จากสมุทรสงครามถึงสมุทรสาคร วิถีสามน้ำ ความงามไร้ขีดจำกัด

ทริปนี้โชคดี เราได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนเมืองรองสุดน่ารักอย่าง จ.สมุทรสาคร-สมุทรสงคราม กับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมงาน “เนรมิตอัมพวา” ซึ่งจัดระหว่างวันที่ 11-20 กันยายน 2569 ตื่นตากับแสงสีพลุไฟยามค่ำคืนที่ตลาดน้ำอัมพวา แถมยังได้เที่ยวชมแหล่งท่องเที่ยวรายทาง ที่ล้วนมีเสน่ห์ มีคุณค่า และพิเศษในตัวเอง เที่ยวง่าย เที่ยวกันได้ทั้งครอบครัวเลยครับ

ที่สะพานเชื่อมใจอัมพวา ทุกคืนในช่วงการจัดงาน จะมีการแสดง Light & Sound วันละ 3 รอบ  เวลา 19.00 , 20.00 และ 21.00 น.

แสงสีตื่นตาสะท้อนผืนน้ำในยามราตรี ปลุกชีวิตตลาดน้ำอัมพวาให้สดใสน่าเที่ยวชม สองฝั่งทางเดินในตลาดน้ำอัมพวายามค่ำคืน ได้รับการประดับประดาด้วยไฟหลากสี เดินเที่ยว กิน ช้อป ถ่ายรูปกันได้ไม่อั้น
นอกจากงาน “เนรมิตอัมพวา” แล้ว ยังมีแหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงเชื่อมโยง จ.สมุทรสคร-สมุทรสงคราม ให้แวะชมอีกเพียบ

จุดแรก “สะพานแดงชมโลมา” ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมืองฯ จ.สมุทรสาคร  ปรับโฉมใหม่ จากสะพานไม้กลายเป็นสะพานปูนแข็งแรงทนแดดทนฝน เดินเที่ยวชมวิวทะเลรับลมธรรมชาติได้ปลอดภัย ระยะทาง 700 เมตร ฝั่งขวาเป็นป่าชายเลน ฝั่งซ้ายเป็นแนวไม้ปักกันคลื่นกัดเซาะชายฝั่ง ยามน้ำลดช่วงเช้าๆ จะเห็นปูก้ามดาบขึ้นจากรูมาเดินหากิน แต่ที่ว้าวมาก คือฝูงนกชายเลนนานาชนิดบินร่อนไปมาหลายร้อยตัว เยอะสุดคงเป็นฤดูหนาว ส่วนโลมาอิรวดี (โลมาหัวบาตร) ต้องมาดูตอนน้ำขึ้น แต่ก็ต้องลุ้นเอาเองว่าจะเห็นรึเปล่าเดินทอดน่องบนสะพานแดง สูดโอโซนบริสุทธิ์ริมทะเลสมุทรสาคร ช่วงเช้าน้ำลด เผยให้เห็นพื้นดินเลนชายหาดกว้างสุดลูกหูลุกตา ระหว่างทางมีศาลานั่งพักชมวิวแบบ Slow Life ด้วยสะพานแดงสมุทรสาคร เงียบสงบเป็นธรรมชาติสุดๆ ถ้าต้องการหลีกหนีจากเมืองใหญ่ออกมาพักผ่อน ที่นี่คือคำตอบเลยล่ะ ถ่ายรูปออกมาสวยทุกมุม บรรยากาศโรแมนติกมากๆนอกจากฝูงนกชายเลนที่เดินหากินอยู่บนพื้นเลนยามน้ำลดแล้ว เราจะได้เห็นฝูงนกปากห่างบินร่อนอย่างกับเจ้าเวหาที่นี่คือแหล่งหากินของนกชายเลนนานาชนิดได้ตลอดปี เพราะพื้นดินเลนมีอาหารอุดมสมบูรณ์พืชพรรณ นก และสัตว์เล็กสัตว์น้อย หากินผูกพันกันเป็นระบบนิเวศบนชายหาดนี้จุดกึ่งกลางสะพานแดงสมุทรสาคร  มีศาลานั่งพักชมวิวด้วย จุดนี้เหมาะชมพระอาทิตย์ขึ้นมากๆถ้ามาแล้วไม่เจอโลมาอิรวดีตัวจริง ก็ถ่ายภาพ Check In กับรูปปั้นน้องโลกมาน่ารักๆ ได้เหมือนกันนะจากสมุทรสาครเราเดินทางเข้าสู่ “ชุมชนบ้านบางพลับ” ต.