Cafe’ Buongiorno, Lifestyle Italian Cafe’ Intown (สุขุมวิท 49)

“Per Tutti” (For Everyone) หรือแปลว่า “สำหรับทุกคน” นี่คือ motto ที่ฟังแล้วอบอุ่นน่ารักของ Cafe’ Buongiorno ซอยสุขุมวิท 49 ร้านอาหารอิตาเลียนแท้ที่อบอวลด้วนเสน่ห์ และจิตวิญญาณของ Italy อย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะเสิร์ฟอาหาร Hand Craft ที่ปรุงด้วยมืออย่างเข้มงวดในการควบคุมคุณภาพแล้ว เรายังจะได้สัมผัสเรื่องราวในหลายแง่มุมอันน่าสนใจของอิตาลีด้วย
Cafe’ Buongiorno ไม่ได้เป็นเพียงร้านอาหารธรรมดา ทว่าทำธุรกิจด้านอาหารส่งออกทั่วโลกมาแล้วนับสิบปี โดยมีฐานการผลิตอยู่ในเมืองไทยนี่เอง โดยเฉพาะขนมและเจลาโต้ หรือไอศกรีมแบบอิตาเลียนแท้ ก่อตั้งโดยท่าน Commendatore Cavaliere Enzo Peroni และ Madam Peroni ซึ่งมีต้นตระกูลยาวนานนับร้อยปีอยู่ในแคว้น Tuscany
Commendatore Cavaliere Enzo Peroni และ Madam Peroni กับบรรยากาศสบายๆ หน้าร้าน Cafe’ Buongiorno ซอยสุขุมวิท 49 ที่เพิ่งเปิดใหม่ในเดือนมีนาคม 2026 นี่เอง โดยแบ่งเป็น 2 ร้านอยู่ติดกัน คือหน้าร้านสีเขียว เป็น Cafe’ ขายอาหารอิตาเลียนและขนมอบ Pastry ต่างๆ ส่วนหน้าร้านสีแดงเป็น Gelateria ที่เด่นเรื่องไอศกรีมเจลาโต้ รวมถึงขนมหวานและเครื่องดื่มมากมาย
หรูเรียบและอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน Cafe’ Buongiorno ซอยสุขุมวิท 49 เหมาะทั้งมานั่งลิ้มรสอาหารอิตาเลียนกับเพื่อนสนิท คนรู้ใจ หรือพุดคุยธุรกิจในบรรยากาศสงบเป็นส่วนตัว การตกแต่งที่เน้นโทนสีอุ่นและเอิร์ทโทน สร้างความสุขให้ผู้มาสัมผัสทุกคน
อาหารอิตาเลียนรสชาติต้นตำรับ และไวน์อิตาเลียนชั้นเลิศ เข้าคู่กันได้ยอดเยี่ยมที่ Cafe’ Buongiorno ซอยสุขุมวิท 49
ความโปร่งโล่งสบายหายใจหายคอสะดวกของ Cafe’ Buongiorno ซอยสุขุมวิท 49 เพดานสูงโปร่ง เหมาะมานั่งชิลมากๆ
มองจากชั้นสองลงไป เห็นบรรยากาศร้านโอ่โถงโปร่งโล่งสบาย ไม่อัดแน่น ยังมีมุมส่วนตัวให้นั่งชิลนานๆ ได้
มุมโซฟานุ่มๆ เหมาะนั่ง Relax ชมภาพสถานที่ประวัติศาสตร์สำคัญในอิตาลี ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก UNESCO World Heritage และมีความผูกพันกับท่านเจ้าของร้าน Commendatore Cavaliere Enzo Peroni
ด้านในร้าน Cafe’ Buongiorno ซอยสุขุมวิท 49 มีมุมขายขนมอิตาเลียนหลายอย่าง รวมถึงขนมอบ Pastry และมีมุมเล่าเรื่องราวอันเก่าแก่ของตระกูล Peroni ที่เชี่ยวชาญในการปรุงอาหารอิตาเลียนทานกันในครอบครัว จนเติบโตเป็น Cafe’ Buongiornoในวันนี้
มุมเครื่องดื่มและขนมปังอบ Pastry นานาชนิด ที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ ทำด้วยมืออย่างพิถีพิถันทุกเมนูในสไตล์ Hand Craft
นอกจากจะได้ลิ้มรสอาหาร ขนม และเครื่องดื่มอร่อยๆ แล้ว เรายังจะได้ย้อนเวลากลับไปหลายร้อยปี กับเรื่องราวของต้นตระกูล Peroni ซึ่งมีที่ดินส่วนตัวอยู่ในแคว้น Tuscany และส่งต่อความรู้ด้านการปรุงอาหารกันมาหลายชั่วอายุคน
“A man without memories has no soul. He has no future. My memories shape the history of tomorrow.” Cavaliere Enzo Peroni (“ชายผู้ไร้อดีตความทรงจำ ย่อมไร้อนาคต ความทรงจำของข้าพเจ้าได้สรรค์สร้างประวัติศาสตร์แห่งอนาคต” คาวาเลรี่ เอนโซ่ เพโรนี่)
ปรัชญาการทำร้านอาหารแบบ Lifestyle Cafe’ ภายใต้แบรนด์ Cafe’ Buongiorno ลุ่มลึกน่าสนใจ เป็นการผสานความรัก ความหลงใหล อารมณ์ความรู้สึก ความใส่ใจในการปรุงอาหารอิตาเลียน จากรุ่นสู่รุ่น เพราะนี่คือ…“วิถีชีวิต”
ชั้นสองของร้าน Cafe’ Buongiorno ซอยสุขุมวิท 49 จัดเป็นพื้นที่ Community Lifestyle Space ให้มาพบปะสังสรรค์ จัดประชุม จัดฝึกอบรม หรือนั่งทานอาหารสบายๆ ก็ได้ ตกแต่งแบบหรูเรียบ เน้นความ Minimal
โซฟาหนังแท้นุ่มน่านั่ง หาหนังสือดีๆ สักเล่มมาอ่าน พร้อมจิบเครื่องดื่มที่ชอบ นี่ละมุมแห่งความสุขเลย
ภาพวาดสีน้ำน่ารักๆ บนชั้นสองของร้าน สื่อถึงวัตถุดิบแบบอิตาเลียนที่ใช้ปรุงอาหารอร่อยให้เราลิ้มรส
เดินชมร้าน Cafe’ Buongiorno กันมาพักใหญ่ก็เริ่มหิวแล้ว เลยถือโอกาสชิมอาหารอิตาเลียนรสชาติแบบต้นตำรับกันหน่อย เริ่มต้นให้ครบคอสด้วยการสั่งซุปร้อนๆ ทานคู่กับ ขนมปังฟอคคาเซีย (Focaccia) หนานุ่ม ฟอคคาเซียเป็นขนมปังอิตาเลียนคู่บ้าน ที่ใช้น้ำมันมะกอกและแป้งสาลีเป็นส่วนผสมหลัก เนื้อเบาๆ ช่วยกระตุ้นน้ำย่อยก่อนอาหารหลักจะยกมา
ซุปฟักทอง ซุปผักโขม ซุปผักรวมอิตาเลียน ซุปเห็ดทรัฟเฟิล และอีกสารพัดซุปร้อนๆ texture ละมุนลิ้น แต่ไม่ขาดความข้นของครีมและวัตถุดิบหลัก
ต่อด้วย Main Course จานหลักเป็นสปาเก็ตตี้เส้นหนานุ่มและซอสสูตรพิเศษเฉพาะของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็น Spaghetti Pork Bolognese, Spaghetti Aglio Olio e Peperoncino with Mushroom & Bacon, Rigatoni Carbonara with Zucchini & Bacon ฯลฯ แถมยังมี Truffle Mushroom Four Cheese Lasagna,Pollo Con Funghi พาสต้าเห็ดและไก่ราดครีมซอส, Pork Lasagna ไส้แน่นๆ และอีกมากมายจนสาธยายไม่หมด
Cafe’ Buongiorno มีขนมปังอร่อยๆ มากมายให้ลิ้มรส อบใหม่ด้วยมือแบบ Hand Craft วันต่อวัน โดยนำเข้าส่วนผสมหลายอย่างจากอิตาลีโดยตรง จึงสดใหม่ หอมนุ่ม สามารถถ่ายทอดรสชาติอิตาเลียนแท้ๆ ได้ยอดเยี่ยม
ความอร่อยรออยู่ จะช้าอยู่ใย รีบไปชิมกันที่ Cafe’ Buongiorno ซอยสุขุมวิท 49
ขนมมัฟฟิน สดใหม่มีให้ชิมทุกวัน ทั้งในแบบนั่งกินที่ร้านและ Take Away ใส่กล่องอย่างดี อาทิ Skinny Banana Muffin, Skinny Blueberry, Banana Choc Chip Muffin และอีกเพียบ
อิ่มจากร้าน Cafe’ Buongiorno ฝั่งที่เป็นร้านอาหารแล้ว เราก็เดินทะลุประตูแห่งกาลเวลา เข้าไปยังอีกด้านที่เป็น “Gelateria” หรือ “ร้านขายไอศกรีมเจลาโต้แบบอิตาเลียนแท้ๆ” ซึ่งมีเกือบ 20 รสชาติให้ชิม แอบกระซิบว่าเป็นเจลาโต้ที่ส่งออกไปขายทั่วโลกด้วยล่ะ
บรรยากาศหรูเรียบ น่ารักเป็นกันเอง อบอุ่นน่านั่ง ของ Cafe’ Buongiorno Gelateria ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนจริงๆ
มุม Gelateria ที่เป็นไฮไลท์ของร้านนี้ มีตู้แช่ไอศกรีมเจลาโต้ต้นตำรับอิตาเลียนแท้ กว่า 20 รสชาติให้ลิ้มลอง
ความน่ารักที่แฝงไว้ในหลายมุมของร้าน ชวนให้นึกถึงแดดเจิดจ้า ผลไม้ เครื่องดื่ม และเจลาโต้เย็นๆ ที่อิตาลี
ไอศกรีมเจลาโต้แท้ๆ กว่า 20 รสชาติ ที่ชิมได้โดยไม่ต้องบินไปไกลถึงอิตาลี
เจลาโต้ (Gelato) คือไอศกรีมที่มีต้นกำเนิดในอิตาลี เด่นด้วยเนื้อสัมผัสเนียน นุ่ม เหนียว และแน่นกว่าไอศกรีมทั่วไป เพราะมีปริมาณอากาศน้อย เจลาโต้ทำจากนมในสัดส่วนที่สูงกว่าครีม ทำให้มีไขมันต่ำกว่า และเสิร์ฟในอุณหภูมิอุ่นกว่าเล็กน้อย จึงให้รสชาติเข้มข้น
Cafe’ Buongiorno Gelato
ความน่ารักที่กินได้ Gelato Pop แบบอมยิ้มและแบบแท่ง มีที่นี่ที่เดียว กินได้กินดี ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ หวานเจี๊ยบชื่นใจ
Gelato Pop รูปหัวใจ สื่อรักหวานเจี๊ยบที่ Unique สุดๆ
กรานิต้า (Granita) หรือขนมเกล็ดน้ำแข็งใสอิตาเลียน หาชิมไม่ได้ง่ายๆ มีหลายรสชาติ ทั้งมะม่วง ไวน์แดง และอื่นๆ
เค้ก Hand Craft หน้าตาน่ากิน มีให้เลือกหลายสิบชนิดที่นี่
อิ่มอร่อย ทั้งรสชาติและหน้าตาการ Decorate สุดสร้างสรรค์
เจลาโต้บวกเลเยอร์เค้กนุ่มๆ คือความสุขที่กินได้ ณ Cafe’ Buongiorno Gelateria
Blue Berry Cheese Cake กินคู่กับคาปูชิโน่เย็นชื่นใจ และคุกกี้อิตาเลียน Biscotti ที่อบสองครั้งจนแห้งสนิท ผสมถั่วอัลมอนด์ พิสตาชิโอ้ และผลไม้อบแห้งต่างๆ
ส่วนตัวผมชอบเป็นพิเศษ “คาปูชิโน่เย็น” ที่บาริสต้าครีเอทรูปภูเขากับพระอาทิตย์ เพราะนี่คือสัญลักษณ์ของ Cafe’ Buongiorno
มุมขายขนมกินเล่นแบบอิตาเลียน ซึ่ง Cafe’ Buongiorno ส่งออกทั่วโลก ห้ามพลาดเด็ดขาด
คุกกี้ Biscotti แบบอิตาเลียนแท้ มีให้เลือกหลายรส
คุกกี้ Biscotti แบบกล่อง มีหลายรสชาติ อาทิ รสสมุนไพร และ รสพริกไทยดำ เป็นต้น
ขนมป๊อปคอร์น ก็มีหลากหลายรส ส่งออกขายทั่วโลกเช่นกัน
Cafe’ Buongiorno ตั้งอยู่ในโรงแรม Marriott Executive Apartments, Bangkok Townhall ซอยสุขุมวิท 49
เปิด วันอังคาร-พฤหัสบดี เวลา 09.00-18.00 น.
วันศุกร์-อาทิตย์ เวลา 12.00-21.00 น.
ปิดวันจันทร์
สำรองที่นั่ง และสอบถาม โทร. 062-4941649















คอกาแฟต้องลอง
สายสุขภาพ รวมถึงคนที่ชอบออกำลังกาย ต้องเพิ่มพลังด้วยโปรตีนสมูทตี้ 



ขนมอร่อยๆ มากมายหลายแบบรอให้เราไปชิมกันที่ 
อาหารอิตาเลียนจะขาด 

ก่อนเมนคอร์ส เราแนะนำให้กระตุ้นกระเพาะเรียกน้ำย่อยด้วย
หรือจะลองซุปผักรวมแบบอิตาเลียนก็ได้
ห้ามพลาด ซุปเห็นทรัฟเฟิล
ซุปหมดจานแล้ว ก็ต่อกันด้วย
เมนูพิเศษแบบฉบับอิตาเลียนแท้ 

นี่คือความลงตัวของเมนคอร์สที่ผมหลงรัก

ขนมกินเล่นของ 














เครื่องดื่มหลากหลาก พร้อมให้สั่งได้ที่ 


เมื่อหอยนางรมสดสุกได้ที่ ด้วยวิธีใช้เปลวไฟและน้ำมันหลอมละลายจากเหล็กร้อน (Flambadou) แล้ว ก็นำมาจัดจาน

ต่อกันด้วยเมนูเบาๆ กระตุ้นน้ำย่อยได้ยอดเยี่ยม


ส่วนใครที่ไม่ชอบทานหมูป่า
จานหลักที่ใครหลายคนหลงรัก 





เคยมาเดินเที่ยวชมบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยาแถว 

จากห้องแถวเก่าแก่ย่านท่าเตียนที่ renovate จนดู Modern สะอาดตา ถึงวันนี้ร้านเปิดมากว่า 5 ปีแล้ว เริ่มต้นจากการเป็นร้านอาหารสุขภาพของ 

แม้จะเป็นร้านไม่ใหญ่โต ทว่าบรรยากาศให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นมิตร และมีเสิร์ฟมากกว่าอาหารหลัก เพราะ 
หนึ่งใน 

หนึ่งในเมนูยอดฮิตของ 


ไม่ได้หน้าตาดูดีอย่างเดียว แต่ยังอุดมคุณค่าทางอาหารมากๆ ด้วย
สำหรับคนที่ชอบขนมหวานแบบวีแกนแท้ๆ
หน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักของ 







บทกลอนด้านหลังขวดน้ำใบบัวบกผสมนมข้าวโอ๊ต
ขนมอร่อยอีกอย่างที่ห้ามพลาดชิม คือ 

นอกจากอาหารวีแกนร้อยเปอร์เซนต์ที่ดีต่อสุขภาพแล้ว
เทียนหอมธรรมชาติในกะลามะพร้าวเก๋ไก๋ของ ร้าน
ด้านหน้า 
อย่าลืมนะครับ ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศ มานั่งทานอาหารสุขภาพในร้านเล็กๆ น่ารัก อัดแน่นด้วยคุณภาพ สร้างสรรค์ และความใส่ใจ ต้องไม่ลืม 





สระว่ายน้ำวิวพาโนรามาของ 


มองเห็นวิวทะเลชะอำสุดชิวอยู่ใกล้แค่เอื้อม
คู่รักที่กำลังมองหาบรรยากาศโรแมนติก
ริมทะเลยามเย็นที่ 




ไวน์และเมนูอาหารที่ paring ได้เข้ากันสุดๆ สำหรับค่ำคืนนี้
ขอต้อนรับสู่ความเลิศหรูของห้องอาหาร 

เมื่อความหรูหรา มาบวกกับวิวสวยๆ อาหารอร่อยๆ และบริการอันอบอุ่น
(ภาพจาก : คุณสุเทพ ช่วยปัญญา / เว็บไซต์ The Way News)
พาคนพิเศษมานั่งดินเนอร์กัน ชมวิวสวยๆ ของมหานครกรุงเทพฯ มุมสูง ที่ห้องอาหาร

แค่เห็นเนื้อเซอร์ลอยน์ชิ้นใหญ่ๆ cook แบบ Medium Rare ก็น้ำลายสอแล้วฮะ (ภาพจาก : คุณสุเทพ ช่วยปัญญา / เว็บไซต์ The Way News)


พูดคุยสรวนเสเฮฮาเป็นกันเองที่ห้องอาหาร



คอร์สถัดมา 

เมนูพระเอกในวันนี้คือ
นุ่มได้ใจละลายในปาก กับเนื้อเซอร์ลอยน์ชิ้นนี้ น้ำซอสเกรวี่ก็เข้ากันดี้ดี
เนื้อเซอร์ลอยน์ชั้นเลิศ ต้องจับคู่กับ
ปิดท้ายด้วยขนมหวานอร่อยๆ
ตัวจบของอาหารอิตาเลียนจริงๆ ถ้าไม่ใช่ Sweet Wine ก็คือ 


หลังจาก
อาหารคืนนี้แพริ่งกับ White & Red Wine ได้ยอดเยี่ยม ตั้งแต่
บรรยากาศส่วน
โต๊ะส่วนตัวแบบโรแมนติกกันสองคนก็มี

เริ่มต้นด้วย Sparkling Wine
ไวน์ทั้งหมดที่เสิร์ฟในคืนนี้มาจาก
ไวน์ขาวและไวน์แดงที่เราได้ลิ้มลองในคืนนี้เป็นไวน์มาตรฐานสูง DOC และ DOCG ผลิตขึ้นจากไร่

ว่ากันว่า
ไวน์ขาวอันโด่งดัง
คอร์สที่สองพิเศษมาก 
ความคึกคักของห้องอาหาร
มาถึง Main Course ที่กินกับไวน์แดงได้อร่อยล้ำ
ก่อนกินก็ต้องราดซอสพริกไทยดำ ผสม Chianti Red Wine ซะก่อน
ปิดท้ายค่ำคืนแห่งความสุข กับเมนูของหวานโบราณจากเมืองฟลอเรสซ์ ซึ่งยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้ คือ
























ขอบอกว่าแสงสียามค่ำคืนที่



อาหารชั้นเลิศ ก็ต้องคู่กับ 


เรียกน้ำย่อยและสร้างความสดชื่นด้วย 
เพิ่มดีกรีความสนุกกับ 
เข้าสู่โหมด 
เดินทางจากภาคใต้ของอิตาลี ขึ้นมาตรงรอยต่อภาคเหนือ-ภาคกลาง ณ
คืนนี้
มาถึงพระเอกของค่ำคืนนี้คือ 
นอกจากไวน์ทั้ง 5 ตัวดังกล่าวแล้ว ที่
หากใครชอบกินไอศกรีม ลองแวะเข้าไปที่ 



ในโลกของคนรักไวน์ การมีโอกาสชิมไวน์แปลกใหม่ในบรรยากาศดีๆ มีเพื่อนฝูงที่รู้ใจร่วมโต๊ะด้วย คือความสุขที่ยากจะอธิบาย วันนี้เป็นอีกครั้งที่เราได้มาพบปะสังสรรค์กัน โดยมี 




วิวหลักล้าน ดูพระอาทิตย์ตกใจกลางกรุง จากห้องอาหาร 


เริ่มต้นเรียกน้ำย่อยด้วย 










ไวน์แดงชั้นเลิศที่เหมาะกินคู่กับ Pasta จานนี้คือ 






คำว่า
กินขนมหวานล้างปากก่อนกลับบ้าน ด้วยโดนัทอิตาเลียน 

ความสุขในหมู่เพื่อนฝูง ที่มีไวน์จาก