Once in a Life Time, ล่องเรือ Hokkaido-Ibaraki Japan (Episode 3)

nikko ศาลเจ้ามรดกโลก 1การเดินทางอันยาวนานกว่า 10 วัน ด้วยการเที่ยวเชื่อมโยงจากตอนเหนือของญี่ปุ่น จากฮอกไกโด (Hokkaido) ลงมายังภาคกลางที่จังหวัดอิบารากิ (Ibaraki) ของเรา เข้ามาสู่โค้งสุดท้ายแล้ว คราวนี้เป็นคิวของเมืองมรดกโลกอันเก่าแก่ ที่มีธรรมชาติและศิลปะวัฒนธรรมยิ่งใหญ่ งดงาม อลังการ นั่นคือ ‘นิกโก’ (Nikko) ในจังหวัดโทชิงิ ซึ่งอยู่ห่างจากโตเกียวขึ้นมาทางเหนือเพียง 140 กิโลเมตรเท่านั้น
nikko ศาลเจ้ามรดกโลก 2ในหนึ่งวันที่นิกโก้ เหมาะจะชวนกันไป Walking Tour ตามวัดและศาลเจ้าสำคัญต่างๆ ตั้งแต่ ศาลเจ้าโทโชกุ (สุสานของโชกุนโตกุกาวะ อิเอยาสุ ผู้ยิ่งใหญ่), ศาลเจ้าฟุตะระซัง (หรือศาลเจ้าผูกดวง) และ ศาลเจ้ารินโนจิ ซึ่งมีความใหญ่โตอลังการ งดงามด้วยพุทธศิลป์ขั้นเอกอุเลยก็ว่าได้ โดยศาลเจ้าทั้ง 3 นี้ สามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างง่ายดายnikko ศาลเจ้ามรดกโลก 3 nikko ศาลเจ้ามรดกโลก 4 nikko ศาลเจ้ามรดกโลก 5 nikko ศาลเจ้ามรดกโลก 6พระพุทธรูปสำคัญ 3 องค์ ในศาลเจ้ารินโนจิnikko ศาลเจ้ามรดกโลก 7ทวารบาลตรงปากทางเข้าศาลเจ้า หน้าตาดุดันเคร่งขรึม!nikko ศาลเจ้ามรดกโลก 8ชาวญี่ปุ่นนิยมเขียนคำอธิษฐานของตน ใส่แผ่นไม้ฝากไว้ที่ศาลเจ้า (ส่วนใหญ่เป็นศาลเจ้าในลัทธิชินโต)nikko ศาลเจ้ามรดกโลก 9ก่อนเข้าศาลเจ้าต่างๆ อย่าลืม ล้างมือ ล้างหน้า ล้างปาก ให้สะอาด ด้วยน้ำใสบริสุทธิ์ที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
nikko สะพานชินเคียว

สะพานชินเคียว(Shinkyo Bridge) หรือสะพานศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่ตรงประตูทางเข้าศาลเจ้าและวัดในเมืองนิกโก เป็น 1 ใน 3 สะพานสวยที่สุดของปุ่น โครงสร้างสะพานที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1636 กระทั่งปี ค.ศ. 1973 จึงเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม โดยมีการซ่อมแซมมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้จะสวยสุดในฤดูใบไม้ร่วง ที่ราวป่าโดยรอบผลัดใบเป็นสีเหลืองแดงสุดอลังการ!

nikko coffee 1เมื่อเดินเที่ยวศาลเจ้ามรดกโลกที่ยิ่งใหญ่งดงามในเมืองนิกโกกันมาตลอดวันแล้ว ก็ต้องไปเติมพลังเติมความสดชื่นกันที่ ร้าน Nikko Coffee ที่มีทั้งเครื่องดื่มและเค้กอร่อยๆ ให้ลองลิ้มชิมรสกันทุกวัน
nikko coffee 2กาแฟร้าน Nikko Coffee ใช้น้ำสะอาดจากธรรมชาติของเมืองนิกโกมาชงให้เราดื่มกันเลยนะครับน้ำตกคะงน 1ในวันถัดมา เราจัดให้เป็นคิวของการเที่ยวธรรมชาติ เข้าไปชื่นชมความงามของแมกไม้สายธารในอุทยานแห่งชาตินิกโก ชมน้ำตกสูงที่สุดติดอันดับ 1 ใน 3 แห่งของญี่ปุ่น คือ ‘น้ำตกคะงน’ (Kegon Falls) โดยน้ำตกแห่งนี้ไหลลงมาจากหน้าผาลาวาที่แตกตัวออก แยกเป็นน้ำตกน้อยใหญ่ 12 สายอย่างน่าชม
น้ำตกคะงน 2น้ำตกคะงน ในจุดสูงที่สุดนั้น สูงถึง 97 เมตร
น้ำตกคะงน 3น้ำตกคะงน เคยได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 8 ทิวทัศน์ที่แสดงถึงความเป็นประเทศญี่ปุ่นและวัฒนธรรมยุคโชวะที่ดีที่สุดน้ำตกหัวมังกร 1อีกหนึ่งน้ำตกแสนสวยสุดซึ้งในเมืองนิกโก คือ น้ำตกหัวมังกร หรือ น้ำตกริวซู (Ryuzu Waterfalls) ซึ่งเขาบอกว่าจะสวยสุดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีตอนฤดูใบไม้ร่วงเช่นกัน ราวๆ ปลายเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนน้ำตกหัวมังกร 2ความงามหยดย้อย ของน้ำตกริวซู ที่เมืองนิกโกnikko บ้านทูตอังกฤษ ทะเลสาบซูเซนจิ 1ในโซนรอบทะเลสาบซูเซนจิ (Lake Chuzenji) ของนิกโก ที่ไม่ห่างจากน้ำตกต่างๆ มากนัก ยังมีสถานที่น่าสนใจตั้งอยู่ริมทะเลสาบให้เข้าชม คือ ‘สวนอนุรักษ์สถานทูตอังกฤษ’ โดยจุดนี้คือบ้านพักเก่าของทูตอังกฤษ ที่เคยมาพำนักอยู่ในญี่ปุ่นสมัยเปิดประเทศใหม่ๆ ปัจจุบันภายในจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมและการตกแต่ง ที่มีการผสมผสานแนวตะวันตกกับญี่ปุ่นเข้าด้วยกันอย่างลงตัวnikko บ้านทูตอังกฤษ ทะเลสาบซูเซนจิ 2ภายในพิพิธภัณฑ์บ้านทูตอังกฤษ มองออกไปเห็นวิวทะเลสาบซูเซนจิnikko บ้านทูตอังกฤษ ทะเลสาบซูเซนจิ 3นั่งเหม่อมองวิวทะเลสาบซูเซนจิในวันครึ้มๆ ก็สวยไปอีกแบบเนอะมหาวิทยาลัยแห่งแรก ขงจื้อ 1โบกมือลาเมืองนิกโก มุ่งหน้าสู่ เมืองอาชิคากะ (Ashikaga) พากันไปเที่ยวชมแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญ คือมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น เรียกว่า ‘Ashikaga Gakko’ เป็นมหาวิทยาลัยที่สอนตามแนวคิดลัทธิขงจื้อของจีน จริงๆ แล้วไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด เพียงแต่สันนิษฐานกันว่า สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 แล้ว และมีการบูรณะอย่างจริงจังเมื่อปี ค.ศ. 1432มหาวิทยาลัยแห่งแรก ขงจื้อ 2อาคารเก่าของมหาวิทยาลัยท่านขงจื้อ แม้จะสร้างแบบญี่ปุ่น แต่ก็มีกลิ่นอายจีนเจือปนอยู่มิใช่น้อยมหาวิทยาลัยแห่งแรก ขงจื้อ 3ภายในมหาวิทยาลัยท่านขงจื้อ มีวัตถุโบราณจำนวนมาก ที่สื่อถึงการเรียนการสอนเหล่าสานุศิษย์ในอดีตมหาวิทยาลัยแห่งแรก ขงจื้อ 4มหาวิทยาลัยขงจื้อมหาวิทยาลัยแห่งแรก ขงจื้อ 5นั่งเล่นเพลินๆ ในมหาวิทยาลัยขงจื้อสวนดอกไม้ Ashikaga flower park 1จากมหาวิทยาลัยขงจื้อ เราใช้เวลาช่วงสุดท้ายของวันก่อนแสงอาทิตย์จะลาลับไปกันที่สวนดอกไม้ ‘Ashikaga Flower Park’ เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตลอดปี โดยตลอดระยะเวลา 12 เดือน จะมีดอกไม้นับร้อยชนิดผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันให้ชมอย่างตื่นตาตื่นใจ แต่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ดอกวิสทีเรีย (Wisteria)สวนดอกไม้ Ashikaga flower park 2สาวงามกับดอก Amethyst Sage สีม่วงสดใส ในช่วงเดือนตุลาคมที่อากาศเริ่มเยือกเย็นลงเรื่อยๆ
สวนดอกไม้ Ashikaga flower park 3ดอกไม้สวย ก็ย่อมมีหมู่แมลงมาไต่ตอมดอมดม ดูดกินน้ำหวาน และช่วยผสมพันธุ์ดอกไม้ไปในตัวครับสวนดอกไม้ Ashikaga flower park 4ร้านขายดอกไม้พันธุ์ไม้ที่ Ashikaga Flower Park สวนดอกไม้ Ashikaga flower park 5ชิมซอฟท์ครีม กลิ่น Amethyst Sage สุดยอด!numata kumma denneplaza 1จังหวัดสุดท้ายในภาคกลางของญี่ปุ่น ที่เราได้ไปเยี่ยมเยือนในทริปนี้คือ จังหวัดกุนมะ (Gunma) เป็นจังหวัดที่มีผืนดินและน้ำท่าอุดม ธรรมชาติพิสุทธิ์ จึงปลูกพืชผลการเกษตรได้อย่างบริบูรณ์