บางพรม อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม  แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมดั้งเดิม ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังทำสวนผลไม้แบบปลูกยกท้องร่อง และไม่ใช้ยาฆ่าแมลง อีกทั้งความเป็นเมืองสามน้ำ จืด-กร่อย-เค็มสลับกัน ก็ยิ่งทำให้พืชผักผลไม้รสชาติเป็นเลิศ อย่างส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่, ลิ้นจี่, ชมพู่ และมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งตอนนี้ก็ผ่านมาเป็นสิบปีแล้วที่ชุมชนบางพลับเป็นแหล่งท่องเที่ยว Agro-Tourism ที่ก้าวสู่การเป็นศูนย์เรียนรู้เต็มรูปแบบ“ส้มโอพันธุ์ชาวใหญ่” อันมีชื่อเสียงของบ้านบางพลับ เคยประกวดชนะอันดับ 1 ของประเทศ และได้ขึ้นทะเบียน GI (Geographical Identification) คือเป็นผลไม้เฉพาะถิ่นบ่งชี้สภาพทางภูมิศาสตร์  ซึ่งกำเนิดและพบได้ที่บ้านบางพลับสมุทรสงครามเท่านั้น “ส้มโอพันธุ์ชาวใหญ่” เป็นพืชเศรษฐกิจซึ่งยังปลูกด้วยวิธีการยกร่องด้วยระบบน้ำขึ้นน้ำลงตามธรรมชาติแบบโบราณ ลักษณะพิเศษอันโดดเด่นคือ ลูกใหญ่สมชื่อ น้ำหนักราวๆ 1.2-2.5 กิโลกรัม เปลือกสีเขียวอมเหลืองสวยงาม ไม่มีเมล็ดหรือเมล็ดลีบเล็ก เนื้อในสีขาวอมเหลืองหรือสีน้ำผึ้งเบียดกันแน่น รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย เนื้อแห้งกำลังดี และเก็บไว้ได้นานส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่บ้านบางพลับ ใหญ่อวบและอร่อยสมชื่อ
ที่บ้านบางพลับมีฐานเรียนรู้ให้เราได้ทดลองทำขนมพื้นบ้านด้วยตัวเอง วันนี้เราทำ “ขนมเรไร” (ขนมรังไร) ขนมไทยพื้นบ้านหาชิมยากอันมีชื่อเสียงของชุมชน เป็นขนมที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 ในอดีตทำจากแป้งท้าวยายม่อม นวดแป้งแล้วกดด้วยแม่พิมพ์ไม้คล้ายคีมหนีบ ให้กลายเป็นเส้นเล็กๆ คล้ายรังนก ขนมรังไร (เรไร) หลากสี ที่ผ่านการกดและปั้นเป็นก้อนกลมๆ พร้อมนำไปนึ่งให้สุกเวลากินขนมรังไร (เรไร) เราต้องราดน้ำกะทิ โรยน้ำตาลผสมงา และมพร้าวขูดด้วย หอมอร่อยชื่นใจดีแท้“ผลไม้แช่อิ่มกลับชาติ” ภูมิปัญญาพื้นบ้านของคนบางพลับ ในการถนอมอาหารและแปรรูปผักที่มีรสชาติสุดโต่ง อย่างขมจัด เผ็ดร้อน เปรี้ยวฝาด ให้กลับมีรสชาติหวานฉ่ำรับประทานง่าย แม้แต่บอระเพ็ด มะระ มะนาว ฯลฯ ก็กลายเป็นขนมกินเล่นไปเลยมื้อเที่ยงที่บ้านพบางพลับ สุดประทับใจกับอาหารพื้นบ้านแบบง่ายๆ แต่อร่อยล้ำ ยำหัวปลี, แกงกุ้งกระดองกรุบ, ไข่พะโล้, ปลาทูแม่กลองทอด หน้างอคอหัก ฯลฯ ตบท้ายด้วยส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่“แกงกุ้งกระดองกรุบ” แกงไทยโบราณ อาหารพื้นบ้านขึ้นชื่อของชุมชนบางพลับ ที่มีน้ำแกงรสชาติเผ็ดหวานเค็มผสานกันอย่างละมุน ใส่กุ้งสดเนื้อเด้งสู้ปาก และกระดองกรุบก็คือกะลามะพร้าวอ่อนนั่นเอง ปัจจุบันหาทานยากแล้วสินค้า OTOP หลากหลายของชุมชนบางพลับ ล้วนแปรรูปจากพืชผักผลไม้ในสวน อย่างน้ำมันบำรุงผิวจากดอกส้มโอ หอมมากๆเราเดินต่อสู่อีกแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย “สิริสมปอง มะม่วงหาวมะนาวโห่  Farm & Cafe” ต.บางนกแขวก อ.บางคนที จ.สมุทรสงคราม แหล่งท่องเที่ยว Agro-Tourism พร้อมคาเฟ่สุดโมเดิร์นริมน้ำแม่กลอง บรรยากาศสวนเมืองร้อนร่มรื่นด้วยไม้ดอกไม้ใบสดชื่นมาก ที่นี่เริ่มต้นจากคนรุ่นพ่อแม่ปลูกมะม่วงหาวมะนาวโห่ขายต้นพันธุ์และผล ทว่าปัจจุบันคนรุ่นลูกได้พลิกโฉมพัฒนาด้วยนวัตกรรมทำให้สวนพ่อแม่กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดชิวเครื่องดื่ม Signature ของสิริสมปอง Farm & Cafe คือ “น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่” ที่มีทั้งแบบเพียวๆ และใส่พริกเกลือเพิ่มความจี๊ดจ๊าด รสชาติหวานอมเปรี้ยวกำลังดี ดื่มชื่นใจ แถมมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์สูงปรี๊ด ช่วยต้านมะเร็ง ผิวดี ชะลอวัยได้ยอดเยี่ยม
น้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ปั่นใส่พริกเกลือนิดๆ เพิ่มความจี๊ดจ๊าดกิจกรรม DIY น่ารักๆ ที่สิริสมปอง Farm & Cafe คือการทำผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติ โดยใช้สีจากน้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่
ซื้อสินค้าแปรรูปจากมะม่วงหาวมะนาวโห่กลับไปฝากคนที่บ้าน มีทั้งแยม, น้ำไซเดอร์,​ มะม่วงหาวมะนาวโห่กวน, ไอศกรีม ฯลฯ นั่งจิบน้ำมะม่วงหาวมะนาวโห่ตรงมุมริมน้ำแม่กลอง ปล่อยกายใจไปกับความสงบเย็นของธรรมชาติตรงหน้าจังหวัดสมุทรสงครามยังมีแหล่งท่องเที่ยวให้ไปเยือนอีกมาก เหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย เที่ยวได้ตลอดปี “ตลาดน้ำอัมพวา” แม้จะเปลี่ยนไปมากจากภาพในอดีต ทว่าเสน่ห์และจิตวิญญาณที่แท้จริงของอัมพวาก็ยังคงอยู่ ลองไปล่องเรือหรือเดินเล่นในร้านค้าสองฝั่งคลอง พูดคุยกับผู้คน ช้อปปิ้ง ชิมอาหารอร่อย เป็นความสุขเรียบง่ายที่เราค้นพบ ณ อัมพวา“ตลาดร่มหุบ” ที่สถานีรถไฟแม่กลอง จ.สมุทรสงคราม ก็ยังคงโด่งดังติดลมบนไม่เสื่อมคลาย สมัยก่อนชาวบ้านเรียกว่า “ตลาดริมทางรถไฟ” หรือ “ตลาดเสี่ยงตาย” เพราะแผงขายของวางอยู่บนพื้นประชิดติดรางรถไฟเลย พอรถไฟวิ่งมาพ่อค้าแม่ค้าก็ต้องรีบหุบร่มกับผ้าใบในพริบตา เหมือนโชว์ที่สนุกทุกรอบที่รถไฟแล่นเข้าสถานีแม่กลอง แต่ขอเตือนว่าใครไปถ่ายรูปท่ีนี่ต้องระวังความปลอดภัยด้วย อย่าห่วงแต่เซลฟี่ตัวเองล่ะ! เวลารถไฟเข้าออกสถานีแม่กลองมีวันละ 8 รอบ ไปเที่ยวกันได้ตามสะดวกเลยจ้าสมัยก่อนของที่วางขายอยู่ริมทางรถไฟจะมีแต่พวกพืชผักผลไม้และปลาทะเล ผิดกับทุกวันนี้ที่มีสินค้าเหมือนตลาดสำเพ็งเอาใจนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อเวลาเปลี่ยนไป หลายสิ่งก็เปลี่ยนตามจากสถานีรถไฟแม่กลองตลาดร่มหุบขับรถไปอีกไม่ไกลก็ถึง “วัดใหญ่สมุทรสงคราม” (วัดโคกเนิน) วัดโบราณอายุกว่า 300 ปีสมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริมน้ำแม่กลอง เป็นศูนย์รวมใจรวมศรัทธาของผู้คนมาช้านาน สถานที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อองค์ดำ” ซึ่งมีอยู่เพียงไม่กี่องค์ในโลก สถาปัตยกรรมเดิมของโบสถ์เก่าเป็นแบบมหาอุตม์ คือมีประตูเข้าออกทางเดียว แต่ปัจจุบันมี 3 ประตูแล้วกราบสักการะ “หลวงพ่อองค์ดำ” วัดใหญ่แม่กลอง ลักษณะองค์ท่านจำลองพุทธศิลป์มาจากหลวงพ่อองค์ดำที่เมืองนาลันทา ประเทศอินเดีย แกะสลักด้วยหินสีดำเช่นเดียวกันสะพานแขวนเมืองแม่กลอง Landmarkใหม่ข้ามแม่น้ำแม่กลองบริเวณหน้าวัดใหญ่ ตื่นตากับสะพานแขวนทรงโมเดิร์นยาวกว่า 120 เมตร ที่มีเสารูปลาทูและกลองยักษ์ อันเป็น Sinatue ของสมุทรสงคราม ชมวิวมุมสูงบนสะพานแขวนแม่กลองได้สบาย เพราะตรงเชิงสะพานด้านวัดใหญ่มีหอคอยรูปกลองยักษ์ ให้เดินขึ้นไปจนสุดด้านบน ชมวิวพาโนรามา 360 รอบตัว แต่ถ้าใครกลัวความสูงจะไม่ขึ้นไปสุดก็ได้ แค่เดินเล่นถ่ายภาพบนสะพานก็แฮปปี้แล้ว
เมื่อเดินขึ้นไปสุดด้านบนหอคอยชมวิวเชิงสะพานด้านวัดใหญ่จะเห็นวิวตัวเมืองแม่กลองได้กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา พร้อมด้วยองค์หลวงพ่อบ้านแหลมขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ยืนตระหง่านให้พรกับผู้มาเยือน หลวงพ่อบ้านแหลมองค์ใหญ่ที่สุดในโลกจากด้านบนหอคอยชมวิวจะเห็นธรรมชาติสวนมะพร้าวและบ้านเรือนวิถีชีวิตริมน้ำแม่กลองที่ไม่เคยหลับใหลการมาเยือนสมุทรสงครามจะสมบูรณ์ไม่ได้เลย ถ้าเราไม่ได้ชิมอาหารพื้นบ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะหลากเมนู อาทิ “ปลาทูซาเตี๊ยะ” อาหารถิ่นแม่กลองอันขึ้นชื่อมาช้านาน รสหวานเค็มกลมกล่อม ตัดด้วยเปรี้ยวอ่อนๆ ของมะขามเปียกหรือสับปะรด คล้ายปลาทูต้มเค็ม แต่ใส่สมุนไพร แล้วต้มจนน้ำขลุกขลิก“ปลาทูแม่กลองทอดราดพริกสามรส” อีกหนึ่งอาหารแม่กลองที่ดูธรรมดา ทว่าอร่อยล้ำด้วยความมันของปลาทูตัวเล็ก สดใหม่ตามแบบฉบับทะเลสมุทรสงคราม“หอยหลอดผัดฉ่า” อาหารพื้นบ้านอันโด่งดังของสมุทรสงคราม ที่ชนะการโหวตอาหารถิ่นประจำจังหวัดในโครงการ “Thailand Best Local Food : รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste” อร่อยด้วยหอยหลอดที่สดและหวานเด้งจากดอนหอยหลอด ผสานกับเครื่องเทศรสจัดจ้าน ถูกปากคนไทยดีนักแลระหว่างทางกลับเข้ากรุงเทพฯ ริมถนนพระราม 2 เราแวะสัมผัสความพิเศษและน่ารักที่ “ร้านกาแฟใส่เกลือ Salt Lake De Maeklong”  ขอบอกว่าเก๋มาก เพราะเขานำเกลือสมุทร (เกลือทะเล) ที่เป็นสินค้าหลักอย่างหนึ่งของคนสมุทรสงคราม มารังสรรค์เป็นกาแฟใส่เกลือได้ลงตัว แต่ก็มีเครื่องดื่มและขนมอื่นๆ อีกมากมายเสิร์ฟด้วยนะ เพลินกับวิวนาเกลือโล่งกว้างหายใจได้เต็มปอด มีชิงช้า กังหันลมวิดน้ำ และจุด Check In เพียบ ที่นี่เขาจะทำเกลือกันจริงๆ ในฤดูร้อนตอนเดือนเมษายน ช่วงนั้นจะเห็นภาพนาเกลือสีขาวผืนใหญ่ และการเก็บเกลือมาวางไว้เป็นกองๆ เรียงกันอย่างสวยงาม กาแฟใส่เกลือและขนมอร่อยๆ พร้อมเสิร์ฟอย่าลืมซื้อเกลือสมุทรเป็นของฝากหลับบ้านด้วยนะจ๊ะ
จากสมุทรสงครามถึงสมุทรสาครทริปนี้ เราได้สัมผัสมิติเรื่องราวอันหลากหลาย ทั้งธรรมชาติ วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ ศาสนา อาหารอร่อย และชุมชนน่ารัก รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว Man Madeใหม่ๆ ของเมืองริมทะเลภาคกลางสุดน่ารัก ที่ครบเครื่องในตัวเองจริงๆ

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *