เที่ยวทั่วโลก

11 Best of Mie, Amazing Kansai

จังหวัดมิเอะ (Mie Prefecture) เมื่อเอ่ยถึงชื่อนี้ หลายคนคงทำหน้างงๆ ว่าคืออะไร? อยู่ที่ไหน? ก็ต้องขอเฉลยเลยว่า เป็นจังหวัดน่ารักน่าเที่ยวอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น (ภูมิภาคคันไซ) ติดมหาสมุทรแปซิฟิก โดยจังหวัดมิเอะนี้ตั้งอยู่ตรงกึ่งกลางระหว่างเมืองนาโกย่า (ทางเหนือ) และเมืองโอซาก้า (ทางใต้) หลายคนซึ่งไปเที่ยวเมืองใหญ่ในญี่ปุ่นกันมาจนปรุแล้ว ขอเชิญมาเที่ยวมิเอะดูบ้าง จะพบกับประสบการณ์แปลกใหม่ อันเต็มไปด้วยเรื่องราวน่าสนใจ ที่จะทำให้คุณลืมไม่ลงอย่างแน่นอน!

1. สุดอลังการ กับดวงไฟนับล้าน Winter Illumination ที่ Nabana No Sato สวนพฤกษศาสตร์ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน

ชวนกันไปเที่ยวสวนพฤกษศาสตร์ขนาดใหญ่ ที่งดงามน่าชมทั้ง 4 ฤดู เพราะมีดอกไม้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเบ่งบานให้ชมไม่รู้เบื่อ อย่างดอกไฮเดรนเยียในต้นฤดูร้อน ทุ่งคอสมอสในต้นฤดูใบไม้ร่วง และช่วงฤดูใบไม้ผลิยังเด่นด้วยดอกซากุระ ทิวลิป กุหลาบ แด๊ฟโฟดิล ฯลฯ บานสะพรั่งให้ชม ทว่าไฮไลท์จริงๆ อยู่ที่การประดับไฟในช่วงฤดูหนาว (Winter Illumination) ที่มีหลอดไฟกว่า 200 ล้านหลอด และอุโมงค์ไฟอันน่าตื่นตา
Naba No Sato 2 Naba No Sato 3 Naba No Sato 4 Naba No Sato 5 Naba No Sato 6 Naba No Sato 7 Naba No Sato 82. Gozaisho Ropeway กระเช้ายาวที่สุดในญี่ปุ่น ขึ้นสู่ยอดเขาโกไซโช บนเทือกเขาซูซูก้า

พากันไปนั่งกระเช้ายาวที่สุดในญี่ปุ่น ใช้เวลานานถึง 15 นาที จากความสูง 400 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ขึ้นสู่ยอดเขาที่ระดับความสูง 1,212 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล เนื่องจากจังหวัดนี้ตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศ ติดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก อากาศจึงค่อนข้างอบอุ่น ทว่ายอดเขาโกไซโชคือจุดเดียวที่มีหิมะในฤดูหนาวของจังหวัดมิเอะ บนยอดเขามีจุดชมวิวสวยๆ แบบพาโนรามา ร้านค้า และกิจกรรมเล่นหิมะให้สนุกกันด้วย
Gozaisho Ropeway 1 Gozaisho Ropeway 2 Gozaisho Ropeway 3 Gozaisho Ropeway 4 Gozaisho Ropeway 5 Gozaisho Ropeway 6 Gozaisho Ropeway 73. อิงะนินจา ต้นกำเนิดนินจาแห่งญี่ปุ่น

พาตัวและหัวใจย้อนอดีตกลับสู่หมู่บ้านนินจาอิงะ ในยุคที่ญี่ปุ่นยังมีนินจาโลดแล่นอยู่ในวงการต่อสู้ กับภาระกิจซ่อนเร้นที่เจ้านายไม่ว่าจะเป็นไดเมียวหรือโชกุนสั่งให้ทำแบบลับๆ ทั้งการสอดแนม ลอบทำร้าย และลอบฆ่าศัตรู ทุกวันนี้ที่หมู่บ้านนินจาอิงะยังมีการสืบทอดความรู้เหล่านี้ไว้บางส่วน และจัดแสดงให้พวกเราได้ชมอย่างน่าตื่นเต้นระทึกใจ แถมยังมีบ้านนินจาที่มีซอกมุมค่ายกลซับซ้อนเอาไว้หลบศัตรู ให้เข้าชมด้วย
อิกะ นินจา 1 อิกะ นินจา 2 อิกะ นินจา 3 อิกะ นินจา 4 อิกะ นินจา 54. ศาลเจ้าหลวงแห่งอิเสะ ศาลเจ้าใหญ่และสำคัญที่สุดในลัทธิชินโตแห่งแดนอาทิตย์อุทัย

มาเที่ยวมิเอะต้องไม่พลาดชม ‘ศาลเจ้าหลวง’ หรือ The Grand Shrine เป็นศาลเจ้าแรกของญี่ปุ่นในลัทธิชินโต ซึ่งคนญี่ปุ่นเชื่อว่าต้องมาสักการะให้ได้สักครั้งในชีวิต ศาลเจ้านี้เรียกกันทั่วไปว่า ‘อิเสะจิงงุ’ (ศาลเจ้าหลวงอิเสะ) ตั้งอยู่บริเวณแหลมอิเสะ ในผืนป่าโบราณที่ร่มรื่นเย็นฉ่ำ เต็มไปด้วยไม้ใหญ่หลายคนโอบ บรรยากาศแลขลังและศักดิ์สิทธิ์มาก อย่างไรก็ตาม ในบริเวณศาลเจ้าหลักนั้นห้ามถ่ายภาพ และส่วนในสุดห้ามไม่ให้เข้า แต่เชื่อกันว่าเป็นที่เก็บรักษาสมบัติ 3 อย่าง อันเป็นตัวแทนความเชื่อสูงสุดในลัทธิชินโต คือ คันฉ่อง พระแสงดาบ และอัญมณี ซึ่งใช้เป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ อันเป็นเสมือนตัวแทนที่ติดต่อกับเทพเจ้าได้
ศาลเจ้าหลวงอิเสะ 1 ศาลเจ้าหลวงอิเสะ 2 ศาลเจ้าหลวงอิเสะ 3 ศาลเจ้าหลวงอิเสะ 4 ศาลเจ้าหลวงอิเสะ 55. เที่ยวถนนคนเดินย้อนยุคสุดชิล โอคาเงะ โยโคโช

หลังจากสักการะศาลเจ้าหลวงแห่งอิเสะเรียบร้อยแล้ว คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการเดินต่อเนื่องเข้าสู่ ถนนคนเดินโอฮาริ มาชิ และโอคาเงะ โยโคโช’ (Oharai machi and Okage yokocho) สองหมู่บ้านโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยเอโดะจนถึงเมจิ สองฟากฝั่งเต็มไปด้วยบ้านเรือนเก่าใหม่ และหลากหลายร้านรวงน่าแวะชม ทั้งร้านอาหาร ร้านน้ำชา ร้านขนม ร้านสาหร่าย และร้านขายของที่ระลึก บรรยากาศย้อนยุคดีเหลือเกิน ใครชอบถ่ายภาพ หรือชอบซื้อหาสินค้า Handmade น่ารักๆ มาเที่ยวที่นี่ไม่ผิดหวังชัวร์

หมู่บ้านโอคาเงะ โยโคโช 1 หมู่บ้านโอคาเงะ โยโคโช 2 หมู่บ้านโอคาเงะ โยโคโช 3 หมู่บ้านโอคาเงะ โยโคโช 4 หมู่บ้านโอคาเงะ โยโคโช 5 หมู่บ้านโอคาเงะ โยโคโช 66. เยี่ยมชม Mikimoto Pearl Island ไข่มุกคุณภาพดีที่สุดในโลก!

เป็นเวลากว่า 160 ปีมาแล้ว ที่คุณปู่ Kokichi Mikimoto ได้ก่อตั้งฟาร์มเลี้ยงหอยมุก Mikimoto ขึ้น โดยการนำหอยมุกพันธุ์ Agoya ที่คัดมาเป็นอย่างดี นำมาเลี้ยงในน้ำทะเลอันใสสะอาดของชายฝั่งแปซิฟิกจังหวัดมิเอะ จนได้หอยมุกคุณภาพเยี่ยมที่ทั่วโลกกล่าวขาน เพราะมีคุณภาพยอดเยี่ยมที่สุด ทั้งขนาด รูปทรง ความแวววาว สีสัน นับเป็นสมบัติล้ำค่าจากท้องทะเลที่ควรค่าแก่การสวมใส่อย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชม ‘เกาะไข่มุกมิกิโมโตะ’ หรือ Mikimoto Pearl Island ได้ มีส่วนพิพิธภัณฑ์ ร้านจำหน่าย ร้านอาหาร และสาธิตการดำน้ำเก็บหอยของ ‘อามะ’ (Ama) นักดำน้ำหญิงแห่งมิเอะ ที่ดำน้ำตัวเปล่าโดยไม่ใช้ถังอากาศเลย

Mikimoto Pearl Farm 1 Mikimoto Pearl Farm 2 Mikimoto Pearl Farm 4 Mikimoto Pearl Farm 5 Mikimoto Pearl Farm 67. Mie บ้านของ ‘อามะ’ หญิงนักดำน้ำโดยไม่ใช้ถังอากาศ

เป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว ที่ ‘อามะ’ (Ama) หรือ ‘นักดำน้ำหญิง’ (Woman Diver) แห่งจังหวัดมิเอะ มีบทบาทสำคัญยิ่งยวด ในกิจการผลิตหอยมุกอันมีชื่อเสียง เพราะพวกเธอคือคนที่ดำดิ่งลงสู่ใต้ทะเลสีคราม เพื่อเก็บหอยมุกขึ้นมา หรือเมื่อมีพายุไต้ฝุ่นและคลื่นแรงจัด พวกเธอก็ต้องดำน้ำลงไปย้ายหอยมุกเข้าสู่ที่ปลอดภัย นับเป็นภาระกิจหนักหน่วงที่เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง แม้ทุกวันนี้เทคโนโลยีจะก้าวหน้าขึ้นมาก และอาชีพหญิงนักดำน้ำจะไม่จำเป็นอีกแล้ว ทว่าจังหวัดมิเอะและ Mikimoto Pearl Island ก็ยังอนุรักษ์อาชีพโบราณอันทรงเกียรตินี้ไว้ให้ชมกัน เล่ากันว่า นอกจากจะดำน้ำเก็บหอยมุกแล้ว ในการดำน้ำแต่ละครั้งพวกเธอยังเก็บหอยเป๋าฮื้อ สาหร่ายทะเล และสัตว์ทะเล ขึ้นมาเลี้ยงครอบครัวและขายยังชีพด้วย
อามะ สาวดำน้ำ 1 อามะ สาวดำน้ำ 2 อามะ สาวดำน้ำ 3 อามะ สาวดำน้ำ 48. เก็บสตรอว์เบอร์รี่สดใหม่ลูกใหญ่จากสวน ชิมได้ทันที ที่ Aqua Ignis

ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ผลไม้อย่างหนึ่งที่จะผลิลูกออกอย่างดกดื่นในจังหวัดมิเอะก็คือ ‘สตรอว์เบอร์รี่’ แสนอร่อย ลูกใหญ่ แถมยังหวานฉ่ำ กลิ่นหอมติดลิ้นติดจมูกซะเหลือเกิน มีหลายฟาร์มให้เข้าชมและเก็บกินได้ทันที เพราะเขาปลูกด้วยวิธีออร์แกนิก ปราศจากสารพิษ สถานที่ก็สะอาดสะอ้าน โดยเฉพาะที่ Aqua Ignis ร้านอาหารสไล์โมเดิร์น ที่จัดส่วนหนึ่งไว้เป็นฟาร์มสตรอว์เบอร์รี่ในโรงเรือนอย่างดี ชิมกันให้อิ่มแปล้ไปเลย กินได้เต็มที่ เขาไม่ว่า เพียงแต่อย่าเก็บใส่กระเป๋ากลับบ้านก็แล้วกัน ฮาฮาฮา
Aqua Ignis 1 Aqua Ignis 2 Aqua Ignis 3 Aqua Ignis 49. ชิมเนื้อมัตสึซากะ ระดับ 5A ความอร่อยระดับโลก!

สำหรับคนที่ชื่นชอบการรับประทานเนื้อวัวเป็นชีวิตจิตใจ แค่ได้ยินฉายา ‘King Of Beef’ ของเนื้อวัวมัตสึซากะแห่งจังหวัดมิเอะ ก็คงต้องน้ำลายสอแน่นอน! เพราะเนื้อมัตสึซากะถือเป็นเนื้อวัวคุณภาพดีที่สุด และแพงที่สุดในโลก ตามมาติดๆ ด้วยเนื้อวัวโกเบ และเนื้อวัววากิว เขาบอกว่าที่เนื้อมัตสึซากะอร่อยล้ำถึงเพียงนี้ก็เพราะเป็นสายพันธุ์ American Black Cattle ที่นำเข้ามาจากอเมริกาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้เป็น Japanese Black ในปัจจุบัน บวกกับวิธีการเลี้ยงสุดพิสดาร คือเปิดเพลงให้วัวฟัง มีการนวด ให้กินอาหารที่มีกากใยสูง และให้ดื่มเบียร์คิดเป็นปริมาณกว่า 6 ขวดต่อวัน ฯลฯ นอกจากนี้ยังเป็นการเลี้ยงให้โตแบบช้าๆ จึงเกิดเส้นไขมันร่างแห หรือไขมันลายหินอ่อน (Shimo furi) แทรกซึมอยู่ระหว่างเนื้อแดง เมื่อนำมาปิ้งย่างให้สุกปานกลาง จิ้มน้ำจิ้มหรือโรยเกลือเล็กน้อย กินเข้าไปมันจะละลายในปากทันที!

เนื้อมัทสึซากะ 1 เนื้อมัทสึซากะ 2 เนื้อมัทสึซากะ 410. Mie ดินแดนแห่ง Seafood สดใหม่ เรายกทะเลมาไว้ที่นี่

สำหรับ Foodie Traveler หรือนักเดินทางที่ชอบเที่ยวไปชิมไป เพื่อค้นหาความอร่อยในแบบต้นตำรับของแต่ละท้องถิ่น ขอบอกว่าที่จังหวัดมิเอะมีราชาแห่งอาหารทะเลอย่างหนึ่งให้ชิมกัน คือ ‘กุ้งมังกรญี่ปุ่น’ หรือ Japanese Lobster เป็นกุ้งมังกรตัวยาวกว่า 1 ฟุต จับกันจากธรรมชาติจริงๆ โดยกล่าวกันว่าที่ อ่าววากุ เมืองชิมะ จังหวัดมิเอะ เป็นจุดที่มีกุ้งมังกรชนิดนี้ชุกชุมที่สุดในญี่ปุ่น ชาวประมงจะออกเรือไปวางลอบดักกุ้งในตอนกลางคืน (เพราะกุ้งชนิดนี้ออกหากินตอนกลางคืน) แล้วออกไปกู้ลอบในตอนเช้า การได้ชิมเนื้อกุ้งมังกรสดๆ จากทะเลสักครั้ง โดยนำมาเผาไฟให้สุกพอดีๆ จึงถือเป็นหนึ่งในสุดยอดความอร่อยที่พลาดไม่ได้จริงๆ นอกจากนี้มิเอะ ยังมีอาหารทะเลทั้ง กุ้ง หอย ปลา และหมึกทะเลตัวใหญ่ รอให้เราไปชิมด้วยนะจ๊ะ
Seafood 1Seafood 4 Seafood 2 Seafood 3 Seafood 5 Seafood 611. อธิษฐานให้ความรักสมหวัง ที่หินแต่งงาน Wedding Rock

สำหรับคนที่ยังไม่มีแฟน หรือมีคู่แล้วแต่ต้องการให้ความรักมั่นคงยืนยาว ขอแนะนำให้ไปเที่ยวที่ ‘หินแต่งงานแห่งมิเอะ’ (Wedding Rock หรือ Marrige Couple Rocks) ซึ่งคนญี่ปุ่นเรียกว่า ‘Meoto Iwa’ เป็นหินสองก้อนตั้งอยู่ในทะเลใกล้ชายฝั่ง บริเวณศาลเจ้าฟุตามิโอคิทามะ (Futami Okitama Shrine) หินก้อนหนึ่งมีขนาดใหญ่ อีกก้อนเล็กกว่า เชื่อมโยงกันด้วยเชือกฟางเส้นใหญ่คล้ายมงคลงสมรสของบ่าวสาวในวันแต่งงาน เรียกว่า ‘ชิเมนาวะ’ (Shimenawa Rope) ตามตำนานหมายถึงคู่สามีภรรยา คือ เทพอิซานากิ (Izanagi no Okami) และเทพอิซานามิ (Izanami no Okami) ผู้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้นบนโลก และให้กำเนิดเทพต่างๆ อีกมากมาย
wedding rock 1 wedding rock 2 wedding rock 3 wedding rock 4logo World ProSpecial Thanks : บริษัท เวิล์ดโปร แทรเวิล จำกัด (World Pro Travel Co., Ltd.) สนับสนุนการเดินทางจัดทำสารคดีเรื่องนี้เป็นอย่างดีเยี่ยม

สนใจไปเที่ยวมิเอะ ติดต่อ โทร. 0-2026-3372, line id : wpoutbound หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.worldprotravel.com/tour-program

และ www.facebook.com/WorldProTravel หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ outbound@worldprotravel.com

จากพุกามถึงย่างกุ้ง ย้อนรอยทุ่งพระเจดีย์ที่โลกตะลึง

แสงแรกของอรุณเบิกฟ้าส่องประกายสีทองอาบไล้ไปทั่วนภาและหมู่เมฆ พลันแสงทองมลังเมลืองค่อยๆ ทวีความเข้มข้นของรังสีแสง ฉานฉายไปตกต้องยอดเจดีย์สีทององค์มหึมา และเจดีย์น้อยใหญ่อีกกว่า 3,000 องค์ในทุ่งราบกว้างสุดลูกหูลูกตานั้น พุกาม เมืองโบราณที่ตั้งซ้อนทับอยู่ในห้วงเวลาปัจจุบัน พลันนำเราย้อนกลับสู่อดีตกาลได้อย่างอัศจรรย์sunrise เจดีย์ธรรมะยาสิกา 1 sunrise เจดีย์ธรรมะยาสิกา 2 sunrise เจดีย์ธรรมะยาสิกา 3 sunrise เจดีย์ธรรมะยาสิกา 4 sunset 1 sunset 2

            ถ้าสยามประเทศคือเมืองแห่งวัด กัมพูชาคือเมืองแห่งปราสาทหิน ก็แน่นอนว่า พุกาม’ (Bagan) ย่อมต้องเป็นเมืองแห่งเจดีย์อย่างแน่นอน สะท้อนว่าในยุคอดีตที่พุกามเคยเป็นเมืองหลวงของเมียนมาร์นั้น ดินแดนบนที่ราบกว้างใหญ่ห่างจากย่างกุ้งขึ้นมาทางทิศเหนือ 700 กิโลเมตรนี้ คือศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนา อันรุ่งเรืองสุดขีด ตั้งแต่พระมหากษัตริย์ ราชนิกุล ขุนนาง พ่อค้า ไปจนถึงปุถุชนธรรมดา ล้วนแข่งกันสร้าง ‘เจดีย์’ เพื่อใช้เป็นตัวแทนแห่งพุทธองค์ จนในยุคอดีตนั้นกล่าวกันว่ามีเจดีย์น้อยใหญ่อยู่กว่า 5,000 องค์!

เจดีย์ชเวสิกอง 1

เจดีย์ชเวสิกอง สถานที่แรกในพุกามที่ฉันไปเยือน คือ 1 ใน 5 มหาบูชาสถานของเมียนมาร์ ด้วยว่าเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุสำคัญที่สุดในพุกาม ทั้งส่วนพระนลาฏ (หน้าผาก) และพระเขี้ยวแก้ว (พระทันตธาตุของพระพุทธเจ้า) เจดีย์นี้ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเก่าพุกาม สร้างโดยพระเจ้าอนิรุทธ์ ทรงอธิษฐานให้ช้างเผือกที่มีพระเขี้ยวแก้วจากศรีลังกาอยู่บนหลังออกเดินเสี่ยงทาย ในที่สุดช้างมาหยุดอยู่ตรงนี้ จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเจดีย์ชเวสิกองขึ้นโดยใช้เจดีย์ชเวดากองเป็นต้นแบบ ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงระฆังทองเรืองรองบนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกัน 3 ชั้น เจดีย์นี้ส่วนฐานตัน ไม่สามารถเข้าไปภายในฐานได้แบบเจดีย์วิหาร

เจดีย์ชเวสิกอง 2 เจดีย์ชเวสิกอง 3 เจดีย์ชเวสิกอง 4 เจดีย์ชเวสิกอง 5 เจดีย์ชเวสิกอง 6

เจดีย์สัพพัญญู หรือวัดถัดบินยู เป็นเจดีย์สูงที่สุดในพุกาม สูง 61 เมตร ทว่าได้รับความเสียหายหนักจากแผ่นดินไหว ค.ศ. 2016 จึงปิดบูรณะ ปัจจุบันยังไม่เปิดให้เดินขึ้นไปด้านบนได้ ภาพเก่าๆ ที่เราเห็นแสงยามเช้าตรู่ที่มีเจดีย์นับร้อยๆ องค์อยู่ในทุ่ง ส่วนมากก็ถ่ายภาพจากเจดีย์สัพพัญญูนี่เอง เจดีย์นี้มีความพิเศษมากเพราะสร้างขึ้นราวกลางศตวรรษที่ 12 ด้วยศิลปะแบบปาละอินเดีย ซึ่งในกาลต่อมาได้กลายเป็นแม่แบบของศิลปะพุกามเลยทีเดียว เจดีย์แบ่งสัดส่วนเป็น 5 ชั้น โดยชั้นล่างสุดก่อเป็นสี่เหลี่ยมคล้ายตึก ต่อด้วยชั้นลดหลั่นขึ้นไปสู่ปรางบนสุด นับเป็นเจดีย์ที่สวยสง่า และตั้งอยู่ใกล้กับเจดีย์อนันดาอันมีชื่อเสียงอีกองค์หนึ่งของพุกามเจดีย์ สัพพัญญูเจดีย์อนันดา ถือเป็นเจดีย์ที่งามเข้าขั้นเอกอุของพุกาม ยากจะหาเจดีย์ใดเปรียบได้ เพราะงามทั้งรูปทรง สมบูรณ์ด้วยหลักวิศวกรรมศาสตร์ และพร้อมด้วยประโยชน์ใช้สอย เป็นเจดีย์ที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดองค์หนึ่ง ของพุกามก็ว่าได้ เพราะส่วนยอดนั้นฉาบไปด้วยทองคำแท้เหลืองอร่ามสุกปลั่งอย่างน่าตื่นตะลึง เจดีย์อนันดาเป็นเจดีย์วิหาร ภายในส่วนฐานจึงเข้าไปไหว้พระได้ โดยทั้งสี่ทิศมีพระพุทธรูปแกะสลักด้วยไม้ สูงกว่า 9.50 เมตรประจำทิศ ตำนานการสร้างนั้นเล่าว่า พระเจ้ากยันสิตถาเกิดนิมิตเห็นถ้ำในเทือกเขาหิมาลัย อันเป็นที่สถิตของพระอรหันต์และพระปัจเจกพุทธเจ้า จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ.1091 เสร็จแล้วก็สั่งประหารช่างฝีมือทั้งหมด! เพื่อไม่ให้มีการสร้างเลียนแบบได้งามเท่า!

เจดีย์ อนันดา 1 เจดีย์ อนันดา 2เจดีย์สุลามณี แม้ปัจจุบันส่วนยอดจะหักพังลงมาจากแผ่นดินไหว ค.ศ. 2016 แต่เจดีย์สุลามณี ก็ยังคงความงามขั้นเอกอุ ด้วยการก่ออิฐที่กล่าวกันว่างดงามที่สุดแห่งหนึ่งในพุกาม เพราะพระเจ้านราสินธู ผู้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างทรงเข้มงวดกับการเรียงอิฐมาก ตัวเจดีย์วิหารนี้มีลักษณะคล้ายเจดีย์ติโลมินโล ส่วนปรางค์ยอดมีความคล้ายคลึงกับเจดีย์อนันดามาก ทว่ามิได้หุ้มทองคำไว้ ภายในงามล้ำด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างชั้นครู พระพุทธรูปประจำทิศทั้งสี่งามเหลือกำลัง ถูกแสงภายนอกส่องเข้ามาตกต้องด้วยการจัดแสงผ่านซุ้มประตูโค้งอันชาญฉลาด จึงงามล้ำข้ามกาลเวลาเจดีย์ Sulamani 1 เจดีย์ Sulamani 2 เจดีย์ Sulamani 3 เจดีย์ Sulamani 4 เจดีย์ Sulamani 5 เจดีย์ Sulamani 6เจดีย์นันพญา เป็นเจดีย์ที่มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจมาก เพราะพระเจ้าอโนรธา มหาราชองค์แรกของเมียนมาร์ เคยใช้เป็นที่จองจำเชลยศักดิ์คือพระเจ้ามนูหะกษัตริย์มอญที่กระด้างกระเดื่อง โดยระหว่างนั้นพระเจ้ามหูหะได้สร้างวิหารมนูหะขึ้นในบริเวณใกล้ๆ กัน เพื่อใช้ประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดใหญ่องค์หนึ่งไว้ภายในวิหารเล็กจิ๋วจนแลคับแคบ ปัจจุบันเรียกกันว่า ‘พระเจ้าอึดอัด’ เพื่อใช้แทนภาวะที่พระองค์ต้องถูกคุมขังอยู่ และในส่วนของเจดีย์นันพญานั้น กล่าวกันว่าเป็นเจดีย์ที่มีการผสมผสานของพุทธศาสนาสกลุช่างพุกามและฮินดูเข้าด้วยกัน เพราะภายในมีฐานที่เคยใช้ประดิษฐานพระพุทธรูป ทว่าปัจจุบันเต็มไปด้วยลายหินจำหลักนูนต่ำแบบฮินดู นี่คือการเลื่อนไหลของวัฒนธรรมจากชมพูทวีป ผ่านพุกาม เข้าไปสู่เมืองขอม และสยามประเทศ

เจดีย์ Nanpaya 1 เจดีย์ Nanpaya 2 เจดีย์ Nanpaya 3เจดีย์ธัมมะยังจี เป็นหนึ่งในมหาเจดีย์ยิ่งใหญ่ที่สุดของพุกาม ซึ่งฝรั่งตะวันตกเห็นแล้วแตกตื่น เนื่องจากรูปทรงคล้ายพีระมิดของอียิปต์หรือพีระมิดของแม็กซิโกนั่นเอง! นอกจากนี้ยังถือเป็นเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของพุกามด้วย ประวัติบันทึกว่าสร้างโดยพระเจ้านราสุ ที่ลอบฆ่าพระบิดาของตนเองเพื่อขึ้นครองราชย์ พระเจ้านราสุจึงสร้างเจดีย์ธัมมะยังจีเพื่อไถ่บาปตนเอง ให้เป็นมหาเจดีย์ที่ยิ่งใหญ่เทียบเจดีย์อนันดาและเจดีย์สัพพัญญู โดยทรงสั่งให้ช่างเรียงอิฐให้แน่นสนิทที่สุด เวลามาตรวจงานจะทรงใช้เข็มหมุดสอดเข้าไประหว่างช่องอิฐ ถ้าสอดเข็มได้ช่างคนนั้นจะถูกตัดแขน! หรือแม้แต่ซุ้มประตูโค้งต่างๆ ก็ยังใช้การเรียงอิฐที่ชิดสนิทแนบอย่างเหลือเชื่อ!เจดีย์ ธรรมะยังยี 1 เจดีย์ ธรรมะยังยี 2 เจดีย์ ธรรมะยังยี 3เจดีย์โลกะนันดา เป็นหนึ่งในเจดีย์เก่าแก่ที่สุดของพุกาม สร้างขึ้นสมัยพระเจ้าอโนรธา ครั้งพระพุทธศาสนาในพุกามรุ่งเรืองสุดขีด ตัวเจดีย์สร้างเป็นทรงน้ำเต้าแบบพุกามสมัยนิยม เคลือบคลุมด้วยทองคำเหลืองอร่าม ที่สำคัญคือตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอิรวดี ชาวเรือแต่โบราณล่องไปมา จึงแลเห็นเจดีย์โลกะนันดาตั้งเด่นดั่งหมายแดนสวรรค์ นอกจากจะได้มาเคารพพระบรมสารีริกธาตุแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิว นั่งพักผ่อน และมีแม่ค้านำกุ้งฝอยในแม่น้ำอิรวดีมาชุบแป้งทอดเป็นกุ้งแพขายอย่างอร่อยเจดีย์ Lawkananda 1 เจดีย์ Lawkananda 2ภูเขาโปป้า (Mt. Popa) มองเผินๆ ก็คือภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว อยู่ห่างจากพุกามไประยะรถวิ่ง 1 ชั่วโมงครึ่ง แต่ถ้าดูกันลึกๆ นี่คือมหาคีรีศักดิ์สิทธิ์แสนลึกลับ และคือที่สุดแห่งความเชื่อเรื่องผีสางของชาวเมียนมาร์เลยล่ะ! เพราะเมื่อหลายพันปีก่อนชาวพม่าไม่ได้นับถือพุทธศาสนา แต่นับถือผี หรือ ‘นัต’ ซึ่งก็คือวิญญาณของคนที่ตายร้ายหรือตายผิดธรรมชาติ แต่เป็นผีมีพลังกลับมาช่วยผู้คน ชาวเมียนมาร์จะทำอะไรจึงต้องไหว้นัตทุกครั้ง ต่อมาสมัยพระเจ้าพระเจ้าอโนรธา ทรงนำพุทธศาสนานิกายเถรวาทเข้าสู่พุกาม แต่คนก็ยังไม่เลิกกราบไหว้นัต พระองค์จึงทรงจัดระเบียบนัตใหม่ จากนัตเป็นร้อยๆ ที่เคยมี ทรงกำหนดให้เหลือแค่ 37 ตน แล้วนำไปสถิตไว้บนภูเขาโปป้า หรือ ‘มหาคีรีนัต’ ให้คนนับถือควบคู่กับพุทธศาสนา ปัจจุบันนี้ใครอยากไหว้นัตก็ต้องเดินขึ้นบันได 777 ขั้น สู่ยอดเขา ขอเตือนว่าลิงที่มีอยู่ตลอดทางเดินขึ้นลงเขานั้นน่ากลัวกว่านัต! เพราะพวกมันรอฉกของจากเราอยู่นะสิ!mt popa 1 mt popa 2.1 mt popa 2 mt popa 3 mt popa 4 mt popa 5

ฉันบินกลับจากพุกามสู่ ย่างกุ้ง ราวกับการพาตัวเองย้อนกลับจากอดีตสู่ปัจจุบันอย่างฉับพลัน กลิ่นอายของความทรงจำดีๆ ภาพของอิฐหินนับล้านก้อนที่ก่อรูปขึ้นเป็นเจดีย์พันๆ องค์ ยังคงตรึงอยู่ในใจฉัน แต่ก่อนกลับบ้านฉันมีเวลาอยู่ในย่างกุ้งอีก 1 วัน 1 คืน เพื่อ Say Hello กับอดีตเมืองหลวงของเมียนมาร์นี้ เพราะถ้าไม่ได้เที่ยวย่างกุ้ง ก็จะเหมือนฝรั่งมาเที่ยวเมืองไทย แล้วไม่ได้แวะ กทม.!

            ย่างกุ้ง (Yangon) หรือ หยั่นก่ง, ร่างกุ้ง (แล้วแต่จะออกเสียง) ในภาษาเมียนมาร์แปลว่า ‘ปราบศรัตรูจนราบคาบ’ หรือ ‘เมืองที่ไร้ศัตรู’ เป็นเมืองเก่ากว่า 2,500 ปี จึงมีเรื่องราวเล่าขานไม่รู้จบ แต่ในเมื่อมีเวลาแค่ 1 วัน ฉันจึงเลือกเที่ยวไฮไลท์ให้คุ้มค่าเวลาที่สุดย่างกุ้ง เจดีย์ชเวดากอง 1เจดีย์ชเวดากอง เป็นมหาเจดีย์ขนาดใหญ่ที่สุดในเมียนมาร์ และถือเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานของเมียนมาร์ ด้วย โดยคำว่า ‘ชเว’ แปลว่า ‘ทองคำ’ และ ‘ดากอง’ หรือ ‘ตะเกิง’ ก็คือชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้งนั่งเอง เจดีย์ชเวดากองสร้างขึ้นเมื่อ 2,500 ปีก่อน โดยตปุสสะและภัลลิกะ วาณิชสองพี่น้องที่เข้าเฝ้าขอประทานพระเกศา 8 เส้นจากพุทธองค์ ทั้งสองจึงอัญเชิญมาบนเนินเขาเสนคุตตระ พระเจ้าโอกะลัปจึงทรงสร้างเจดีย์ครอบไว้ ตัวเจดีย์มีขนาดใหญ่โตโอฬารมาก หุ้มด้วยทองคำ 9,272 แผ่น ส่วนยอดประดับเพชร 4,531 เม็ด ทับทิม ไพลิน และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด รวมทั้งระฆังทอง 1,065 ใบ พร้อมด้วยเพชรหนักถึง 72 กะรัต ขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือบนยอดสุด ทุกวันนี้มีผู้ศรัทธาไปสักการะเนืองแน่นทุกวัน ย่างกุ้ง เจดีย์ชเวดากอง 2 ย่างกุ้ง เจดีย์ชเวดากอง 3 ย่างกุ้ง เจดีย์ชเวดากอง 4 ย่างกุ้ง เจดีย์ชเวดากอง 5เจดีย์โบตะทาว และเทพทันใจ ไม่ห่างจากแม่น้ำอิรวดีมากนัก คือที่ตั้งของเจดีย์โบตะทาว ซึ่งประดิษฐานพระเกศาของพระพุทธเจ้าเอาไว้ โดยเมื่อ 2,500 ปีก่อน เมื่อปุสสะและภัลลิกะได้นำพระเกศา 8 เส้น ของพระพุทธองค์มายังย่างกุ้งแล้ว ได้นำมาประดิษฐานไว้ที่นี่เป็นจุดแรก โดยใช้ทหารถึง 1,000 นาย คอยอารักขา จากนั้นจึงแบ่งพระเกศา 1 เส้น บรรจุไว้ใน ‘เจดีย์โบตะทาว’ จึงแปลว่า ‘1,000’ คือทหารทั้งหนึ่งพันนายที่ปกป้องพระเกศาไว้นั่นเอง เจดีย์แห่งนี้เคยถูกทหารสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดจนพังพินาศ จึงมีการค้นพบผอบที่บรรจุเส้นพระเกศา ใกล้ๆ กับเจดีย์โบตะทาวคือวิหารเทพทันใจ หรือนัตโบโบยี ที่กล่าวกันว่าอธิษฐานขอสิ่งใด (ที่ไม่เกินจริง) ก็จะได้สมปรารถนาอย่างรวดเร็วดังติดจรวด!เทพทันใจ 1 เทพทันใจ 2 เทพทันใจ 3 เทพทันใจ 4 เทพทันใจ 5 เทพทันใจ 6เรือ Vintage Luxury Yacht Hotel ใครอยากเปลี่ยนบรรยากาศ มาพักในเรือสำราญเก่าที่จอดเทียบลอยลำนิ่งอยู่ริมแม่น้ำอิรวดีในย่างกุ้ง (ห่างจากเจดีย์โบตะทาวแค่เดิน 10 นาที) ต้องไม่พลาดโรงแรมลอยน้ำแห่งนี้ ความพิเศษอยู่ที่การตกแต่งสไตล์อังกฤษวินเทจ ตั้งแต่เฟอร์นิเจอร์ และข้าวของเครื่องใช้ ราวกับว่าเราเป็นแขกคนพิเศษเสมอ (www.vintageluxuryhotel.com)เรือ Vintage Luxury ย่างกุ้ง 1เรือ Vintage Luxury ย่างกุ้ง 2 เรือ Vintage Luxury ย่างกุ้ง 3 เรือ Vintage Luxury ย่างกุ้ง 4 เรือ Vintage Luxury ย่างกุ้ง 5 เรือ Vintage Luxury ย่างกุ้ง 6

ลาก่อนพุกาม ลาก่อนย่างกุ้ง ลาก่อนเมียนมาร์ นี่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เราจะพบกัน ฉันขอสัญญา

Special Thanks : ขอบคุณสายการบิน Myanmar National Airlines สนับสนุนการเดินทางจัดทำสารคดีเรื่องนี้เป็นอย่างดี สนใจติดต่อ www.flymna.com

 

Traveler’s Guide

When to go : เที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม อากาศเย็นสบายที่สุด

Getting there : เดินทางสะดวกง่ายดาย ด้วยการบินตรงจากกรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง กับสายการบิน Myanmar National Airlines ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง 10 นาที (สำรองที่นั่ง www.flymna.com) มีบินทุกวัน วันละ 2 เที่ยว จากนั้นบินต่อย่างกุ้ง-พุกาม ด้วยสายการบิน Myanmar National Airlines เช่นกัน ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง

Over night : ย่างกุ้ง แนะนำโรงแรมในเรือสำราญบนแม่น้ำอิระวดี Vintage Luxury Yacht Hotel (www.vintageluxuryhotel.com) และ Sedona Yangon โรงแรมห้าดาวสุดหรู (www.sedonahotels.com.sg/yangon) / ที่พุกาม แนะนำ Bagan Star Hotel (www.baganstarhotel.com)

Special Activity : ขึ้นบอลลูนพุกามกับ Oriental Ballooning (www.orientalballooning.com) และ ล่องเรือแม่น้ำอิระวดีจากพุกาม-มัณฑะเลย์ หรือ พุกาม-ย่างกุ้ง ติดต่อ RV Paukan 2012 (www.paukan.com)

Cuisine : มาเที่ยวเมียนมาร์ทั้งที ถ้าไม่หม่ำอาหารพื้นบ้านแท้ๆ ก็น่าเสียดาย แนะนำ ‘โมฮิงกา’ หรือ ‘ม่งฮิงคา’ (ขนมจีนพม่า) นิยมกินเป็นอาหารเช้า อีกเมนูคือ ‘ข้าวซอยโต้ก’ หรือยำบะหมี่ เหมาะสำหรับคนชอบกินผักเยอะ

Souvenirs : ตุ๊กตาหุ่นเชิดพม่า, งานไม้แกะสลัก, เครื่องเงิน, พลอย, เครื่องเขิน, ผ้าทอ, ผ้าปักลาย, โสร่งพม่า

More info : www.visit-bagan.com และ www.go-myanmar.com

Once in a Life Time, ล่องเรือ Hokkaido-Ibaraki Japan (Episode 3)

nikko ศาลเจ้ามรดกโลก 1การเดินทางอันยาวนานกว่า 10 วัน ด้วยการเที่ยวเชื่อมโยงจากตอนเหนือของญี่ปุ่น จากฮอกไกโด (Hokkaido) ลงมายังภาคกลางที่จังหวัดอิบารากิ (Ibaraki) ของเรา เข้ามาสู่โค้งสุดท้ายแล้ว คราวนี้เป็นคิวของเมืองมรดกโลกอันเก่าแก่ ที่มีธรรมชาติและศิลปะวัฒนธรรมยิ่งใหญ่ งดงาม อลังการ นั่นคือ ‘นิกโก’ (Nikko) ในจังหวัดโทชิงิ ซึ่งอยู่ห่างจากโตเกียวขึ้นมาทางเหนือเพียง 140 กิโลเมตรเท่านั้น
nikko ศาลเจ้ามรดกโลก 2ในหนึ่งวันที่นิกโก้ เหมาะจะชวนกันไป Walking Tour ตามวัดและศาลเจ้าสำคัญต่างๆ ตั้งแต่ ศาลเจ้าโทโชกุ (สุสานของโชกุนโตกุกาวะ อิเอยาสุ ผู้ยิ่งใหญ่), ศาลเจ้าฟุตะระซัง (หรือศาลเจ้าผูกดวง) และ ศาลเจ้ารินโนจิ ซึ่งมีความใหญ่โตอลังการ งดงามด้วยพุทธศิลป์ขั้นเอกอุเลยก็ว่าได้ โดยศาลเจ้าทั้ง 3 นี้ สามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้อย่างง่ายดายnikko ศาลเจ้ามรดกโลก 3 nikko ศาลเจ้ามรดกโลก 4 nikko ศาลเจ้ามรดกโลก 5 nikko ศาลเจ้ามรดกโลก 6พระพุทธรูปสำคัญ 3 องค์ ในศาลเจ้ารินโนจิnikko ศาลเจ้ามรดกโลก 7ทวารบาลตรงปากทางเข้าศาลเจ้า หน้าตาดุดันเคร่งขรึม!nikko ศาลเจ้ามรดกโลก 8ชาวญี่ปุ่นนิยมเขียนคำอธิษฐานของตน ใส่แผ่นไม้ฝากไว้ที่ศาลเจ้า (ส่วนใหญ่เป็นศาลเจ้าในลัทธิชินโต)nikko ศาลเจ้ามรดกโลก 9ก่อนเข้าศาลเจ้าต่างๆ อย่าลืม ล้างมือ ล้างหน้า ล้างปาก ให้สะอาด ด้วยน้ำใสบริสุทธิ์ที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์
nikko สะพานชินเคียว

สะพานชินเคียว(Shinkyo Bridge) หรือสะพานศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่ตรงประตูทางเข้าศาลเจ้าและวัดในเมืองนิกโก เป็น 1 ใน 3 สะพานสวยที่สุดของปุ่น โครงสร้างสะพานที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1636 กระทั่งปี ค.ศ. 1973 จึงเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม โดยมีการซ่อมแซมมาเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ว่ากันว่าสะพานแห่งนี้จะสวยสุดในฤดูใบไม้ร่วง ที่ราวป่าโดยรอบผลัดใบเป็นสีเหลืองแดงสุดอลังการ!

nikko coffee 1เมื่อเดินเที่ยวศาลเจ้ามรดกโลกที่ยิ่งใหญ่งดงามในเมืองนิกโกกันมาตลอดวันแล้ว ก็ต้องไปเติมพลังเติมความสดชื่นกันที่ ร้าน Nikko Coffee ที่มีทั้งเครื่องดื่มและเค้กอร่อยๆ ให้ลองลิ้มชิมรสกันทุกวัน
nikko coffee 2กาแฟร้าน Nikko Coffee ใช้น้ำสะอาดจากธรรมชาติของเมืองนิกโกมาชงให้เราดื่มกันเลยนะครับน้ำตกคะงน 1ในวันถัดมา เราจัดให้เป็นคิวของการเที่ยวธรรมชาติ เข้าไปชื่นชมความงามของแมกไม้สายธารในอุทยานแห่งชาตินิกโก ชมน้ำตกสูงที่สุดติดอันดับ 1 ใน 3 แห่งของญี่ปุ่น คือ ‘น้ำตกคะงน’ (Kegon Falls) โดยน้ำตกแห่งนี้ไหลลงมาจากหน้าผาลาวาที่แตกตัวออก แยกเป็นน้ำตกน้อยใหญ่ 12 สายอย่างน่าชม
น้ำตกคะงน 2น้ำตกคะงน ในจุดสูงที่สุดนั้น สูงถึง 97 เมตร
น้ำตกคะงน 3น้ำตกคะงน เคยได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 8 ทิวทัศน์ที่แสดงถึงความเป็นประเทศญี่ปุ่นและวัฒนธรรมยุคโชวะที่ดีที่สุดน้ำตกหัวมังกร 1อีกหนึ่งน้ำตกแสนสวยสุดซึ้งในเมืองนิกโก คือ น้ำตกหัวมังกร หรือ น้ำตกริวซู (Ryuzu Waterfalls) ซึ่งเขาบอกว่าจะสวยสุดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีตอนฤดูใบไม้ร่วงเช่นกัน ราวๆ ปลายเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนน้ำตกหัวมังกร 2ความงามหยดย้อย ของน้ำตกริวซู ที่เมืองนิกโกnikko บ้านทูตอังกฤษ ทะเลสาบซูเซนจิ 1ในโซนรอบทะเลสาบซูเซนจิ (Lake Chuzenji) ของนิกโก ที่ไม่ห่างจากน้ำตกต่างๆ มากนัก ยังมีสถานที่น่าสนใจตั้งอยู่ริมทะเลสาบให้เข้าชม คือ ‘สวนอนุรักษ์สถานทูตอังกฤษ’ โดยจุดนี้คือบ้านพักเก่าของทูตอังกฤษ ที่เคยมาพำนักอยู่ในญี่ปุ่นสมัยเปิดประเทศใหม่ๆ ปัจจุบันภายในจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมและการตกแต่ง ที่มีการผสมผสานแนวตะวันตกกับญี่ปุ่นเข้าด้วยกันอย่างลงตัวnikko บ้านทูตอังกฤษ ทะเลสาบซูเซนจิ 2ภายในพิพิธภัณฑ์บ้านทูตอังกฤษ มองออกไปเห็นวิวทะเลสาบซูเซนจิnikko บ้านทูตอังกฤษ ทะเลสาบซูเซนจิ 3นั่งเหม่อมองวิวทะเลสาบซูเซนจิในวันครึ้มๆ ก็สวยไปอีกแบบเนอะมหาวิทยาลัยแห่งแรก ขงจื้อ 1โบกมือลาเมืองนิกโก มุ่งหน้าสู่ เมืองอาชิคากะ (Ashikaga) พากันไปเที่ยวชมแหล่งประวัติศาสตร์สำคัญ คือมหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศญี่ปุ่น เรียกว่า ‘Ashikaga Gakko’ เป็นมหาวิทยาลัยที่สอนตามแนวคิดลัทธิขงจื้อของจีน จริงๆ แล้วไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด เพียงแต่สันนิษฐานกันว่า สร้างมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 แล้ว และมีการบูรณะอย่างจริงจังเมื่อปี ค.ศ. 1432มหาวิทยาลัยแห่งแรก ขงจื้อ 2อาคารเก่าของมหาวิทยาลัยท่านขงจื้อ แม้จะสร้างแบบญี่ปุ่น แต่ก็มีกลิ่นอายจีนเจือปนอยู่มิใช่น้อยมหาวิทยาลัยแห่งแรก ขงจื้อ 3ภายในมหาวิทยาลัยท่านขงจื้อ มีวัตถุโบราณจำนวนมาก ที่สื่อถึงการเรียนการสอนเหล่าสานุศิษย์ในอดีตมหาวิทยาลัยแห่งแรก ขงจื้อ 4มหาวิทยาลัยขงจื้อมหาวิทยาลัยแห่งแรก ขงจื้อ 5นั่งเล่นเพลินๆ ในมหาวิทยาลัยขงจื้อสวนดอกไม้ Ashikaga flower park 1จากมหาวิทยาลัยขงจื้อ เราใช้เวลาช่วงสุดท้ายของวันก่อนแสงอาทิตย์จะลาลับไปกันที่สวนดอกไม้ ‘Ashikaga Flower Park’ เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมตลอดปี โดยตลอดระยะเวลา 12 เดือน จะมีดอกไม้นับร้อยชนิดผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันให้ชมอย่างตื่นตาตื่นใจ แต่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ดอกวิสทีเรีย (Wisteria)สวนดอกไม้ Ashikaga flower park 2สาวงามกับดอก Amethyst Sage สีม่วงสดใส ในช่วงเดือนตุลาคมที่อากาศเริ่มเยือกเย็นลงเรื่อยๆ
สวนดอกไม้ Ashikaga flower park 3ดอกไม้สวย ก็ย่อมมีหมู่แมลงมาไต่ตอมดอมดม ดูดกินน้ำหวาน และช่วยผสมพันธุ์ดอกไม้ไปในตัวครับสวนดอกไม้ Ashikaga flower park 4ร้านขายดอกไม้พันธุ์ไม้ที่ Ashikaga Flower Park สวนดอกไม้ Ashikaga flower park 5ชิมซอฟท์ครีม กลิ่น Amethyst Sage สุดยอด!numata kumma denneplaza 1จังหวัดสุดท้ายในภาคกลางของญี่ปุ่น ที่เราได้ไปเยี่ยมเยือนในทริปนี้คือ จังหวัดกุนมะ (Gunma) เป็นจังหวัดที่มีผืนดินและน้ำท่าอุดม ธรรมชาติพิสุทธิ์ จึงปลูกพืชผลการเกษตรได้อย่างบริบูรณ์

ระหว่างทางที่ เมืองนูมาตะ (Numata) เราแวะพักรถพักคนกันที่ Denenplaza เป็นจุดแวะพักขนาดใหญ่ มีร้านอาหาร และร้านค้าสหกรณ์พืชผลการเกษตรนานาชนิดของแถบนี้ นำมาจำหน่ายกันในราคาไม่แพง
numata kumma denneplaza 2ได้ข่าวว่า ‘ข้าว’ ของเมืองนูมาตะมีความพิเศษ อร่อย เลยถือโอกาสลงไปเดินเล่นกันตามคันนา เก็บภาพน่ารักๆ ในยามฝนพรำไว้เป็นที่ระลึกสุดประทับใจnumata kumma harada farm 1นั่งรถจาก Deneplaza ไปไม่ไกล ก็ถึงหมุดหมายที่เราตั้งใจมาในวันนี้ คือ Harada Farm เป็นสวนผลไม้มีชื่อเสียง โดยเฉพาะในเรื่องแอปเปิลนับสิบสายพันธุ์ กับองุ่นไร้เมล็ด ที่ปลอดสารพิษ สามารถเก็บกินจากต้นได้เลย
numata kumma harada farm 2ที่ Harada Farm มีกิจกรรมนั่งรถชมสวน และเปิดโอกาสให้เราลงไปเก็บแอปเปิลมาปอกกินกันได้ตามอัธยาศัย ส่วนใครจะเก็บกลับบ้าน เขาก็มีตะกร้าให้พร้อม ค่าใช้จ่ายก็ไม่แพงเลยnumata kumma harada farm 3องุ่นไร้เมล็ดของ Harada Farm รสชาติหวานเจี๊ยบ เม็ดอวบอ้วน ฉ่ำน้ำ เปลือกบาง เนื้อหนานุ่ม เวลาเคี้ยวจะรู้สึกถึงความหวานหอมที่กลั้นอยู่ในปากได้ทันที!numata kumma น้ำตกฟุคิวาเระ โนะ ทาคิ 1อีกหนึ่งสถานที่ในเมืองนูมาตะซึ่งไม่ควรพลาดชมอย่างเด็ดขาด คือ ‘น้ำตกฟุคิวาเระ’ (Fukiware Falls) สุดยอดน้ำตกที่ได้รับฉายาว่า ‘ไนแองการ่าแห่งญี่ปุ่น’ (Niagara of Japan) เพราะมีรูปลักษณ์หน้าตาคล้ายกัน โดยน้ำตกแห่งนี้ กว้างกว่า 30 เมตร สูง 7 เมตร สายน้ำขนาดใหญ่ทิ้งตัวลงในหุบหินโค้งเว้าคล้ายแอ่ง เสียงดังสนั่นน้ำไหลแรงตลอดปี น่าตื่นตาตื่นใจมาก การเที่ยวชมทำได้วิธีเดียว คือเดินเลียบริมธารน้ำเข้าไป ต้องจอดรถยนต์ไว้ด้านนอก แต่ทางเดินก็สะดวกสบาย ไม่มีทางชันแต่อย่างใด เพียงแต่ต้องระวังลื่นเท่านั้นเอง!numata kumma น้ำตกฟุคิวาเระ โนะ ทาคิ 2ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ราวๆ ปลายเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน รอบๆ น้ำตกฟุคิวาเระยังเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีได้สวยงามมากอีกด้วยikaho onsen เรียวกังจากเมืองนูมาตะ เราบึ่งรถไปนอนพักค้างคืนกันใน Onsen Hotel สุดหรูที่ เมืองอิคาโฮะ (Ikaho) โดยน้ำแร่ร้อนธรรมชาติในแถบนี้มีธาตุเหล็กสูง ยุคอดีตเหล่าซามูไรที่บาดเจ็บจากการต่อสู้ มีบาดแผล เมื่อลงแช่น้ำแร่ร้อนออนเซนที่นี่บ่อยๆ แผลก็จะสมานหายดีอย่างรวดเร็ว ซึ่งออนเซนแถบนี้มีประวัติย้อนไปได้ไม่ต่ำกว่า 1,400-1,600 ปี!ikaho stone stepsในย่านดาวทาวน์ของเมืองอิคาโฮะ มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญซึ่งนักท่องเที่ยวไม่พลาดชมและเก็บภาพ คือ ‘สะพานหินอิคาโฮะ’ (Ikaho Stone Steps) ด้วยบันไดมากถึง 365 ขั้น ยาวกว่า 300 เมตร ขึ้นไปตามเนินเขาเตี้ยๆ สองฝั่งเป็นบ้านเรือนและร้านค้าน่าช้อปปิ้ง ด้านข้างบันไดหินมีท่อส่งน้ำแร่ร้อนธรรมชาติลงมาจากบนเขา ผันเข้าสู่ Onsen Hotel ต่างๆ อีกทั้งตามขั้นบันไดยังสลักคำกลอนเอาไว้ด้วย แหม ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ นะประเทศนี้!
ikaho ทะเลหมอกยามเช้าตรู่ในเมืองอิคาโฮะ แค่เปิดหน้าต่างห้องออกมาสูดอากาศบริสุทธิ์เย็นฉ่ำ ก็เห็นวิวทะเลหมอกและขุนเขาสลับซับซ้อนแบบนี้แล้ว อิจฉาตัวเองซะจริงๆ ฮาฮาฮา
takasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 1จากเมืองอิคาโฮะ นั่งรถไปแค่ชั่วโมงเดียว สู่ เมืองทาคาซากิ (Takasaki) เมืองสุดท้ายก่อนโบกมืออำลาแดนอาทิตย์อุทัย วันนี้โชคดีตื่นเช้า เลยมาถึง ‘ศาลเจ้าฮารุนะ’ (Haruna Shrine) ยังไม่เก้าโมงเช้า เขาบอกว่าต้องใช้เวลาที่นี่อย่างต่ำ 2 ชั่วโมง ทีแรกงงๆ พอมาเห็นของจริงถึงรู้ว่า ต้องเดินขึ้นเขาไป 1 กิโลเมตร แต่ก็ไม่ลำบากยากเย็นอะไร เพราะสองข้างทางเป็นป่าใหญ่ร่มรื่นงดงาม อีกทั้งทางก็ไม่ได้ชันอะไรเลยtakasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 2ทางเดินไปศาลเจ้าฮารุนะ สงบเงียบ เป็นธรรมชาติสุดๆ แค่นี้กายใจก็สงบแล้ว
takasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 3ระหว่างทางเดินไปศาลเจ้า ริมสองข้างทางเราจะพบ รูปปั้น 7 เซียน ซึ่งแต่ละองค์ก็เชื่อว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ในด้านต่างๆ กัน เช่น ด้านความรัก, การแสดงและงานศิลปะ, ความอุดมสมบูรณ์, ความเจริญรุ่งเรือง, การชนะอุปสรรค์ทั้งปวง ฯลฯ ซึ่งจริงๆ แล้วเซียนเหล่านี้น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากความเชื่อแบบจีนในสมัยโบราณtakasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 4ระหว่างทางเดินไปศาลเจ้าฮารุนะ มีหอคอยโบราณลักษณะคล้ายเก๋งจีน และรูปปันเซียน (เทพ) ที่คนญี่ปุ่นเคารพนับถือtakasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 5ศาลเจ้าฮารุนะ มีความเก่าแก่กว่า 1,400 ปี มีคนมาเคารพสักการะมิได้ขาด
takasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 6เหนือตัวศาลเจ้าฮารุนะขึ้นไป มีภูเขาหินลักษณะคล้ายพระพุทธรูปยืน ซึ่งสึกกร่อนไปตามกาลเวลา
takasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 7ช่วงปลายเดือนตุลาคม ใบเมเปิลที่ศาลเจ้าฮารุนะเร่ิมผลัดใบเปลี่ยนสีแล้วจ้าtakasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 8แสงเงางดงามยามเช้า ที่ศาลเจ้าฮารุนะtakasaki ศาลเจ้าฮารุนะ 9การเขียนพู่กันแบบโบราณ ที่ศาลเจ้าฮารุนะtakasaki อูด้งเดินขึ้นเขาไปไหว้เจ้ากันจนหมดแรง เห็นทีต้องหาอูด้งขึ้นชื่อของเมือง Takasaki หม่ำซะแล้ว เขาบอกว่าร้าน Udon Chaya Mizusawa เป็นหนึ่งไม่เป็นรองใครวาดตุ๊กตาไม้ usaburo kokeshi 1กิจกรรมสุดท้ายในทริปนี้ ที่ถือว่าสร้างความสนุกและประทับใจ ได้ของฝากฝีมือตัวเองติดไม้ติดมือกลับบ้านด้วยก็คือ ‘การเพ้นท์สีตุ๊กตาไม้โคเคชิ’ ที่ Usaburo Kokeshi โรงงานผลิตตุ๊กตาไม้โคเคชิอันเก่าแก่ มีชื่อเสียง และผลิตส่งไปขายยังเมืองสำคัญๆ ทั่วญี่ปุ่น ไม่เว้นแม้แต่เกียวโตเมืองมรดกโลกวาดตุ๊กตาไม้ usaburo kokeshi 2กิจกรรม DIY Art Therapy สุดสนุก เพ้นท์สีตุ๊กตาไม้โคเคชิตามจินตนาการของเราเอง ที่โรงงาน Usaburo Kokeshi วาดตุ๊กตาไม้ usaburo kokeshi 3ได้เวลากลับบ้านแล้ว การเดินทางอันยาวนาน 10 วันจากฮอกไกโดลงมาถึงอิบารากิในทริปนี้ มอบประสบการณ์แปลกใหม่สุดพิเศษให้เรามากมาย มันมีแต่ช่วงเวลาน่าจดจำ กับเรื่องราวดีๆ ที่ผมอยากนำมาบอกเล่าต่อ

และหวังว่าสักวันหนึ่ง คุณคงจะได้ไปสัมผัสเส้นทางท่องเที่ยวสุดพิเศษนี้ ด้วยตัวคุณเองนะครับ บ้ายบาย…
Logo_Nikon

Special Thanks : บริษัท Nikon Sales (Thailand) Co., Ltd. สนับสนุนกล้อง Nikon D5 และสุดยอดอุปกรณ์ถ่ายภาพระดับมืออาชีพ 

สนใจติดต่อ 195 อาคาร Empire Tower ชั้น 45 ถนน สาทรใต้ แขวง ยานนาวา เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. 0-2633-5100 / www.nikon.co.th

Once in a Life Time, ล่องเรือ Hokkaido-Ibaraki Japan (Episode 2)

oarai ท่าเรือ 1ทริปล่องเรือเที่ยวเชื่อมโยงภาคเหนือของญี่ปุ่นลงมาสู่ภาคกลาง ตั้งแต่ เกาะฮอกไกโด (Hokkaid0) จนถึง จังหวัดอิบารากิ (Ibaraki) ของเรา ช่างเร็วเหมือนโกหก! เพราะกินเวลาแค่ 1 คืน กับอีกครึ่งวันเท่านั้น

ราวๆ บ่าย 2 โมง เราก็มาถึง ท่าเรือโอเอไร (Oarai) อิบารากิ และเมื่อขึ้นบกมาแล้วมองกลับไป จึงทำให้เราได้เห็นเรือ Sunflower Ferry ที่เราโดยสารมาอย่างเต็มตาเป็นครั้งแรก
oarai ท่าเรือ 2ท่าเรือโอเอไร จังหวัดอิบารากิoarai mentai park 1

นั่งรถบัสจากท่าเรือโอเอไรมาแค่ไม่ถึง 10 นาที เราก็ถึงที่เที่ยวยอดฮิตแห่งแรกของเมืองนี้ คือ Mentai Park ซึ่งจริงๆ เจ้าเมนไตก็คือ ‘ไข่ปลาเฮอร์ริ่ง’ ที่มีอยู่ดาษดื่นในน่านน้ำเย็นแถบนี้นั่นเอง และชาวญี่ปุ่นก็ชื่นชอบการกินไข่ปลาเหล่านี้ซะเหลือเกิน โดยเฉพาะการเอาไปดองเกลือแล้วกินสดๆ กับข้าวสวยร้อนๆ

oarai mentai park 2

ภายใน Mentai Park นอกจากมีส่วนที่เป็น Museum เล็กๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับปลาเฮอร์ริ่งแล้ว ที่ขาดไม่ได้คือ Super Market ขนาดใหญ่ ให้ลูกค้าได้ช้อปปิ้งซื้อไข่ปลากลับบ้านกันอย่างจุใจ

oarai mentai park 3

ก่อนกลับอย่าลืมชิม ซอฟท์ครีมไข่ปลาเฮอร์ริ่ง ที่ไม่คาวเลยสักนิด ในเนื้อซอฟท์ครีมหอมหวานกำลังดี จะมีเม็ดไข่ปลาเล็กๆ เจือปนอยู่ ใช้ลิ้นปี้ในปากรู้สึกกรุบๆ อร่อยเป็นบ้าเลย!

hitashinaka seaside park 1จากโอเอไร นั่งรถยนต์ต่อไปอีกพักเดียว ก็ถึงที่เที่ยวสุดฮิตซึ่งทั้งคนญี่ปุ่นและคนไทยรู้จักกันดี โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนต้องไม่พลาด นั่นคือ ‘สวน Hitachi Seaside Park’ ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าใครพักอยู่ในโตเกียว จะมาเที่ยวที่นี่แบบ One Day Trip ก็ยังได้ และไฮไลท์ของสวนนี้ก็คือ ทุ่งดอกโคเคีย (Kochia) สีแดง ทอดไกลออกไปเป็นวิวสุด Amazing!
hitashinaka seaside park 2Hitachi Seaside Park hitashinaka seaside park 3Hitachi Seaside Park hitashinaka seaside park 4Hitachi Seaside Parkdaiko น้ำตก fukuroda 1ถัดจากนั้น สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ไม่ควรพลาดชมด้วยประการทั้งปวง คือ ‘น้ำตก Fukuroda Waterfall’ ณ เมืองไดโกะ (Daigo) น้ำตกขนาดใหญ่ 4 ชั้น ซึ่งมีความงามต่างกันไป ถือเป็น 1 ใน 4 น้ำตก ที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นเลยทีเดียว การเดินทางเข้าไปนั้น ช่วงแรกต้องเดินผ่านอุโมงค์ที่เจาะภูเขาไว้ จนไปทะลุถึงจุดชมวิวของน้ำตกแต่ละชั้นได้ งดงามมาก ดูเหมือนว่าแสงอ่อนโยนยามเช้าจะช่วยทำให้ถ่ายภาพได้แจ่มที่สุดแล้วล่ะ
daiko น้ำตก fukuroda 2Fukuroda Waterfallmito สวนไคราคุเอน

จากเมืองไดโกะ เราเดินทางต่อไปยัง เมืองมิโตะ (Mito) เที่ยวชมสวนไคราคุดเอน (Kairakuen) สวนดอกบ๊วยนับพันต้นที่จะออกดอกพร้อมกันในฤดูร้อน ยามย่างเข้าฤดูหนาวเช่นนี้ สวนไคราคุเอนจึงมีสีเขียวเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งนอกจากตัวสวนอันงดงามแล้ว ยังมีคฤหาสถ์ขนาดใหญ่สร้างแบบญี่ปุ่นโบราณ ให้เราเข้าไปชมด้วย

โรงงานสาเก meirishurui betsuharukan 1ไม่ห่างจากสวนไคราคุเอน เป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตเหล้าสาเกชั้นเยี่ยมของเมืองมิโตะ จังหวัดอิบารากิ ชื่อ ‘โรงงาน Meirishurui’ ที่เปิดมาไม่ต่ำกว่าสามชั่วอายุคนแล้ว โรงงานแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก ผลิตเหล้าสาเกส่งขายทั่วญี่ปุ่น โดยใช้พันธุ์ข้าวท้องถิ่นชนิดพิเศษมาทำ มีเหล้าสาเกให้เลือกหลายดีกรีความแรงตามชอบใจลูกค้า รวมถึงวอดก้าด้วยโรงงานสาเก meirishurui betsuharukan 2โรงงาน Meirishurui โรงงานสาเก meirishurui betsuharukan 3โรงงาน Meirishuruitsukuba mountain 1จากเมืองมิโตะเรานั่งรถไกลนิดนึงจนไปถึง เมืองสึคุบะ (Tsukuba) เพื่อขึ้นไปเที่ยวท่องธรรมชาติภูเขาสูงบน ภูเขาสึคุบะ แต่ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะจากลานจอดรถ ช่วงแรกเดินขึ้นเขาไปชิลชิลนิดเดียว จนถึงศาลเจ้าใหญ่ที่คนนิยมไปบนบานศาลกล่าวเรื่องความรัก สาวๆ หนุ่มๆ เลยตั้งใจขอกันยกใหญ่!
tsukuba mountain 2ศาลเจ้าอายุประมาณ 400 ปี บนภูเขาสึคุบะ
tsukuba mountain 3จากศาลเจ้าเดินขึ้นเขาต่อไปอีกแค่ราวๆ 10 นาที ก็ถึงจุดขึ้นรถเคเบิลคาร์ (จริงๆ มี Ropeway ให้เลือกด้วย) โดยรถขาขึ้นจะเป็นสีเขียว และรถขาลงจะเป็นสีแดง เพื่อสื่อถึงฤดูกาลที่ต่างกันบนภูเขานี้tsukuba mountain 4จุดชมวิวบนยอดเขาสึคุบะtsukuba mountain 5จุดชมวิวบนยอดเขาสึคุบะ tsukuba mountain 6จุดชมวิวบนยอดเขาสึคุบะ tsukuba mountain 7จุดชมวิวบนยอดเขาสึคุบะ tsukuba mountain 8จากจุดชมวิวยอดเขาสึคุบะ ถ้าเดินเข้าไปในแนวป่าเพียงไม่ถึง 50 เมตร เราก็จะพบกับ ‘ต้นไม้โบราณ’ หรือ Ancient Tree ที่มีอายุหลายร้อยปี ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าต้นสนยักษ์นี้คือ จุดรวมพลัง หรือ Power Spot ที่สำคัญบนยอดเขาสึคุบะ จึงมีผู้คนมาสัมผัสเพื่อขอพลังกันตลอดปีushiku daibutsu พระใหญ่ 1เปลี่ยนบรรยากาศจากการเที่ยวป่าเที่ยวเขา มาไหว้พระกันบ้าง แต่ขอบอกว่าไม่ใช่พระธรรมดา แต่เป็นพระพุทธรูปปางยืนสูงอันดับ 3 ของโลก คือ พระใหญ่อุชิคุ ไดบุทสึ (Ushiku Daibutsu) แห่งเมืองอุชิคุ นั่นเอง
ushiku daibutsu พระใหญ่ 2พระใหญ่อุชิคุไดบุทสึ (Ushiku Daibutsu) ได้รับการบันทึกจากกินเนสบุ๊คเมื่อปี ค.ศ. 1995 ว่า เป็นพระพุทธรูปปางยืนหล่อจากทองสัมฤทธิ์ที่สูงที่สุดในโลก สูง 120 เมตร (ส่วนของรูปปั้นสูง 100 เมตร ส่วนฐานสูง 20 เมตร) พระพุทธรูปปางยืนองค์นี้สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก ถ้าเทียบระดับความยิ่งใหญ่กับพระพุทธรูปไดบุทสึที่จังหวัดนารา (สูง 14.98 เมตร) ก็จะมีขนาดเพียงฝ่ามือของพระใหญ่อุชิคุไดบุทสึเท่านั้น!ushiku daibutsu พระใหญ่ 3พระใหญ่อุชิคุไดบุทสึ (Ushiku Daibutsu) ในเงาสะท้อนกระจกสุดคลาสสิกushiku daibutsu พระใหญ่ 4สวนดอกไม้แสนงามตามฤดูกาล ที่พระใหญ่อุชิคุไดบุทสึ (Ushiku Daibutsu)สวนสัตว์ nasu oukoku 1นั่งรถจากจังหวัดอิบารากิไปทางตะวันตกไม่ไกล ในที่สุดเราก็ล่วงเข้าเขตจังหวัดน่าเที่ยวอีกแห่ง คือ จังหวัดโตชิกิ (Toshiki : บางคนออกเสียง ‘โทชิงิ’) โดยเราแวะพักเที่ยวกันที่ ‘สวนสัตว์ Nasu Oukoku’ อันแสนน่ารัก เปิดมากว่า 20 ปีแล้ว บางคนได้ยินคำว่าสวนสัตว์นึกไปถึงสัตว์ถูกขังกรง! แต่ขอบอกว่าไม่ใช่เลย เพราะมีสัตว์ส่วนหนึ่งออกเดินอย่างอิสระ และบางส่วนก็ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีในสภาพแวดล้อมเหมาะสม

พระเอกของที่นี่คือ ‘ตัวคาปิบาร่า’ (Capybara) หรือ ‘หมูน้ำ’ จากทวีปอเมริกาใต้ แต่บางคนดูแล้วบอกว่าหน้าตามันเหมือน ‘หนูยักษ์’ มากกว่า ฮาฮาฮา
สวนสัตว์ nasu oukoku 2ตัวอัลปาก้ารับแขก กับหนูน้อยหน้าตาบ้องแบ๊ว ที่สวนสัตว์ Nasu Oukoku สวนสัตว์ nasu oukoku 3โชว์แมวเหมียวโดดลอดห่วง ที่สวนสัตว์ Nasu Oukoku สวนสัตว์ nasu oukoku 4น้องกระต่ายสุดน่ารัก ที่สวนสัตว์ Nasu Oukokuสวนสัตว์ nasu oukoku 5ป่าดิบชื้นจำลอง พร้อมด้วยนกนานาชนิด ลิง มามัวเซท งูเหลือม ปลาปิรันย่า เต่า และอีกสารพัดสัตว์เมืองร้อนซึ่งญี่ปุ่นเขาไม่มี แต่สรรหาจากทั่วโลกมาให้เด็กๆ ได้ชมที่ สวนสัตว์ Nasu Oukokuสวนสัตว์ nasu oukoku 6นกมาคอว์จากทวีปอเมริกาใต้ ที่ สวนสัตว์ Nasu Oukokuสวนสัตว์ nasu oukoku 7ลิงมาร์โมเซท (Marmoset) หรือ ลิงจิ๋ว จากป่าดิบชื้นแถบอเมริกาใต้ ก็มีโชว์ตัวอยู่ที่ สวนสัตว์ Nasu Oukoku เป็นฝูงใหญ่เลย

การเดินทางทริปนี้ยังไม่จบนะครับ ยังมี ตอน 3 ให้ติดตามกันต่อไป แล้วพบกันใหม่คร้าบLogo_Nikon

Special Thanks : บริษัท Nikon Sales (Thailand) Co., Ltd. สนับสนุนกล้อง Nikon D5 และสุดยอดอุปกรณ์ถ่ายภาพระดับมืออาชีพ 

สนใจติดต่อ 195 อาคาร Empire Tower ชั้น 45 ถนน สาทรใต้ แขวง ยานนาวา เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. 0-2633-5100 / www.nikon.co.th

Once in a Life Time, ล่องเรือ Hokkaido-Ibaraki Japan (Episode 1)

เรือ sunflower 2.2ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่เราคนไทยชื่นชอบเป็นพิเศษ เพราะเป็นดินแดนอันหลากหลาย เปี่ยมเสน่ห์ อาหารอร่อย ช้อปปิ้งสนุก วิวก็สวย แถมยังเดินทางเองได้ง่ายด้วย ทว่าสำหรับคนที่ไปญี่ปุ่นจนปรุแล้ว กำลังค้นหาประสกบการณ์ใหม่ให้ชีวิต ทริปนี้เราขอแนะนำเรื่องยาว 3 ตอน กับการเที่ยวเชื่อมโยงภาคเหนือลงสู่ภาคกลางของแดนปลาดิบ เริ่มต้นที่ เมืองโทมาโกะไม (Tomakomai) บนเกาะฮอกไกโด (Hokkaido) จากนั้นล่องเรือสำราญ 1 คืน ลงไปสู่ เมืองโอเอไร (Oarai) ในจังหวัดอิบารากิ (Ibaraki) แล้วเที่ยวต่อไปในหลากหลายเมือง หลากรสชาติ ขอบอกเลยว่าทริปนี้มีอย่างต่ำ 10 วัน
hokkaido hakonenokujo 1Hakonebokujo Farmhokkaido hakonenokujo 2จากไทยเราบินตรงไปลงที่สนามบิน New Chitose International Airport บนเกาะฮอกไกโด เกาะที่อยู่ตอนเหนือสุดของญี่ปุ่น เกาะที่มีรูปร่างคล้ายกระเบนราหูกำลังเริงร่าว่ายน้ำกางครีบอย่างสง่างาม ช่วงที่เราไปถึง เป็นต้นฤดูใบไม้ร่วงพอดี อากาศจึงเริ่มเย็นสบาย และใบไม้บางส่วนเริ่มเปลี่ยนสีแล้ว โดยสถานที่แรกในการลั้นลาพาเที่ยวครั้งนี้คือ Hakonebokujo Farm เมือง Chitose มีกิจกรรมรีดนมวัว, นั่งรถชมฟาร์ม, ทำคาราเมล และอื่นๆ อีกเพียบ
hokkaido hakonenokujo 3Hakonebokujo Farm hokkaido hakonenokujo 4Hakonebokujo Farm hokkaido hakonenokujo 5Hakonebokujo Farm hokkaido hakonenokujo 6Hakonebokujo Farmhokkaido แคนู bibi river 1รีดนมวัวกันเสร็จแล้ว ก็ไปพายเรือแคนนูระยะทางชิลๆ 2.1 กิโลเมตร ใน แม่น้ำบิบิ (Bibi River) ที่มีธรรมชาติสองฝั่งเป็นป่าไม้เขียวสดเย็นตา แถมยังมีนกน้ำหลายสิบชนิดออกมาโชว์ตัวให้ดูด้วยhokkaido แคนู bibi river 2นกกระสานวล ที่ Bibi River, Hokkaidotomakomai cityที่ฮอกไกโด เราต้องนอนค้างคืนที่ เมืองโทมาโกะไม (Tomakomai) เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตกระดาษและกระดาษทิชชู โดยมีโรงงานขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมทะเล และเมืองนี้นี่เอง คือจุดเริ่มต้นของการลงเรือสำราญ ชื่อ Sunflower Ferry ลงไปสู่ภาคกลางของแดนปลาดิบต่อไป
tomakomai maga donkyใครชอบช้อปปิ้ง เมืองโทมาโกะไม มีห้างใหญ่คือ Mega Donkey (หรือที่คนไทยนิยมเรียกว่า ดองกี้ หรือ ดอนกิโยเต้) มันคือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาเดินอย่างน้อยก็ 3-4 ชั่งโมง อย่างสนุกสนาน และสำหรับคนไทย สิ่งที่นิยมซื้อนอกจากเครื่องสำอางแล้ว ขนมญี่ปุ่นรสวาซาบิต่างๆ ก็เป็นที่ชื่นชอบซะเหลือเกิน!tomakomai marutoma cafeteria 1แนะนำว่า ที่โทมาโกะไม ให้ตื่นเช้าๆ ไปที่ท่าเรือ Sea Station Market เขามีร้านอาหารข้าวหน้าทะเลไคเซนด้งสดๆ จากทะเล รอให้ไปชิม ร้านนี้ชื่อ Marutoma Cafeteria เป็นร้านเล็กๆ ที่คนดังทั่วญี่ปุ่นต้องการชิม! โดยเฉพาะเมนู หอยปีกนก ซึ่งถือเป็น Signature Menu ของร้านล่ะครับtomakomai marutoma cafeteria 2เมนูหอยปีกนก ร้าน Marutoma Caferteriatomakomai marutoma cafeteria 3ข้าวไคเซนด้งหน้าทะเลรวม ร้าน Marutama Cafeteria น่าหม่ำจริงๆ เนอะ
tomakomai sea station plat seaport marketจากร้าน Marutoma Cafeterai เดินข้ามถนนมานิดเดียว ก็ถึง Seafood Market ที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก เพราะมีท่าเรืออยู่ใกล้ๆ นี่เอง จึงมีของทะเลสดๆ ให้ชิมกันทุกวัน ตลาดนี้ชื่อ Umi no Eki Furatto Minato (หรือ Sea Station Plat Seaport Market) โดยที่นี่ก็ยังมีส่วนของร้านอาหารให้นั่งชิม และมีแผงขายผลไม้นานาชนิดด้วยtomakomai marutoma cafeteria 4ท่าเรือใกล้ร้าน Marutoma Cafeteriatomakomai midorigaoka park 1อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจในเมืองโทมาโกะไมก็คือ จุดชมวิวสวน Midorikaoka ซึ่งเขามีหอชมวิวให้ขึ้นลิฟท์ไปดูวิวได้จากมุมสูงปรี๊ด จะมองเห็นสวน ผืนป่า ทิวเขา บ้านเรือน และท่าเรือได้อย่างชัดเจน
tomakomai midorigaoka park 2จุดชมวิวสวน Midorikaoka tomakomai midorigaoka park 3ด้านข้างจุดชมวิว สวน Midorikaoka มีกวางธรรมชาติเดินดุ่มๆ หากินไปมาอยู่อย่างไม่กลัวคน เพราะไม่มีใครคิดจะไปทำร้ายมัน เป็นธรรมชาติสุดๆ!tomakomai museum 1นอกจากการเที่ยวชมธรรมชาติแล้ว ในเมืองโทมาโกะไมยังมีพิพิธภัณฑ์น่าสนใจ (แบบที่หาไม่ได้ในเมืองไทย) ให้ชมกันอีกหลายแห่ง อาทิ Tomakomai City Museum จัดแสดงเรื่องราวของธรรมชาติวิทยา รวมถึงชนเผ่าไอนุ ที่เป็นชนเผ่าดั้งเดิมผู้อาศัยอยู่บนเกาะฮอกไกโดแห่งนี้ และเหลือเชื่อว่า ที่ฮอกไกโดเมื่อหลายล้านปีก่อน ก็มีช้างแมมมอธอาศัยอยู่ด้วย!
tomakomai museum 2Tomakomai City Museum tomakomai museum 3Tomakomai City Museum tomakomai museum 4Tomakomai City Museum tomakomai museum 5Tomakomai City Museumtomakomai science museumอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่ห้ามพลาดชมเด็ดขาดคือ Tomakomai Science Center ซึ่งมีการนำเอาโมดุลส่วนหนึ่งสถานีอวกาศเมียร์ ของสหภาพโซเวียต มาจัดแสดงไว้เพื่อให้ความรู้ และสร้างแรงบันดาลใจกับผู้คน อีกทั้งบอกเล่าเรื่องราวของนักบินอวกาศญี่ปุ่น 14 คน ที่เคยขึ้นไปท่องอวกาศ ถ้าคุณอยากรู้ว่าส้วมของนักบินอวกาศเป็นอย่างไร? ต้องมาที่นี่ครับ ฮาฮาฮาtomakomai northern horse park 1สำหรับคนที่ต้องการมาเที่ยวแบบชิลๆ พักผ่อนสบายๆ ไม่ต้องการมีกิจกรรมหนักๆ อะไรมากมายในเมืองโทมาโกะไม ขอแนะนำให้ไปที่ Northern Horse Park รับรองคุณจะยิ้มจนแก้มตุ่ย และอยู่ที่นี่ได้เป็นวันๆ
tomakomai northern horse park 2Northern Horse Park tomakomai northern horse park 3Northern Horse Park tomakomai northern horse park 4Northern Horse Park tomakomai northern horse park 5Northern Horse Park tomakomai northern horse park 6Northern Horse Park utonai michinoeki utonaiko 1ศูนย์คุ้มครองสัตว์ป่าทะเลสาบอูโตไน (Utonai) เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ บ้านของนกน้ำนับร้อยชนิด ทั้งนกประจำถิ่นและนกอพยพ จนได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่แรมซาร์ไซต์ (Ramsar Site) หรือพื้นที่ชุ่มน้ำซึ่งมีความสำคัญระดับโลก ใครชอบดูนก ถ่ายภาพนก มาเที่ยวที่นี่ไม่ผิดหวังครับ โดยเฉพาะในเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน จะมีนกอพยพมาเพิ่มเติมอีกเพียบ นอกจากนี้ เขายังเป็นศูนย์พักรักษานกป่วย นกบาดเจ็บด้วยutonai michinoeki utonaiko 2ศูนย์คุ้มครองสัตว์ป่าทะเลสาบอูโตไน (Utonai) utonai michinoeki utonaiko 3ศูนย์คุ้มครองสัตว์ป่าทะเลสาบอูโตไน (Utonai) utonai michinoeki utonaiko 4ศูนย์คุ้มครองสัตว์ป่าทะเลสาบอูโตไน (Utonai) utonai michinoeki utonaiko 5ศูนย์คุ้มครองสัตว์ป่าทะเลสาบอูโตไน (Utonai) utonai michinoeki utonaiko 6ศูนย์คุ้มครองสัตว์ป่าทะเลสาบอูโตไน (Utonai) เรือ sunflower 2.1และแล้ว เมื่อตระเวนเที่ยวเมือง Chitose กับ Tomakomai บนเกาะฮอกไกโดกันมาจนอิ่มหนำสำราญใจแล้ว ในเวลาเย็นย่ำ เราก็รีบบึ่งรถมาที่ท่าเรือ Tomakomai เพื่อลงเรือสำราญ Sunflower Ferry มุ่งหน้าลงใต้สู่ท่าเรือเมืองโอเอไร (Oarai) ในจังหวัดอิบารากิ (Ibaraki) ที่ถือเป็นการเดินทางแนวใหม่ กับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายบนเรือเดินสมุทรสุดเจ๋งลำนี้เรือ sunflower 2ก่อนขึ้นเรือก็ต้องมีการ Scan บัตรโดยสารกันก่อนตามระเบียบเรือ sunflower 3ภายในเรือ Sunflower Ferry ตกแต่งอย่างหรูเรียบตามสไตล์ Minimal แบบญี่ปุ่น ทว่าสะดวกสบาย และดูโอโถงเอาการใช่ได้เลยเรือ sunflower 4ห้องอาหารบนเรือ Sunflower Ferry ทุกมื้อเป็นแบบบุฟเฟ่ต์ โดยเราจะกินอาหารบนเรือ 3 มื้อด้วยกัน คือมื้อเย็นวันแรกตอนลงเรือ, มื้อเช้า และมื้อเที่ยงก่อนถึงท่าเรือเมืองโอเอไรเรือ sunflower 5ห้องนอนอันแสนสุขสบายและกว้างขวางบนเรือ Sunflower Ferry ถ้าเปิดประตูออกไปด้านนอก จะมีระเบียงชมวิวพร้อมเก้าอี้ให้นอนเอกเขนก 2 ตัว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการชวนคนรักไปพบประสบการณ์พิเศษร่วมกันเรือ sunflower 6มุมสนุกๆ บนเรือ Sunflower Ferryเรือ sunflower 7กิจกรรมสุดฮิตอย่างหนึ่งบนเรือ Sunflower Ferry คือ การตื่นเช้ามาชมพระอาทิตย์ขึ้นกลางมหาสมุทร รับรองว่าวันนี้ คุณจะได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในโลกจริงๆ เพราะว่ากันว่า ญี่ปุ่นคือประเทศแรกในโลกที่เห็นพระอาทิตย์ขึ้น จนได้ฉายาว่า ‘ลูกพระอาทิตย์’ ไงล่ะครับ
เรือ sunflower 8เมื่อใกล้เมืองโอเอไรเข้าไป ก็จะเริ่มเห็นนกนางนวลตัวใหญ่บินฉวัดเฉวียนเล่นลมเข้ามาใกล้เรือเฟอร์รี่ของเรา
เรือ sunflower 9ถามว่าอยู่บนเรือ Sunflower Ferry มีกิจกรรมอะไรให้ทำบ้าง? ขอบอกว่าจริงๆ แล้วการเที่ยวล่องเรือแบบนี้เป็นการมาพักผ่อนช๊าตแบตให้ร่างกาย เขาจึงไม่ได้จัดกิจกรรมอะไรไว้ให้เยอะนัก ที่ถือว่าเจ๋งสุด คือการแต่งชุดญี่ปุ่นมานั่งเพนท์ตุ๊กตาดารูมะ โดยวาดตาไว้แค่ข้างเดียวก่อน แล้วอธิษฐานสิ่งที่เราอยากได้หรืออยากให้เป็น จากนั้นถ้าคำอธิษฐานเป็นจริง ค่อยเติมตาอีกข้าง

เรือของเราแล่นใกล้เข้าเทียบท่าเมืองโอเอไรแล้ว โปรดติดตามตอน 2 ต่อไปนะครับ รับรองมีสถานที่ท่องเที่ยวแปลกใหม่ในจังหวัด Ibaraki ให้ชมอีกเพียบเลย
Logo_Nikon

Special Thanks : บริษัท Nikon Sales (Thailand) Co., Ltd. สนับสนุนกล้อง Nikon D5 และสุดยอดอุปกรณ์ถ่ายภาพระดับมืออาชีพ 

สนใจติดต่อ 195 อาคาร Empire Tower ชั้น 45 ถนน สาทรใต้ แขวง ยานนาวา เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. 0-2633-5100 / www.nikon.co.th

Top of World Wellness เที่ยวสนุก สุขภาพดี ในต่างแดน

pamukkale 31. Pamukkale, Turkey ภูเขาหินปูนขนาดยักษ์ สูง 200 เมตร ยาวเกือบ 2 กิโลเมตร มีแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติผุดขึ้นให้อาบแช่กันมาตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ เพื่อพักผ่อนและรักษาสุขภาพ ปัจจุบันกลายเป็นมรดกโลกของ UNESCO แถมโดยรอบยังมีเมืองโบราณเฮียราโพลิส เป็นเมืองตากอากาศของโรมันในอดีตให้ชมอีกด้วยpamukkale 10pamukkale 9pamukkale 1 pamukkale 7 pamukkale 82. Bali Spa, Indonesia บาหลี เกาะแห่งธรรมชาติ วัฒนธรรม และต้นกำเนิดสปาที่คนไทยใช้เป็นต้นแบบ มีสปาหลากหลายที่ช่วยบำบัดทั้งกาย-ใจ รีสอร์ทสปาบางแห่งตั้งอยู่ริมทะเล หาดทรายดำภูเขาไฟ หรือบางแห่งตั้งอยู่ท่ามกลางขุนเขาและป่าไม้ร่มรื่น ช่วยผ่อนคลายได้สุดๆ
bali spa 3 bali spa 4 bali spa 5 bali spa 83. Cat Cafe, South Korea คาเฟ่ต์แมว เป็นร้านน่ารักที่เราจะได้สัมผัสเจ้าเหมียวอย่างใกล้ชิด ได้ลูบคลำ ได้เล่นกับมัน ถือเป็นวิธีการใช้ ‘สัตว์บำบัด’ ที่ทำให้ความดันเลือดเราลดลง ใจสบายขึ้น ความเครียดก็ลดลงด้วย ลองไปเที่ยวแถวถนนเมียงดง ในโซล เกาหลีใต้ มีคาเฟ่ต์แมวอยู่หลายแห่งเลยล่ะ
cat therapy 1 cat therapy 7 cat therapy 94. Art Therapy, Okinawa Island, Japan ศิลปะบำบัดกำลังเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก เพราะช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย หรือบางครั้งยังได้ปลดปล่อยจินตนาการของเรา อีกทั้งยังช่วยทำให้มีสมาธิเพิ่มขึ้นได้ ถ้าไปเที่ยวที่เกาะโอกินาวา หมู่เกาะใต้สุดของญี่ปุ่น ถือเป็นแหล่งศิลปะตัวแม่ เพราะเป็นเมืองแห่งการเป่าแก้วริวกิวแบบพิเศษ เราสามารถไปทดลองทำได้ อีกทั้งมีหมู่บ้านวัฒนธรรมริวกิว เป็นการย้อนยุคแบบน่ารักมาก
okinawa 1 okinawa 3 okinawa 7 okinawa 9 okinawa 10 okinawa 145. Misty Bathing ทะเลหมอกโซอุนเคียว เกาะ Hokkaido, Japan อาบหมอกเย็นชื่นฉ่ำใจในยามอรุณรุ่ง ณ จุดชมทะเลหมอกโซอุนเคียว ตื่นตากับเทือกเขาสลับซับซ้อนที่มีทะเลหมอกขาวโพลน ลอยอ้อยอิ่งคลอเคลียอย่างอ่อนโยน สูดโอโซน รับแสงตะวันสังเคราะห์วิตามิน K ให้ร่างกาย แถมยังได้รับความชุ่มชื้นในอากาศจากสายหมอกอีกด้วย
ทะเลหมอกโซอุนเคียว 1 ทะเลหมอกโซอุนเคียว 56. Forest Bathing อาบป่าสุขใจ ที่ป่าไผ่ Kyoto, Japan พาตัวและหัวใจเดินเข้าสู่ป่าไผ่ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในแดนอาทิตย์อุทัย ให้ความสงบเงียบของบรรยากาศ สีเขียวของแมกไม้ เสียงนก และเสียงใบไผ่ปลิ้วไหวแกว่งไกวไปมาตามกระแสลม ช่วยเยียวยาจิตใจที่อ่อนล้า จากการทำงานในเมืองใหญ่ ให้กลับฟื้นคืนพลังอีกครั้ง เรียกว่าเป็นการไปรับพลังบวกจากธรรมชาติพิสุทธิ์แบบเต็มๆ
สวนไผ่ kyoto 3 สวนไผ่ kyoto 4 สวนไผ่ kyoto 67. Hot Sand Bath, Beppu, Japan ชวนกันไปเที่ยวเชิงสุขภาพสุขใจ ที่เมืองเบปปุ จังหวัดโออิตะ บนเกาะคิวชู ของเมืองปลาดิบ นอนห่มทรายร้อนสัก 15-20 นาที ด้วยทรายธรรมชาติ เป็นทรายภูเขาไฟสีดำริมหาดทราย ให้คุณค่าของแร่ธาตุแทรกซึมผ่านผิวหนังเข้าไป ในขณะเดียวกันสิ่งตกค้างในร่างกายก็จะถูกขับออกมาพร้อมเหงื่อ ช่วยให้ผิวพรรรผุดผ่อง หน้าสวยใสจ้าอาบทรายร้อน เบปปุ 2 อาบทรายร้อน เบปปุ 3 อาบทรายร้อน เบปปุ 4 อาบทรายร้อน เบปปุ 58. สุดยอดเมืองอายุรเวทแดนภารตะ รัฐเคราล่า (Kerala), India ไปเที่ยวเพื่อสุขภาพแบบ Long Stay กับเมืองแห่งศูนย์กลางการบำบัดสุขภาพด้วยแนวทางอายุรเวท ที่ใช้หลักการดูแลกาย-ใจ-จิต ในองค์รวม ทั้งการนวด นั่งสมาธิ ฝึกโยคะ กินอาหารธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ป่วย แต่ต้องการไปดูแลสุขภาพให้ดี หรือใครที่ไม่สบาย เขาก็มีหมออายุรเวทคอยดูแลให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ตลอดเวลาที่อยู่ในเคราล่า
india 1 india 2 india 3 india 4 india 5 india 6ImNikonSpecial Thanks : บริษัท Nikon Sales (Thailand) Co., Ltd. สนับสนุนอุปกรณ์ถ่ายภาพระดับมืออาชีพ

สนใจติดต่อ 195 อาคาร Empire Tower ชั้น 45 ถนน สาทรใต้ แขวง ยานนาวา เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120 โทร. 0-2633-5100 / www.nikon.co.th

The Best of Iran, Heart of the Persian

(1). หมู่บ้านมาชูเล่ห์
หมู่บ้านมาชูเล่ห์ 1 หมู่บ้านมาชูเล่ห์ 2 หมู่บ้านมาชูเล่ห์ 3(2). หมู่บ้านอะบียาเน่ห์
หมู่บ้านอาบียาเน่ห์ 1 หมู่บ้านอาบียาเน่ห์ 2 หมู่บ้านอาบียาเน่ห์ 3 หมู่บ้านอาบียาเน่ห์ 4 หมู่บ้านอาบียาเน่ห์ 5(3). สวน Egoil เมืองทาบริส
เมืองทาบริส สวน Egoil 1 เมืองทาบริส สวน Egoil 3 เมืองทาบริส สวน Egoil 4(4). สะพานคาจู เมืองอิสฟาฮาน
เมืองอิสฟาฮาน สะพานคาจู 1 เมืองอิสฟาฮาน สะพานคาจู 3 เมืองอิสฟาฮาน สะพานคาจู 4(5). อิหม่าม สแควร์ เมืองอิสฟาฮาน
เมืองอิสฟาฮาน สุลต่าน square 1 เมืองอิสฟาฮาน สุลต่าน square 2 เมืองอิสฟาฮาน สุลต่าน square 3 เมืองอิสฟาฮาน สุลต่าน square 4 เมืองอิสฟาฮาน สุลต่าน square 5 เมืองอิสฟาฮาน สุลต่าน square 6 เมืองอิสฟาฮาน สุลต่าน square 7 เมืองอิสฟาฮาน สุลต่าน square 8 เมืองอิสฟาฮาน สุลต่าน square 9 เมืองอิสฟาฮาน สุลต่าน square 10 เมืองอิสฟาฮาน สุลต่าน square 11 เมืองอิสฟาฮาน สุลต่าน square 12(6). สุสานกษัตริย์ นัคเซรอสตัม
สุสานกษัตริย์ 1 สุสานกษัตริย์ 2(7). เมืองโบราณ Percepolis
Percepolis 1 Percepolis 2(8). หอคอย Azadi กรุงเตหะรานAzadi tower 1(9). พระราชวังโกเลสตาน กรุงเตหะราน
พระราชวัง โกเลสตาน 1 พระราชวัง โกเลสตาน 2 พระราชวัง โกเลสตาน 3(10). พระราชวังเนียวาราน กรุงเตหะราน
พระราชวังเนียวาราน 1 พระราชวังเนียวาราน 2(11). Pink Mosque เมืองชีราส
เมืองชีราส Pink Mosque 1 เมืองชีราส Pink Mosque 2 เมืองชีราส Pink Mosque 3 เมืองชีราส Pink Mosque 4(12). ตลาดวากิล บาซาร์ เมืองชีราส
เมืองชีราส ตลาดวากิล บาซาร์ 1 เมืองชีราส ตลาดวากิล บาซาร์ 2(13). ป้อมการิมข่าน หอคอยเอียง เมืองชีราส
เมืองชีราส ป้อมการิมข่าน 1 เมืองชีราส ป้อมการิมข่าน 2(14). สุสานท่านฮาเฟส เมืองชีราส
เมืองชีราส สุสานฮาเฟส 1(15). อนุสรณ์สถานท่านอาลี เมืองชีราส
เมืองชีราส อนุสรณ์อาลี 1 เมืองชีราส อนุสรณ์อาลี 2 เมืองชีราส อนุสรณ์อาลี 3(16). Blue Mosque เมืองทาบริส
เมืองทาบริส Blue Mosque 1 เมืองทาบริส Blue Mosque 2(17). พระราชวังเซเฮลโชตุน เมืองอิสฟาฮาน
เมืองอิสฟาฮาน เฮเซลโชตุน 1 เมืองอิสฟาฮาน เฮเซลโชตุน 2 เมืองอิสฟาฮาน เฮเซลโชตุน 3 เมืองอิสฟาฮาน เฮเซลโชตุน 4 เมืองอิสฟาฮาน เฮเซลโชตุน 6(18). บ้านเศรษฐีเก่า The Historic House เมืองคาชานเมืองคาชาน บ้านเศรษฐี 1 เมืองคาชาน บ้านเศรษฐี 2 เมืองคาชาน บ้านเศรษฐี 3

(19). โรงอาบน้ำโบราณ The Historic Bath House เมืองคาชานเมืองคาชาน โรงอาบน้ำโบราณ 1 เมืองคาชาน โรงอาบน้ำโบราณ 2 เมืองคาชาน โรงอาบน้ำโบราณ 3(20). ทุ่งกุหลาบ ตำบลกำซา เมืองคาชานเมืองคาชาน สวนกุหลาบ คำซา 1 เมืองคาชาน สวนกุหลาบ คำซา 2 เมืองคาชาน สวนกุหลาบ คำซา 3(21). คฤหาสถ์ Naranjestane Ghavam เมืองชีราส เมืองชีราส Naranjestane Ghavam 1 เมืองชีราส Naranjestane Ghavam 2(22). Grand Bazar เมืองทาบริสเมืองทาบริส Grand Bazar 1 เมืองทาบริส Grand Bazar 2 เมืองทาบริส Grand Bazar 3(23). บ้านรู Kandovan เมืองทาบริสเมืองทาบริส Kandovan 1 เมืองทาบริส Kandovan 3(24). มัสยิดกลาง เมืองทาบริสเมืองทาบริส มัสยิดกลาง 1 เมืองทาบริส มัสยิดกลาง 2(25). ร้านพรมเปอร์เชียแท้ Carpet Lover Club เมืองอิสฟาฮาน
เมืองอิสฟาฮาน carpet lover club 1 เมืองอิสฟาฮาน carpet lover club 2 เมืองอิสฟาฮาน carpet lover club 3(26). National Museum กรุงเตหะรานNational Museum 1 National Museum 2

Tana Toraja Land of Life & Dead, Indonesia

Tana Toraja 2สุลาเวสี (Sulawesi) ชื่อนี้หลายคนอาจไม่คุ้นเคย แต่ถ้าจับแผนที่หมู่เกาะของประเทศอินโดนีเซียมากางดู จะรู้ว่าสุลาเวสี คือหนึ่งในเกาะใหญ่ที่สุดทางตะวันออกของอินโดนีเซีย อยู่ถัดจากเกาะชวา เกาะบาหลี และลอมบอก ออกไป เกาะนี้เป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญ เพราะมีดินภูเขาไฟอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งมีเทือกทิวเขาสลับซับซ้อน มีภูเขาสูงเกินพันเมตรหลายลูก อากาศเย็นฉ่ำ กลายเป็นแหล่งปลูกกาแฟ โกโก้ วานิลลา และที่สำคัญคือ สุลาเวสียังได้ชื่อว่าเป็น “หมู่เกาะเครื่องเทศ” ในอดีตอีกด้วย
Tana Toraja 3เมื่อเดินทางไปถึงตอนใต้ของเกาะสุลาเวสี ที่บริเวณ Tana Toraja เราจะได้ชื่นชมวิถีชีวิตการปลูกข้าว ที่ผูกพันกับผู้คนมาหลายร้อยปี
Tana Toraja 4และแน่นอนว่า เมื่อมีการเกษตรกรรมปลูกข้าว ควายก็คือเพื่อนแสนดีที่ชาวนาใน Tana Toraja สนิทที่สุด ทว่าด้วยความเชื่อในเรื่อง ‘ชีวิตหลังความตาย’ ควายจึงถูกนำไปเปรียบเสมือนพาหนะที่จะนำพาวิญญาณของผู้วายชนม์ไปสู่สุขติ ใน Tana Toraj จึงมีการบูชายัญควายในพิธีศพด้วย อีกทั้งยังมี ‘ตลาดควาย’ หรือ Buffalo Market ที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย ทุกวันเสาร์และวันอังคาร จะมีควายหลายพันตัวมาสู่ตลาดซื้อขายนี้Tana Toraja 5เอกลัษณ์อย่างหนึ่งของชาว Torajan ที่อาศัยอยู่ในเขต Tana Toraja ของเกาะสุลาเวสีตอนใต้ ก็คือการสร้างบ้านหลังคาโค้งหน้าจั่วแหลมสูงที่เรียกว่า ‘ตองโกนัน’ (Tongkonan) โดยเหตุที่เขาต้องสร้างหลังคาในลักษณะนี้ก็เพราะ บรรพบุรุษของชาว Torajan ได้ล่องเรืออพยพมาจากกัมพูชาและจีนตอนใต้ เมื่อมาถึงเกาะสุลาเวสี ก็ล่องเรือลึกเข้ามาในแผ่นดินตามแม่น้ำสายใหญ่ และเมื่อเริ่มตั้งรกรากฐาวร ไม่อาศัยอยู่ในเรืออีกแล้ว จึงสร้างตัวแทนเรือไว้เป็นหลังคาบ้านแบบนี้ล่ะครับ โดยบ้านรุ่นเก่าจะมุงหลังคาด้วยไม้ไผ่และฟาง ส่วนเสาบ้านใช้ต้นปาล์มป่า หรือไม้เนื้อแข็งสี่เหลี่ยม บนบ้านมีไม่เกิน 4 ห้อง อาศัยอยู่ได้แค่ 4-5 คน
Tana Toraja 6หมู่บ้านปาลาวา (Palawa Village) เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่สุดของชาว Torajan ซึ่งยังมีบ้าน Tonganan ในลักษณะดั้งเดิมให้ชมหลายสิบหลัง ด้านนอกตัวบ้านจะมีการสลักไม้เป็นลวดลายต่างๆ ทั้งพระจันทร์ พระอาทิตย์ ไก่ ทุ่งนา ควาย ฯลฯ ล้วนสะท้อนถึงวิถีชีวิตเกษตรกรรม อีกทั้งเมื่อมีคนในบ้านเสียชีวิตลง ช่วงแรกเขาก็จะเก็บศพไว้ในบ้าน ทำทีว่าผู้นั้นยังมีชีวิต มีการจัดข้าวปลาอาหารเลี้ยงดูปกติ จากนั้นก็จะห่อศพคล้ายมัมมี่เก็บไว้ โดยในพิธีศพจะมีการเชือดควายบูชายัญมากน้อยตามฐานะผู้ตายTana Toraja 7ทิวเขา สายหมอก ป่าไม้ บ้าน Tongonan วัวควาย และทุ่งนา คือลมหายใจและจิตวิญญาณที่แท้จริงของ Tana TorajaTana Toraja 8รีสอร์ทบางแห่งสร้างห้องพักเลียนแบบบ้าน Tongonan อันมีเอกลักษณ์
Tana Toraja 9ชาว Torajan ในปัจจุบันปรับตัวมาใช้ชีวิตแบบคนเมืองแล้ว ส่วนใหญ่เปิดให้ท่องเที่ยว และขึ้นชมบ้านได้ รวมทั้งจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองที่หาชมที่อื่นไม่ได้แน่นอนTana Toraja 10การเต้นรำพื้นเมืองแบบ Torajan หาชมได้เฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ หรือในโรงแรมใหญ่ๆTana Toraja 11สาว Torajan ดูแทบไม่ออกเลยว่าบรรพบุรุษของเธอคือชาวกัมพูชา และคนจีนตอนใต้ที่อพยพสู่เกาะสุลาเวสีTana Toraja 12การเดินทางจากเมืองไทยไป Tana Toraja บนเกาะสุลาเวสีไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไป ช่วงแรกต้องบินจาก กทม.-จาการ์ต้า แล้วเปลี่ยนเครื่องภายในประเทศ จาการ์ต้า-มาคาซาร์ (Makassar) จากนั้นต้องนั่งรถยนต์อีก 300 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 8-10 ชั่วโมง จนถึงเขต Tana Toraja ตรงจุดกึ่งกลางครึ่งทางมีร้านกาแฟให้นั่งแวะพัก บริเวณ ภูเขาโนน่า (Gunung Nona)Tana Toraja 13เมื่อถึงเขต Tana Toraja ก็จะต้องผ่านเข้าสู่ประตู Toraja Gate เสียก่อน
Tana Toraja 14ก่อนที่จะเดินทางถึง เมืองมาคาเล่ (Makale) เมืองหลวงของ Tana Toraja เราจะผ่านหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรม และความศรัทธาของชาวคริสต์ที่นี่ (เนื่องจากคนเกิน 60 เปอร์เซนต์ ของ Toraja ปัจจุบันนับถือศาสนาคริสต์) คือ ‘รูปปั้นพระเยซูคริสต์แห่งมานาโด้’ (Jesus of Manado) ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้รูปปั้นพระเยซูคริสต์ที่บราซิลเลยแม้แต่น้อยTana Toraja 15ลงจากยอดเขา Jesus of Lemo สู่ ตัวเมือง Makale เพื่อเดินทางต่อไปยังเขตทะเลภูเขาสลับซับซ้อนของ Tana TorajaTana Toraja 16Land Above the Cloud หรือ แผ่นดินสูงเหนือเมฆ คือจุดชมวิวสวยที่สุดในยามเช้าของเขต TorajaTana Toraja 17 จาก Land Above the Cloud มองลงไปเบื้องล่าง งามไม่ต่างจากสวรรค์!
Tana Toraja 18ที่ Land Above the Cloud มีจุดกางเต็นท์และจุดชมวิวให้นักท่องเที่ยวเลือกหลายแห่ง วิวตรงหน้าก็จะงามต่างกันไป
Tana Toraja 19ด้วยความสูงไม่ต่ำกว่า 1,300-1,600 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ทำให้ภูเขาในแถบ Tana Toraja กลายเป็นแหล่งปลูกกาแฟอะราบิก้าคุณภาพดีที่สุดแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย ส่งออกไปทั่วโลกTana Toraja 20ต้องหากาแฟ Toraja Cofee ร้อนๆ ดื่มแก้หนาวกันหน่อยล่ะTana Toraja 21กาแฟ และผงโกโก้เข้มข้น ที่นี่หาซื้อง่าย แม้แต่ใน ตลาดเช้า หรือ Morning Market ก็มีให้เลือกซื้อเพียบTana Toraja 22บรรยากาศตลาดเช้าของเมือง Makale คึกคักทุกวัน พืชผักผลไม้มีให้เลือกซื้อหลากหลายจริงๆ สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดินTana Toraja 23การจะเข้าถึง Tana Toraja ให้ได้แบบถึงกึ๋นลึกซึ้ง เราต้องไปเยี่ยมชมสถานที่เกี่ยวกับ ‘ชีวิตหลังความตาย’ กันหน่อย! อย่าเพิ่งตกใจ เพราะคนที่นี่เขามองเรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นของธรรมดา เหมือน Cycle of Life นั่นล่ะ ที่ Tana Toraja จะไม่มีการเผาศพหรือฝังศพเด็ดขาด แต่จะใช้วิธีห่อศพคล้ายมัมมี่ แล้วนำไปเก็บไว้ตามถ้ำ ตามหน้าผา หรือสร้างบ้าน Tongonan หลังเล็กๆ เก็บไว้แทน เพื่อให้ลูกหลานได้รำลึกถึงบรรพบุรุษ อย่างที่ ‘ถ้ำลีโม่’ (Lemo Cave) จะมีการเจาะโพรงไว้บนหน้าผาสูงชัน หรือนำศพคนตายไปเก็บไว้ในถ้ำต่างๆTana Toraja 24.1หน้าผาเก็บศพแห่งลีโม่ มีการแกะสลักตุ๊กตาไม้ตัวแทนผู้ตาย ให้คนที่ยังอยู่ได้รำลึกถึง ตุ๊กตาเหล่านี้มีขนาดเท่าคนจริง เรียกตามภาษาท้องถิ่นว่า ‘เตา-เตา’ (Tao-Tao)Tana Toraja 24ที่ ‘หมู่บ้านทัมปัง อัลโล’ (Tampang Allo Village) มีต้นไม้โบราณอยู่ต้นหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านใช้เก็บศพเด็กทารกที่ตายก่อนจะมีฟันน้ำนมขึ้น โดยเขาจะนำศพเด็กห่อผ้าเหมือนมัมมี่ นำไปใส่ไว้ในโพรงต้นไม้ เพราะต้นไม้นี้มียางขาวคล้ายน้ำนม วิญญาณเด็กจะได้ดื่มน้ำนมแล้วมาเกิดใหม่ มันจึงกลายเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ ที่ไม่มีการเก็บกินผลเด็ดขาด ปัจจุบันเหลืออยู่เพียงต้นเดียว ภายในบรรจุศพเด็กทารกไว้หลายสิบศพ
Tana Toraja 25ที่หมู่บ้าน Tampang Allo ยังมีอีกหนึ่งสถานที่น่าขนลุกซึ่งไม่ควรพลาดชม นั่นคือ ‘ถ้ำเก็บศพแห่งทัมปัง อัลโล่’ ภายในถ้ำขนาดใหญ่ที่เย็นชื้นและโบราณนี้ เต็มไปด้วยหัวกะโหลก โครงกระดูก โลงศพไม้โบราณ และตุ๊กตาเตา-เตา นับร้อยๆ ตัว วางระเกะระกะอยู่ทั่วไปในทุกซอกหลืบ บ้างแขวนอยู่บนเพิงผาหินปูนสูงชัน ปัจจุบันเหลือถ้ำเก็บศพลักษณะนี้อยู่ใน Tana Toraja เพียงไม่กี่แห่ง โดยส่วนใหญ่จะเป็นศพของชนชั้นปกครองหรือคนรวยTana Toraja 26ภายในถ้ำเก็บศพทัมปัง อัลโล่ คือที่พำนักสุดท้ายอันสงบสงัดของผู้วายชนม์!Tana Toraja 27ตุ๊กตาเตา-เตา ภายในถ้ำเก็บศพทัมปัง อัลโล่

หากคุณมีโอกาส และต้องการเดินทางสู่ดินแดนแปลกใหม่ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีอยู่ในโลก หรือต้องการผจญภัยในดินแดนห่างไกลที่แทบจะไม่เคยมีใครย่างเหยียบไปถึง เราขอแนะนำ ดินแดน Tana Toraja แห่งเกาะสุลาเวสี ที่สุดแห่งการเดินทางครั้งหนึ่งในชีวิต!
Wonderful IndonesiaImNikon

อพท ชวนเที่ยวเชื่อมโยง ตราด-เกาะกง กัมพูชา

cambodia 2“สุดปลายทางคือความเชื่อมโยง” นี่คือวลีเด็ดของ อพท. ตราด ที่ยังก้องอยู่ในความทรงจำของผม เพราะทุกวันนี้เราเปิดเสรีอาเซียนแล้ว การเดินทางเชื่อมโยงทั้งท่องเที่ยวและติดต่อธุรกิจค้าขาย ภายในกลุ่ม 10 ประเทศอาเซียน จึงเป็นไปได้แทบไร้ขีดจำกัด เรียกว่า ASEAN One Destination เลยทีเดียว คือหมายความว่า ไม่ว่าเราจะไปเริ่มต้นเดินทางท่องเที่ยว ณ จุดใดในอาเซียน ก็จะสามารถเชื่อมโยงถึงกันได้เสมอ

คุณสุธารักษ์ สุนทรวิภาต รักษาการผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ของ อพท. ได้กล่าวว่า ตราด เป็นอีกหนึ่งจังหวัดชายแดนสุดปลายทางบูรพา (ทิศตะวันออก) ของสยาม เชื่อมโยงเข้าสู่จังหวัดเกาะกง ของกัมพูชา โดยสองพื้นที่นี้มีความคล้ายคลึงกันทั้งด้านชีวิตชุมชน ที่ยังผูกพันอยู่กับวิถีเกษตรและประมง รวมถึงมีอาณาเขตติดทะเล ธรรมชาติสวยสดงดงาม การเดินทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงตราด-เกาะกง โดย อพท. (องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) จึงเป็นการเปิดประตูสู่มิติใหม่อย่างแท้จริง
cambodia 3การเดินทางของเราเริ่มต้นขึ้น ณ “พิพิธภัณฑสถานเมืองตราด” เป็นอาคารไม้โบราณทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่ง เพราะเคยทำหน้าที่เป็นศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ทว่าเมื่อมีการย้ายศูนย์ราชการไป อาคารหลังนี้ก็ถูกทิ้งทรุดโทรม เพิ่งมีการบูรณะให้กลับมีชีวิตฟื้นคืนสภาพ จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์บอกเล่าเรื่องราวของเมืองตราดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน กรมศิลปากรจึงได้อนุรักษ์เรือนไม้หลังนี้ให้เป็นโบราณสถานเรียบร้อยแล้วcambodia 4เพียงก้าวย่างแรกขึ้นสู่อาคารด้านบน ก็ทำให้เรารู้สึกเหมือนเดินย้อนคืนสู่อดีต คงเพราะแทบทุกส่วนสัดล้วนสร้างด้วยไม้ จึงทำให้เย็นสบาย อีกทั้งตามชายคาและหัวเสาก็มีการฉลุลายไม้เอาไว้ บ่งบอกถึงความประณีตบรรจงในงานช่างสมัยก่อน ชวนให้จินตนาการไปถึงห้วงเวลาที่อาคารนี้ยังเป็นศาลากลางจังหวัด คงจะมีผู้คนขึ้นมาเดินกันขวักไขว่เพื่อติดต่อราชการแบบหัวกระไดไม่แห้งทีเดียวcambodia 5จากระเบียงทางเดินด้านหน้าที่โปร่งโล่งสบาย ตอนนี้ก็ถึงเวลาเดินไปทางซ้าย เพื่อเข้าสู่ห้องนิทรรศการภายในที่ติดแอร์เย็นฉ่ำ และมีบอร์ดนิทรรศการ พร้อมแสง สี เสียง ให้ชมอย่างดีเยี่ยมcambodia 6ภายในนี้แบ่งห้องนิทรรศการเป็น 6 โซน คือ มรดกธรรมชาติและวัฒนธรรมแห่งตราด, ผู้คนเมืองตราด ภูมิศาสตร์ อากาศ ทรัพยากรธรรมชาติ, ลำดับทางโบราณคดีและประวัติศาสตร์เมืองตราด, เหตุการณ์สำคัญสมัยในหลวงรัชกาลที่ 5 อาทิ การพระราชทานพระแสงราชศาสตราประจำเมือง และการเสด็จประพาสเมืองตราด ฯลฯ, ยุธนาวีที่เกาะช้าง และบรรยากาศตลาดเก่าเมืองตราด จากวันวานถึงวันนี้cambodia 7ชีวิตคนตราดสมัยก่อน กินอยู่กันอย่างเรียบง่าย ตั้งเป็นชุมชนใหญ่สุดในเขตอำเภอเมืองใกล้แม่น้ำตราด เกิดมีย่านตลาดการค้าอันคึกคัก ที่มีชาวจีนเป็นฟันเฟืองหลักในด้านเศรษฐกิจcambodia 8จะว่าไปแล้ว ตราดในสมัยก่อนถือเป็น HUB หรือเมืองศูนย์กลางการค้าขายของชายทะเลตะวันออกเลยทีเดียว เพราะทำเลที่ตั้งอยู่ติดทะเล จึงมีเรือ พ่อค้าวาณิชย์ และผู้คนหลายเชื้อชาติ เข้ามาตั้งรกรากอาศัยอยู่ปะปนกันอย่างกลมกลืน เกิดเป็นเบ้าหลอมทางวัฒนธรรมที่นำมาสู่อัตลักษณ์ความเป็น ‘เมืองตราด’ ทุกวันนี้ คือมีทั้งชาวจีน ชาวชอง ชาวมุสลิม ชาวญวน (เวียดนาม) และไทย รวม 5 เชื้อชาติอาศัยเหมือนญาติ ร่วมกันสร้างตราดขึ้นcambodia 9หากสืบคืนไปให้ดีจะพบว่าแท้จริงแล้วตราดเป็นดินแดนที่เก่าแก่มาก เนื่องจากมีร่องรอยของผู้คนเข้ามาอาศัยตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์แล้ว ดังปรากฏการขุดพบ ‘กลองมโหระทึก’ หล่อด้วยสำริด อายุตั้งแต่ 500-1,000 ปีก่อนคริสตกาล อยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งที่แหล่งโบราณคดีบ้านท้ายไร่ ตำบลวังกระแจะ อำเภอเมืองตราด และแหล่งโบราณคดีบ้านสามง่าม ฯลฯ ซึ่งลวดลายดาวแฉกรัศมีบนกลองนี้บ่งบอกถึงอิทธิพลของวัฒธรรมดองซอน (เป็นวัฒนธรรมในยุคสำริด กำเนิดขึ้นในพื้นที่ราบลุ่มใกล้แม่น้ำแดงของเวียดนามเหนือ) ที่พบได้ทั่วไปในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วง 4,000 ปีก่อนคริสตกาลcambodia 10ค่อยๆ เดินไล่ชมไปทีละห้องอย่างตั้งใจ บางห้องก็จัดแสดงหม้อไหจานชามแบบจีนจากยุคอดีตที่ขุดพบตามวัดต่างๆ ในเมืองตราดcambodia 11มีมุมจัดแสดงสินค้าพื้นถิ่นที่ทำรายได้ให้ตราดในอดีต คือเครื่องเทศต่างๆ โดยเฉพาะกระวาน หรือ Cardamom, กานพลู และพริกไทย ที่เป็นทั้งพืชสมุนไพรและใช้ประกอบอาหาร ส่งออกไปในหลายสิบประเทศทั่วโลกcambodia 12จำลองบรรยากาศตลาดเก่าในอดีตใกล้ๆ แม่น้ำตราดcambodia 13เดินทางกันต่อไปในอำเภอเมืองตราด ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑสถานเมืองตราด นั่งรถต่อไปแค่ไม่กี่อึดใจเราก็มาถึงวัดเก่าแก่ที่สุดของตราด คือ ‘วัดบุปผาราม’ (วัดปลายคลอง) โดยประวัติกล่าวว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2175 (บางตำราว่า พ.ศ. 2191 บางตำราว่า 2195) ในรัชกาลพระเจ้าปราสาททอง สมัยกรุงศรีอยุธยา เล่าสืบต่อกันมาว่าในครั้งที่มีการเสาะหาพื้นที่สร้างวัด เมื่อชาวบ้านเดินทางมาถึงจุดนี้ก็ได้กลิ่นดอกไม้หอมตลบอบอวลไปทั่ว แต่หาที่มาของกลิ่นไม่พบ จึงถือเป็นนิมิตรดี ช่วยกันสร้างวัดขึ้น แล้วตั้งชื่อให้ว่า ‘วัดบุปผาราม’ แปลว่า ‘อารามแห่งดอกไม้’ ชื่อไพเราะไม่ใช่เล่นเลย นับแต่นั้นวัดบุปผารามก็ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของคนตราดเรื่อยมาวัดบุปผาราม ตราด 2จุดห้ามพลาดชมของวัดบุปผารามมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศาลกาการเปรียญไม้ศิลปะอยุธยา ที่สร้างขึ้นด้วยเงินเพียง 1,500 บาท, พระบุทอง-เงิน และพระพุทธรูปทรงเครื่อง, วิหารพระพุทธไสยาสน์, พิพิธภัณฑ์, พระอุโบสถซึ่งมีภาพจิตรกรรมฝาผนังพระพุทธเจ้าปางแสดงธรรมอันงดงาม, กุฎิเดี่ยวสำหรับพระภิกษุสงฆ์ปฏิบัติกัมมัฏฐาน ที่มีความกว้างเพียง 2 เมตร ยาว 4.50 เมตร, อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน รวมถึงหอระฆังสูงอันมีเอกลักษณ์วัดบุปผาราม ตราด 1ความเก่าแก่ของพระอุโบสถเก่าศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่ผ่านกาลเวลามานับร้อยปี กำลังได้รับการบูรณะ เพื่อให้กลับมาสวยงามดังเดิมcambodia 16บนศาลาการเปรียญมีรูปหล่อโลหะของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยทรงถอดพระมาลา (หมวก) ออก วัดบุปผารามอาจจะเป็นแห่งเดียวในเมืองไทยก็ได้ ที่มีรูปหล่อลักษณะนี้อยู่cambodia 17วัดบุปผาราม ตราด 3กุฎิไม้โบราณของพระสงฆ์ เพื่อใช้ในการปฏิวัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน มีขนาดกว้างเพียง 2 เมตร ยาว 4.50 เมตร เรียกว่าขนาดพระสงฆ์พออยู่ได้รูปเดียว เพื่อแสวงหาความสงบวิเวกอย่างแท้จริงวัดบุปผาราม ตราด 4พระบุเงินบุทองศิลปะพม่า และพระพุทธรูปทรงเครื่องเหลืองอร่ามงามตาวัดบุปผาราม ตราด 5ภายในพระอุโบสถหลังเก่า ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ พร้อมด้วยภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างท้องถิ่น สะท้อนเรื่องราววิถีชีวิตและศิลปะจีนที่เข้ามาเจือปนวัดบุปผาราม ตราด 6 พระประธานในพระอุโบสถหลังเก่า พระพักตร์อิ่มเอิบเปี่ยมเมตตา น่าเลื่อมใสมาก เบื้องหลังพระประธานมีภาพจิตรกรรมฝาผนังรูปดอกไม้เครือเถา ให้เข้าคู่กับชื่อวัดบุปผารามวัดบุปผาราม ตราด 7ภาพจิตรกรรมฝาผนังไฮไลท์ของวัดบุปผาราม พระพุทธเจ้าปางแสดงธรรมวัดบุปผาราม ตราด 8ภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดบุปผาราม งดงามด้วยศิลปะจีนที่เข้ามาเจืออยู่กับศิลปะไทย บ่งบอกได้ถึงผู้บูรณะที่ต้องมีเชื้อสายจีนแน่นอนวัดบุปผาราม ตราด 9พิพิธภัณฑ์วัดบุปผาราม เก็บรักษาโบราณวัตถุล้ำค่าไว้นับพันๆ ชิ้น เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาอดีตความเป็นมาของเมืองตราดนี้วัดบุปผาราม ตราด 10จานชามเครื่องเคลือบแบบจีนโบราณที่มีลวดลายวิจิตรสวยงาม ภายในพิพิธภัณฑ์วัดบุปผารามcambodia 19จากอำเภอเมืองตราด เราใช้ทางหลวงหมายเลข 3 แล่นไปทางตะวันออกมากขึ้นเรื่อยๆ จนถึง ‘ชุมชนบ้านไม้รูด’ อำเภอคลองใหญ่ ซึ่งเป็นชุมชนวิถีประมงเข้มแข็ง ที่ทาง อพท. ได้เข้าไปเป็นพี่เลี้ยง ให้ชาวบ้านสามารถดำเนินวิถีชีวิตของตนไปได้ ควบคู่กับ การท่องเที่ยวแนวนิเวศพิพิธภัณฑ์ หรือ Eco Museum คือนักท่องเที่ยวจะต้องเข้าไปอย่างเคารพชุมชน มีการเข้าไปพักค้างแรมกับชาวบ้าน กินอาหารพื้นถิ่น และทำกิจกรรมร่วมกับชุมชน เรียกว่าเป็นการท่องเที่ยวที่ต้องลงไปใช้ชีวิตกับชาวบ้านจริงๆ ที่เขาเรียกว่าเป็นแนว Experiences ให้ได้ประสบการณ์ตรง มาบอกเล่ากัน

 cambodia 20

ชุมชนบ้านไม้รูด มีความโดดเด่นในเรื่องการจับปูม้า ปูทะเล และปูดำที่อยู่ตามป่าชายเลน เพราะเขามีภูมิปัญญาท้องถิ่นสั่งสมกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ จึงมีความเข้าใจในวิถีทะเลอย่างลึกซึ้ง ทุกวันเราจะเห็นภาพของเรือประมงที่แล่นเข้ามา ขนถ่ายกุ้งหอยปูปลาสดๆ ที่จับได้ขึ้นมาขาย บางบ้านนั่งแกะปูเตรียมส่งให้ร้านที่จะมารับซื้อ เป็นวิถีเรียบง่าย สงบงาม ที่ทำรายได้ให้อย่างยั่งยืน ตราบที่คนไม้รูดยังดูแลทะเลไว้อย่างดี
cambodia 21อพท. คือหน่วยงานหลักที่เป็นพี่เลี้ยงชาวบ้านไม้รูด ให้จัดตั้ง ‘ธนาคารปู’ เพื่ออนุรักษ์พันธุ์ปูม้าไว้ในทะเลตราดมิให้สูญหาย หากชาวประมงรายใดจับปูไข่นอกกระดองได้มาขาย ก็จะไม่มีการรับซื้อ แต่มีข้อตกลงของชุมชนเป็นกฎกติการ่วมกันว่า ต้องนำแม่ปูไข่นอกกระดองไปให้ธนาคารปู เพื่อฟักและอนุบาลเป็นตัวอ่อน แล้วปล่อยคืนลงสู่ทะเลต่อไป ขอปรบมือให้เลยครับ
cambodia 22ธนาคารปูของบ้านไม้รูด ตั้งอยู่ในบริเวณสะพานปลา โดยการนำแม่ปูไข่นอกกระดองมาเลี้ยง ให้มีการสลัดไข่ลงในถังอนุบาล แม่ปูแต่ละตัวจะมีไข่ได้มากถึง 100,000-200,000 ฟอง แต่เมื่อปล่อยคืนสู่ทะเลแล้ว อัตราการรอดก็คงจะไม่เกิน 10 เปอร์เซนต์ เพราะลูกปูตัวจิ๋วเหล่านี้มีลักษณะเป็นแพลงก์ตอนที่ล่องลอยไปในน้ำ จึงตกเป็นอาหารของสัตว์ทะเลอื่นๆ ตามห่วงโซ่อาหาร เติมเต็มระบบนิเวศน์ทะเลตราดให้สมบูรณ์ต่อไปcambodia 23มีกิจกรรมสนุกๆ และได้ประโยชน์สำหรับคนที่มาเยือนบ้านไม้รูด คือ ‘การปล่อยปูคืนสู่ทะเล’ แต่ที่นี่เขาไม่ได้ปล่อยปูตัวโตๆ ทว่าปล่อยลูกปูตัวจิ๋วเท่าหัวเข็มหมุด ที่ฟักออกจากแม่ปูไข่นอกกระดอง แล้วนำมาอนุบาลไว้ระยะหนึ่งที่ธนาคารปู การปล่อยปูจะใช้วิธีต่อท่อตรงลงสู่น้ำทะเล ในช่วงเวลาที่น้ำลงต่ำสุด เพื่อให้กระแสน้ำพัดพาเหล่าลูกปูนับล้านๆ ตัว ออกไปสู่ผืนทะเลกว้างในอ่าวตราดต่อไป
cambodia 24แม่ปูไข่นอกกระดอง ที่ธนาคารปูบ้านไม้รูดนำมาเลี้ยง รอให้ไข่ฝักออกเป็นตัวcambodia 25ดูกันชัดๆ เลยครับ แม่ปูไข่นอกกระดอง คือตัวเมียที่ท้องแก่เต็มที่ จะมีไข่ไม่ต่ำกว่า 200,000 ฟอง ฟูออกมาแบบนี้ และเมื่อไข่สุกเป็นสีดำสนิท ลูกปูกตัวน้อยก็จะฟักออกจากไข่ ว่ายน้ำล่องลอยไปในทะเลcambodia 26ภาพเปรียบเทียบปูม้าตัวผู้ (ตัวบน ขาสีฟ้า) กับแม่ปูม้าไข่นอกกระดอง (ตัวล่าง ขาสีส้ม)cambodia 27

จากอบต.บ้านไม้รูด และสะพานปลา ถ้าเดินมาอีกแค่ไม่กี่ร้อยเมตร เราก็จะได้ตื่นตากับธรรมชาติหาดทรายอันเงียบสงบเป็นธรรมชาติของ ‘หาดไม้รูด’ ซึ่งมีลักษณะเป็นอ่าวรูปครึ่งวงกลม ทอดยาวหลายร้อยเมตร แต่ที่พิเศษสุดเป็น Unssen เลยก็คือ ที่ปลายสุดหาดด้านทิศตะวันออกจะมี ‘หาดทรายสองสี’ ทอดตัวท้าทายทุกสายตา คือมีทั้งส่วนที่เป็นทรายสีขาวสะอาดเนื้อละเอียดยิบ และทรายสีน้ำตาลอมแดงเนื้อหยาบกว่า ทั้งสองมาบรรจบกัน อยู่ติดกับแนวโขดหินและป่าละเมาะร่มรื่น น่ามาพักผ่อนหย่อนใจที่สุด

cambodia 28ดูกันชัดๆ หาดทรายสองสีบ้านไม้รูด อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด มีเนื้อทรายสองแบบมาบรรจบกันอย่างน่าอัศจรรย์ cambodia 29

จากแนวโขดหินริมทะเล มองกลับเข้าไปบนฝั่ง จะเห็นหาดทรายสองสีได้แจ่มเต็มตา โดยเฉพาะในยามน้ำลดช่วงกลางวัน

cambodia 30เดินถัดจากหาดทรายสองสีเลียบชายหาดไปทางตะวันออกอีกราวๆ 300 เมตร เราก็มาถึงอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ + ธรรมชาติ ที่น่าสนใจ และ Amazing มากๆ นั่นคือ ‘บ่อญวน’ เป็นบ่อน้ำจืดธรรมชาติที่ผุดขึ้นมาอยู่ติดชายหาดหลังวัดไม้รูดเลยล่ะ โดยน้ำจืดบ่อนี้มีรสจืดสนิท และไม่เคยเหือดแห้ง!

ประวัติบันทึกไว้ว่าในอดีตยุคจอมพล ป. พิบูลย์สงคราม ครั้งที่ญวน (เวียดนาม) ทำสงครามขับไล่ฝรั่งเศสออกจากประเทศตน ซึ่งขณะนั้นฝรั่งเศสตั้งฐานทัพอยู่ที่เกาะกง กัมพูชา ระหว่างตั้งทัพอยู่ที่เกาะกงเกิดขาดแคลนอาหารและน้ำ คนบ้านไม้รูดจึงได้ช่วยหาเสบียงกรังให้ มีนายทหาร 10 คน ออกหาแหล่งน้ำ ด้วยวิธีโบราณคือถือกะลามะพร้าวไปคว่ำไว้ตรงจุดที่ตนคิดว่ามีน้ำอยู่ จนกระทั่งไปพบบ่อญวนเข้า ทหารกว่า 300 คน จึงได้ดื่มน้ำจากบ่อนี้ นับเป็นเรื่องจริงที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
cambodia 31หลังจากเยี่ยมชมธนาคารปูม้า กิจกรรมของชาวบ้าน รวมถึงหาดทรายสองสี และบ่อญวนอายุกว่า 70 ปีแล้ว ก็ได้คิวพักเที่ยงชิมอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ เขาบอกว่าหาทานยาก นั่นคือ ‘ก๋วยเตี๋ยวกั้ง’ ซึ่งหลายคนอาจรู้สึกกลัว ไม่กล้ากิน คงเพราะหน้าตารูปร่างของกั้งมันออกจะแปลกๆ สักหน่อย แต่ขอบอกว่า ถ้าได้ชิมแล้วจะติดใจต้องต่อชามสอง! เนื่องจากเนื้อกั้งสดใหม่จากทะเลนี้ มีความเหนียวนุ่ม เนื้อหวาน ไม่คาว ไม่ต่างจากการกินเนื้อกุ้งเลย ในแต่ละชามนั้นนอกจากเนื้อกั้งที่ใส่กันไม่อั้นแล้ว ยังมีเนื้อปลา กุ้ง และหมึก เสริมเติมทัพเข้ามาอีก ร้านนี้อยู่ที่ฝั่งตรงข้ามธนาคารปูนั่นเอง (ชื่อร้านป้านา)cambodia 32ชุมชนบ้านไม้รูด เขาไม่ได้มีชื่อเสียงเฉพาะก๋วยเตี๋ยวกั้งหรอกนะครับ แต่ยังมีกะปิแท้อย่างดี บรรจุในแพ็กเกจสวยงาม รอให้เราไปอุดหนุนกระจายรายได้
cambodia 33ตบท้ายของหวานแบบบ้านๆ แต่เลิศรสในมื้อนั้น ด้วยขนมจากบ้านไม้รูด ที่ใส่มะพร้าวเยอะ เข้มข้น หอมหวนชวนรับประทานเป็นอย่างยิ่ง ปิ้งมาใหม่ๆ สดๆ ร้อนๆ แหม กินกันไปคนละเกือบสิบอัน ฮาฮาฮาcambodia 34อิ่มหนำกันโดยทั่วหน้า ก็ได้เวลาโบกมือลาอำเภอคลองใหญ่และบ้านไม้รูด เลียบทะเลตะวันออกใกล้ด่านชายแดนบ้านหาดเล็กเข้าไปทุกขณะ ลองสังเกตให้ดีทางด้านซ้ายมือจะเห็นจุดท่องเที่ยวเป็น Landmark ใหม่ล่าสุด คือ จุดถ่ายภาพ TRAT ตั้งอยู่บนเนินเขาด้านซ้ายมือ เพราะจุดนี้ถือเป็น ‘จุดแคบที่สุดในประเทศไทย’ มีความกว้างจากชายทะเลขึ้นไปถึงสันเขา (จุดแบ่งเขตแดนไทย-กัมพูชา) กว้างเพียง 450 เมตร ลบล้างข้อมูลเก่าที่เคยเรียนกันมาว่า จุดแคบสุดในเมืองไทยอยู่ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ cambodia 35ทว่าก่อนจะถึงจุดถ่ายภาพนี้ ก็ต้องเดินขึ้นบันไดไปหลายสิบขั้น เป็นบันไดค่อนข้างชัน เล่นเอาหอบแฮ๊กนิดๆ เหมือนกันนะ cambodia 36จากริมทางหลวงหมายเลข 3 ที่มุ่งหน้าจากอำเภอเมืองตราด-ด่านชายแดนบ้านหาดเล็ก มองไปทางซ้ายจะเห็น Landmark TRAT จุดแคบสุดในประเทศไทยอย่างเด่นชัด จอดถ่ายรูปกันสักนิด อย่าผ่านเลยcambodia 37จากบนเนินเขา Landmark จุดแคบสุดในเมืองไทย มองออกไปในทะเลตะวันออก แลเห็นเกาะกูดทอดตัวอยู่ที่เส้นขอบฟ้าสีครามอย่างนิ่งสงบ สวยงาม เย้ายวนให้ออกไปสัมผัสcambodia 38ในที่สุดก็มาถึงแล้ว ‘ด่านชายแดนบ้านหาดเล็ก’ เป็นจุดผ่านแดนถาวรเชื่อมต่ออำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด – จังหวัดเกาะกง ของกัมพูชา ขอเตือนว่าอย่าลืมเอา Passport ติดตัวไปด้วยล่ะ เพราะต้องใช้ประทับตราตรวจคนเข้าเมืองผ่านแดน ทั้งฝั่งไทยและกัมพูชาcambodia 39วันนี้ตลาดชายแดนบ้านหาดเล็กในฝั่งไทยดูคึกคักผิดหูผิดตา คงเพราะตรงกับช่วงฤดูผลไม้ภาคตะวันออกสุกงอมพอดี มีทั้งทุเรียนนานาพันธุ์ เงาะ มังคุด มะไฟ และอีกสารพัดผลไม้ บวกกับอาหารทะเลตากแห้ง อย่างกุ้งแห้งราคาไม่แพง รอให้ไปอุดหนุนcambodia 40เดินลึกจากริมถนนใหญ่เข้าไปตามซอยในตลาดชายแดน ก็มีเครื่องมือช่าง, เครื่องใช้ไฟฟ้า, โทรศัพท์, กระเป๋าแบรนด์เนม, รองเท้า, เสื้อผ้า, แว่นตา, นาฬิกา, น้ำหอม และอีกนานาสารพัดสินค้าราคาไม่แพงให้จับจ่าย เป็นเสน่ห์ของการกระจายรายได้ ก่อนข้ามแดนเข้าสู่เกาะกงของกัมพูชา หรือใครจะไปเที่ยวเกาะกงก่อน แล้วค่อยมาแวะช้อปปิ้งในตอนขากลับบ้านก็ดีเหมือนกันcambodia 41ตลาดชายแดนบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด สวรรค์ของนักช้อปราคาประหยัดcambodia 42เมื่อเดินไปสุดตลาดบ้านหาดเล็ก ก็จะไปจรดกับชายทะเลน้ำสีมรกตเคียงคู่ฟ้าสีครามcambodia 43เมื่อรถของเราแล่นผ่านด่านตรวจเอกสารของทั้งฝั่งไทยและกัมพูชามาแล้ว ก็เข้าสู่เขตแดนของ ‘จังหวัดเกาะกง’ โดยสมบูรณ์ ภาพแรกที่เห็นคือธงชาติคู่ไทย-กัมพูชา พร้อมพี่ทหารชักธงต้อนรับ ฮาฮาฮาcambodia 44 cambodia 45จากจุดผ่านแดนมาแค่ไม่กี่ร้อยเมตร ทางขวามือคืออาคารทรงโรมันขนาดใหญ่ ไม่ต้องสงสัย นี่คือคาสิโนและโรงแรมหรูห้าดาวของเกาะกง สำหรับนักเดินทางอย่างเราซึ่งมีจุดหมายอยู่ที่อื่น ก็สามารถจอดรถแวะเข้าห้องน้ำ หรือเดินเข้าไปช้อปปิ้งสินค้า Duty Free ด้านในได้นะครับ เขา Open มาก
cambodia 46ฝั่งตรงข้ามคาสิโนเกาะกง เป็นซอยเล็กๆ ที่มีร้านค้าปลอดภาษีของชาวบ้านเรียงรายสองฟากฝั่ง แต่ดูๆ ไป ไม่คึกคักเท่าฝั่งไทย อีกทั้งสินค้าก็คล้ายๆ กับบ้านเราด้วย แนะนำว่าซื้อของที่นี่ต้องต่อราคาให้ดี และสามารถใช้เงินไทยซื้อได้เลย ไม่จำเป็นต้องแลกเงินเรียวของกัมพูชาแต่อย่างใดcambodia 47ถึงแล้ว ‘เกาะกง’ หรือ ‘เมืองปัจจันตคีรีเขตร’ ดินแดนซึ่งเคยเป็นของไทย และรัชกาลที่ 4 ทรงมีพระบรมราชโองการให้เกาะกงเป็นส่วนหนึ่งของเมืองตราด โดยพระราชทานนามว่า ‘ปัจจันตคีรีเขตร’ ให้คล้องจองกับชื่อเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพราะทั้งสองเมืองนี้ตั้งอยู่บนแนวเส้นรุ้ง (เส้นละติจูด) เดียวกัน

ต่อมาในสมัยพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เมื่อฝรั่งเศสยึดเมืองตราดไว้เป็นประกัน หากไทยต้องการคืนจะต้องแลกเปลี่ยนด้วยการยอมยกดินแดนประเทศกัมพูชา ในส่วนมณฑลบูรพา คือ เมืองพระตะบอง, เมืองเสียมราฐ และเมืองศรีโศภณ ให้ ทว่าต่อมาฝรั่งเศสก็มิได้คืนเมืองปัจจันตคีรีเขตร (เกาะกง) ให้สยามตามเงื่อนไข จนกระทั่งเกาะกงกลายเป็นส่วนหนึ่งของประเทศกัมพูชามาจนปัจจุบันcambodia 48จากด่านชายแดนบ้านหาดเล็ก วิ่งรถไปราวๆ 30 นาที ก็ถึงแม่น้ำเกาะกง เป็นแม่น้ำใหญ่ที่ไหลไปออกทะเล แต่เดี๋ยวก่อน ขณะข้ามสะพานเหลียวมองไปทางด้านขวา จะพบกับ ‘เจดีย์ขุนช้างขุนแผน’ โบราณสถานอายุกว่า 900 ปี ที่คนเกาะกงนับถือศรัทธาว่าศักดิ์สิทธิ์มาก จึงมีชาวบ้านมากราบไหว้ขอพรให้สมหวัง ค้าขายร่ำรวย ทำมาค้าขึ้นcambodia 49

ตำนานเล่าว่า มีลูกสาวชาวบ้านชื่อ ทับทิม เป็นหญิงที่รักของขุนแผน ส่วนขุนช้างที่มีรูปร่างไม่งามทว่าร่ำรวยเงินทอง ครอบครัวของทับทิมจึงจับนางแต่งงานกับขุนช้าง หลังจากนั้นด้วยความที่ไม่ได้รักขุนช้าง เธอจึงไปรักกับผู้บัญชาการทหารชื่อ คุณเพ็ญ เมื่อขุนช้างรู้จึงนำความไปกราบทูลพระมหากษัตริย์ จึงมีพระบรมราชโองการให้ประหารตัดร่างนางทับทิมออกเป็นสองท่อน! ร่างของเธอถูกฝังไว้ ณ ลานประหาร หลังจากนั้นขุนช้างรู้สึกผิด อยากให้วิญญาณของเธอไปเกิดใหม่ จึงสร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อรำลึกถึงความรักที่มีต่อนาง เป็นเจดีย์สูงประมาณ 4 เมตร ภายในบรรจุข้าวของมีค่าและพระพุทธรูปไว้ โดยเจดีย์นี้ยังคงยืนหยัดอยู่มาถึงปัจจุบัน อยู่ห่างจากตัวเมืองเกาะกงเพียง 1 กิโลเมตร คนละฝั่งแม่น้ำกันcambodia 50จากเจดีย์ขุนช้างขุนแผน ข้ามสะพานเกาะกงมาก็ถึงตัวเมืองเกาะกงแล้ว เชื่อหรือไม่ว่าสะพานแห่งนี้สร้างขึ้นโดยความช่วยเหลือของทหารช่างไทย เมื่อปี ค.ศ. 2007cambodia 51ยามเย็นย่ำอาทิตย์อัสดง นั่งเหม่อมองแสงสีบนฟากฟ้าจากฝั่งตัวเมืองเกาะกง เต็มไปด้วยความโรแมนติกและคลาสสิกสุดๆ นี่ถ้าชวนคนพิเศษของเราไปด้วยก็คงวิเศษเลยcambodia 52ยามโพล้เพล้อาทิตย์เพิ่งลาลับ ก่อนท้องฟ้าจะมืดสนิทชวนกันไปเก็บภาพสะพานเกาะกง เริ่มเปิดไฟสะท้อนน้ำวิบวับมลังเมลือง แลแปลกตาดีcambodia 53ไฮไลท์ของการท่องเที่ยวเชื่อมโยงตราด-เกาะกง ในทริปนี้ คือการล่องเรือเข้าสู่น้ำตกที่โดยส่วนตัวขอบอกเลยว่า ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งใน ASEAN เลยทีเดียว! (ความเห็นส่วนตัวล้วนๆ ครับ ฮาฮาฮา) นั่นคือ การเดินทางสู่ ‘น้ำตกตาไต’ ที่ต้องล่องเรือของชาวบ้านเข้าไปประมาณ 30 นาที

น้ำตกตาไตอยู่ห่างจากตัวเมืองเกาะกงไปทางตะวันออกประมาณ 20 กิโลเมตร มีถนนสองเลนลาดยางอย่างดีไปจนถึงท่าเรือ โดยค่าล่องเรือเขาคิดคนละ 50 บาท แต่ถ้ามากันไม่กี่คน หรือไม่อยากแจมกับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น อยากจะเหมาลำก็ต่อรองราคากันเองได้cambodia 54ที่ท่าเรือมีแผงขายผลไม้นานาชนิด รีบปรี่เข้าไปซื้อชิม อ้าว! มาจากฝั่งไทยทั้งนั้นเลย ฮาฮาฮาcambodia 55ได้เวลาผจญภัยเที่ยวท่องล่องเรือชมธรรมชาติกันแล้ว วันนี้พลขับนายท้ายของเราเป็นหนุ่มน้อยชาวเกาะกง ที่มาช่วยพ่อขับเรือเครื่อง หน้าตาเข้มขรึมและผิวพรรณที่กร้านแดดลมของเขา นับว่าหล่อเหลาเอาการในสไตล์หนุ่มเขมรแท้ วันนี้เรามากันหลายคน เลยต้องใช้เรือประมาณ 4 ลำ ลำหนึ่งนั่งได้ไม่เกิน 10 คน เพื่อความปลอดภัย (ในเรือมีเสื้อชูชีพให้ครับ)
cambodia 56ระหว่างทางเข้าน้ำตก ช่างเป็นเวลา 30 นาทีที่เต็มไปด้วยความสุข เพราะธรรมชาติแมกไม้สีเขียวสองฟากฝั่งนั้นอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก น้ำใสแจ๋วเย็นเจี๊ยบ อากาศปลอดโปร่งโล่งสบายหายใจได้เต็มปอด ถ่ายภาพกันสนุกเลยcambodia 57น้ำใสไหลเย็นของแม่น้ำเกาะกง คือสายน้ำที่ถือกำเนิดมาจากเทือกเขาบรรทัด ทอดยาวกางกั้นชายแดนไทย-กัมพูชา และกินอาณาบริเวณเข้ามาในเกาะกงด้วย โดยแม่น้ำสายนี้เป็นน้ำกร่อย จึงมีทั้งต้นโกงกาง ป่าจาก และพืชหลายชนิดที่ทนน้ำกร่อยได้งอกงามอยู่หนาแน่นรกชัฏ
cambodia 58รากหายใจของต้นไม้ในเขตชายคลองน้ำกร่อยชูขึ้นเหนือผิวน้ำริมตลิ่งตื้น สะท้อนผิวน้ำวูบไหวไปมาราวกับภาพศิลปะของศิลปินเอกที่ชื่อ “ธรรมชาติ”cambodia 59วิถีชีวิตชาวบ้านเกาะกง ยังคงมีเรือแจวตามแบบ Slow Life ให้เห็น น่ารักจริงๆ
cambodia 60นักท่องเที่ยวชาวกัมพูชาที่กลับจากเที่ยวน้ำตกตาไต โบกไม้โบกมือทักทายเราพร้อมรอยยิ้ม เห็นแล้วอบอุ่นหัวใจจังcambodia 61ธรรมชาติพิสุทธิ์ได้กลืนกินหัวใจพวกเราไปจนหมดสิ้นแล้วcambodia 62พ้นโค้งน้ำสุดท้ายมา ในที่สุด “น้ำตกตาไต” ก็ปรากฏต่อสายตาเรา เผยความงามบริสุทธิ์ออกมาให้เห็นทีละน้อยๆ ช่างยิ่งใหญ่เหลือเกิน!cambodia 63น้ำตกตาไตแห่งเกาะกง กัมพูชา เห็นกับตาแล้ววันนี้ ขอตั้งฉายาให้เลยว่า “น้ำตกไนแองการ่าแห่งเกาะกง” เพราะแม่น้ำทั้งสายทิ้งตัวลดระดับลงผ่านแก่งหินยักษ์ เสียงน้ำดังสนั่น ละอองน้ำเย็นฉ่ำปลิวว่อนเป็นละอองไอไปทั่ว ถ้าใครเคยไปเที่ยวน้ำตกคอนพะเพ็งที่เมืองปากเซ ของลาวใต้มาแล้ว จะรู้สึกเลยว่า น้ำตกตาไตเป็นฝาแฝดกับน้ำตกคอนพะเพ็ง ฮาฮาฮาcambodia 64ต้นฤดูฝนแบบนี้ สายน้ำที่น้ำตกตาไตไหลถาโถมอิ่มเอมเย็นฉ่ำ ปิดแก่งหินใหญ่มากมายไว้ใต้ม่านน้ำขาว แต่ถ้ามาเท่ียวช่วงฤดูแล้ง น้ำน้อย จะเห็นแผ่นหินเรียงรายจนขึ้นไปเดินเที่ยวได้เลยล่ะ
cambodia 65น้ำตกตาไต เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มากจริงๆ แบ่งเป็น 2 ชั้น ชั้นแรกสูงราวๆ 5-6 เมตร และชั้นที่สองสูง 12-15 เมตร ปัจจุบันถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่คนยังรู้จักน้อย แต่ก็มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทว่าการจัดการยังไม่ดีเท่าที่ควร ระหว่างทางยังพบขยะทิ้งอยู่ในป่าสองข้างทางน้ำตกมากมาย น่าเป็นห่วงมากๆ ครับ! กลัวว่าถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป น้ำตกตาไตอันยิ่งใหญ่และงดงามจะหมองลงน่ะสิ
cambodia 66จากจุดจอดเรือ มีทางเดินป่าระยะทางประมาณ 300 เมตร เลียบตลิ่งขึ้นไปจนถึงหัวน้ำตกชั้นแรก ซึ่งถ่ายภาพได้ใกล้ชิด มองข้ามไปอีกฝั่งจะเห็นเพิงพักของชาวบ้านที่มาปลูกไว้แบบชั่วคราว เพื่อใช้เป็นแคมป์ตกปลาcambodia 67ด้านหน้าน้ำตกตาไต มีจุดถ่ายภาพเจ๋งๆ แจ่มๆ ให้เลือกนับไม่ถ้วน แต่ต้องระวังลื่นด้วยล่ะ! แนะนำให้ถอดรองเท้าเลยดีกว่า ชัวร์ดีcambodia 68น้ำตกตาไต มีตำนานเล่าว่า ผู้ชายชื่อตาไต (ตาไท) และลูกชายได้ไปหาปลาที่น้ำตกนี้ เพราะเป็นจุดที่น้ำจืดและน้ำเค็มมาบรรจบกัน แต่อยู่ดีๆ ก็มีพายุฝนตกหนักจนน้ำท่วมฉับพลันพัดลูกตาไตหายไป หลังจากนั้น 4-5 วัน มีคนพบลูกตาไตในจุดที่หายไปนั่นเอง เด็กชายเล่าว่า มีคนพาเขาไปในสถานที่ลี้ลับ เพื่อหนีอะไรสักอย่างที่กำลังตามฆ่าเขา แต่ก็มีนักบวชปรากฏตัวขึ้นเพื่อช่วยเหลือ หลังจากตาไตและเมียรู้เรื่อง จึงเชื่อว่าฤาษีได้มาช่วยลูกชายตนไว้ นับแต่นั้นมา น้ำตกแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “น้ำตกตาไต” หรือ “น้ำตกฤาษี”cambodia 69ม่านน้ำสีขาวอันอ่อนโยน ของน้ำตกตาไตยามต้นฤดูฝน
cambodia 70ม่านน้ำของน้ำตกตาไตแผ่กว้างออกนับร้อยเมตร ขวางลำน้ำไว้ทั้งสาย ยิ่งใหญ่มากcambodia 71การเดินทางของเราในทริปนี้สิ้นสุดลงแล้ว ทว่าความประทับใจในการท่องเที่ยวแบบเชื่อมโยงยังคงไม่จบสิ้น เหมือนดังที่ อพท. หรือ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) ได้กล่าวไว้ไม่มีผิด เพราะมันคือการเชื่อมโยงวิถีชีวิตชุมชน ธรรมชาติ และวัฒนธรรมอันหลากหลายเข้าด้วยกัน ผ่านการเดินทางเรียนรู้โลกกว้างในอาเซียน ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์และหลากหลาย จนทั่วโลกอิจฉา ฮาฮาฮาlogoค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.dasta.or.th  / โทร. 0-2357-3580-7

Top 10 Akita เสน่ห์ Tohoku Japan

1 Akita Snow 11.อะคิตะ ดินแดนแห่งหิมะขาว (Akita the Snow Country of Tohoku) อาบอิ่มด้วยความฉ่ำเย็นทางภาคเหนือ หรือภูมิภาคโทโฮขุ (Tohoku) ของแดนอาทิตย์อุทัย นั่งรถกระเช้าขึ้นไปบนสกีรีสอร์ท ชมวิว ถ่ายภาพ เล่นสกี เล่นสโนว์บอร์ด เก็บเกี่ยวควาทรงจำดีๆ เอาไว้ในใจตลอดไป หิมะขาวของ Akita จะโปรยปรายให้ชื่นชม ระหว่างปลายเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนมีนาคม2 Akita Snow 2 3 Akita Snow 3 3.1 Akita Snow 3 4 Akita Snow 4 5 Akita Snow 5 6 Akita Snow 6 7 Akita Snow 7 8 Akita Snow 8 9 Tazawa Lake 12. ทะเลสาบทาซาวะ (Tazawa Lake) เมืองเซนโบขุ (Senboku) เป็นทะเลสาบลึกที่สุดของญี่ปุ่น คือลึกกว่า 420 เมตร ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นทะเลสาบในปากปล่องภูเขาไฟเก่าที่ดับสนิทแล้วนั่นเอง เราจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมในช่วงฤดูหนาวที่หิมะตกหนัก น้ำในทะเลสาบจึงไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง คงเพราะมีความร้อนจากใต้พิภพผุดขึ้นมาจากก้นทะเลสาบนั่นเอง

ทะเลสาบทาซาวะมีตำนานความรักของเจ้าหญิง Tatsuko กับ Hachiro อันอบอุ่น จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมน้ำในทะเลสาบแห่งนี้จึงไม่เคยเป็นน้ำแข็งเลย! ลองไปสัมผัสเรื่องราวเหล่านี้ด้วยตัวเอง แล้วจะรู้สึกเลยถึงความโรแมนติก คลาสสิก เหมาะกับการถ่ายภาพ ชมวิวสวยๆ แสนประทับใจ10 Tazawa Lake 2 11 Tazawa Lake 3tsurunoyu13. สึรุโนะยุ ออนเซน (Tsurunoyu Secret Onsen) เมืองเซนโบขุ (Senboku) เป็น 1 ใน 8 ที่พักไสตล์ออนเซนเรียวกังของย่าน นิวโตะ (Nyuto Onsen) สึรุโนะยุ ออนเซน เป็นบ่อน้ำแร่ร้อนออนเซนอันลี้ลับกลางหุบเขาหนาวเย็น ซึ่งไดเมียวและเหล่าซามูไรเคยมาอาบแช่เมื่อหลายร้อยปีก่อน นับเป็นหนึ่งในออนเซนที่คนญี่ปุ่นทั้งประเทศต้องการมาอาบแช่สักครั้งในชีวิต เพราะน้ำสีนมเทอร์ควอยต์ของที่นี่อุดมด้วยแร่ธาตุมากมาย ได้อาบแช่แล้วสบาย ผ่อนคลายกายใจ ช่วยให้สุขภาพดีkuroyu kuroyu1 kyukamura4 magoroku1 taenoyu4 15 Tsurunoyu onsen 4 16 Hanabi 14.  เทศกาลดอกไม้ไฟ ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น (Omagari Firework Festival) ช่วงเสาร์สุดท้ายของเดือนสิงหาคมทุกปี ที่ เมืองโอมาการิ (Omagari City) ในจังหวัดอะคิตะ จะมีการจัดงานเทศกาลดอกไม้ไฟที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดในญี่ปุ่น เพราะดินแดนโทโฮขุแถบนี้เป็นแหล่งผลิตดอกไม้ไฟอันมีชื่อเสียงมาแต่โบราณ งานนี้คนญี่ปุ่นเรียกว่า Hanabi Taikai เป็นช่วงซึ่งที่พักหายากมาก อาจต้องจองข้ามปีกันเลยทีเดียว

งานนี้เราจะได้ตื่นตาตื่นใจกับการแข่งขันจุดพลุและดอกไม้ไฟ จากสุดยอดช่างทำพลุของญี่ปุ่น ที่มาโชว์ฝีมือแข่งกันอย่างเต็มที่
17 Hanabi 2 18 Hanabi 3 19 Hanabi 4 20 Samurai Village 15. หมู่บ้านซามูไร คาคุโนดาเตะ (Kakunodate Samurai Village) ใน เมืองเซนโบขุ (Senboku) เป็นย่านซามูไรอันเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดี ทำให้เราสัมผัสได้ถึงก้าวย่างสู่อดีตของญี่ปุ่นก่อนยุคเมจิ (ญี่ปุ่นสมัยใหม่) มีซามูไรกว่า 80 ตระกูล อาศัยทำการค้าขายอยู่ในแถบนี้ จึงมีเรื่องราวประวัติศาสตร์ให้เรียนรู้ ปัจจุบันมีบ้านซามูไร 6-8 หลัง เปิดให้เข้าชมทั้งภายนอกภายใน แถมยังมีร้านให้เช่าชุดกิโมโนและชุดซามูไร ใส่เดินเที่ยวถ่ายรูปได้ตลอดวัน สลับกับการนั่งพักดื่มชา หรือชิมอาหารอร่อยๆ ในย่านนี้ Happy จริงๆ เนอะ

หมู่บ้านซามูไรแห่งคาคุโนดาเตะ แบ่งเป็น 2 โซนใหญ่ๆ คือ โซนหมู่บ้านซามูไร (Samurai District) และโซนค้าขาย (Merchant District) สร้างมาตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ. 1620 ใครที่โหยหาอดีตย้อนยุค มาเที่ยวที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระสีชมพูสองข้างถนนจะพร้อมใจกันเบ่งบานอลังการสุดๆ เลยล่ะ
21 Samurai Village 2 22 Samurai Village 3 23 Samurai Village 4 24 Samurai Village 5 25 Kanto Festival 16. เทศกาลโคมไฟ (Akita Kanto Festival) ถือเป็นเทศกาลโคมไฟที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดในญี่ปุ่น จัดกันที่จังหวัดอะคิตะในเมือง Akita City เป็นประจำทุกปีช่วงวันที่ 3-6 สิงหาคม โดยงานนี้ถือเป็น 1 ใน 6 เทศกาลใหญ่สุดของภูมิภาคโทโฮขุ จัดขึ้นเพื่อให้เกิดโชคดีสำหรับฤดูเก็บเกี่ยว โคมไฟแต่ละอันจะผูกติดอยู่กับก้านไม้ไผ่ยาวตั้งแต่ 2-6 เมตร! กวัดแกว่งไปมาอย่างพลิ้วไหวประดุจรวงข้าวต้องลม ผู้ถือโคมไฟจึงต้องมีทักษะความชำนาญในการ Balance หรือถืออย่างไรให้สมดุล โคมไฟไม่ตกลงมาซะก่อน
26 Kanto Festival 2 27 Kanto Festival 3 28 Kanto Festival 4 29 Namahake 17. อะคิตะ ดินแดนต้นกำเนิดนามาฮาเกะ (Namahake) เทพเจ้าหรือปีศาจแห่งขุนเขา ที่ออกมาหาผู้คนในช่วงปีใหม่ของญี่ปุ่น เพื่อคอยย้ำเตือนให้ผู้คนทำดี และในวันสิ้นปีนามาฮาเกะจะไปตามบ้านเพื่อหาเด็กขี้เกียจ! เอกลักษณ์ของตัวนามาฮาเกะนั้น จะสวมหน้ากากออกแนวน่ากลัว ห่มคลุมด้วยชุดฟางข้าว มือถือมีดอีโต้ขนาดใหญ่ นามาฮาเกะถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของจังหวัดอะคิตะ พบเห็นได้ทั่วไปทั้งในแบบรูปปั้น ภาพวาด ของที่ระลึก หรือแม้แต่ขนมกินเล่น นอกจากนี้ที่ เมืองโอกะ (Oga) ยังมีพิพิธภัณฑ์นามาฮาเกะ และศาลเจ้าต้นกำเนิดนามาฮาเกะ ให้ไปเที่ยวชมอีกด้วย

ทุกปีช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ จะมี งานเทศกาลนามาฮาเกะ เซนโด เป็นขบวนแห่นามาฮาเกะลงมาจากเขาหิมะอันน่าตื่นตาตื่นใจ (ปี 2017 งาน Namahake Sedo Festival จัดวันที่ 10-12 กุมภาพันธ์ ที่ศาลเจ้านามาฮาเกะ)30 Namahake 2 31 Namahake 3 32 Namahake 4 33 Sakura DIY 18. สนุกกับกิจกรรม นำเปลือกไม้ซากุระอันมีลวดลายสวยงาม มาประดิษฐ์ประดอยเป็นของที่ระลึกเก๋ไก๋น่ารัก (Sakura Bark Handmade Souvenir DIY) เป็นการนำเปลือกไม้จากต้นยามะซากุระ ซึ่งเติบโตอยู่บนภูเขาสูงและหายาก มาประดิษฐ์เป็นรูปทรงหรือตัวอักษรติดลงบนแผ่นไม้ จากนั้นรีดด้วยเหล็กร้อนจนเกิดกาวธรรมชาติ ผนึกเปลือกซากุระจนติดแน่น เก็บไว้ดูเป็นที่ระลึกเก๋ไก๋ ไปสนุกกันได้ที่ เมืองคาคุโนดาเตะ (Kakunodate) จ้า

ทั้งนี้งานศิลปะจากเปลือกไม้ซากุระ ถือเป็นหนึ่งในงานหัตศิลป์ที่คิดค้นขึ้นโดยเหล่าซามูไรในสมัยโบราณ เห็นไหมล่ะว่า ไม่ใช่แต่เก่งฟันดาบอย่างเดียวนะ ซามูไรยังต้องทำงานฝีมือ หรือแต่งกลอนเป็นด้วยล่ะ อย่างเมื่อมีเวลาว่า ซามูไรจะทำกล่องใส่ของไว้ใช้เอง เช่น กล่องอาหารเบนโตะ เป็นต้น
34 Sakura DIY 2 35 Sakura DIY 3 36 Sakura DIY 4 37 Soba Akita 19. อะคิตะ แหล่งผลิตเส้นโซบะสดและเส้นอูด้งแสนอร่อยของญี่ปุ่น (Yummy Soba & Udon) อะคิตะเป็นแหล่งผลิตเส้นโซบะและเส้นอูด้งที่ดีที่สุด 1 ใน 3 แห่งของญี่ปุ่น เนื้อเส้นเหนียวนุ่ม ละมุนลิ้น กินกับน้ำซุปร้อนๆ ช่วยให้ร่างกายอุ่นขึ้นท่ามกลางอากาศหนาวเย็น หาชิมได้ทั่วไปในร้านอาหารทั้งเล็กใหญ่จ้า38 Soba Akita 2 39 Sake Akita 110. อะคิตะ แหล่งผลิตเครื่องดื่มสาเกคุณภาพเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น (Unique Sake of Japan) ผลิตโดยใช้ข้าวพันธุ์ท้องถิ่น นำมาบ่มหมักด้วยกรรมวิธีแบบโบราณ และด้วยความที่อากาศแถบนี้หนาวเย็นยาวนาน ทำให้ยีสที่ใช้ในการผลิตสาเก บ่มหมักไปอย่างช้าๆ เครื่องดื่มสาเกที่ได้จึงมีรสไม่ขม ทว่านุ่มลื่น ออกหวานนิดๆ นับเป็นรสชาติเฉพาะตัวของสาเกอะคิตะเลยทีเดียว โรงงานเครื่องดื่มสาเกหลายแห่งเปิดให้เข้าชมด้วย นับเป็นการเปิดประสบการณ์ที่หาได้ยาก
40 Sake Akita 2 41 Sake Akita 3 42 Sake Akita 4More info Contact : ปารี เทรเวล www.pareetravel.com และ Facebook.com/pareetravel