ระหว่างทางที่ เมืองนูมาตะ (Numata) เราแวะพักรถพักคนกันที่ Denenplaza เป็นจุดแวะพักขนาดใหญ่ มีร้านอาหาร และร้านค้าสหกรณ์พืชผลการเกษตรนานาชนิดของแถบนี้ นำมาจำหน่ายกันในราคาไม่แพง
numata kumma denneplaza 2ได้ข่าวว่า ‘ข้าว’ ของเมืองนูมาตะมีความพิเศษ อร่อย เลยถือโอกาสลงไปเดินเล่นกันตามคันนา เก็บภาพน่ารักๆ ในยามฝนพรำไว้เป็นที่ระลึกสุดประทับใจnumata kumma harada farm 1นั่งรถจาก Deneplaza ไปไม่ไกล ก็ถึงหมุดหมายที่เราตั้งใจมาในวันนี้ คือ Harada Farm เป็นสวนผลไม้มีชื่อเสียง โดยเฉพาะในเรื่องแอปเปิลนับสิบสายพันธุ์ กับองุ่นไร้เมล็ด ที่ปลอดสารพิษ สามารถเก็บกินจากต้นได้เลย
numata kumma harada farm 2ที่ Harada Farm มีกิจกรรมนั่งรถชมสวน และเปิดโอกาสให้เราลงไปเก็บแอปเปิลมาปอกกินกันได้ตามอัธยาศัย ส่วนใครจะเก็บกลับบ้าน เขาก็มีตะกร้าให้พร้อม ค่าใช้จ่ายก็ไม่แพงเลยnumata kumma harada farm 3องุ่นไร้เมล็ดของ Harada Farm รสชาติหวานเจี๊ยบ เม็ดอวบอ้วน ฉ่ำน้ำ เปลือกบาง เนื้อหนานุ่ม เวลาเคี้ยวจะรู้สึกถึงความหวานหอมที่กลั้นอยู่ในปากได้ทันที!numata kumma น้ำตกฟุคิวาเระ โนะ ทาคิ 1อีกหนึ่งสถานที่ในเมืองนูมาตะซึ่งไม่ควรพลาดชมอย่างเด็ดขาด คือ ‘น้ำตกฟุคิวาเระ’ (Fukiware Falls) สุดยอดน้ำตกที่ได้รับฉายาว่า ‘ไนแองการ่าแห่งญี่ปุ่น’ (Niagara of Japan) เพราะมีรูปลักษณ์หน้าตาคล้ายกัน โดยน้ำตกแห่งนี้ กว้างกว่า 30 เมตร สูง 7 เมตร สายน้ำขนาดใหญ่ทิ้งตัวลงในหุบหินโค้งเว้าคล้ายแอ่ง เสียงดังสนั่นน้ำไหลแรงตลอดปี น่าตื่นตาตื่นใจมาก การเที่ยวชมทำได้วิธีเดียว คือเดินเลียบริมธารน้ำเข้าไป ต้องจอดรถยนต์ไว้ด้านนอก แต่ทางเดินก็สะดวกสบาย ไม่มีทางชันแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องระวังลื่นเท่านั้นเอง!numata kumma น้ำตกฟุคิวาเระ โนะ ทาคิ 2ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ราวๆ ปลายเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน รอบๆ น้ำตกฟุคิวาเระยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีได้สวยงามมากอีกด้วยikaho onsen เรียวกังจากเมืองนูมาตะ เราบึ่งรถไปนอนพักค้างคืนกันใน Onsen Hotel สุดหรูที่ เมืองอิคาโฮะ (Ikaho) โดยน้ำแร่ร้อนธรรมชาติในแถบนี้มีธาตุเหล็กสูง ยุคอดีตเหล่าซามูไรที่บาดเจ็บจากการต่อสู้ มีบาดแผล เมื่อลงแช่น้ำแร่ร้อนออนเซนที่นี่บ่อยๆ แผลก็จะสมานหายดีอย่างรวดเร็ว ซึ่งออนเซนแถบนี้มีประวัติย้อนไปได้ไม่ต่ำกว่า 1,400-1,600 ปี!ikaho stone stepsในย่านดาวทาวน์ของเมืองอิคาโฮะ มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งนักท่องเที่ยวไม่พลาดชมและเก็บภาพ คือ ‘สะพานหินอิคาโฮะ’ (Ikaho Stone Steps) ด้วยบันไดมากถึง 365 ขั้น ยาวกว่า 300 เมตร ขึ้นไปตามเนินเขาเตี้ยๆ สองฝั่งเป็นบ้านเรือนและร้านค้าน่าช้อปปิ้ง ด้านข้างบันไดหินมีท่อส่งน้ำแร่ร้อนธรรมชาติลงมาจากบนเขา ผันเข้าสู่ Onsen Hotel ต่างๆ อีกทั้งตามขั้นบันไดยังสลักคำกลอนเอาไว้ด้วย แหม ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ นะประเทศนี้!
ikaho ทะเลหมอกยามเช้าตรู่ในเมืองอิคาโฮะ แค่เปิดหน้าต่างห้องออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์เย็นฉ่ำ ก็เห็นวิวทะเลหมอกและขุนเขาสลับซับซ้อนแบบนี้แล้ว อิจฉาตัวเองซะจริงๆ ฮาฮาฮา
takasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 1จากเมืองอิคาโฮะ นั่งรถไปแค่ชั่วโมงเดียว สู่ เมืองทาคาซากิ (Takasaki) เมืองสุดท้ายก่อนโบกมืออำลาแดนอาทิตย์อุทัย วันนี้โชคดีตื่นเช้า เลยมาถึง ‘ศาลเจ้าฮารุนะ’ (Haruna Shrine) ยังไม่เก้าโมงเช้า เขาบอกว่าต้องใช้เวลาที่นี่อย่างต่ำ 2 ชั่วโมง ทีแรกงงๆ พอมาเห็นของจริงถึงรู้ว่า ต้องเดินขึ้นเขาไป 1 กิโลเมตร แต่ก็ไม่ลำบากยากเย็นอะไร เพราะสองข้างทางเป็นป่าใหญ่ร่มรื่นงดงาม อีกทั้งทางก็ไม่ได้ชันอะไรเลยtakasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 2ทางเดินไปศาลเจ้าฮารุนะ สงบเงียบ เป็นธรรมชาติสุดๆ แค่นี้กายใจก็สงบแล้ว
takasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 3ระหว่างทางเดินไปศาลเจ้า ริมสองข้างทางเราจะพบ รูปปั้น 7 เซียน ซึ่งแต่ละองค์ก็เชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ในด้านต่างๆ กัน เช่น ด้านความรัก, การแสดงและงานศิลปะ, ความอุดมสมบูรณ์, ความเจริญรุ่งเรือง, การชนะอุปสรรค์ทั้งปวง ฯลฯ ซึ่งจริงๆ แล้วเซียนเหล่านี้น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากความเชื่อแบบจีนในสมัยโบราณtakasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 4ระหว่างทางเดินไปศาลเจ้าฮารุนะ มีหอคอยโบราณลักษณะคล้ายเก๋งจีน และรูปปันเซียน (เทพ) ที่คนญี่ปุ่นเคารพนับถือtakasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 5ศาลเจ้าฮารุนะ มีความเก่าแก่กว่า 1,400 ปี มีคนมาเคารพสักการะมิได้ขาด
takasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 6เหนือตัวศาลเจ้าฮารุนะขึ้นไป มีภูเขาหินลักษณะคล้ายพระพุทธรูปยืน ซึ่งสึกกร่อนไปตามกาลเวลา
takasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 7ช่วงปลายเดือนตุลาคม ใบเมเปิลที่ศาลเจ้าฮารุนะเร่ิมผลัดใบเปลี่ยนสีแล้วจ้าtakasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 8แสงเงางดงามยามเช้า ที่ศาลเจ้าฮารุนะtakasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 9การเขียนพู่กันแบบโบราณ ที่ศาลเจ้าฮารุนะtakasaki อูด้งเดินขึ้นเขาไปไหว้เจ้ากันจนหมดแรง เห็นทีต้องหาอูด้งขึ้นชื่อของเมือง Takasaki หม่ำซะแล้ว เขาบอกว่าร้าน Udon Chaya Mizusawa เป็นหนึ่งไม่เป็นรองใครวาดตุ๊กตาไม้ usaburo kokeshi 1กิจกรรมสุดท้ายในทริปนี้ ที่ถือว่าสร้างความสนุกและประทับใจ ได้ของฝากฝีมือตัวเองติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยก็คือ ‘การเพ้นท์สีตุ๊กตาไม้โคเคชิ’ ที่ Usaburo Kokeshi โรงงานผลิตตุ๊กตาไม้โคเคชิอันเก่าแก่ มีชื่อเสียง และผลิตส่งไปขายยังเมืองสำคัญๆ ทั่วญี่ปุ่น ไม่เว้นแม้แต่เกียวโตเมืองมรดกโลกวาดตุ๊กตาไม้ usaburo kokeshi 2กิจกรรม DIY Art Therapy สุดสนุก เพ้นท์สีตุ๊กตาไม้โคเคชิตามจินตนาการของเราเอง ที่โรงงาน Usaburo Kokeshi วาดตุ๊กตาไม้ usaburo kokeshi 3ได้เวลากลับบ้านแล้ว การเดินทางอันยาวนาน 10 วันจากฮอกไกโดลงมาถึงอิบารากิในทริปนี้ มอบประสบการณ์แปลกใหม่สุดพิเศษให้เรามากมาย มันมีแต่ช่วงเวลาน่าจดจำ กับเรื่องราวดีๆ ที่ผมอยากนำมาบอกเล่าต่อ

และหวังว่าสักวันหนึ่ง คุณคงจะได้ไปสัมผัสเส้นทางท่องเที่ยวสุดพิเศษนี้ ด้วยตัวคุณเองนะครับ บ้ายบาย…
Logo_Nikon

Special Thanks : บริษัท Nikon Sales (Thailand) Co., Ltd. สนับสนุนกล้อง Nikon D5 และสุดยอดอุปกรณ์ถ่ายภาพระดับมืออาชีพ 

สนใจติดต่อ 195 อาคาร Empire Tower ชั้น 45 ถนน สาทรใต้ แขวง ยานนาวา เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. 0-2633-5100 / www.nikon.co.th

0 replies

Leave a Reply

Want to join the discussion?
Feel free to contribute!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *