของเพื่อนที่นอนอยู่เคียงข้าง มีเสียงแมลงและยุงร้องขับกล่อมเหมือนเพลงไพเราะ ผสานกับเสียงลมทะเลที่พัดตึงตอนหัวค่ำ จนผ้าใบตีผึบผับ ถ้ายังไม่หลับ แสงไฟดวงน้อยจะช่วยให้อุ่นใจ นอนพูดคุยกันไปอย่างสนุกเฮฮา
เขาแผนที่ 46

ดึกสงัด ลมนิ่งสนิท อากาศบนเขาเริ่มร้อนอบอ้าว ตามมาด้วยเสียงยุงร้องวี้ๆ อยู่รอบตัว! แถมยังมีค้างคาวแม่ไก่ตัวเบ้อเริ่ม บินผ่านไปมาอยู่เหนือหัว ชวนให้ขนลุกตลอดคืน

หนึ่งราตรีบนเขาแผนที่ท่ามกลางคืนพระจันทร์เต็มดวง เป็นค่ำคืนแห่งความพิเศษในหมู่มิตร ที่เราจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต ขอขอบคุณธรรมชาติ หรืออะไรก็ตามท่ีนำเรามาพบกัน
เขาแผนที่ 47 เขาแผนที่ 48

นี่คือแผนที่เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติเขาแผนที่ ระยะทาง 340 เมตร มีจุดแวะศึกษาธรรมชาติ รวม 10 จุด ซึ่งเราขอท้าให้คุณมาสัมผัสด้วยตัวเอง นี่คือหนึ่งในตัวแทนความอุดมของเกาะหมาก จังหวัดตราด เกาะเงียบสงบแสนงาม ที่ผมเดินทางมาเพื่อจะ “หลงรัก” และหวังว่าคุณก็จะหลงรักด้วยเช่นกัน
logo รวมขอขอบคุณ : อพท. หรือ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) และพี่น้องชาวเกาะหมากที่น่ารักทุกท่าน ที่ร่วมมือ ร่วแรงร่วมใจสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ นี้ขึ้น สอบถามโทร. 0-2357-3580-402
Nikon logo 1Special Thanks : บริษัท Nikon Sales (Thailand) Co., Ltd. สนับสนุนกล้องถ่ายภาพระดับมืออาชีพ D4 และกล้องถ่ายภาพใต้น้ำ AW130 เพื่อการเก็บภาพสวยๆ เหล่านี้มาฝากเพื่อนๆ ทุกคน สนใจสอบถาม โทร. 0-2633-5100

https://goo.gl/GeqdbB

#LowcarbonAtkohmak #CastawayAtkohmak #ติดเกาะโลว์คาร์บอน

ภารกิจตามหาหญ้าทะเล ฮาเฮ เกาะหมาก จ.ตราด

logo-castawayอ่าวผ่อง 2

เคยมีคนกล่าวไว้ว่า ตราดคือเมืองเกาะครึ่งร้อย และเป็นสวรรค์แห่งทะเลตะวันออก ที่อาบอิ่มด้วยคลื่นลมเห่กล่อม ผสานน้ำทะเลสีครามสดใส เคียงคู่หาดทรายขาวสะอาดตา วันนี้เราจะพาตัวเองล่องเรือโล้คลื่นสู่ เกาะหมาก หนึ่งในเกาะแสนงามแห่งเมืองตราด เพื่อดำดิ่งลงไปยังโลกใต้ทะเลอันสวยงาม น่าพิศวง และมีเรื่องราวให้ค้นหาไม่รู้จบ

ทริปนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง เพราะ Go Travel Photo ได้รับเกียรติจาก อพท. หรือ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ให้เข้าร่วมในโครงการ Castaway @Low Carbon Island 2016 ทำหน้าที่อาสารักษ์โลก สัมผัสธรรมชาติสงบงาม และวิถีชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมบนเกาะหมากแห่งนี้

อ่าวผ่อง 3

มาเที่ยวเกาะหมากคราวนี้ เรามีภารกิจพิเศษพกติดตัวมาด้วย เพราะเราได้ยินมาว่า ที่ “อ่าวผ่อง” ทางด้านทิศใต้ของเกาะหมาก ซึ่งอยู่ติดกับท่าเรืออ่าวนิด เป็นจุดดำน้ำตื้นชมปะการังที่น่างดงามมาก แถมยังมีแนวหญ้าทะเลอยู่ด้วย! โห ถ้าจริงก็ดีนะสิ เพราะหญ้าทะเลเหลืออยู่ไม่มากแล้วในเมืองไทย หวังว่าจะได้เห็นกับตาตัวเองสักครั้ง
อ่าวผ่อง 4

อ่าวผ่อง ที่เราเห็นในแว๊บแรก ทำให้หลงรักในทันที เพราะถึงแม้จะเป็นเวิ้งอ่าวเล็กๆ ยาวไม่กี่ร้อยเมตร ทว่าจุดเด่นคือความสงบ หาดทรายเป็นสีทอง เนื้อละเอียดเนียน เดินนุ่มเท้า วันนี้ฟ้าใสเป็นใจกับการดำน้ำตามหาหญ้าทะเลจริงๆ เลย
อ่าวผ่อง 5

พวกเราเป็นคนชอบกิจกรรมมันส์ๆ จะทำอะไรทีก็ต้องไม่ธรรมดา เลยขอเพิ่มดีกรีความสนุกก่อนจะไปดำน้ำที่อ่าวผ่อง ด้วยการพายเรือคายัคระยะทางสักครึ่งกิโลเมตร เริ่มต้นจากทะเล ไทม์ รีสอร์ท ไปอ่าวผ่อง โดยครั้งนี้ได้สาวสวยขาลุย “คุณหมอนก” จากเว็บไซต์เพื่อนนักสะพายเป้ มาเป็นเพื่อนร่วมทาง ก่อนพายเรือก็ต้องเตรียมความพร้อมกันหน่อยล่ะ
อ่าวผ่อง 6

แม้จะเป็นการพายเรือคายัคระยะทางสั้นๆ แต่มากางแผนที่ดูเส้นทาง และจุดหมาย กันไว้ก่อน ก็ดีเหมือนกัน
อ่าวผ่อง 7

น่าจะใช้เวลาพายเรือไม่เกิน 30 นาที ถ้าคลื่นลมไม่แรงเกินไป พร้อมแล้วก็ลุยกันเลยยยยยอ่าวผ่อง 8

การพายเรือคายัค เป็นหนึ่งในกิจกรรมการท่องเที่ยวทางน้ำที่ถือว่า “เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” เพราะไม่ได้ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อะไรเลยสู่ชั้นบรรยากาศโลก เสียงก็เงียบ พายเรือไปอย่างอิสระเสรี จะหยุดแวะชมธรรมชาติตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ นับว่าเหมาะสุดๆ แล้ว สำหรับเกาะคาร์บอนต่ำอย่างเกาะหมากครับ

แต่วันนี้ดูเหมือนคลื่นลมจะค่อนข้างแรง เรือคายัคของผมกับหมอนกเลยโดนคลื่นซัดไปคนละทางสองทาง ฮาฮาฮา สุดท้ายก็ต้องใช้วิธีผูกเชือกโยงเรือเข้าไว้ด้วยกัน แล้วพายไปพร้อมๆ กันดีกว่าเนอะอ่าวผ่อง 9

ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ตามที่กะไว้ ในที่สุดเรือคายัคลำน้อยสองลำก็มาจอดเกยหาดอยู่ที่อ่าวผ่อง อย่างปลอดภัย โดยมี คุณไมเคิล ซึ่งเป็นชาวยุโรปที่มาทำธุรกิจรีสอร์ทเล็กๆ อยู่ที่อ่าวผ่อง แถมยังเป็นนักถ่ายภาพใต้น้ำฝีมือฉกาจ รวมทั้ง คุณเนม เจ้าของทะเล ไทม์ รีสอร์ท (อ่าวทองหลาง) ที่อยู่ติดกัน มายืนรอรับอยู่ด้วยความเป็นห่วง

ก่อนจะเปลี่ยนชุดลงไปดำน้ำ เราได้พูดคุยกันถึงความสมบูรณ์ของพื้นที่ คุณไมเคิลเล่าว่า แนวปะการังหน้าอ่าวผ่องเคยถูกภาวะปะการังฟอกขาว หรือ Coral Bleching จากน้ำทะเลที่ร้อนขึ้น (ผลจากภาวะโลกร้อน) ส่วนหนึ่งจึงตายไป แต่โชคดีที่ปัจจุบันบางส่วนเริ่มฟื้นตัวแล้ว จึงมีปลาเล็กปลาน้อย และปะการังเกิดใหม่ ค่อยๆ เติบโตขึ้น
อ่าวผ่อง 10.1

บริเวณหัวหาดด้านหนึ่งของอ่าวผ่อง ยามน้ำลดจะเห็น แนวหินภูเขาไฟ (Volcanic Rock) จำนวนมากผุดขึ้นมา ลักษณะเป็นหินสีน้ำตาลเกือบดำ เนื้อเป็นรูพรุนจำนวนมาก เพราะหินลาวานี้มีฟองอากาศอยู่ภายใน และเย็นตัวลงอย่างรวดเร็ว นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เมื่อ 200 กว่าล้านปีก่อน บริเวณนี้เป็นแหล่งธรณีภูเขาไฟที่ดุเดือดไม่ใช่เล่น คงอย่างนี้นี่เอง ในบริเวณจังหวัดตราดและจันทบุรี จึงมีหินอัญมณีมีค่าและหินภูเขาไฟหลงเหลืออยู่มากมาย อย่างที่เกาะขามที่อยู่ใกล้เกาะหมากก็มีเหมือนกันครับอ่าวผ่อง 10.2

แนวหินภูเขาไฟผุดยามน้ำลง ที่อ่าวผ่องอ่าวผ่อง 10

เอาล่ะ ตอนนี้ได้เวลาดำน้ำตามหาหญ้าทะเลกันแล้ว ตื่นเต้นจัง! หมอนกคนสวยของเรา โดดน้ำตามคุณไมเคิลลงไปก่อนเลย วันนี้ถ้าภารกิจไม่สำเร็จ เราสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะไม่หยุดแน่นอน!อ่าวผ่อง 11

แม้วันนี้บนผิวน้ำคลื่นจะค่อนข้างแรง น้ำไม่ใสเคลียแบบ 100 เปอร์เซนต์ แต่ก็ยังพอมองเห็นป่าใต้น้ำได้บ้าง ไม่ห่างจากฝั่งมากนัก ในบริเวณน้ำลึกไม่เกิน 1.50 เมตร สิ่งแรกที่เตะตานักดำน้ำมือสมัครเล่นอย่างผมก็คือ “สาหร่ายทุ่น” (Sargassum) เป็นสาหร่ายสีน้ำตาล ที่มีลำต้นยาวตั้งตรง พลิ้วไหวโอนเอนไปมาตามกระแสคลื่น ทำให้จุดนี้เราต้องว่ายน้ำซิกแซกไปมาหลบพวกมัน น่าสนุกดีครับ เหมือนผจญภัยในป่าใต้น้ำไม่มีผิดเลย!อ่าวผ่อง 12

ในบริเวณเดียวกับที่พบสาหร่ายทุ่น เรายังพบ สาหร่ายเห็ดหูหนู (Lobophora) งอกงามอยู่เป็นจำนวนมาก ลักษณะของมันเนื้อจะนิ่มๆ เหมือนวุ้น มีแผ่นใบกลมๆ เหมือนหูหนูขนาดใหญ่ การที่เราพบสาหร่ายในน้ำตื้นทั้งสองชนิดนี้ ถือว่าดี เพราะนอกจากมันจะช่วยสังเคราะห์แสงเพิ่มออกซิเจนให้ทะเลแล้ว ยังเป็นตัวดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ด้วย เพราะในกระบวนการสังเคราะห์แสงของมัน ต้องใช้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากอ่าวผ่อง 13

ดำน้ำตีขาสู้คลื่นห่างจากฝั่งออกมาประมาณ 30-40 เมตร ช่วงแรกนี้ปะการังที่พบส่วนใหญ่เป็นปะการังแข็ง (Hard Coral) หลากชนิด อย่างในภาพนี้คือ ปะการังรังผึ้ง (Honey Comb Coral) รูปแบบหนึ่งอ่าวผ่อง 14

ปะการังรังผึ้งรูปแบบหนึ่ง กำลังเติบโตขึ้นบนโขดปะการังเดิมที่ตายลงเพราะภาวะน้ำทะเลร้อนในอดีตอ่าวผ่อง 15

รูปแบบชีวิตอันหลากหลายใต้ท้องทะเลที่อ่าวผ่อง ปะการังรังผึ้ง แบบนี้แม้กอจะไม่ใหญ่ แต่ถ้าสังเกตให้ดี จะพบว่ามีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ไปพึ่งพิงอิงอาศัยอยู่มากมาย แนวปะการังจึงเป็นสังคมสิ่งมีชีวิตใต้น้ำ ที่มีห่วงโซ่อาหารซับซ้อนมากอ่าวผ่อง 16

ปะการังดาวสีทอง (Golden Star Coral) สีส้มสดใส ที่เห็นนี้จริงๆ แล้วปะการังไม่ใช่พืช แต่เป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง ที่ดูดหรือกรอกกินสารอาหารและแพลงก์ตอนจากน้ำทะเล ปะการังบางชนิดอาศัยอยู่ในโครงสร้างหินปูนแข็ง รูปร่างคล้ายต้นไม้ ใบไม้ จึงทำให้หลายคนเข้าใจผิด คิดว่าปะการังเป็นพืช แต่จริงๆ แล้วพวกมันเป็นสัตว์จำพวกหนึ่งนะจ๊ะ อิอิอ่าวผ่อง 17

ปะการังรังผึ้งรูปแบบหนึ่ง ที่อ่าวผ่อง รูปร่างสวยงามแปลกตาเหลือเกินอ่าวผ่อง 18

ในบริเวณน้ำตื้นของอ่าวผ่อง ช่วงที่น้ำลึกไม่เกิน 1.50 เมตร เราพบ ปลิงทะเล (Lolly Sea Cucumber) อยู่บ้างพอสมควร จริงๆ แล้วปลิงทะเลเป็นญาติใกล้ชิดกับดาวทะเลและหอยเม่น มันเคลื่อนที่ด้วยการยืดหดกล้ามเนื้อ ทำนองคืบคลานไปมา เพราะมันไม่มีกระดูกสันหลัง โดยมันจะใช้หนวดที่ปากคุ้ยเขี่ยซากอินทรีย์และอาหารบนพื้นทราย เลน กิน การพบปลิงทะเลในบริเวณใดมากๆ จึงเท่ากับว่า มีเทศบาลคอยช่วยทำความสะอาดพื้นทะเลให้นั่นเองอ่าวผ่อง 19ปะการังรังผึ้ง (Honey Comb Coral) ก้อนกลมเกือบเท่าลูกฟุตบอล ลายสวยน่ารัก เป็นปะการังแข็งชนิดหนึ่งที่พบได้มากมายบริเวณอ่าวผ่อง กว่าจะขยายขนาดขึ้นเป็นกอใหญ่ๆ ได้ มันต้องใช้เวลาหลายสิบปีทีเดียว

อ่าวผ่อง 20

เพลิดเพลินกับการดำน้ำตื้นไปเรื่อยๆ ก็ไปจ๊ะเอ๋ เข้ากับกอ ปะการังสมองร่องลึก (Large Brain Coral) ที่ทำให้ขนลุกได้เหมือนกัน คงเพราะรูปร่างของมันเหมือนกับสมองของคนเราไม่ผิดเลยนะสิ! แต่จริงๆ แล้วไม่มีอันตรายหรอกนะ แค่เราคิดไปเอง ไม่น่ากลัวอะไร เราจะเห็นหนอนสีดำขนาดเล็กอาศัยอยู่ในร่องของปะการังสมองด้วยอ่าวผ่อง 21

ปะการังสมองร่องลึก (Large Brain Coral) ขนาดเท่าหัวผักกะหล่ำใหญ่ๆ
อ่าวผ่อง 22

การดำน้ำตามหาหญ้าทะเลในวันนี้ที่อ่าวผ่อง เรามีคุณไมเคิลเป็น Dive Leader หรือผู้นำดำน้ำ เพราะเขาอาศัยอยู่ที่นี่ จึงมีความเชี่ยวชาญ รู้ว่าตรงไหนมีอะไร แต่ที่สำคัญคือ คุณไมเคิลได้ช่วยเราเก็บภาพ VDO ใต้น้ำด้วย ดีใจมากๆ ครับอ่าวผ่อง 23

ในจุดดำน้ำหลักจุดแรก ซึ่งเป็นเหมือนดงปะการังแข็งพื้นที่กว้าง เราพบ หอยมือเสือ (Giant Clam) ซึ่งเป็นหอยทะเลขนาดใหญ่ที่สุดชนิดหนึ่ง กระจายอยู่มากมาย แม้มันจะยังโตไม่เต็มที่ จนถึงขนาด 100-120 เซนติเมตร แต่ก็ถือเป็นหอยมือเสือวัยรุ่น ที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของอ่าวผ่องได้เป็นอย่างดี และจะช่วยให้ท้องทะเลบริเวณนี้ในอนาคตมีความอุดม มีคุณค่า มีห่วงโซ่อาหารที่ไม่ขาดตอนอ่าวผ่อง 24

ว่ากันว่า พบหอยมือเสือที่ใด น้ำในบริเวณนั้นถือว่าสะอาด เพราะหอยมือเสือจะมีชีวิตอยู่ได้ในบริเวณที่น้ำค่อนข้างคื้น ใสสะอาด ตะกอนน้อย เนื่องจากตัวของมันเองแม้จะเป็นสัตว์ แต่ช่างน่าอัศจรรย์ กลับมีสาหร่ายชนิดหนึ่งไปอาศัยอยู่ในเนื้อของมันด้วย หอยมือเสือจึงต้องเปิดปากออกมา ให้สาหร่ายสังเคราะห์แสงสร้างอาหาร เป็นการอาศัยแบบพึ่งพากัน ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย (Symbiosis) คือสาหร่ายได้ที่อยู่อาศัย และหอยมือเสือได้อาหารจากสาหร่าย
อ่าวผ่อง 25

การสังเคราะห์แสงของสาหร่ายที่อยู่ในเนื้อหอยมือเสือ ถือว่ามีประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์ทางทะเลอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยเพิ่มออกซิเจนให้น้ำทะเลแล้ว ยังช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาเก็บไว้ด้วย หรือที่ในทางนิเวศน์วิทยาเรียกว่า Carbon Sink นั่นเอง หอยมือเสือจึงไม่ได้มีไว้กินอย่างเดียวตามที่หลายคนเข้าใจผิด

“ทุกสิ่งทุกอย่างในธรรมชาติล้วนมีหน้าที่ และเชื่อมโยงกันเป็นวงจร ห่วงโซ่อันเปราะบาง”
อ่าวผ่อง 26

ถ้าสังเกตให้ดี นอกจากหอยมือเสือแล้ว เรายังพบ หอยมือแมว (Crocus Giant Clam) ด้วย ถ้าไม่รู้จักมองผ่านๆ ก็อาจนึกว่าเป็นชนิดเดียวกับหอยมือเสือ (Giant Clam) วิธีสังเกตง่ายๆ ในความต่าง คือ หอยมือแมวขนาดจะเล็กกว่า ยาวเพียง 10-15 เซนติเมตร (ไม่เกิน 20 เซนติเมตร) และมักฝังตัวอยู่ในกอหรือโขดปะการังแข็ง ไม่ได้เห็นเป็นตัวเด่นขึ้นมาเหมือนหอยมือเสือ อ่าวผ่อง 27

หอยมือแมว (Crocus Giant Clam) อยู่ในตระกูลเดียวกับหอยมือเสือ แต่ตัวเล็กกว่า ทว่ามันสามารถช่วยสังเคราะห์แสง ดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เช่นกัน
อ่าวผ่อง 28

ปะการังสีทอง ที่อ่าวผ่อง ชนิดนี้ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นสีทองตามธรรมชาติ หรือเกิดจากภาวนะน้ำทะเลร้อนขึ้น???อ่าวผ่อง 29

ปะการังโขด (Hump Coral) สีม่วงอมชมพูสวยงาม พบกระจายอยู่ทั่วไปที่อ่าวผ่อง
อ่าวผ่อง 30

ปะการังโขด (Hump Coral) สีชมพูอ่อนที่อ่าวผ่อง บางจุดพบว่ามีขนาดใหญ่ แผ่ออกไปหลายสิบตารางเมตรเลยทีเดียว จะเห็นว่า นอกจากมีลูกปลาเล็กๆ แอบไปใช้เป็นที่หลบภัยแล้ว ยังมีหอยไปฝังตัวอยู่ในเนื้อของปะการังโขดด้วยอ่าวผ่อง 31

เมื่อดำน้ำห่างจากฝั่งออกมาเรื่อยๆ จนถึงระยะน้ำลึกราวๆ 3 เมตร ก็พบ ปะการังโขด (Hump Coral / Mountain Coral) ขนาดใหญ่และกินพื้นที่กว้างขึ้น ปะการังโขดบางกอมีสีส้ม ชมพู ม่วง ผสานกันไปมา สวยงามมากอ่าวผ่อง 32

ฝูงปลาเล็กปลาน้อย ว่ายวนหากินอยู่ในแนวปะการังแข็งของอ่าวผ่อง
อ่าวผ่อง 33

ปะการังดอกเห็ด (Mushroom Coral) แม้พบได้ทั่วไป เป็นปะการังที่หาง่าย แต่ก็มีรูปร่างสวยงามเตะตา ดึงดูดความสนใจเราให้ว่ายน้ำเข้าไปดูใกล้ๆ ได้ทุกครั้ง พวกมันเป็นปะการังที่เติบโตขึ้นเป็นกอเดี่ยวๆ เส้นผ่าศูนย์กลาง 20-30 เซนติเมตร แต่ถ้าโตอยู่ใกล้กันหลายๆ อัน บางครั้งมันก็รวมตัวเป็นกอใหญ่ก็มี จัดเป็นปะการังน้ำตื้นที่โดดเด่นมากชนิดหนึ่งของอ่าวผ่องครับ
อ่าวผ่อง 34ปะการังเขากวาง (Staghorn Coral) ในลักษณะการเติบโตขึ้นเป็นพุ่ม (Table) รูปร่างคล้ายโต๊ะขนาดใหญ่ การที่พบเห็นมันเป็นสีเหลืองทองขนาดนี้ เป็นดัชนีบ่งชี้ได้ชัดเจนว่าน้ำทะเลของภาคตะวันออกร้อนขึ้น อันเป็นผลมาจากปี 2016 เป็นปีที่โลกต้องประสบภาวะโลกร้อน และปะการังฟอกขาว รุนแรงที่สุดปีหนึ่ง!!!

อ่าวผ่อง 35

กว่าปะการังเขากวางแต่ละกิ่งจะงอกงามขึ้นได้ขนาดนี้ มันต้องใช้เวลาหลายสิบปี เพราะแต่ละปีมันงอกยาวได้แค่ไม่กี่มิลลิเมตรเท่านั้น! ดังนั้นเวลาไปดำน้ำดู เราต้องระวังไม่จับต้อง และระวังไม่ให้ตีนกบดำน้ำของเราไปโดนมันจนหัก!
อ่าวผ่อง 36

ในบริเวณปะการังใต้น้ำกลุ่มที่ 2 ซึ่งคุณไมเคิลนำเราดำน้ำดู โชคดีไปพบกับ กอปะการังโขดรูปหัวใจ!!! ที่มีปะการังรังผึ้งกลมสวยคล้ายลูกบอลอยู่ตรงกลางพอดิบพอดี ช่างน่าพิศวงในประติมากรรมธรรมชาติใต้น้ำชิ้นนี้ เปรียบไป ก็คล้ายกับหัวใจแห่งมหาสมุทรที่ไข่มุกแสนงามประดับอยู่ตรงกลาง นี่คือของขวัญล้ำค่าสำหรับมนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเรา

ผมถือว่า นี่คือ Unssen ของอ่าวผ่อง และเกาะหมาก อย่างหนึ่งเลยล่ะ!
อ่าวผ่อง 37

ปะการังรังผึ้งที่อ่าวผ่อง
อ่าวผ่อง 38

ปะการังโขดขนาดเล็ก กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ อ่าวผ่อง 39

ปะการังแผ่น เติบโตขึ้นเคียงคู่กับปะการังโขด ปะการังรังผึ้ง และชุมชนหอยเม่นหนามยาว ทำหน้าที่คล้ายชุมชนใต้น้ำ ให้หมู่กุ้ง หอย ปู ปลา เข้ามาหลบอาศัย หากิน และขยายพันธุ์ต่อไปอ่าวผ่อง 40

ปะการังสมอง (Brain Coral) เป็นหนึ่งในชนิดปะการังโดดเด่นที่สุดบริเวณอ่าวผ่อง รวมถึงรอบๆ เกาะหมาก และท้องทะเลภาคตะวันออกของไทย รูปร่างอันชวนพิศวงของมัน คงทำให้หลายคนรู้สึกขนลุกได้ไม่น้อย!
อ่าวผ่อง 41

ในที่สุด หลังจากดำน้ำกันมาชั่วโมงกว่า ผ่านกลุ่มปะการังเด่นๆ มา 2 กลุ่ม คุณไมเคิลก็นำเราว่ายน้ำกลับเข้าสู่บริเวณน้ำลึกไม่เกิน 2 เมตร ณ จุดนี้คือ แหล่งหญ้าทะเลที่เราตามหา! มันคือผืนพรมสีเขียวใต้น้ำใส แผ่กว้างออกไปหลายสิบตารางเมตร จนยากจะวัดให้ชัดเจนได้ว่ามีพื้นที่เท่าใดแน่ แต่นั่นคงไม่สำคัญเท่ากับ การได้เห็นหญ้าทะเลของจริงกับตาตัวเองสักครั้งในระยะใกล้ชิดแบบเผาขนขนาดนี้ คือสิ่งพิสูจน์ว่า เกาะหมากยังเป็นสวรรค์ของคนรักทะเลอย่างแท้จริงอ่าวผ่อง 42

หญ้าทะเลที่อ่าวผ่องขึ้นเบียดเสียดกันอย่างหนาแน่น สมบูรณ์มาก และแทบไม่มีร่องรอยความเสียหายเลย ดีใจจัง! โดยตามธรรมชาติแล้ว หญ้าทะเล หรือ Sea Grass คืออาหารของ เต่าทะเล (Sea Turtle) และ พะยูน (Dugong) รวมทั้งยังเป็นแหล่งอาศัย หลบภัย หากิน สืบพันธุ์ ของกุ้ง หอย ปู ปลา รวมถึงม้าน้ำตัวจิ๋วด้วย นอกจากนี้ หญ้าทะเลยังช่วยสังเคราะห์แสง เพิ่มออกซิเจนให้ท้องทะเล เป็นการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากักเก็บไว้ในตัวและผืนดินข้างใต้ ได้อย่างน่าอัศจรรย์อ่าวผ่อง 43

หญ้าทะเลที่อ่าวผ่อง มีชื่อชนิดว่า หญ้าชะเงาใบฟันเลื่อย ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ Cymodocea serrulata เป็นหญ้าทะเล 1 ใน 12 ชนิด ที่พบในเมืองไทยของเรา แหล่งหญ้าทะเลอันมีคุณค่านี้ล่ะ คือพืชที่ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ในปริมาณมหาศาล มหาสมุทรจึงเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนใหญ่ที่สุดอีกแห่ง อย่างที่เรามิอาจมองข้าม!
อ่าวผ่อง 44

ไม่น่าเชื่อเลยว่า กลางกอหญ้าทะเล เราจะพบสังคมการอยู่ร่วมกัน ของหญ้าทะเล สาหร่ายทะเล ปะการังเขากวาง และโขดปะการังแข็ง อย่างกลมกลืน ราวกับมีใครไปแอบจัดสวนไว้ใต้ทะเล ยังไงยังงั้นเลย ฮาฮาฮา

อ่าวผ่อง 45

ตรงบริเวณชายขอบของแหล่งหญ้าทะเลอ่าวผ่อง เราสามารถพบ หอยจอบ หรือหอยซองพลู (Comb Pen Shell) ฝังตัวอยู่ในพื้นทรายเป็นจำนวนมาก โดยมันจะฝังปลายด้านหนึ่งที่เป็นทรงแหลม ลึกลงไปในพื้นทราย ปล่อยไว้เพียงปากอีกด้านหนึ่งที่มนกว่าโผล่พ้นพื้นขึ้นมา ขอเตือนว่า เปลือกนี้ค่อนข้างคม ถ้าเดินลุยน้ำไปเหยียบเข้า ก็อาจเกิดแผลได้!

ตามปกติแล้ว หอยจอบจะกรองกินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร ซึ่งแพลงก์ตอนบางชนิดมีพิษด้วย การเอาเนื้อหรือเอ็นหอยจอบมากิน จึงอาจท้องเสียได้ ขอแนะนำให้ตัดปัญหา ไม่กินมันเลยจะดีกว่านะครับ
อ่าวผ่อง 46

จากจุดที่พบหญ้าทะเล ถ้าว่ายน้ำหันหัวออกทะเล ไปจนถึงระดับความลึกราวๆ 3 เมตร จะพบไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งของอ่าวผ่อง นั่นคือ “ซากเรือจม” เป็นเรือประมงขนาดกลาง ชื่อ Thaitanic ซึ่งมาอับปางลงตรงนี้เมื่อหลายปีที่แล้ว ทว่าซากเรือที่พบไม่ได้มีลักษณะเป็นเรือเต็มลำชัดเจน เพราะถูกคลื่นลมถาโถมพัดไปมาจนพัง แตกออกเป็นชิ้นๆ กระจัดกระจาย นับเป็นจุดดำน้ำที่น่าตื่นเต้น ให้อารมณ์ของการผจญภัยเล็กๆ และเป็นจุดสิ้นสุดเส้นทางดำน้ำของเราในวันนี้ด้วย
อ่าวผ่อง 47ผลจากการดำน้ำตื้นที่อ่าวผ่องในวันนี้ ทำให้ทีมของเราช่วยกันสรุปวาดแผนที่ เส้นทางศึกษาธรรมชาติใต้น้ำ หรือ Underwater Trail แบบคร่าวๆ ได้ แม้จะไม่ละเอียดนัก (เพราะเราไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ทางทะเล) แต่เราก็ภูมิใจ ที่ได้ดำดิ่งลงไปพิสูจน์ให้เห็นสรรพชีวิตใต้ทะเลกับตาตัวเอง โดยเฉพาะหญ้าทะเลที่ดูได้อย่างใกล้ชิด

เราหวังว่า สมบัติทางธรรมชาติอันล้ำค่านี้จะคงอยู่คู่คนเกาะหมาก คนตราด และคนไทย ไปอีกนานแสนนานเลยนะจ๊ะ
logo รวม

ขอขอบคุณ : อพท. หรือ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) และพี่น้องชาวเกาะหมากที่น่ารักทุกท่าน ที่ร่วมมือ ร่วแรงร่วมใจสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ นี้ขึ้น สอบถามโทร. 0-2357-3580-402
Nikon logo 1Special Thanks : บริษัท Nikon Sales (Thailand) Co., Ltd. สนับสนุนกล้องถ่ายภาพระดับมืออาชีพ D4 และกล้องถ่ายภาพใต้น้ำ AW130 เพื่อการเก็บภาพสวยๆ เหล่านี้มาฝากเพื่อนๆ ทุกคน สนใจสอบถาม โทร. 0-2633-5100

https://goo.gl/GeqdbB

#LowcarbonAtkohmak #CastawayAtkohmak #ติดเกาะโลว์คาร์บอน

เกาะหมาก สวรรค์วันพักผ่อนแห่งทะเลบูรพา

เกาะหมาก 2

ก่อนที่ Go Travel Photo จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพาบล็อกเกอร์ไปปล่อยเกาะ ที่เกาะหมาก จังหวัดตราด ของ อพท. (องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน องค์การมหาชน) ระหว่างวันที่ 19-22 เมษายน 2559 เราจึงอยากพาแฟนๆ ไป Say Hello กับเกาะอันแสนน่ารักแห่งนี้ก่อนเลย
เกาะหมาก 3 เกาะหมาก 4

ขอต้อนรับสู่เกาะหมาก เกาะเงียบสงบที่ไม่ต่างจากโอเอซิส หรือสรวงสวรรค์แห่งน่านน้ำทะเลตะวันออก เพราะวันนี้ขณะที่หลายเกาะพัฒนาไปจนสูญเสียความเป็นธรรมชาติ ทว่าเกาะหมากยังคงสงบงามตามวิถี แถมยังเป็นต้นแบบการท่องเที่ยวแบบ Low Carbon หรือปลดปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ น่าชื่นชมจริงๆ
เกาะหมาก 5

วิถีชีวิตดั้งเดิมบนเกาะหมาก ล้วนผูกพันอยู่กับสวนมะพร้าวและสวนหมาก ทว่าด้วยเวลาที่เปลี่ยนไป หลังจากมีการนำยางพาราเข้าปลูกบนเกาะ ป่าหมากก็หายไป เหลือแต่ป่ามะพร้าวต้นสูงลิ่วใบลู่ลม ที่ยังคงพอสะท้อนวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ของคนบนเกาะหมากให้เราได้เห็น
เกาะหมาก 6

อ่าวขาว เป็นหนึ่งอ่าวที่สวยและสงบที่สุดทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะหมาก น้ำทะเลเป็นสีฟ้าครามสดใส ลงเล่นน้ำได้สบายใจ มีรีสอร์ทเล็กๆ อยู่ด้วย เหมาะสำหรับการหลบความวุ่นวายไปพักผ่อนจริงๆ
เกาะหมาก 7

อ่าวขาวในวันฟ้าใส แทบไม่มีคนไทย แต่เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย
เกาะหมาก 8

เสน่ห์ของทิวมะพร้าวโอนเอนลงทักทายผืนทะเลที่ อ่าวขาว
เกาะหมาก 9

อ่าวแดง อยู่ติดกับอ่าวขาว บริเวณนี้เต็มไปด้วยก้อนหินสีส้มอมแดง ไม่มีหาดทราย ถัดเข้ามาเป็นป่ามะพร้าวเก่า ยังไม่มีรีสอร์ทมาสร้างอยู่ เหมาะเป็นเส้นทางปั่นจักรยานหรือเก็บภาพมุม Unseen สวยๆเกาะหมาก 10

อาทิตย์อัสดงลงจุมพิตผืนทะเล ที่ Banana Sunset Resort หนึ่งในจุดชมวิวแสงสุดท้ายของวัน ที่สวยที่สุดบนเกาะหมาก
เกาะหมาก 11

เกาะหมากเป็นสวรรค์ของช่างภาพ ทั้งมือใหม่และมือโปร ที่ Banana Sunset Resort ชมอาทิตย์อัสดงได้งดงามมากเกาะหมาก 12

Sunset แสนประทับใจที่ Banana Sunset Resort
เกาะหมาก 13

ที่ Banana Sunset Resort มีสะพานไม้เล็กๆ ยื่นลงไปในทะเล เหมาะจะชวนคนรักไปนั่งทำโรแมนติกกันชะมัด
เกาะหมาก 14

แสงสุดท้ายอันน่าประทับใจที่ Banana Sunset Resortเกาะหมาก 15

ความงามของแสงสีบนฟากฟ้าที่ Maka Thani Resort
เกาะหมาก 16

พระอาทิตย์ตื่นนอน ค่อยๆ ลอยอ้อยอิ่งขึ้นทักทายพวกเรา ที่ Maka Thani Resort
เกาะหมาก 17

แสงยามเช้าอันอ่อนโยนที่ Maka Thani Resort
เกาะหมาก 18

อรุณเบิกฟ้าที่สะพานเรือด้านหน้า Maka Thani Resort
เกาะหมาก 19

นกแอ่นบ้านตัวน้อยน่ารัก ตื่นแต่เช้ามารับลมทะเลแสนสดชื่นของเกาะหมาก
เกาะหมาก 20

หอยนมสาว ถูกคลื่นพัดขึ้นมาเกยหาดที่ พลับพลา Resortเกาะหมาก 21

อ่าวผ่อง อยู่ติดกับท่าเรืออ่าวนิด มองเห็นไกลๆที่สุดเส้นขอบฟ้าตรงนั้น ก็คือแหลมดุ่น (แหลมกะดุ่น)
เกาะหมาก 22

หาดทรายสีทองของอ่าวผ่องเกาะหมาก 23

อ่าวผ่องวันนี้ยังเงียบสงบ เป็นมุมส่วนตัวที่จะไปนั่งๆ นอนๆ เอกเขนกได้สบายโดยไม่มีใครกวนเกาะหมาก 24

อ่าวผ่องไม่ได้สวยน่าหลงใหลเฉพาะบนบกนะจ๊ะ แต่โลกใต้ทะเลยังมีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยหมู่ปลา ปะการัง เหมาะไปดำน้ำทักทายโลกแห่งสรรพชีวิตที่ไม่ค่อยมีใครได้พบเห็นเกาะหมาก 25

ปะการังเขากวางที่อ่าวผ่องหอยมือแมว 2

ใต้น้ำหน้าอ่าวผ่อง เต็มไปด้วยหอยมือเสือ และหอยมือแมว ซึ่งปัจจุบันที่อื่นหายากแล้ว ทว่าที่นี่ยังได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี พวกมันจึงค่อยๆ ขยายพันธุ์ รอให้เราเข้าไปเรียนรู้ เพื่อให้เกิดความรักความเข้าใจในธรรมชาติมากขึ้นเกาะหมาก 26

ไม่น่าเชื่อเลยว่า ที่อ่าวผ่องจะมีแนวหญ้าทะเลขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น และอุดมสมบูรณ์มาก จึงมั่นใจได้เลยว่า ในอดีตน่าจะเคยมีทั้งเต่าทะเลและพยูน (คนภาคตะวันออกเรียก หมูดุด) แวะเวียนหากินอยู่แถวนี้ด้วย
เกาะหมาก 27

หญ้าทะเลในน้ำใสแจ๋วไร้ตะกอนรบกวน ที่อ่าวผ่อง
เกาะหมาก 28

แม้จะได้รับการพัฒนาไปมาก แต่ชายหาดบางแห่งของเกาะหมากก็ยังมีป่าชายเลนหลงเหลืออยู่เหมือนกัน อย่างที่อ่าวทองหลาง ยังมีแนวป่าต้นโกงกางใบเล็กขึ้นอยู่ ให้เป็นที่กำบังคลื่นลม และอนุบาลสัตว์ทะเลวัยอ่อน ตัวเล็กๆ น่ารัก
เกาะหมาก 29

แหลมตุ๊กตา ทางปลายสุดด้านตะวันตกของเกาะหมาก มองออกไปในทะเล เห็นเกาะระยั้งในและเกาะระยั้งนอก อยู่ไม่ไกลแล้วล่ะจ้า น่าพายเรือคายัคออกไปเที่ยวจริงๆ เลย
เกาะหมาก 30

แหลมตุ๊กตา เป็นชายหาดเวิ้งว้าง ธรรมชาติบริสุทธิ์ อยู่ทางปลายสุดด้านตะวันตกของเกาะหมากเกาะหมาก 31

อ่าวทองหลาง อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะหมาก เป็นอ่าวที่คลื่นลมสงบ ชาวเกาะจึงนำเรือเข้ามาจอดหลบคลื่นลมเกาะหมาก 32

มุมส่วนตัวที่อ่าวทองหลาง เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม 5555555เกาะหมาก 33

แหลมสน ตั้งอยู่ทางปลายสุดตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะหมาก สงบเงียบ ไม่มีใครไปรบกวน จากแหลมสนมองออกไปเห็นเกาะกระดาดตั้งอยู่ตรงเส้นขอบฟ้า ต้องหาเวลานั่งเรือไปเที่ยวซะแล้ว
เกาะหมาก 34

อ่าวตาโล่ง เป็นชายหาดยาวเหยียดหลายกิโลเมตรทางด้านทิศเหนือสุดของเกาะหมาก เป็นชุมชนประมงดั้งเดิม ที่ปัจจุบันยังมีวิถีประมงพื้นบ้านให้สัมผัส โดยชาวบ้านส่วนหนึ่งหารายได้เสริม ทำสวนยางพารา จึงมีโรงยางให้ชมด้วยเกาะหมาก 35

ทิวมะพร้าวต้นสูงลิ่วล้อลมทะเล ที่อ่าวตาโล่งเกาะหมาก 36

อ่าวตาโล่ง เป็นเส้นทางปั่นจักรยาน Off Road รอบเกาะหมาก ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติชอบมาก
เกาะหมาก 37

เส้นทางปั้นจักรยานเที่ยว ผ่านอ่าวตาโล่ง และผ่านโรงทำน้ำมันมะพร้าวเก่าของเกาะหมาก ซึ่งปัจจุบันเลิกกิจการไปแล้วเกาะหมาก 38.1

จักรยาน คือพาหนะยอดฮิตของคนบนเกาะหมาก รวมถึงนักท่องเที่ยวที่มาเยือนด้วย เพราะนอกจากจะเงียบ ไม่ปลดปล่อยมลพิษแล้ว ยังทำให้เราได้ออกกำลังกาย ปั่นช้าๆ เนิบๆ ชมธรรมชาติ แวะตรงโน้นตรงนี้ พูดคุยกับชาวบ้านเปี่ยมรอยยิ้มเกาะหมาก 38

นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวแบบชิลชิลแล้ว เกาะหมากยังมีจุดท่องเที่ยวสไตล์ผจญภัยเล็กๆ Soft Adventure ด้วยล่ะ แอบกระซิบดังๆ เลยว่า อยู่ตรง “เขาแผนที่” (ชาวบ้านเรียก เขาบ้านแหลม) แม้ทางเดินขึ้นจะค่อนข้างชัน แต่ระยะทางไม่ไกล เดินไม่เกิน 1 ชั่วโมง ถึงยอดเขาแล้วครับเกาะหมาก 39

บนเขาแผนที่ ส่วนหนึ่งปกคลุมด้วยป่าดิบแล้ง (Dry Evergreen Forest) เต็มไปด้วยต้นพ้อเขา ซึ่งเป็นปาล์มชนิดหนึ่ง มีใบแตกเป็นแฉกกลมคล้ายพัด สวยงามมาก ให้บรรยากาศแปลกดีแฮะ
เกาะหมาก 40

ใบของต้นพ้อเขา (กะพ้อเขา) ที่พบระหว่างทางเดินขึ้นเขาแผนที่เกาะหมาก 41

เดินขึ้นเขาแผนที่มาครึ่งทาง ก็พบกับหน้าผาชมวิวจุดแรก ว้าว! โล่ง กว้าง มองได้ไกลสุดสายตา เห็นเกาะระยั้งใน และเกาะระยั้งนอก ด้วยนะ ตรงนี้มีลักษณะเป็นหน้าผาหินโล่งๆ ตอนกลางวันร้อนฉ่าเลยทีเดียวล่ะ 55555เกาะหมาก 42

เมื่อขึ้นไปถึงยอดเขาแผนที่แล้ว แนวป่ารกก็หายไป กลายเป็นลานหินกับไม้พุ่มค่อนข้างโล่ง เหมาะเป็นจุดชมสุดยอดพระอาทิตย์ตก เพราะเขาแผนที่คือยอดเขาสูงสุดบนเกาะหมากนั่นเองจ้าเกาะหมาก 43

หนึ่งมุม Unseen บนเกาะหมาก ณ แหลมดุ่น (แหลมกะดุ่น)เกาะหมาก 44

หาดหินแดงแหลมดุ่นเกาะหมาก 45

หาดหินแดงแหลมดุ่น มีมุมให้ไปสำรวจผจญภัยเพียบ!
เกาะหมาก 46

หาดหินแดงแหลมดุ่น
เกาะหมาก 47

บรรยากาศแสนโรแมนติก ยามอัสดงที่แหลมดุ่นเกาะหมาก 48

เวลาแห่งความสุขมีให้แบ่งปันกันไม่รู้จบ ณ แหลมดุ่น
เกาะหมาก 49

หน้าร้อนนี้ ถ้ายังคิดไม่ออก ไม่รู้จะไปพักผ่อนนอนเล่นหลบร้อนที่ไหน “เกาะหมาก” อาจเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ช่วยเติมเต็มพลังชีวิตของคุณให้เต็มเปี่ยม สุขล้น ไปกับธรรมชาติและความสงบของทะเลตะวันออก ที่งามราวต้องมนต์เลยล่ะ

https://goo.gl/GeqdbB

#LowcarbonAtkohmak #CastawayAtkohmak #ติดเกาะโลว์คาร์บอน

เที่ยวญี่ปุ่นได้ในวันเดียว! J-Park ชลบุรี

2

3

J-Park ศรีราชา เป็นช็อปปิ้งมอลล์แห่งใหม่ที่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ญี่ปุ่นมากๆ เพราะสิ่งก่อสร้างสถาปัตยกรรมต่างๆ ล้วนจำลองมาจากแดนปลาดิบแท้ๆ ตั้งแต่สไตล์ของอาคารร้านรวง ลำธารสีมรกตสายน้อย น้ำใสแจ๋ว ที่มีปลาคาร์พแหวกว่ายไปมา และที่เด็ดสุดคือร้านขายของกับร้านอาหารญี่ปุ่นนับสิบๆ ร้าน ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ของคนศรีราชาไปแล้ว รวมถึงชุมชนคนญี่ปุ่นที่อาศัยหรือทำงานอยู่แถบนี้ ก็มาเดินอุดหนุนกันอุ่นหนาฝาคั่ง ทำให้ J-Park มีชีวิตชีวา โดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ คนที่ชอบถ่ายรูปยิ่งไม่ควรพลาด เพราะเขามีมุม Photo Point นับไม่ถ้วน!

4

 ปราสาทคินคาคูจิจำลอง เหมือนที่เราเคยเห็นกันในการ์ตูนเรื่องอิ๊กคิวซัง เณรน้อยเจ้าปัญญา ถือเป็นหนึ่งใน Landmark สำคัญของ J-Park ศรีราชา ที่ถูกถ่ายรูปมากที่สุดล่ะ

5

6

 เห็นการจัดสวยเรียบๆ โล่งๆ แบบนี้ นึกว่าอยู่ในญี่ปุ่นจริงๆ ซะอีก!

7

8

9

10

11

 ร้านขายของสไตล์ญี่ปุ่นเปิดให้ช็อปกันทุกวัน เดินได้เพลิน โดยเฉพาะร้าน 100 เยน หรือร้าน Daiso ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี

12

13

14

15

16

17

18

19

 เดินช็อปจนหอบหิ้วกันแทบไม่ไหวแล้ว ก็ได้เวลาหาอาหารญี่ปุ่นแนวสุขภาพเติมพลังสักหน่อย มื้อนี้ขอเน้นกินปลา จะได้เพิ่มโอเมก้า 3 และโปรตีนย่อยง่าย กินคู่กับสลัดผัก และมิโซะซุปสไตล์ญี่ปุ่น อิ่มแบบเบาๆ สบายท้องดีจัง

20

21

22

 แซลมอนซาชิมิ ดูความฉ่ำสดเอาเองละกัน!

23

 สองคำนี้ขอเลย ใครห้ามแย่ง เพราะเป็นของชอบที่สุด! ข้าวปั้นหน้าไข่แซลมอน ต้องกินทั้งคำ ค่อยๆ ให้ไข่แซลมอนแตกในปาก น้ำมันโอเมก้า 3 จะได้ค่อยๆ ไหลลงคอไปช้าๆ สุดยอด!

24

25

 

Traveler’s Guide

Address : J-Park ศรีราชา ตั้งอยู่ที่ ถนนอัสสัมชัญ – หนองค้อ ตำบลสุรศักดิ์ เทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี 20230

How to go : รถยนต์

1. จากถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3) มาถึงอำเภอศรีราชา ตรงมาสังเกตด้านขวามือเป็นห้างโรบินสัน เลยไปอีกประมาณ 180 เมตรพบสี่แยก (แยกอัสสัมชัญ) เลี้ยวซ้ายเข้าถนนอัสสัมชัญ (ทางหลวงหมายเลข 3214) ไปทางโรงเรียนอัสสัมชัญ ตรงไปจนเจอแยกตัววาย (Y) ให้วิ่งเลาะด้านซ้ายมือตามกำแพงโรงเรียนไปเรื่อยๆ เข้าถนนสายศรีราชา-หนองค้อ ก่อนถึงทางหลวงพิเศษสาย 7 จะเห็น J-Park ศรีราชา อยู่ด้านขวา ดั้งนั้นต้องตรงไปขึ้นสะพานข้ามทางหลวงพิเศษสาย 7 พอลงสะพานจะเห็นทางกลับรถด้านขวามือ กลับรถเสร็จแล้ว วิ่งข้ามสะพานกลับมาอีกทีแล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ช็อปปิ้งมอลล์ เจปาร์ค ศรีราชา

2. จากทางหลวงพิเศษสาย 7 กรุงเทพ-ชลบุรี ออกจากด่านเก็บเงินพานทอง ตรงไปประมาณ 26 กิโลเมตร ออกมาทางถนนเลียบหลวงพิเศษสาย 7 วิ่งไปจะสังเกตเห็นสะพานข้ามทางหลวงพิเศษสาย 7 ด้ายซ้ายมือมีป้าย เลี้ยวซ้ายไปห้างโรบินสันศรีราชา เลี้ยวซ้ายตามป้ายนี้ จากนั้นชิดขวากลับรถขึ้นสะพานข้ามทางหลวงพิเศษสาย 7 ลงสะพานจะเห็น J-Park ช็อปปิ้งมอลล์

More info : www.saha-jpark.com  Facebook : https://www.facebook.com/jpark.nihonmura

สวนน้ำ Cartoon Network ประเทศไทยแห่งแรกของโลก!!!

2

เปิดตัวแล้วอย่างยิ่งใหญ่ กับสวนน้ำธีม Cartoon Network แห่งแรกของโลกในประเทศไทย ที่จังหวัดชลบุรี  จุดเด่นที่ไม่เหมือนใครคือ เป็นสวนน้ำแบบอินเทอร์ แอคทีฟ ที่ต่างจากสวนน้ำอื่นๆ ทั่วโลก มีสุดยอดเครื่องเล่นและสไลเดอร์มากถึง 30 อย่าง รวมถึงการแสดงการ์ตูนเน็ทเวิร์ค มาสคอต ซึ่งเป็นเหล่าการ์ตูนเน็ทเวิร์คฮีโร่ อาทิ Powerpuff Girls, Ben 10, Adventure Time ที่เด็กๆ และคนทั่วโลกชื่นชอบ! สวนน้ำแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวางถึง 35 ไร่ ในลักษณะ Daycation (พักผ่อนวันเดียวเที่ยวสบาย) ที่มาสัมผัสกันได้ทั้งครอบครัว และในอนาคตจะมีการเปิดที่พักในบริเวณใกล้ๆ กันด้วย

3

ยืนรอสักพัก ถังน้ำด้านบนที่แกว่งไปแกว่งมา ก็จะมีน้ำเติมเต็มลงไปจนล้น แล้วหมุนเคว้งเทน้ำซ่าใหญ่ลงมาเบื้องล่าง!

4

 วินาทีแห่งความสนุกที่ SURFARENA กระดานโต้คลื่นจำลองอันแสนสนุก

5

 สาวน้อยน่ารัก กับการทรงตัวอย่างยอดเยี่ยมราวกับมืออาชีพ! บนกระดานโต้คลื่นจำลอง SURFARENA

6ครูฝึกกระดานโต้คลื่นจำลอง โชว์ลีลาลอยตัวกลางอากาศ เล่นเอาคนดูอึ้งไปตามๆ กัน!!!

7

 เห็นเครื่องเล่นของเขาแล้วบอกได้คำเดียวว่า สวนน้ำ Cartoon Network สร้างได้ยิ่งใหญ่อลังการกว่าสวนน้ำไหนๆ ที่เคยเห็นจริงๆ!

8

ทะเลจำลอง และคลื่นที่เหมือนกับทะเลจริงๆ มาก! สิ่งสำคัญคือต้องมีห่วงยางหรือเสื้อชูชีพติดตัวไว้ตลอด เพื่อความปลอดภัย
9

10

11

12

 RIPTIDE RAPIDS เครื่องเล่นสุดมันที่พุ่งทะลุผ่านปล่องคดเคี้ยวบนหอคอยสูงนับสิบเมตร ลงสู่สายน้ำฟู่เบื้องล่าง!

13

14

15

16

17

 

Traveler’s Guide

How to go : สวนน้ำ Cartoon Network ตั้งอยู่ที่ ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยอยู่ห่างจากตัวเมืองพัทยาเพียงแค่ 20 นาที และใช้เวลาเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิแค่ 90 นาที

Opening Time : เปิด 10.00-18.00 น. วันจันทร์-อาทิตย์

Contact : โทร. 0-3823-7 707 (ภาษาไทย / อังกฤษ), 09-3008-5690 (ภาษารัสเซีย) เว็บไซต์ http://cartoonnetworkamazone.com

บัตรผ่านประตู : สำหรับบัตรรายวัน ผู้ใหญ่ (คนไทย) 1,290 บาท/วัน, เด็ก (คนไทย) 890 บาท/วัน ราคานี้เล่นได้ตลอดวัน ทุกเครื่องเล่น ยกเว้นค่าอาหารที่ต้องเสียเพิ่มเอง ส่วนบัตรรายปี ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ราคาเริ่มต้นที่ 6,000 บาท

เกาะกูด เกาะสุดท้ายปลายทางบูรพา จ.ตราด

เกาะกูด “เกาะสุดท้ายปลายทางตะวันออกของน่านน้ำไทย” เป็นเกาะใหญ่อันดับ 4 ของทะเลไทยที่อุดมด้วยความพิสุทธิ์แห่งธรรมชาติ สงบงาม และปกคลุมด้วยไม้ร่มครึ้ม นี่คือดินแดนที่นักท่องเที่ยวเรียกว่า สวรรค์แห่งทะเลตะวันออก ได้อย่างเต็มปาก

2

ดูความใสของน้ำทะเลมุมนี้แล้ว เกาะกูดของเราก็ไม่แพ้หมู่เกาะมัลดีฟส์เหมือนกันนะ ฮาฮาฮา

3

 ชายหาดบริเวณอ่าวพร้าว เป็นบริเวณที่เงียบสงบ เหมาะจะมานอนพักผ่อนฟังเสียงทะเลสีครามกระซิบแผ่วเบากับท้องฟ้าสีน้ำเงิน แถมยังมีทิวมะพร้าวโอนเอน ได้บรรยากาศของการอยู่ทะเลอยู่เกาะจริงๆ เลยนะเนี่ยะ

4

เกาะกูดมีภูมิประเทศคล้ายเกาะช้าง คือชายฝั่งด้านตะวันออกต้องปะทะกับลมมรสุม จึงมีแต่หาดหินขรุขระ   ผิดกับชายฝั่งตะวันตกที่คลื่นลมสงบกว่า และมีแนวหาดทรายอยู่หลายแห่ง หาดทรายขาวเหล่านี้ถูกสลับด้วยป่าชายเลนและลำคลองคดเคี้ยวเข้าสู่ภายในเกาะ หากมีโอกาสพายเรือคายักเข้าไปก็จะพบกับบรรยากาศคล้ายป่าอะเมซอนในทวีปอเมริกาใต้ ณ ที่นั่นเราจะสัมผัสได้ถึงมุมอันบริสุทธิ์ ลึกลับ ดิบเถื่อน และงดงามของโลก

5

 แน่นอนว่า เกาะกูดก็เป็นอีกหนึ่งเกาะในทะเลตะวันออก ที่นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียชื่นชอบเป็นพิเศษ

6

ส่วนด้านทิศเหนือของเกาะกูดบริเวณคลองยายกี๋ เป็นที่ตั้งของรีสอร์ตน่ารักๆ ชื่อ กัปตันฮุ๊ก รีสอร์ท ซึ่งสร้างได้อย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ แถมมีมุมส่วนตัวให้นั่งๆ นอนๆ อ่านหนังสือเล่มโปรดโดยไม่มีใครมารบกวน หน้ารีสอร์ตเป็นเวิ้งอ่าวยายกี๋ หาดทรายกว้าง ทิวมะพร้าว โขดหิน และลำคลองที่นำเข้าไปสู่ป่าชายเลนและน้ำตกคลองเจ้า ทว่าที่พิเศษสุดคือ ในคืนเดือนมืดจะมีกิจกรรมพาเข้าไปชมฝูงหิ่งห้อยนับพันๆ ตัวที่พากันออกมากระพริบแสงเป็นจังหวะพร้อมกันเพื่อหาคู่ เป็นภาพอันแสนมหัศจรรย์ที่นับวันจะหาชมได้ยากขึ้นเรื่อยๆ หรือถ้าเป็นคนตื่นเช้าก็ต้องไปที่อ่าวกล้วย ชมพระอาทิตย์ขึ้นได้งดงามจับใจไม่รู้ลืม

7

8

9

 นอกจากจะได้เล่นน้ำทะเลใสแจ๋วแล้ว บนเกาะกูดยังมีเส้นทางเดินป่าด้วย ระหว่างทางมีพรรณพืช และโป่งผีเสื้อสวยๆ ให้ชื่นชมมากมาย แต่ขอบอกก่อนว่า รีสอร์ทบนเกาะกูดจะปิดไม่รับนักท่องเที่ยวในฤดูมรสุม คือประมาณเดือนมิถุนายน-ตุลาคม เนื่องจากคลื่นลมจะแรงเกินไป การเดินทางด้วยเรือ หรือกิจกรรมดำน้ำชมปะการังจึงไม่ปลอดภัย และไม่สวยเท่าที่ควร

10

ในป่าดงดิบบนเกาะกูด มีกล้วยไม้หายากชนิดหนึ่งอยู่ นั่นคือ หวายเหลืองจันทบูร จะพบได้เฉพาะในป่าดงดิบและหมู่เกาะของภาคตะวันออกเท่านั้น

11

 ผีตากผ้าอ้อมริมหาดบนเกาะกูด เปลี่ยนผืนฟ้าให้กลายเป็นสีเหลืองทองอย่างน่าตื่นตาจนเราต้องตะลึง!

12

 พอแสงอาทิตย์ลาลับไป บางรีสอร์ทก็เริ่มมี show ควงลูกตุ้มไฟให้นักท่องเที่ยวชม ลีลาแบบนี้บอกได้คำเดียวว่า มืออาชีพจริงๆ!

13

 แสงสุดท้ายที่เกาะกูด เป็นช่วงเวลาแสนโรแมนติกสำหรับคู่รัก

14

Traveler’s Guide 

Best season : เหมาะสมที่สุด คือ เดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม หลังจากนั้นเป็นฤดูมรสุม ทะเลมีคลื่นลมแรง รีสอร์ทต่างๆ มักจะปิดไม่รับนักท่องเที่ยว

How to Go : การเดินทางไปเกาะกูด มีทั้งแบบเรือโดยสารสาธารณะ และเรือของรีสอร์ทต่างๆ ที่เราซื้อแพ็กเกจไว้

– เรือไม้ เที่ยวไป เรือออกจากท่าเรือด่านเก่า เวลา 10.00 น. ถึงเกาะกูด ท่าเรือสะพานน้ำลึก เวลา 14.00 น. เที่ยวกลับ เรือออกจากเกาะกูดไปท่าเรือด่านเก่า เวลา 10.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 08-9069-1031, 08-9096-9005

– เรือเร็ว เที่ยวไป มีเรือออกจากท่าเรือแหลมศอกไปเกาะกูด (เรือจอดที่ท่าเรือบางเบ้า) ทุกวัน วันละ 1 เที่ยว เวลา 13.00 น. เที่ยวกลับ เรือออกจากเกาะกูดไปท่าเรือแหลมศอก เวลา 10.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 08-6126-7860

-เรือเฟอร์รี่ เที่ยวไป มีเรือออกจากท่าเรือด่านเก่า (ท่าโชคสาคร) วันละ 1 เที่ยว เวลา 8.00-10.30 น. เที่ยวไป มีเรือออกจากเกาะกูก เวลา 11.00 น.  สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 08-6126-7860

หรือใช้บริการเรือโดยสารของ บริษัท เกาะกูด ซีทรานส์ จำกัด โทร. 0-3959-7646, 08-1444-9259 ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที มีเรือออกจากท่าเรือแหลมงอบ (ท่าเทียบเรือกระโจมไฟ) วันอังคาร วันศุกร์และวันเสาร์ เวลา 09.00 น. ถึงเกาะกูดเวลา 11.30 น.

ท่าเรือไปเกาะกูด :

-ท่าเรือด่านเก่า 

ท่าเรือด่านเก่าเป็นท่าเทียบเรือของกูดคาบาน่า รีสอร์ท ห่างจากตัวเมืองตราด 5 กิโลเมตร ถ้าซื้อแพ็คเกจของกูดคาบาน่า จะมีรถรับส่งจากตัวเมืองตราดไปยังท่าเรือด้วยเรือสปีดโบ๊ท ใช้เวลา 1 ชั่วโมง  นอกจากนี้ยังเป็นท่าเรือของใบกูด แซบาล่า และ เกาะกูด อ่าวพร้าว ติดต่อ โทร. 0-2164-1001-6

-ท่าเรือแหลมศอก

ท่าเรือของปีเตอร์แพน รีสอร์ทและกัปตัน ฮุ๊ก รีสอร์ท ห่างจากตัวเมืองตราด 24 กิโลเมตร  ปลายสุดถนนบ้านแหลมศอก ปีเตอร์แพน รีสอร์ทและ กัปตัน ฮุ๊ก รีสอร์ท โทร. 0-2164-1001-6

-ท่าเรืออ่าวช่อ

ท่าเรือเกาะกูดลากูน่า รีสอร์ท  อยู่ห่างจากตัวเมืองตราดไปตามเส้นทางแหลมศอกประมาณ 20 กิโลเมตร เรือเร็วใช้เวลาประมาณ 50 นาที ท่านที่ขับรถยนตร์ ส่วนตัวมาเรามีบริการที่จอดรถค้างคืนที่สะดวกและปลอดภัย โดยคิดค่าบริการ 50 บาทต่อคันต่อคืน เกาะกูดลากูน่า รีสอร์ท โทร. 0-2164-1001-6

-ท่าเรือแหลมงอบ

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30-3 ชั่วโมง เรือออกจากท่าเรือแหลมงอบทุกวันศุกร์และวันเสาร์เวลา 09.00น. และเที่ยวกลับออกจากท่าเรือหินดำ อ่าวตะเภา ทุกวันศุกร์และวันอาทิตย์ เวลา12.30น. ติดต่อ บริษัท เกาะกูดซีทรานส์ 0-3959-7646

Where to Stay : บนเกาะกูดมีที่พักให้เลือกมากมาย ค้นหาได้จาก www.koh-kood.com และ www.เกาะกูด.net

Special Tips : เที่ยวทะเลให้สนุกต้องเตรียมตัวให้พร้อม อย่าลืมแว่นกันแดด หมวก ครีมกันแดดที่มีค่า spf สูงๆ เสื้อผ้าใยสังเคราะห์ที่เปียกน้ำแล้วแห้งเร็ว รองเท้าแตะ ถุงกันน้ำ (Dry Bag) เอาไว้ใส่ของมีค่าเวลาลงเรือ

More info : ททท. จังหวัดตราด โทร. 0-3959-7259-60

ผจญภัยโลกใต้น้ำ เกาะจันทร์ ระยอง

จำได้ว่าสมัยเป็นนักศึกษาเรียนมหาวิทยาลัยอยู่แถวชายทะเลชลบุรี ช่วงปิดเทอมใหญ่ ผมกับเพื่อนๆ ชอบไปเที่ยวทะเลระยองกัน เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน เกาะยอดฮิตของพวกวัยรุ่นงบน้อยอย่างเราก็คือ “เกาะเสม็ด” แห่งทะเลระยองนี่ล่ะครับ เพราะว่าสมัยนั้นเสม็ดเป็นเกาะที่ยังเงียบสงบ สวยงาม มีสภาพธรรมชาติ ทั้งบนบกและในทะเลรอบๆ งดงามอุดมสมบูรณ์มาก และยิ่งถ้าย้อนไปเมื่อสามสิบกว่าปีก่อน เราคงเคยได้ยินตำนานฤาษีเกาะเสม็ด ซึ่งในภาพยนตร์ตลกเรื่องกลิ่นสีและกาวแป้งเคยนำมาทำหนังด้วยซ้ำ! ขอบอกว่าฤาษีตนนี้มีตัวตนอยู่จริงซะด้วย เพราะเป็นพ่อของเพื่อนผมเอง! เสม็ดในยุคหนึ่งจึงเป็นเสมือน “เกาะใกล้กรุง” ที่คนงบน้อยและคนทุกเพศทุกวัยสามารถเดินทางไปพักผ่อนได้ แม้มีเวลาไม่มาก

_BRU3439

_BRU3464

_BRU3482

ได้ไปเที่ยวเสม็ดอีกครั้ง แต่คราวนี้เน้นไปที่โลกใต้ทะเลมากกว่าบนบกครับ จากท่าเรือบ้านเพเราขนอุปกรณ์ดำน้ำมากมายใส่เรือโดยสารสองชั้น แล่นอย่างเชื่องช้ามุ่งหน้าสู่เกาะใหญ่ที่ทอดตัวอยู่นิ่งสงบอยู่เบื้องหน้า เรือค่อยๆ วิ่งเลาะไปทางด้านฝั่งตะวันตกของเกาะเสม็ด ผ่านอ่าวพร้าวลงไปจนสุดปลายเกาะ แล้วเลยไปจนถึงเกาะเล็กๆ เกาะหนึ่งที่ตั้งอยู่เคียงคู่กับเกาะสันฉลาม สายลมเย็นๆ และกลิ่นอายทะเลพัดพรูเข้ามาบนดาดฟ้าเปิดโล่งชั้นสอง ทำให้เรารู้สึกสดชื่น บัดนี้เรามาถึงแล้ว เกาะจันทร์หนึ่งเกาะสำคัญอันเป็นแหล่งดำน้ำลึก (SCUBA) ยอดฮิตของอุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด คนเรือบอกว่าเกาะจันทร์และเกาะสันฉลาม เป็นเกาะเล็กๆ ที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ จริงๆ มีลักษณะคล้ายกองหินโผล่พ้นน้ำมากกว่าเกาะซะอีก ในบางฤดูจะมีฝูงนกนางนวลมาทำรังวางไข่ ส่วนใต้น้ำมีปลาค่อนข้างชุกชุม โดยเฉพาะปลาอินทรีย์ที่จะแวะเวียนเข้ามาหากินเสมอ นักดำน้ำที่ไปสำรวจโลกใต้ทะเลฝั่งอันดามันกันมาจนปรุแล้ว และต้องการหาโลเกชั่นดำน้ำใหม่ทางอ่าวไทยบ้าง ก็ไม่ควรลืมชื่อเกาะจันทร์ไปอย่างเด็ดขาด

_BRU3493

_BRU3495

ก่อนจะโดดลงน้ำ Dive Leader ซึ่งเป็นหัวหน้าทัวร์ดำน้ำในครั้งนี้ ได้เรียกประชุมเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อสรุปลักษณะการดำน้ำให้ฟัง เพราะบริเวณเกาะจันทร์แม้มีปะการังสวย แต่กระแสน้ำค่อนข้างแรง ต้องให้ไต้ก๋งเรือซึ่งชำนาญพื้นที่หาจุดปล่อยตัวตรงบริเวณน้ำเชี่ยวน้อยสุด เพื่อนๆ หลายคนที่เป็นนักดำน้ำมืออาชีพและพกกล้องถ่ายภาพใต้น้ำตัวใหญ่มาด้วย ง่วนอยู่กับการประกอบกล้อง เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดใดๆ ใต้น้ำขึ้นได้เด็ดขาด ส่วนคนอื่นๆ ก็ Re-Check อุปกรณ์ดำน้ำทุกชิ้นอีกครั้ง ตั้งแต่หน้ากาดำน้ำและท่อหายใจ (Mask) ถังดำน้ำบรรจุก๊าซออกซิเจนบริสุทธิ์ (Oxygen Tank) เสื้อชูชีพ (BCD) ชุดดำน้ำ (Wet Suit) ตีนกบ (Fins) รวมถึงอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น ไฟฉายใต้น้ำ, มีด, ทุ่นลอย ฯลฯ

ฟังดูเหมือนว่ากีฬาดำน้ำลึกจะเป็นอะไรที่ยุ่งยากซับซ้อน แต่จริงๆ เมื่อเราสอบผ่านเบื้องต้นในระดับ Open Water และได้บัตรดำน้ำสากลไว้ประจำตัวจากสถาบัน PADI แล้ว เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น ทุกอย่างมันก็จะง่ายไปเองครับ เราจะสามารถใช้อุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว เหมือนเป็นอัตโนมัติ แต่ที่สำคัญคือเวลาไปดำน้ำต้องมีคู่บัดดี้หรือคู่หูด้วยทุกครั้งตามกฎสากลเพื่อความปลอดภัย มีอะไรจะได้ช่วยเหลือกันทันท่วงที และที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การอยู่ใต้น้ำต้องไม่ตื่นตกใจกลัวง่าย (Panic) ต้องพยายามตั้งสมาธิ รวมสติให้ได้เสมอ กีฬาดำน้ำจึงได้ประโยชน์มากกว่าความสนุกหรือท่องเที่ยว แต่ยังได้ฝึกกายฝึกจิตให้เข้มแข็งขึ้นด้วยครับ

_BRU3500

_BRU3507

วันนี้เป็นวันข้างแรม ฟ้าใส พอเรือจอดสนิทได้สัญญาณ นักดำน้ำก็ค่อยๆ ทยอยกันโดดลงน้ำทีละคน เสียงดังตูมน้ำแตกกระเซ็น แต่น้ำทะเลค่อนข้างขุ่นมีตะกอนมาก เราจึงต้องเกาะกลุ่มไว้กันหลงทาง   ไม่นานนักเราก็เริ่มปล่อยลมออกจากเสื้อชูชีพจนหมด ตะกั่วถ่วงเอวค่อยๆ ทำหน้าที่เพิ่มน้ำหนัก ทำให้ตัวเราจมลงสู่ห้วงลึกอย่างช้าๆ น้ำทะเลสีเขียวเริ่มอมสีฟ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ตามระดับความลึกที่เพิ่มขึ้น เราได้ยินแต่เสียงหายใจของตัวเองผ่านท่อหายใจ และมีเพียงเสียงความเงียบรอบข้าง ผสานกับเสียงฟองอากาศขาวพุ่งลอยออกไปทุกครั้งที่หายใจ Dive Leader ให้สัญญาณชี้ทิศทางดำน้ำเลียบไปตามโขดหินใต้น้ำของเกาะจันทร์ ซึ่งมีลักษณะหลายแบบ ทั้งโขดหินปะการังใหญ่ พื้นทราย และบางจุดเป็นกำแพงหน้าผาหักชันลงไปในเหวลึก พวกเราเลือกดำน้ำไปในส่วนตื้นเลียบเกาะ ห่างออกจากฝั่งประมาณ 10 เมตร เพราะตรงนี้ไม่ลึกจนเกินไป กระแสน้ำไม่แรงนัก และมีโลกใต้ทะเลสวยๆ แอบซ่อนอยู่ให้ค้นหา

_MG_4048

สิ่งแรกที่เห็นคือพื้นทรายสีขาวอมน้ำตาล และตะกอนจำนวนมากมายมหาศาลที่ล่องลอยอยู่ในน้ำ รวมถึงหอยเม่นสีดำตัวเขื่องที่เกาะอยู่ตามโขดหิน ภาวะน้ำทะเลร้อนอันเกิดจากภาวะโลกร้อน ได้ทำให้ปะการังแข็งส่วนใหญ่ที่เกาะจันทร์ตายไปเกือบหมด! ที่เห็นอยู่ในปัจจุบันผมเชื่อว่าเป็นระยะฟื้นตัว สิ่งมีชีวิตน่าสนใจที่เราพบในวันนี้มีไม่น้อย อาทิ ม้าน้ำจิ๋วตัวสีน้ำตาลกลืนไปกับสีปะการังและสีทรายที่มันอยู่ ถ้าไม่สังเกตให้ดีคงไม่เห็น เชื่อหรือไม่ว่าแม้ว่าม้าน้ำจะมีรูปร่างไม่เหมือนปลาเลยก็ตาม แต่มันก็ถูกจัดอันดับไว้ในวงศ์วานเดียวกับพวกปลากระดูกแข็ง โดยมีกระดูกหรือเปลือกแข็งห่อหุ้มลำตัว แทนเกล็ด หลายคนสงสัยว่าม้าน้ำเคลื่อนที่ได้อย่างไร? คือมันมีครีบหลังและครีบท้องอันเล็กๆ ครับ ใช้โบกสะบัดถี่ๆ ในการเคลื่อนตัวขึ้นลงหรือไปข้างหน้าได้อย่างช้าๆ ปกติม้าน้ำเป็นสัตว์อาศัยอยู่เป็นหลักแหล่ง ตัวผู้เป็นฝ่ายเลี้ยงลูกแทนตัวเมีย คือในช่วงผสมพันธุ์ตัวเมียจะฉีดไข่ลงในถุงหน้าท้องตัวผู้ จากนั้นตัวผู้ก็จะฉีดน้ำเชื้อออกมาผสมกันภายใน แล้วฟักไข่อยู่นานราว 2 สัปดาห์ จึงได้ลูกม้าน้ำตัวจิ๋วออกมา

_MG_4133

ในวันนั้นเรายังได้พบฟองน้ำครกสีแดง ทากทะเลสีขาว ดงหอยเม่น หอยมือเสือ และดอกไม้ทะเลกับปลาการ์ตูน ซึ่งอาศัยพึ่งพิงกันได้อย่างกลมกลืนน่ารัก ปลาการ์ตูนที่เราพบเป็นชนิด “ปลาการ์ตูนอินเดียนแดงสีชมพู” (Pink Skunk Clownfish) ที่มีลักษณะเด่นคือตัวยาวประมาณ 10 เซนติเมตร สีชมพูอมส้มอ่อนๆ และมีลายเส้นสีขาว พาดจากหน้าผากผ่านหัว สันหลัง ไปถึงโคนปลายหาง และอีกจุดคือมีเส้นสีขาว 1 เส้น พาดอยู่ข้างแก้ม เห็นชัดเจนครับ เจ้านี่เป็นปลาสวยงามที่คนนิยมเลี้ยงกัน แต่ก็ยังไม่ฮิตเท่าปลาการ์ตูนส้มขาวหรือนีโม่ แต่โดยส่วนตัวผม คิดว่าการได้ดำน้ำลงมาเห็นปลาการ์ตูนในสภาพธรรมชาติ ว่ายน้ำหากินปกป้องถิ่นอาศัยเล็กๆ ในกอดอกไม้ทะเลของมันนี้ คือช่วงเวลาพิเศษของชีวิตที่ผมจะไม่ลืมเลือนตลอดไป นี่คือข้อพิสูจน์ว่าเกาะจันทร์และท้องทะเลตะวันออก ยังมีสิ่งมีช่วิตที่สวยงามอาศัยอยู่มากมาย เรามนุษย์ซึ่งมักเรียกตัวเองว่าสัตว์ประเสริฐผู้เจริญแล้ว จึงมีหน้าที่ปกป้องสิ่งมีชีวิตอันแสนบอบบางในระบบนิเวศนี้ ให้คงอยู่ตลอดไป เพื่อความสมดุลของธรรมชาติ

_MG_4105

_MG_4106

DSCN5699

_BRU3596

DSCN5739

เราขึ้นจากน้ำด้วยความปลอดภัยทุกคนพร้อมความชื่นมื่น ทริปนี้ไม่ธรรมดา เพราะมีเรื่องเล่า มีประสบการณ์ดีๆ พกกลับบ้านไปเล่ากันเพียบ นี่ล่ะครับ เสน่ห์ของเกาะจันทร์แห่งท้องทะเลระยอง

_BRU3663

DSCN5759

_BRU3716

DSCN5793

Traveler’s Guide

Best season : ดำน้ำได้ดี คลื่นลมสงบ น้ำใสสุด ช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน

How to go : ลงเรือโดยสารหรือเรือสปีตโบ๊ทจากท่าเรือบ้านเพ ฝั่งจังหวัดระยอง ใช้เวลา 40 นาที จนถึงเกาะเสม็ด เกาะจันทร์อยู่ใกล้หินสันฉลาม ทางปลายด้านใต้สุดของเกาะเสม็ด เหมาะสำหรับการดำน้ำลึก ผู้ที่จะไปดำน้ำต้องมีบัตร PADI และมีประสบการณ์ดำน้ำเบื้องต้นมาพอสมควร น้ำบริเวณนี้ลึก 4-6 เมตร กระแสน้ำค่อนข้างแรง ควรสอบถามจากคนเรือก่อนลงดำน้ำทุกครั้ง

Where to stay : แนะนำ Lima Coco อ่าวพร้าว เกาะเสม็ด โทร. 08-9814-9843, 08-9105-7080 www.limasamed.com

What to eat : แนะนำสุดยอดร้านอาหารทะเลระยอง แหลมเจริญซีฟู้ด ปากน้ำระยอง โทร. 0-3894-0094 http://laemcharoenseafood.com ต้องไม่พลาดชิมปลากะพงทอดราดน้ำปลา เมนูขึ้นชื่อของร้านนี้

SCUBA Tour : บริษัททัวร์ที่จัดแพ็กเกจดำน้ำในเขตทะเลระยอง เกาะเสม็ด เกาะจันทร์ เกาะมันกลาง เกาะมันนอก ติดต่อ The Toy Tour โทร. 0-3863-9099 / Follow Me Tour โทร. 0-3864-7374 / Villa Bali โทร. 0-3863-8080 / เรือโชคหิรัญนาวี โทร. 08-1578-6082

More info : ททท. สำนักงานจังหวัดระยอง โทร. 0-3865-5420-1, 0-3866-4585

วิ่งคลายชลบุรี ครั้งที่ 143 ประจำปี 2553

1

กลับมาแล้วอีกครั้ง กับงานเทศกาลหนึ่งเดียวในโลก ที่ยิ่งใหญ่และไม่เหมือนใครจริงๆ นั่นคือ “ประเพณีวิ่งควาย จังหวัดชลบุรี” ประจำปี 2557 วันที่ 4-10 ตุลาคม โดยปีนี้จัดเป็นปีที่ 143 แล้ว บ่งบอกให้เห็นว่า ประเพณีวิ่งควายและคนชลบุรีต่างผูกพันกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว ต้องขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย รวมถึงภาครัฐ ภาคเอกชน เจ้าของควาย และคนเมืองชล ที่ยังเห็นคุณค่าประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น แล้วอนุรักษ์เอาไว้ให้เราได้ชมกันอย่างสนุกสนาน

เล่ากันว่าประเพณีวิ่งควายถือกำเนิดขึ้นในจังหวัดชลบุรีเมื่อร้อยกว่าปีก่อนโน้น โดยจัดก่อนวันออกพรรษา 1 วัน สมัยนั้นเป็นช่วงนอกฤดูทำนา ควายได้พัก เจ้าของก็จะขี่มาวัด หรือใช้ลากเกวียนมาวัดเพื่อรอทำบุญออกพรรษา พอมรวมตัวกันเยอะ จึงเกิดการประกวดประขันควายใครสวยกว่า แข็งแรงกว่า แล้วกลายเป็นการแข่งขันวิ่งควายขึ้นในที่สุด ปัจจุบันจัดกันในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11

3

Miss Buffalo น้องนางบ้านนา คู่ขวัญเจ้าทุนแสนน่ารัก ปีนี้มาในชุดสีสันสดใส พร้อมด้วยการตกแต่งเจ้าทุยอย่างงดงามตระการตา พาไปร่วมขบวนพาเหรตวิ่งควาย ขอบอกว่าสาวเมืองชลเธอสวยไม่เป็นรองใครเหมือนกันนะเนี่ย

4

5

ปีนี้มีควายจากทั่วจังหวัดชลบุรี และบางจังหวัดในภาคอีสานเข้าร่วมกว่า 700-800 ตัว เรียกว่ามากันทุกอายุ ทุกเพศ ทุกวัย สังเกตเจ้าตัวเล็กที่อายุน้อย จะมีขนเป็นสีน้ำตาลอ่อน และเขาสั้นนิดเดียว ส่วนตัวที่โตเต็มที่ขนมักจะเป็นสีดำขลับ เขายาวโง้งสวย ตามแบบฉบับควายไทย ซึ่งเป็น Water Buffalo ที่ได้ชื่อว่ามีรูปร่างลักษณะสวยงามที่สุดในโลก ปีนี้นอกจากจะมีการแข่งวิ่งควายแล้ว ยังมีการประกวดสุขภาพควาย, การประกวดพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ และการตกแต่งควายสวยงามด้วยล่ะ

6

ก่อนแข่งวิ่งควายในรุ่นต่างๆ เจ้าของควายต้องพาเจ้าทุยแสนรัก เดินไปเดินมา จากจุด Start ไปจุด Finish ก่อน เพื่อให้เจ้าทุยคุ้นชินกับสภาพสนาม เคยชินกับดินบนพื้น และไม่ตื่นกับผู้คนมากมายที่มาคอยเชียร์อยู่สองฝั่งลู่วิ่ง นอกจากนี้ยังถือเป็นการ Warm Up ร่างกายควายและจ็อกกี้ (นักขี่ควายแข่ง) อีกด้วย พอได้เหงื่อสักนิด คราวนี้ก็เครื่องร้อน พร้อมแข่งกันล่ะ

78

แม้แต่จ็อกกี้ควายก็ยังต้องเดินซ้อม Warm Up ร่างกายก่อนแข่งขันจริงด้วยเหมือนกัน

9

งานวิ่งควายยังมีกิจกรรมอนุรักษ์กีฬาพื้นบ้านเมืองชลอีกหลายอย่างให้ชม สนุกทั้งนั้น โดยเฉพาะการแข่งขันปีนเสาอาบน้ำมัน เพื่อขึ้นไปเก็บเงินที่อยู่บนยอดเสา กว่าจะสำเร็จก็เล่นเอาเหงื่อตก! ใช้เวลาไม่น้อยกว่าครึ่งชั่วโมง เพราะเสาลื่นมาก เขาบอกว่าเทคนิคสมัยโบราณให้เอาขี้เถ้าผสมกับทรายละเอียด ทามือก็จะมีแรงฝืด ปีนขึ้นไปถึงยอดเสาได้สำเร็จ!

1011

และแล้วก็ได้เวลาที่รอคอย เมื่อกรรมการที่เส้นปล่อยตัวให้สัญญาณ ควายในรุ่นต่างๆ ก็พุ่งทะยานออกจากคอก ห้อตะบึงวิ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต โดยมีจ็อกกี้ควายหวดไม้หวายเสียงดังเพี๊ยะๆ อยุ่บนหลัง เห็นแล้วน่าสงสารน้องควายของเราเหมือนกัน แข่งกันในแต่ละรอบใช้เวลาแค่ไม่ถึงนาที! ไม่นึกเหมือนกันว่าควายไทยจะ Speed ดี วิ่งได้เร็วถึงปานนี้! แต่พอถึงเส้นชัย กว่าจะเบรกให้หยุดได้ก็ยาก คนดูต้องหลบกันกระเจิง!

12

การถ่ายภาพวิ่งควายถือว่าปราบเซียน! เพราะช่างภาพทุกคนจะเจอปัญหาว่า จะ Focus ภาพยังไงให้ทัน? เพราะควายวิ่งเร็วเหลือเกิน แถมยังเคลื่อนที่เข้าหากล้องด้วย แนะนำว่าถ้าใครใช้กล้องโปรๆ หน่อย ก็ให้ปรับ Mode การ Focus ไปที่ Continueous แทน Single แล้วใช้การ Focus แบบหลายจุด จากนั้นปรับการวัดแสงจาก Mode Manual (ถ้าใครชอบใช้) มาเป็น Auto เมื่อควายวิ่งเข้ามาด้วยความเร็ว ให้กดย้ำปุ่มชัดเตอร์เบาๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นการกระตุ้น Continueous Focus ของเลนส์ (โฟกัสต่อเนื่อง) สลับกับการรัวชัตเตอร์ ต่อเนื่องเป็นชุดใน Speed สูงสุดที่กล้องทำได้ ภาพนี้ผมใช้กล้อง Nikon D3 ยิงได้ 11 ภาพต่อวินาที! ไม่มีหลุดโฟกัสเลยสักภาพเดียว!

13

14

15

การแข่งขันวิ่งควายเมืองชล แบ่งเป็นหลายรุ่นหลายประเภทนะครับ ไล่ตั้งแต่ควายซุปเปอร์จิ๋ว, ควายรุ่นจิ๋วพิเศษ, ควายรุ่นจิ๋วเล็ก, ควายรุ่นจิ๋วใหญ่, ควายรุ่นใหญ่ ฯลฯ ที่เห็นเขาโง้งๆ ยังกับวงเดือน ตัวดำขลับคล้ายกระทิงขนาดนี้ ขอบอกได้เลยว่าเป็นประเภทใหญ่สุด Super Heavy Weight ตัวใหญ่สุด เวลาควายวิ่งกันไม่คิดชีวิตแบบนี้ ช่างภาพต้องระวังตัวด้วย คอยหาทางหนีทีไหล่ให้ดี และต้องยืนอยู่ในจุดปลอดภัยด้วยครับ

16

จ็อกกี้ควายปีนี้ มีเด็กสุดอายุแค่สิบกว่าขวบ แต่แรงจริง ขอบอก ชนะแล้วชนะอีก โตขึ้นต้องรุ่งแน่น้อง! ขนาดผู้ใหญ่ยังอายเลย

17

18

19

20

21

22

น้องควายเผือก (อีสานเรียก “ควายด่อน”) แสนน่ารัก ขนจะเป็นสีขาวหรือสีชมพูเรื่อๆ เขาว่าเกิดจากการผ่าเหล่าทางพันธุกรรม จึงทำให้ขนไม่เป็นสีดำหรือน้ำตาลเข้มเหมือนพ่อแม่

23

24

คุณลุงเป็นคนบ้านบึงแท้ๆ เกิดในชลบุรีแท้ๆ ทำนามาหลายชั่วอายุคน วันนี้เอาควายเมืองชลสายพันธุ์แท้มาโชว์อย่างภาคภูมิใจ

25

ควายเมืองชล หรือควายพันธุ์ชลบุรีแท้ๆ จะมีลักษณะที่เห็นตามในภาพ คือมีร่างกายกำยำล่ำสัน กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ สังเกตง่ายๆ ขนตามตัวจะยาวกว่าควายถิ่นอื่น และขนสีดำสนิท เลื่อมเป็นมัน แลคล้ายกระทิง! เจ้าของบอกว่า ถ้าเลี้ยงแบบปล่อยธรรมชาติ ให้นอนเล่นปลักเล่นโคลนตามประสา ขนควายจะยิ่งดำเลื่อมสวยงามมาก นับเป็นเอกลัษณ์ของควายเมืองชล ที่ควรจะช่วยกันอนุรักษ์พันธุ์ไว้ไม่ให้สูญหาย

26

27

 Special Thanks : ขอขอบคุณ กองประชาสัมพันธ์ในประเทศ ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ ททท. สำนักงานพัทยา (ชลบุรี) สนับสนุนการเดินทางทริปนี้เป็นอย่างดียิ่ง

สอบถามเพิ่มเติม โทร. 0-3842-7667, 0-3842-8750, 0-3842-3990